เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 498 ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ตอนที่ 498 ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ตอนที่ 498 ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


ตอนที่ 498 ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ถ้าลู่โจวต้องการจะซื้อพลังอวตารสหัสะภพ ตัวเขาจะต้องฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบให้ได้ซะก่อน สำหรับลู่โจวตัวเขายังต้องฝึกฝนตัวเองอีกยาวไกล

‘ฉันควรจะเก็บแต้มบุญเอาไว้ ตอนนี้ฉันจะใช้แต้มบุญอย่างฟุ่มเฟือยไม่ได้แล้ว’

ลู่โจวที่คิดได้แบบนั้นหลับตาลงก่อนที่จะฝึกฝนตัวเองต่อไป

...

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ด้านนอกศาลาตะวันออก

ซู่ฮ่องกง ศิษย์คนที่แปดกำลังเดินเตร่ไปมาราวกับคนว่างงาน

“อรุณสวัสดิ์ศิษย์พี่ห้า ศิษย์พี่ ท่านในวันนี้ดูดียิ่งกว่าเมื่อวานซะอีก” ซู่ฮ่องกงพูดทักทายพร้อมรอยยิ้ม

จ้าวยู่ที่ได้ฟังแบบนั้นขมวดคิ้ว “เจ้ามีอะไรกัน ศิษย์น้องแปด?”

ซู่ฮ่องกงมองไปรอบๆ ก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ “ศิษย์พี่ห้า ท่านได้ตัดดอกบัวทองคำของตัวเองออกมาแล้วรึยัง?”

“ข้ายังไม่ได้ตัด ทำไมเหรอ?” จ้าวยู่ถามกลับ

“ข้าก็แค่อยากจะรู้”

‘ช่างเสียเวลาซะจริง’ จ้าวยู่มองไปที่ซู่ฮ่องกงอย่างซับซ้อนก่อนที่จะเดินจากไป

ซู่ฮ่องกงยังคนเดินเตร่ต่อไป เมื่อได้เห็นหยวนเอ๋อและธิดาหอยสังข์เดินมา ตัวเขาก็รีบพูดทักทาย “ศิษย์น้องเล็ก...”

“ศิษย์พี่แปด?”

“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าดูสะสวยยิ่งกว่าเมื่อวานอีกนะ”

หยวนเอ๋อหัวเราะคิกคัก “จริงๆ เหรอ?”

ซู่ฮ่องกงเดินไปหานางก่อนที่จะถามออกมาเบาๆ “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าได้ตัดดอกบัวของเจ้าแล้วรึยัง?”

“ข้ายังไม่ได้ตัด ท่านมีอะไรอย่างงั้นเหรอ?”

“ข้าก็แค่ถาม” ซู่ฮ่องกงตอบกลับมา

หยวนเอ๋อกลอกตาใส่ก่อนที่จะพูดต่อ “ดูเหมือนว่าท่านจะมีเวลาว่างมากเกินไปสินะศิษย์พี่” เมื่อพูดจบหยวนเอ๋อก็ได้พาธิดาหอยสังข์วิ่งไปที่ด้านหลังหุบเขา

‘ข้ารู้แล้ว ในตอนนี้ยังไม่มีใครตัดดอกบัวทองคำ พวกศิษย์พี่คิดว่าจะหลอกให้ข้าตัดดอกบัวทองคำก่อนได้อย่างงั้นเหรอ? ข้าจะไม่ยอมตัดดอกบัวทองคำจนกว่าทุกคนจะตัดดอกบัวทองคำแน่! ข้าจะไม่มีวันยอมเป็นหนูทดลองเด็ดขาด แต่เดี๋ยวก่อนนะ... ถ้าหากข้าตัดดอกบัวทองคำออกก่อน ข้าก็จะสามารถฝึกฝนตัวเองได้รวดเร็วกว่าทุกคน ยังไงซะข้าก็ไม่อาจผลัดวันไปได้ตลอด...’ ซู่ฮ่องกงยืนมองหยวนเอ๋อจากไป ตัวเขาได้ลูบคางของตนก่อนที่จะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ‘ข้าควรจะไปหาศิษย์พี่สามเพื่อพูดเรื่องนี้กับเขา!’

เมื่อซู่ฮ่องกงไปยังลานฝึกซ้อม ในตอนนั้นเองก็มีเสียงของใครดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง “ศิษย์น้องแปด มานี่ที”

“ศิษย์พี่สี่?”

ซู่ฮ่องกงมองเห็นหมิงซี่หยินโบกมืออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ดวงตาของซู่ฮ่องกงเป็นประกายในขณะที่เดินมาหา ตัวเขาได้โค้งคำนับให้กับหมิงซี่หยินก่อนที่จะถามออกมา “ศิษย์พี่สี่...ท่านได้ตัดดอกบัวทองคำของท่านแล้วรึยัง?”

“ทำไมเจ้าถึงถาม?” หมิงซี่หยินไม่เหมือนกับคนอื่นๆ เมื่อถูกถามด้วยคำถามเช่นนี้ ตัวเขาไม่เลือกที่จะตอบในทันที

“ข้าก็แค่ถามดูน่ะ...”

“ถ้าแบบนั้นเจ้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ วันนี้ข้าจะช่วยเจ้าเอง เจ้าเพิ่งจะสร้างอวตารร้อยวิถีได้ไม่นานและยังไม่สามารถผลิกลีบได้ เจ้ายิ่งตัดดอกบัวทองคำเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น!”

“หะ?”

“หยุดลังเลได้แล้ว! ไปกันเถอะ! การที่เจ้าจะแยกดอกบัวตามลำพังได้คงเป็นเรื่องยาก มันจะต้องง่ายขึ้นแน่ถ้าหากพวกเราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ข้าจะช่วยเจ้าเอง และเจ้าก็ต้องช่วยข้า นั่นเป็นวิธีที่ผู้อาวุโสทั้งสี่ทำยังไงล่ะ...เฮ้ ข้ากำลังคุยกับเจ้าอยู่ เจ้าคิดว่ามันสมเหตุสมผลไหม?” หมิงซี่หยินถามออกมา

“ใช่, ใช่ ถูกต้องแล้วศิษย์พี่...” ซู่ฮ่องกงพยักหน้า อันที่จริงตัวเขาก็ไม่อาจจะพึ่งพาตัวเองในการแยกดอกบัวทองคำได้

จากนั้นหมิงซี่หยินก็ได้คว้าคอเสื้อของซู่ฮ่องกงก่อนที่จะลากตัวเขาไปทางศาลาทางใต้ เมื่ออยู่ในห้องเป็นการส่วนตัวหมิงซี่หยินก็ได้พูดขึ้น “เอาล่ะแสดงพลังอวตารของเจ้าออกมาซะ”

“...”

“อย่าได้กังวลไปเลย เคียวพื้นพิภพของข้าทั้งแม่นยำและเฉียบคม ทุกอย่างมันต้องจบก่อนที่เจ้าจะรู้ตัวซะอีก” หมิงซี่หยินได้พลิกฝ่ามือของตน ไม่นานนักเคียวพื้นพิภพก็ลอยอยู่เหนือฝ่ามือ “คนที่ไม่มีอาวุธระดับสรวงสวรรค์คงจะลำบากในการตัดดอกบัวทองคำออกมา การจะใช้อาวุธระดับโลกและอาวุธระดับลี้ลับเพื่อตัดดอกบัวทองคำเป็นเรื่องยาก มันจะต้องใช้การโจมตีกว่าหลายครั้งกว่าที่จะแยกดอกบัวทองคำได้ ยิ่งใช้เวลาตัดดอกบัวทองคำนานคนคนนั้นก็จะยิ่งแย่ไปกว่าเดิม...เอ๊ะ ทำไมเจ้าถึงได้เหงื่อออกขนาดนั้นกัน? เอาล่ะใช้พลังอวตารของเจ้าออกมาซะ! เร็วเข้า! อย่ามัวแต่อ้ำอึ้ง”

พรึ๊บ!

ซู่ฮ่องกงหันกลับไปก่อนจะเริ่มวิ่ง ตัวเขาได้พังประตูก่อนจะวิ่งออกจากศาลาไป

“วิ่งหนีอย่างงั้นเหรอ?” หมิงซี่หยินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเปิดใช้พลังอวตารของตัวเอง

ซู่ววว!

หมิงซี่หยินและร่างอวตารของเขาได้ปรากฏตัวต่อหน้าซู่ฮ่องกง หมิงซี่หยินรีบคว้าตัวเขาไว้ “ข้าพยายามจะช่วยเจ้าแท้ๆ เจ้ากล้าดียังไงที่คิดหนีข้าแบบนี้? เจ้ากำลังกลัวอย่างงั้นเหรอ? เจ้าเป็นลูกผู้ชายรึเปล่า? ทำไมเจ้าถึงได้ขี้ขลาดขนาดนี้ ดูอย่างศิษย์พี่รองซะ เขาน่ะถือเป็นวีรบุรุษผู้กล้าหาญตัวจริง! ในตอนที่ศิษย์พี่รองผ่าดอกบัวทองคำออก ในตอนนั้นยังไม่มียาช่วยชีวิตซะด้วยซ้ำ ศิษย์พี่รองน่ะคือผู้บุกเบิกที่แท้จริง...ศิษย์น้องแปด เจ้าจงศรัทธาในตัวเองให้มากขึ้น แสดงความกล้าหาญที่มีออกมาซะ!”

ซู่ฮ่องกงหัวเราะอย่างขมขื่น ตัวเขาได้พูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบหน้า “ข้า...ข้าเพิ่งจะอบอุ่นร่างกายน่ะ” ซู่ฮ่องกงพูดต่อด้วยความไม่เต็มใจ ตัวเขาได้เรียกพลังอวตารหลังจากนั้น ทันทีที่ร่างอวตารปรากฏขึ้น ซู่ฮ่องกงก็รีบพูดต่อ “ศิษย์พี่...ช้าก่อน...”

เคียวพื้นพิภพของหมิงซี่หยินได้เปล่งแสงสีทองออกมา ตัวเขาได้เหวี่ยงมันเข้าใส่ดอกบัวทองคำของซู่ฮ่องกงในทันที

“อ๊ากก!” เสียงคร่ำครวญที่ไม่ต่างอะไรกับเสียงของหมูที่ถูกเชือดดังก้องไปทั่วศาลาทางใต้

ทันทีที่ดอกบัวทองคำตกลงสู่พื้น ส่วนบนของร่างอวตารของซู่ฮ่องกงก็หายเข้าสู่ร่างกายของเขาในทันที

ในตอนนั้นเองหมิงซี่หยินก็ได้เกาศีรษะก่อนที่จะถามออกมา “ศิษย์น้องแปด เจ้าได้กินยาช่วยชีวิตแล้วสินะ?”

ซู่ฮ่องกง “???”

ดวงตาของซู่ฮ่องกงกลอกไปมา และในที่สุดตัวเขาก็หมดสติไป

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นพูดไม่ออก ตัวเขารีบหยิบยาช่วยชีวิตมาก่อนที่จะใส่เข้าไปในปากของซู่ฮ่องกงอย่างรวดเร็ว จากนั้นหมิงซี่หยินก็หยิบยาแห่งการเบ่งบานออกมาก่อนที่จะใส่เข้าปากซู่ฮ่องกงเช่นกัน หมิงซี่หยินที่ทำทุกอย่างไปแล้วได้อุ้มซู่ฮ่องกงกลับไปที่ห้องของเขาก่อนที่จะโยนซู่ฮ่องกงลงบนเตียง

หมิงซี่หยินพึมพำกับตัวเอง “เจ้าควรจะขอบคุณข้าแท้ๆ ...ผลงานล่าสุดของสถานศึกษากลุ่มดาวหมีใหญ่บัดนี้อยู่ในตัวเจ้าแล้ว! แม้ว่าเม็ดยานี่จะไม่ได้มีฤทธิ์รุนแรงเหมือนกับที่สาวน้อยนั่นกิน แต่มันจะต้องออกมาดีแน่ ถ้าหากเจ้ากินมันพร้อมกับยาช่วยชีวิต เจ้าจะต้องผลิกลีบดอกบัวได้อย่างง่ายดายแน่”

หมิงซี่หยินรอไปอีกชั่วครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าอาการของซู่ฮ่องกงเริ่มทรงตัว ตัวเขาก็เลือกที่จะจากไป ในตอนที่เดินออกมาฝานซงและโจวจี้เฟิงก็ได้เดินผ่านมา ทั้งสองคนพยายามเดินผ่านหมิงซี่หยินให้เงียบที่สุด

“เฮ้ พวกเจ้าอยากจะผ่าดอกบัวทองคำไหม? ข้าจะช่วยพวกเจ้าฟรีๆ เอง” หมิงซี่หยินตะโกนใส่ทั้งสองคน

“อ่า...ไม่ ไม่ ไม่ดีกว่า พวกเราไม่ต้องการผ่าดอกบัวทองคำน่ะ อรุณสวัสดิ์ท่านศิษย์คนที่สี่” ฝานซงและโจวจี้เฟิงหันหลังกลับก่อนที่จะวิ่งอย่างรวดเร็ว

‘ท่านศิษย์คนที่แปดผู้น่าสงสาร การผ่าดอกบัวทองคำจะต้องเจ็บปวดมากแน่ จากเสียงร้องของเขามันคงจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าตายซะอีก’ ทั้งคู่รู้สึกโล่งอกที่พวกเขาเลือกวิธีอื่นในการฝึกฝน

เมื่อเห็นว่าทั้งคู่วิ่งหนีไป หมิงซี่หยินก็ได้แต่ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

“ศิษย์น้องสี่”

“ศิษย์พี่สาม?” หมิงซี่หยินหันกลับไป ตัวเขามองเห็นต้วนมู่เฉิงที่กำลังเดินมาพร้อมกับหอกราชันย์ในมือ ท่าทางที่แสดงออกของเขาทำให้หมิงซี่หยินมองเห็นความแน่วแน่ได้อย่างชัดเจน

“ศิษย์น้องสี่ ข้าได้ใช้เวลาคิดทบทวนมาทั้งคืนแล้ว และในที่สุดข้าก็ตัดสินใจได้” ต้วนมู่เฉิงพูดออกมา

“ศิษย์พี่ตัดสินใจอะไรได้กัน?” หมิงซี่หยินได้ถามออกมาด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเจ้าเล่ห์

“เหล่าสาวกควรจะช่วยเหลือกัน...เจ้าช่วยผ่าดอกบัวทองคำของข้าซะ และข้าจะช่วยผ่าดอกบัวทองคำของเจ้าเอง เจ้าว่าไงล่ะ?” ต้วนมู่เฉิงไม่ใช่คนที่จะกลัวความเจ็บปวด แต่ถึงแบบนั้นมันก็คงจะดีกว่าถ้าหากมีใครช่วยผ่าดอกบัวทองคำให้ “ตอนนี้สำนักส่วนใหญ่ในยุทธภพต่างก็กำลังแยกดอกบัวทองคำและฝึกฝนใหม่ พวกเราไม่อาจที่จะล้าหลังได้หรอกนะ ถ้าหากยังมัวช้า ศาลาปีศาจลอยฟ้าจะต้องถูกทิ้งไว้เบื้องหลังแน่”

“เอ่อ...ศิษย์พี่สาม ข้า...ข้าสามารถช่วยท่านแยกดอกบัวทองคำได้...แต่ท่านจะวางแผนแยกดอกบัวทองคำของข้าด้วยวิธีไหนกัน?” หมิงซี่หยินถามออกมาด้วยความวิตก

“ข้าจะผ่าดอกบัวทองคำของเจ้าด้วยหอกราชันย์ของข้าแน่นอน” ต้วนมู่เฉิงพูดต่อ “ข้าฝึกฝนวิชาหอกของข้าไปถึงขั้นสูงเมื่อนานมาแล้ว ในตอนนี้ข้าสามารถปล่อยหอกพลังงานกว่า 100 เล่มในเวลาอันสั้นได้ นั่นมันเพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้าผ่าดอกบัวทองคำของเจ้าได้”

หมิงซี่หยินพูดไม่ออก “...”

“เอ๊ะ? ศิษย์น้องสี่ ทำไมเจ้าถึงได้เหงื่อออกขนาดนั้นล่ะ? ไม่ต้องกังวล ข้าน่ะไร้ซึ่งความลังเล ข้าได้จำลองการใช้กระบวนท่าหอกเอาไว้ในใจข้าแล้ว มันจะต้องจบลงอย่างรวดเร็วแน่ ข้าจะใช้วิธีที่ดีที่สุดอย่างวิธี...”

ก่อนที่ต้วนมู่เฉิงจะพูดจบ ตัวเขาก็รู้สึกได้ถึงสายลมที่พัดผ่านใบหน้าเขา หมิงซี่หยินวิ่งจากไปแล้วนั่นเอง “ศิษย์น้องสี่...ศิษย์น้องสี่ ข้าขอสั่งเจ้าในฐานะศิษย์พี่ให้กลับมาหาข้าซะ!”

หมิงซี่หยินวิ่งลงจากภูเขาด้วยความเร็วสูง ใครจะไปทนได้ หมิงซี่หยินตัดสินใจที่จะไม่ตัดดอกบัวทองคำของตัวเอง...การเป็นยอดฝีมือผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบไม่ใช่ชีวิตที่ดูแย่เลย เหตุใดทุกคนถึงต้องพยายามฝึกฝนเพื่อให้ตัวเองมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบด้วย? นั่นเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้วอย่างงั้นเหรอ? ‘เหตุใดถึงมีผู้ฝึกยุทธจิตใจไม่สมประกอบจำนวนมากในยุทธภพกัน? มีหลายคนที่ไม่อาจฝึกฝนตัวเองจนไปถึงขั้นที่แปดได้เลยแท้ๆ แต่ทำไมพวกเขาถึงต้องพยายามตัดดอกบัวทองคำด้วย? การที่จะมุ่งมั่นฝึกฝนจนตัวเองมีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบมันยังไม่เพียงพออีกอย่างงั้นเหรอ?’

หมิงซี่หยินบินไปที่เชิงเขาด้วยความเร็วสูง ตัวเขาตัดสินใจที่จะพักผ่อนตัวเองบนต้นไม้ ในตอนที่หมิงซี่หยินกำลังผ่อนคลายไปกับการพักผ่อน ตัวเขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นเสียงที่ลอยมาตามอากาศ

คลื่นเสียงนั้นมันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มันเป็นคลื่นเสียงที่เดินทางไปได้ไกลโพ้น

หมิงซี่หยินที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ได้หันไปรอบตัว ตัวเขาเห็นสัตว์ร้ายบินได้กำลังบินมาทางภูเขาทองพร้อมกับรถม้าลอยฟ้าที่ถูกลากมา

“นั่นมันอะไรกัน? ...สัตว์ร้ายนั่นตัวใหญ่อะไรเช่นนี้!”

สัตว์ร้ายที่กำลังบินอยู่มีปีกยาวกว่า 50 ฟุต ขนของมันเป็นสีแดงเข้ม ดวงตาของมันใหญ่โตราวกับหมัดอันใหญ่ยักษ์ที่กำลังส่องประกายแสงอันน่าขนลุก

หมิงซี่หยินไม่รู้จักสัตว์ร้ายตัวนี้ แต่เขามั่นใจว่าสัตว์ร้ายตัวนี้ไม่มีถิ่นที่อยู่ในถิ่นที่อยู่ของมนุษย์แน่ เป็นธรรมดาที่หมิงซี่หยินจะตกใจ มันมาจากป่าทั้งสี่อย่างงั้นสินะ?

หมิงซี่หยินกระโดดขึ้นไปบนอากาศ ตัวเขาพบว่าสัตว์ร้ายตัวนี้กำลังลากรถม้าลอยฟ้า เป็นไปตามที่คาดไว้ มันกำลังมุ่งหน้ามายังภูเขาทองนั่นเอง

บางทีอาจจะเป็นเพราะการไว้หน้า รถม้าลอยฟ้าจึงไม่ได้บินสูงอะไร มันบินมาถึงเชิงเขาในอีกชั่วครู่ก่อนที่จะค่อยๆ หยุดนิ่ง

หมิงซี่หยินมองไปทางผู้คนทั้งห้าที่อยู่บนรถม้าลอยฟ้า

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 498 ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว