เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 481 พวกเราพบกันอีกแล้วสินะ

ตอนที่ 481 พวกเราพบกันอีกแล้วสินะ

ตอนที่ 481 พวกเราพบกันอีกแล้วสินะ


ตอนที่ 481 พวกเราพบกันอีกแล้วสินะ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

การโจมตีอย่างกะทันหันของหวางซื่อเจียทำให้สีวู่หยาระวังตัวขึ้นมา ตัวเขาถอยกลับไปยังด้านหลังแทน

ยู่เฉิงไห่ไม่ได้รีบร้อนเคลื่อนไหวอะไร ตัวเขายังคงยืนหลังตรงอย่างใจเย็น แขนซ้ายของยู่เฉิงขยับไปที่ด้านหลังก่อนที่จะปัดป้องการโจมตี

ปั๊ง! ปั๊ง! ปั๊ง!

หวางซื่อเจียยังคงจู่โจมด้วยฝ่ามือของตน ประกายแสงจากพลังฝ่ามือของหวางซื่อเจียทำให้บริเวณรอบข้างเต็มไปด้วยประกายแสงอันเจิดจรัส

แม้ว่าการโจมตีจะมีความเร็วสูงมากแค่ไหนแต่ยู่เฉิงไห่ก็สามารถจัดการกับการโจมตีได้อย่างง่ายดายและเยือกเย็น

หวางซื่อเจียเคลื่อนไหวอีกครั้ง การโจมตีของเขาในครั้งนี้เร็วขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก การโจมตีของหวางซื่อเจียทำให้เกิดลมกระโชกต้นไม้ไปทั่ว

สาวกจากสำนักเผิงไหลที่อยู่ใกล้รถม้าต่างก็ยืนเฉย พวกเขาทุกคนได้แต่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่อย่างเงียบๆ

และเช่นกัน สาวกจากสำนักอเวจีเองก็เฝ้ามองอยู่อย่างห่างๆ

การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือเป็นอะไรที่ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง

ณ ที่ที่รถม้าลอยฟ้าแห่งสำนักเผิงไหลลงสู่พื้น หวางซื่อเจียยังคงโจมตีต่อไป

ยู่เฉิงไห่ถอยหลังพร้อมกับปัดป้องการโจมตีไปด้วย เมื่อตัวเขาอยู่ที่สุดขอบบันได ยู่เฉิงไห่ก็ได้ยกมือขึ้นมา พลังที่ฝ่ามือของเขาเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น “ฝ่ามือทลายปฐพี!”

ดาบพลังงานได้ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของยู่เฉิงไห่ มันค่อยๆ ปล่อยคมดาบเสี้ยวพระจันทร์ออกมา คมดาบที่ว่าได้พุ่งทำลายพื้นพื้นเบื้องหน้า

ตู๊ม!

หวางซื่อเจียหยุดการโจมตีของตัวเองเอาไว้ ตัวเขารีบตีลังกากลับหลังอย่างรวดเร็วแทน

การต่อสู้จบลงแค่นั้น

ทั้งสองฝ่ายได้ใช้พลังเพียงแค่ 2 ใน 10 ส่วนในการต่อสู้ แต่ไม่ว่าจะใช้พลังเท่าไหร่สุดท้ายก็ยังมีผู้แพ้และผู้ชนะในการต่อสู้อยู่ดี

หวางซื่อเจียเป็นฝ่ายยิ้มก่อนจะพูดออกมาก่อน “ข้าแปลกใจจริงๆ ที่เห็นพลังวรยุทธของเจ้าก้าวหน้าแบบนี้ได้”

“ข้าเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน”

“แล้วยังไง? เจ้าไม่คิดที่จะต้อนรับข้าอย่างงั้นเหรอ?” หวางซื่อเจียถามออกมาตรงๆ

ยู่เฉิงไห่ที่ได้ฟังดังนั้นหัวเราะออกมา “ข้าอดไม่ได้จริงๆ ที่จะรู้สึกดีใจเมื่อได้พบท่าน เชิญด้านใน!”

พวกเขาเดินเข้ามายังห้องโถงใหญ่

ภายในห้องโถงใหญ่ยู่เฉิงไห่ได้พูดกับหวางซื่อเจีย “นี่คือศิษย์น้องผู้หลักแหลมของข้าเอง สีวู่หยา”

สีวู่หยาคารวะหวางซื่อเจีย “สวัสดีผู้อาวุโส”

หวางซื่อเจียพยักหน้า “ข้าเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับศิษย์คนที่เจ็ดแห่งศาลาปีศาจลอยฟ้ามาก่อน สีวู่หยา เจ้าเป็นผู้ที่คอยดูแลสำนักแห่งความมืด สำนักที่มีแหล่งข้อมูลอยู่ทั่วทั้งใต้หล้านี้ ไม่ว่าจะเป็นข่าวแบบไหนเจ้าก็สามารถหามันมาได้ นับว่าเป็นเกียรติของข้าจริงๆ ที่ได้พบกับเจ้าที่นี่ ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามาโดยตลอด”

“ท่านพูดเยินยอข้าเกินไปแล้วผู้อาวุโส” สีวู่หยาตอบกลับ

ในตอนนั้นเองเฉินเหลียงชูก็ได้ถือกล่องผ้าเข้ามา “นี่คือยาช่วยชีวิต ยาที่จะสามารถทำให้ผู้ที่กินมันเอาชีวิตรอดจากการแยกดอกบัวทองคำได้ ผู้อาวุโสหวางเป็นผู้ที่ขอให้สำนักแก่นแท้แห่งหยางปรุงยาพวกนี้ขึ้น” เฉินเหลียงชูได้ยื่นกล่องผ้าออกมาด้วยมือทั้งสองข้าง

ยู่เฉิงไห่หยิบกล้องผ้าใบนั้นเอาไว้ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ

เฉินเหลียงชูถือเป็นแฟนคลับตัวยงของศาลาปีศาจลอยฟ้า นับตั้งแต่ที่เกิดการต่อสู้ที่มณฑลเหลียงขึ้น คนที่เฉินเหลียงชูต้องการพบมากที่สุดก็คือศิษย์คนแรกของศาลาปีศาจลอยฟ้า และบัดนี้เฉินเหลียงชูก็ทำสำเร็จ ตัวเขาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้ให้หลุดมือไป เฉินเหลียงชูจะต้องควบคุมตัวเองให้ดีที่สุดต่อหน้ายู่เฉิงไห่คนนี้ เฉินเหลียงชูที่ได้พบกับยู่เฉิงไห่ตัวเป็นๆ เหงื่อออกไปทั่วทั้งมือ “ตามที่คาดไว้ไม่ผิด...”

“เจ้าคาดหวังอะไรไว้กัน?” ยู่เฉิงไห่ได้ยินสิ่งที่เฉินเหลียงชูพึมพำ

“ท่านช่างสง่างาม, โอ่อ่า และสูงส่งเหมือนกับที่ข้าเคยจินตนาการไว้ ตามที่คาดไว้ไม่ผิด ศิษย์คนแรกของศาลาปีศาจลอยฟ้าจะต้องเป็นแบบนี้” เฉินเหลียงชูตอบกลับมาด้วยความกลัว

“ตกรางวัลให้เขาซะ” ยู่เฉิงไห่โบกมือของตัวเอง

สาวกสำนักอเวจีได้กวักมือเรียกเฉินเหลียงชุไปรับรางวัล

เฉินเหลียงชูที่เห็นแบบนั้นรีบพูดพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณเจ้าสำนักยู่!”

ในตอนที่เฉินเหลียงชูถอยกลับไป ในตอนนั้นหวางซื่อเจียก็เริ่มพูดขึ้น “ข้าได้ยินมาว่าปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าบัดนี้ได้ฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบแล้ว?”

“ถูกต้อง” ยู่เฉิงไห่ไม่ตั้งใจที่จะปกปิดอะไร ท้ายที่สุดแล้วศาลาปีศาจลอยฟ้ายิ่งมีพลังอำนาจมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเขาเองก็จะถูกสรรเสริญมากขึ้นเท่านั้น

“แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามเจ้าจะต้องไม่เชื่อข้าแน่ เจ้าสำนักยู่” หวางซื่อเจียพูดออกมาอย่างใจเย็น “ในตอนที่ข้าเดินทางผ่านแท่นบูชาสวรรค์ที่อยู่ทางตอนเหนือของมณฑลจิง ข้าก็ได้พบกับยอดฝีมือผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบเข้า”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของยู่เฉิงไห่เบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาเป็นคนแรกที่ตอบสนองกับเรื่องนี้ “ยอดฝีมือผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบ? อาจารย์ของข้าไปที่แท่นบูชาสวรรค์อย่างงั้นเหรอ?”

หวางซื่อเจียส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่ ไม่ใช่อาจารย์ของเจ้าหรอก”

ยู่เฉิงไห่ขมวดคิ้ว มียอดฝีมือผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบอีกคนอย่างงั้นเหรอ? ยู่เฉิงไห่ที่ฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบได้ไม่เคยที่จะเจอปัญหาอะไรในขณะที่เดินทางไปทั่วทั้งดินแดน ตัวเขาไม่เคยพบกับใครที่สามารถเอาชนะตัวเองได้มาก่อน มีเพียงอาจารย์ของเขาอย่างจีเทียนเด๋าเท่านั้นที่จะกำราบยู่เฉิงไห่ได้ แต่ในตอนนี้มีผู้ฝึกยุทธผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบปรากฏตัวขึ้นมาอีกคนแล้ว ถ้าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปแผนทั้งหมดที่ยู่เฉิงไห่วางมาอาจจะล้มเหลวเมื่อไหร่ก็ได้ “ใครกัน?”

เฉินเหลียงชูที่กลับมาจากการรับรางวัลได้พูดเสริมขึ้น

“ท่านยู่เฉิงไห่ ข้ายืนยันเรื่องนั้นได้ ชายคนนั้นมีแซ่ว่าลู่ ข้าไม่คิดว่าจะมีใครรู้หัวนอนปลายเท้าของเขา ว่ากันว่าผู้อาวุโสลู่เป็นผู้ที่รักสันโดษน่ะ ฮั๊วจงหยาง หนึ่งในสุดยอดผู้พิทักษ์ทั้งสี่แห่งสำนักอเวจีเองก็อยู่ที่นั่นด้วย ท่านสามารถยืนยันเรื่องที่ข้าพูดกับฮั๊วจงหยางได้”

“แซ่ลู่อย่างงั้นเหรอ?” สีหน้าของยู่เฉิงไห่เปลี่ยนไป ในตอนนี้เรื่องทุกอย่างเริ่มซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ตัวเขาไม่รู้เลยว่ายอดฝีมือคนนี้จะเป็นมิตรหรือว่าศัตรู ในตอนนี้ดูเหมือนว่ายู่เฉิงไห่จะไม่มีสหายที่พึ่งพาได้อยู่เลย

หวางซื่อเจียได้ถอนหายใจก่อนที่จะพูดต่อ “ข้าไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าผู้ฝึกยุทธผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบจะปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็วหลังจากที่เข้าสู่ยุคของการแยกดอกบัวทองคำเช่นนี้”

“ท่านรู้รึเปล่าว่าชายคนนั้นต้องการอะไร พี่ซื่อเจีย?” ยู่เฉิงไห่ถามออกมา

หวางซื่อเจียส่ายหัว “ข้าไม่กล้าที่จะถามยอดฝีมือเช่นนั้น”

ยู่เฉิงไห่ที่ได้ฟังแบบนั้นรู้สึกผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

เฉินเหลียงชูพูดต่อ “ยอดฝีมือแห่งโถงมังกรฟ้าดูเหมือนจะคุ้นเคยกับผู้อาวุโสลู่คนนั้น...นอกจากนี้ยังมีเด็กสาวอีกคนอยู่กับพวกเขาด้วย”

“หญิงสาวคนนั้นเป็นผู้ที่รู้จักท่วงทำนองของเหล่าสัตว์ร้าย...” ซื่อเจียพูดต่อ

“นี่คือเหตุผลที่เจ้าส่งสาวกไปที่แท่นบูชาสวรรค์อย่างงั้นสินะ? เจ้าสำนักยู่ ท่านต้องการพาเด็กสาวคนนี้กลับมาสินะ?” ซื่อเจียถามออกมาด้วยความสับสน

“ถูกต้อง เด็กสาวคนนั้นมีพรสวรรค์ นางสามารถสั่งการสัตว์ร้ายได้ ถ้าหากเราให้นางช่วยเหลือ เมืองมณฑลจิงคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ น่าเสียดาย...” ยู่เฉิงไห่คร่ำครวญ

“ข้าเห็นมากับตา” หวางซื่อเจียพูด

“พี่ซื่อเจีย ท่านอาศัยอยู่ในเกาะเผิงไหลที่เงียบสงบมาเป็นเวลานาน ตอนนี้มณฑลทั้งเก้ากำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย ทำไมท่านไม่คว้าโอกาสนี้ลุกขึ้นยืนและช่วยเหลือข้าล่ะ?”

“เอ่อ...” หวางซื่อเจียไม่ได้เห็นด้วยกับคำขอของยู่เฉิงไห่ในทันที ความจริงแล้วตัวเขาต้องการทำให้เกาะเผิงไหลเป็นใหญ่ในโลกมากยิ่งขึ้น ถ้าหากไม่ได้คิดเช่นนั้นตัวเขาก็คงจะไม่ทิ้งสำนักย่อยอย่างสำนักแก่นแท้แห่งหยางและไม่ทิ้งเกาะเผิงไหลจนเข้ามายังอาณาเขตของสำนักอเวจีได้ สิ่งที่หวางซื่อเจียต้องการก็คือโอกาส ถ้าหากตัวเขาตอบรับข้อเสนอเร็วก่อนเวลาอันควร ตัวเขาก็คงไม่อาจเรียกราคาค่าตอบแทนอะไรจากการช่วยเหลือนี้

ยู่เฉิงไห่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง “ถ้าหากท่านยอมช่วยข้า พี่ซื่อเจีย สำนักเผิงไหลจะต้องกลายเป็นสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอนาคตแน่ และที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์จะต้องมีที่ของสำนักเผิงไหลอยู่ด้วย”

“ตกลง!” ซื่อเจียตอบตกลงในทันที

ยู่เฉิงไห่รีบทุบโต๊ะก่อนที่จะพูดด้วยเสียงอันทรงพลังอีกครั้ง “เด็กๆ”

“ครับ ท่านเจ้าสำนัก!”

“ข้าต้องการจัดงานเลี้ยงต้อนรับพี่ซื่อเจีย ไปเตรียมตัวมาซะ” ยู่เฉิงไห่สั่งการ

“ยินดีด้วย!” เฉินเหลียงชูพูดแสดงความยินดีในขณะที่คารวะให้กับทั้งคู่

สีวู่หยาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องทุกอย่างจะราบรื่นเช่นนี้ ตัวเขายืนขึ้นก่อนที่จะเดินไปทางด้านซ้ายของยู่เฉิงไห่ ก่อนที่จะได้พูดอะไรยู่เฉิงไห่ก็ได้ตบไหล่เขาก่อนที่จะพูดออกมาซะก่อน “ศิษย์พี่น้องผู้หลักแหลมของข้า เจ้าคงจะเหนื่อยแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะดูแลส่วนที่เหลือให้เอง”

“ศิษย์พี่ใหญ่...”

“ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ดีว่ากำลังทำอะไร” ใบหน้าของยู่เฉิงไห่แดงก่ำ

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่เริ่มมีแต่ความรื่นเริง ในตอนนั้นเองก็มีสาวกคนหนึ่งวิ่งเข้ามา “ท่านเจ้าสำนัก ยอดฝีมือแห่งโถงมังกรฟ้ากลับมาแล้ว!”

“พาเขามาซะ!” ยู่เฉิงไห่รีบสั่งการ

เหล่าสาวกจากสำนักเผิงไหลต่างก็มองออกไปนอกห้องโถง

พระอาทิตย์ได้ตกดินไปแล้ว ในยามค่ำคืนเช่นนี้พวกเขาทำได้เพียงมองดูคนทั้งสามที่กำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

เมื่อแสงไฟในห้องโถงใหญ่ส่องไปที่บุคคลทั้งสาม ห้องโถงใหญ่ทั้งหมดก็เงียบราวกับสุสานในทันที

ผู้มาเยือนอีกสองคนนอกเหนือจากฮั๊วจงหยางก็คือชายชราผู้ที่จับมือหญิงสาวที่ดูราวกับนางฟ้าเอาไว้

ในทางกลับกันฮั๊วจงหยางเดินตามมาจากด้านหลัง ตัวเขาดูเหมือนกับผู้รับใช้แทน

เนื่องจากคนจากสำนักเผิงไหลเคยเห็นชายชราคนนี้มาก่อน พวกเขาทุกคนจึงรู้ดีว่าคนคนนี้คือใคร สาวกจากสำนักเผิงไหลทุกคนมองไปที่ชายชราอย่างตกใจ

“เจอกันอีกแล้วสินะ” ลู่โจวเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบสงบทั้งหมด

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 481 พวกเราพบกันอีกแล้วสินะ

คัดลอกลิงก์แล้ว