- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนทางหลวง ใครปล่อยเธอเข้ามา โดนปล้นจนเกลี้ยง
- ตอนที่ 190 ขนนกสีดำหลากสี
ตอนที่ 190 ขนนกสีดำหลากสี
ตอนที่ 190 ขนนกสีดำหลากสี
.
.
“บอส…เลือดนั่น…”
เจียงนั่วเพิ่งหนีตายมาได้หมาด ๆ เธอหอบหายใจแรง พลางมองแอ่งเลือดบนพื้นด้วยความตกตะลึง
เสิ่นชงเยว่พยักหน้า
“เธอเดาถูกแล้ว พวกเราเคยเห็นเจ้าสิ่งนั้นมาก่อน อยู่ตรงหน้าประตูร้านนี่เอง”
“เล่าให้ฉันฟังหน่อยว่าหลังจากพวกเธอออกไปแล้วเจออะไรบ้าง แล้วทำไมมันถึงตามพวกเธอกลับมา”
เธอมั่นใจว่าตัวเองมองไม่ผิด ตอนที่เงาเลือดสีแดงเข้มเคลื่อนผ่านร้านหมายเลข 07 มันหยุดชะงักไปชั่วขณะจริง ๆ
“มันตามพวกเรามางั้นเหรอ?!”
“มอนสเตอร์ไม่ได้ฆ่าคนแบบสุ่มหรอกเหรอ?”
“มันมีรูปแบบด้วยเหรอ?”
ฟางซือเซิ่งค้ำพื้นลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ก่อนจะมองเสิ่นชงเยว่ด้วยสายตาทั้งตกใจและไม่แน่ใจ
“แน่นอนว่ามี”
“พวกเธอไม่สังเกตหรือไง ตอนหนีกลับมา ซูหว่านอยู่ท้ายสุดชัด ๆ แต่พวกผีกลับไม่ทำอะไรเธอ กลับไล่ล่าคนอื่นต่อแทน”
“ผู้เล่นที่อยู่กับพวกเธอ ล้มเหลวในการทำภารกิจต้อนรับลูกค้าใช่ไหม?”
ทั้งห้าคนมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าพร้อมกันในที่สุด
“นั่นแปลว่า ในช่วงเวลาพักหนึ่งชั่วโมงที่ระบบมอบให้ผู้เล่น คนที่ทำภารกิจต้อนรับลูกค้าสำเร็จ มีโอกาสตกอยู่ในอันตรายน้อยกว่าคนที่ทำไม่สำเร็จมาก”
“อีกอย่าง กฎของเกมเอนเอียงเข้าข้างผู้เล่น VIP และในกลุ่มพวกเธอก็มีเจียงนั่วอยู่”
คำพูดของเสิ่นชงเยว่ได้รับการเห็นพ้องจากทุกคนทันที
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังสะท้อนมาจากทั่วทั้งไฮเวย์มอลล์
โครงสร้างของไฮเวย์มอลล์เป็นรูปตัว U ผ่านประตูกระจกจึงสามารถมองเห็นสถานการณ์ด้านนอกได้คร่าว ๆ
ผู้เล่นที่กำลังถูกเงาเลือดไล่ล่าไม่มีทางหนี สุดท้ายก็ถูกกลืนกินทีละคน ฟางซือเซิ่งตกใจจนตัวสั่น รีบขยับไปหลบหลังคนอื่นทันที
“เล่าทุกอย่างที่พวกเธอเจอหลังออกไปให้ฉันฟัง อย่าตกหล่นแม้แต่รายละเอียดเดียว”
เสิ่นชงเยว่ไม่ได้กลับไปที่ห้องพัก แต่เลือกนั่งลงบนพื้นแทน
การที่มอนสเตอร์ปรากฏตัวในช่วงเวลาพักถือว่าเข้าใจได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ระบบเล่นสกปรก
แต่ชั้นห้าดูเหมือนจะแตกต่างจากชั้นอื่น
คนที่เหลือเองก็นั่งลงตาม
เจียงนั่วเป็นคนเปิดปากก่อน
“หลังจากออกไป พวกเราเริ่มจากตามหาผู้เล่นที่ยังรอดบนชั้นห้าก่อน ตอนนี้รวมพวกเราแล้ว เหลือผู้เล่นทั้งหมด 33 คน”
“บนชั้นห้ามีร้านทั้งหมด 5 ร้าน นอกจากร้านตัดเย็บข้าง ๆ แล้ว ที่เหลือเป็นร้านเสื้อผ้าหมด”
“มี ร้านหมายเลข 08 หมายเลข 01 หมายเลข 04 หมายเลข 12 แล้วก็ร้านของพวกเรา”
“ลูกค้ามอนสเตอร์ของร้านหมายเลข 08 คือมนุษย์อีกา มันบอกว่าต้องการซ่อมขนนกของตัวเอง ผู้เล่นต้องซ่อมเสื้อคลุมขนนกสีดำหลากสีให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง”
“แต่ในร้านตัดเย็บมีแค่เข็ม ด้าย แล้วก็จักรเย็บผ้าธรรมดาเท่านั้น”
ผลลัพธ์จึงไม่ต้องเดาเลย
ภารกิจของมนุษย์อีกาล้มเหลว
“ขนนกสีดำหลากสี?”
มุมปากของเสิ่นชงเยว่กระตุก
ไม่จำเป็นต้องสงสัยเลยว่ามอนสเตอร์จงใจหาเรื่องผู้เล่น
“ฉันเห็นแขนขาของผู้เล่นกองอยู่หน้าร้าน ร้านหมายเลข 08 ทำภารกิจไม่สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด สุดท้ายเลยสังเวยสมาชิกในทีมหนึ่งคนไปอุดช่องโหว่”
“อ้อ แล้วผู้เล่นร้านหมายเลข 08 ก็คือผู้หญิงชุดแดงที่พวกเราเจอในล็อบบี้นั่นแหละ”
เจียงนั่วไม่ได้โกรธ เพียงรู้สึกหมดกำลังใจมากกว่า
ถ้าไม่ใช่เพราะโลกบ้า ๆ ใบนี้ มนุษย์คงไม่กลายเป็นแบบนี้
“ร้านหมายเลข 01 เป็นของสตรีแมงมุม ภารกิจคือซ่อมใยแมงมุมของเธอ หลังซ่อมเสร็จสามารถซื้อไอเทมจากเธอได้ ถือเป็นการช่วยทำภารกิจ”
“ร้านหมายเลข 04 เป็นมอนสเตอร์ตาโต ภารกิจคือช่วยมันตามหาดวงตาทั้งหมด”
“ส่วนร้านหมายเลข 12 คือซินเดอเรลลา… ภารกิจของเธอคือช่วยตัดชุดเจ้าหญิงสำหรับงานเลี้ยง”
“ผู้เล่นสามารถขึ้นลงระหว่างชั้นได้อย่างอิสระ ตอนนี้ชั้นสี่เหลือผู้รอดชีวิต 53 คน เรื่องนี้พวกเราได้ยินมาจากผู้เล่นชั้นห้า”
“ตอนแรกพวกเรากำลังจะลงไปดูชั้นล่าง แต่กลับเห็นแอ่งเลือดบนพื้นก่อน หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น”
เจียงนั่วเล่าทุกอย่างที่เธอเห็นและได้ยินออกมาหมด พี่น้องตระกูลฟางก็ช่วยเสริมเป็นระยะ เสิ่นชงเยว่จดข้อมูลทั้งหมดไว้ในใจ
วันนี้เพิ่งเป็นวันแรกของเกม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจำนวนลูกค้ามีขีดจำกัดหรือไม่
อีกทั้งมอนสเตอร์บนชั้นห้าสามารถขึ้นลงระหว่างชั้นได้อย่างอิสระหรือเปล่า?
ทั้งเจ็ดคนช่วยกันวิเคราะห์สถานการณ์ที่มอนสเตอร์ตามมาถึงหน้าร้าน แต่สุดท้ายก็ยังไม่พบเบาะแสสำคัญ
ซูหว่านเกาศีรษะอย่างหงุดหงิด ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“ภารกิจหลักของสตรีแมงมุม ซินเดอเรลลา มนุษย์อีกา แล้วก็โคลอี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าทั้งหมด”
“แล้วทำไมถึงมีมอนสเตอร์ตาโตโผล่มาด้วยล่ะ?!”
“ภารกิจของมันคือช่วยตามหาดวงตาทั้งหมด ร้านขายเสื้อผ้าจะไปหาดวงตามอนสเตอร์ได้จากที่ไหนกัน?”
“หวังว่าลูกค้าคนต่อไปจะไม่ใช่มอนสเตอร์ตาโตนะ”
“ระบบต้องจงใจปล่อยมอนสเตอร์พวกนี้มามอบภารกิจไร้สาระแน่ ๆ เพื่อฆ่าผู้เล่นโดยเฉพาะ”
ผิดแล้ว
ถ้าระบบอยากฆ่าผู้เล่นจริง ๆ มันลบพวกเขาทิ้งได้ทันที จะเสียเวลาส่งเข้าดันเจี้ยนทำไม?
ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็แปลว่า…
ร้านเสื้อผ้าต้องหาดวงตาของมอนสเตอร์เจอแน่นอน!
เสิ่นชงเยว่หันไปมองซูหว่านอย่างแปลกใจ
ซูหว่านเป็นคนที่เงียบมากในทีม ราวกับตัวตนโปร่งใส จนแม้แต่เธอยังเผลอมองข้ามอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว
“ดึกแล้ว พักผ่อนกันเถอะ”
“พวกเธอสองคนเฝ้ายามครึ่งแรก ส่วนฉันกับเสิ่นเยว่รับครึ่งหลังเอง”
ซ่งฉูอาสาขึ้นมาเอง
คนอื่น ๆ จึงไม่เกรงใจ
“ขอโทษจริง ๆ ครับ น้องสาวผมกับผมจะเฝ้ายามถึงห้าทุ่ม”
“ขอบคุณพี่ซ่งมากค่ะ งั้นต้องฝากพี่ซ่งกับพี่เสิ่นด้วยนะคะ!”
ซ่งฉูไม่ได้ใจดีเป็นพิเศษ เธอแค่กังวลว่าพวกผู้เล่นมือใหม่กลุ่มนี้จะตายกันหมดเท่านั้น
เวลา 20:00 น.
[เวลาสำหรับการสื่อสารระหว่างผู้เล่นสิ้นสุดลงแล้ว]
[กำลังตัดกระแสไฟของไฮเวย์มอลล์ และปิดแชทดันเจี้ยน]
[เพื่อความปลอดภัยของพนักงานต้อนรับ กรุณาอย่าออกจากประตูนิรภัยโดยพลการ หากจำเป็นต้องออกไป โปรดพกแหล่งกำเนิดแสงติดตัวไปด้วย]
วินาทีถัดมา ไฟบนเพดานทั้งหมดดับลง ทั่วทั้งร้านจมสู่ความมืดสนิท
ในความมืด ประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์จะถูกขยายออกหลายเท่า แม้แต่เสียงลมหายใจก็ฟังชัดกว่าปกติ
ความมืดอันคุ้นเคยทำให้ร่างของเสิ่นชงเยว่แข็งทื่อไปชั่วขณะ เธอพยายามควบคุมอารมณ์อย่างสุดความสามารถ บังคับให้ตัวเองสงบลง
“พวกเธอบ้าไปแล้วหรือไง?!”
“ใครมันจะเลือกออกไปเสี่ยงตายในเวลาแบบนี้!”
ฟางซือเซิ่งสบถออกมา
พรึ่บ—
เปลวไฟสีส้มเล็ก ๆ สว่างขึ้นกลางความมืด
ฟางซื่ออวี่หัวเราะแห้ง ๆ
“ก่อนเข้าดันเจี้ยน ผมพกไฟแช็กติดตัวมาพอดี แต่มันใช้ได้ไม่นานนะ”
“เซิ่งเซิ่งกลัวความมืด พวกคุณมีไฟฉายกันไหม?”
เมื่อเห็นแสงไฟ ร่างที่เกร็งของเสิ่นชงเยว่ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
“ดับไฟเดี๋ยวนี้!”
“เร็วเข้า!”
เมื่อเห็นว่าฟางซื่ออวี่ไม่ตอบสนอง ซ่งฉูจึงคว้าไฟแช็กไปดับทันที
“อ๊ะ!”
ฟางซื่ออวี่ร้องออกมาเพราะไม่ทันตั้งตัว
“ซ่งฉู คุณทำอะไรน่ะ?”
“ฉันเรียกคุณว่าพี่ซ่งก็จริง แต่อย่าได้ใจเกินไปหน่อยเลย ต่อให้กระเป๋าถูกปิดผนึก คุณก็ไม่จำเป็นต้องมาแย่งของของพี่ชายฉันนี่!”
ด้วยความเกรงใจในฝีมือของซ่งฉู ฟางซือเซิ่งจึงไม่ได้พูดแรงเกินไป
“หุบปาก แล้วมองออกไปข้างนอก”
ซ่งฉูชี้ไปที่ประตูกระจก
“ข้างนอกไม่มีอะไรสักหน่อย จะให้ดูอะไร?”
“อย่าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าแล้วจะทำอะไรก็ได้…”
ถ้าไม่ใช่เพราะดันเจี้ยนนี้มีกฎลับว่าห้ามโจมตีเพื่อนร่วมทีม เธอคงอยากฆ่าคนไร้ประโยชน์คนนี้จริง ๆ
ไม่ช่วยอะไรเลยสักอย่าง แถมยังเป็นโรคเจ้าหญิงอีกต่างหาก
ทันใดนั้น ฟางซือเซิ่งราวกับเห็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเข้า ร่างกายของเธอแข็งค้างทันที
บริเวณล่างของประตูกระจกไม่ได้ถูกปิดด้วยกระจกฝ้า จึงยังสามารถมองเห็นด้านนอกได้
และตอนนี้…
เงาดำสายหนึ่งกำลังบิดเบี้ยวเลื้อยไปมาตามพื้น ค่อย ๆ คลานเข้ามาใกล้ประตูกระจกทีละน้อย…
.
.
จบ.