เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 443 ความแข็งแกร่งของมหาวายร้าย

ตอนที่ 443 ความแข็งแกร่งของมหาวายร้าย

ตอนที่ 443 ความแข็งแกร่งของมหาวายร้าย


ตอนที่ 443 ความแข็งแกร่งของมหาวายร้าย

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวป้องกันการโจมตีทั้งหมดของฉางยานเอาไว้ด้วยมือเปล่า ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาดูสงบนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาของทุกคนต่างเบิกกว้าง ในตอนนี้ไม่มีใครที่กล้ากะพริบตาแม้แต่คนเดียว ทุกคนเกรงว่าจะพลาดช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของสุดยอดการต่อสู้ครั้งนี้ ทุกคนประหลาดใจที่จอมวายร้ายอย่างจีเทียนเด๋าสามารถป้องกันการโจมตีได้ จีเทียนเด๋ายังคงยืนหยัดอยู่ตรงที่เดิม ดูเหมือนว่าพลังวรยุทธที่ตัวเขามีจะไม่ได้ถดถอยลงไปเลย ฉางยานที่เพิ่มพลังโดยใช้ยาเพิ่มพลังปีศาจมาจะพ่ายแพ้ให้กับมือเพียงข้างเดียว? ทุกคนต่างก็ตกใจเมื่อได้เห็นแบบนั้น

“จีเทียนเด๋า...จะ...เจ้า” ฉางยานเองดวงตาเบิกกว้างเช่นกัน “พวกเรามาตายพร้อมกันซะเถอะ...”

“เจ้ากำลังฝันอยู่อย่างงั้นสินะ?” ลู่โจวเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ไม่นานนักพลังฝ่ามือขนาดใหญ่ก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือของลู่โจว เมื่อพลังขยายใหญ่ขึ้นมันก็ดูคล้ายกับฝ่ามือของพระพุทธองค์

ตู๊ม!

การโจมตีเหลือทิ้งไว้เพียงฝุ่นควัน

ถ้าหากฉางยานผู้ที่เป็นปรมาจารย์แห่งสำนักต้วนหลินถูกจัดการ? ถ้าหากตัวเขาเพิ่มพลังจากยาเพิ่มพลังปีศาจแล้วล่ะ? ถ้าหากความแข็งแกร่งของฉางยานอยู่ในจุดสูงสุดของพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบแล้วล่ะ? ลู่โจวใช้เวลาเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นก็จัดการสุดยอดฝ่ามือคนนี้ได้

ลู่โจวรีบเคลื่อนไหวให้ประหยัดเวลามากที่สุด ลู่โจวในตอนนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงพลังลมปราณเลย ตัวเขาสามารถใช้สุดยอดวิชาในแบบที่ทรงพลังมากที่สุดตามที่ตัวเขาต้องการได้

สมาชิกจากสำนักใหญ่ทั้งเจ็ดต่างก็ตกตะลึง

“นี้มัน...”

“ทำไมจีเทียนเด๋าถึงยังแข็งแกร่งเช่นนี้?”

“ไม่...เป็นไปไม่ได้!”

แม้ว่าจะมีการสนับสนุนจากทุกๆ คน แต่พวกเขาจะเอาชนะยอดฝีมือระดับนี้ได้จริงๆ อย่างงั้นเหรอ? แม้แต่ผู้ที่ดื้อรั้นเมื่อเห็นสิ่งนี้ต่างก็รู้สึกหวาดกลัว เหล่าสาวกจากเจ็ดสำนักใหญ่ต่างก็จนปัญญาที่จะจัดการกับยอดฝีมือเช่นนี้ ‘พวกเราจะต้องหนี!’

ลู่โจวรีบเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ตัวเขาได้สุดยอดวิชาจิตวิญญาณไล่ล่า

ตู๊ม!

ฝ่ามือของลู่โจวได้ซัดเข้าใส่สาวกคนแรกของสำนักต้วนหลินที่กำลังจะหันหลังหนี

เชาจินหนานเสียชีวิตในทันที ร่างกายของเขาร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า

ลู่โจวไม่ยอมเสียเวลาเปล่า ตัวเขารีบใช้วิชาอื่นในทันที ดาบพลังงานจำนวนมหาศาลกำลังพุ่งเข้าใส่ศัตรูราวกับคลื่นยักษ์อันเกรี้ยวกราด

เหล่าสาวกของวิหารแห่งความโชคดียังคงสวดพระสูตรอยู่บนกลางอากาศ เสียงสวดมนตร์ที่คล้ายกับเสียงแมลงบินไม่ได้มีค่าอะไรที่ลู่โจวจะให้ความสำคัญ ในไม่ช้าพวกเขาก็ถูกคลื่นดาบพลังงานเข้าจัดการจนร่วงหล่นด้วยเช่นกัน

“เป็น...เป็นไปได้ยังไงกัน?” เมียวหยินเจ้าอาวาสจากวิหารแห่งความโชกดีเบิกตากว้าง ฝ่ามือที่กำลังประกบเข้าหากันกำลังสั่นเครือ เมียวหยินได้เงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะจ้องมองไปยังชายชราที่อยู่ตรงหน้า ที่ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองออกมา ในตอนนี้ชายชราที่ว่าได้อยู่ตรงหน้าเจ้าอาวาสคนนี้เรียบร้อยแล้ว “จี...จีเทียนเด๋า

ลู่โจวเคลื่อนไหวฝ่ามืออย่างรวดเร็ว “จงกลับใจซะเถิด แล้วเจ้าจะพ้นจากความผิดบาปที่เคยทำมา ข้าจะส่งเจ้าไปตามทางของพระพุทธองค์เอง” ลู่โจวได้ซัดพลังผนึกฝ่ามือทั้งเก้าเข้าใส่ เมียวหยินพยายามที่จะใช้พลังทั้งหมดป้องกันการโจมตีเอาไว้ แต่น่าเสียดายการป้องกันของเมียวหยินไม่มีประโยชน์อะไร

ลู่โจวไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ตัวเขาได้ใช้สุดยอดวิชาอีกครั้งก่อนที่จะหายตัวไป

เมียวหยินรู้สึกหมดหนทางและสิ้นหวังจากสุดหัวใจ ที่หน้าอกของเมียวหยินมีหน้าอกถูกเจาะไว้ เมียวหยินพยายามที่จะโคจรพลังลมปราณเพื่อห้ามเลือดลมเอาไว้ แต่จุดตันเถียนของเมียวหยินกลับว่างเปล่า มันถูกทำลายไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เมียวหยินพยายามจะยกแขนเสื้อขึ้นก่อนที่จะห้ามเลือดเอาไว้ แต่สุดท้ายเมียวหยินก็ไม่อาจทำได้ เมียวหยินเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะจ้องมองไปทางศาลาปีศาจลอยฟ้า

ในขณะนี้เหล่าสาวกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าต่างก็เข้าร่วมการต่อสู้ เมียวหยินทำได้แค่เฝ้ามองเท่านั้น ดาบพลังงานทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเมียวหยินอีกต่อไป ทุกอย่างจะจบลงเมื่อร่างกายของเมียวหยินไม่มีพลังลมปราณอีก ภาพความพ่ายแพ้เป็นภาพสุดท้ายที่เมียวหยินจะได้เห็นก่อนที่จะจากโลกนี้ไป

หวืออ!

เสียงของอากาศที่ถูกสั่นไหวดังก้องไปทั่วสนามรบ ลู่โจวได้เรียกพลังอวตารของตัวเขาออกมา พลังอวตารร้อยวิถีของลู่โจวส่องแสงประกายสีทอง มันสูงตระหง่านอยู่เหนือทุกสิ่ง พลังอวตารนี้สูงและยิ่งใหญ่จนเกินไป มันมีความสูงเกิน 150 ฟุตไม่ผิดแน่

เมียวหยินมองไปที่ดอกบัวทองคำที่อยู่ใต้เท้าพลังอวตารตามสัญชาตญาณ มันเป็นจิตสำนึกสุดท้ายที่เมียวหยินพอจะมี ‘1, 2, 3…7, 8…9!?’

เมียวหยินไม่สามารถที่จะพูดได้อีกต่อไป ‘ความตายของข้าไม่ใช่เรื่องผิดพลาดเลย อมิตตาพุทธ’

หวนคืนสู่ธุลี

เมียวหยินไม่สามารถกักเก็บพลังลมปราณได้อีกต่อไป ร่างกายของเมียวหยินสลายหายไปในอากาศก่อนที่จะร่องรอยไปตามสายลม

...

เมื่อพลังอวตารปรากฏตัว มันก็ได้ปล่อยไอพลังลมปราณมากขึ้น

ผู้ฝึกยุทธกว่าร้อยคนที่อยู่ใกล้ต่างก็ถูกจัดการในทันที

ลู่โจวยังคงใช้สุดยอดวิชาของเขาจัดการศัตรูต่อไป ตัวเขากำลังอยู่ท่ามกลางศัตรูด้วยตัวคนเดียว

วิชาที่ลู่โจวใช้มีส่วนหนึ่งที่คล้ายกับวิชาขั้นสุดยอดของเคล็ดวิชาเต๋าพรางตัว หัวใจของเล้งลั่วเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อได้เห็นการโจมตี ตัวเขาเคยคิดมาก่อนว่าทักษะของตัวเองจะไม่เป็นสองรองใครถ้าหากตัวเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด ความเร็วสูงสุดที่เล้งลั่วทำได้สามารถสังหารฟางเหวินเซียนได้ก่อนที่ฟางเหวินเซียนจะรู้ตัวซะอีก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบพลังที่ตนเองมีกับพลังอวตารของลู่โจวรวมไปถึงวิชาที่ตัวเขาใช้ เล้งลั่วก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดา

เสียงกรีดร้องแห่งความทุกข์ทรมานดังขึ้นทุกหนทุกแห่ง

สาวกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าเข้าร่วมการต่อสู้มากขึ้น เหล่าสาวกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าเริ่มขับไล่ศัตรูให้ถอยกลับไปได้

การต่อสู้แทบที่จะไม่มีการต่อต้านอยู่เลย

ฮั๊ววู่เด๋าพึมพำออกมา “ข้าคิดว่าข้าเข้าใจแล้วล่ะ...ท่านปรมาจารย์ตั้งใจเก็บซ่อนพลังเอาไว้ ไม่น่าแปลกเลยที่เขาจะใช้พลังผนึกตราประทับทั้งหกควบคู่ไปกับพลังอักษรทั้งสิบได้อย่างง่ายดาย...เท่านี้ข้าก็ไม่รู้สึกละอายใจแล้ว”

เล้งลั่วมองไปที่พลังอวตารขนาดใหญ่ก่อนจะพูดแทรก “บางทีการเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้าอาจจะเป็นสิ่งที่ขัดตัดสินใจได้ดีที่สุดในชีวิตที่มาก็เป็นได้”

ซู่ฮ่องกงกระโดดไปด้านหน้าก่อนที่จะหัวเราะเยาะเย้ยอย่างบ้าคลั่ง “จัดการพวกที่เหลือซะพี่น้องของข้า จัดการพวกมัน...ข้าน่ะชอบความรู้สึกที่ได้เหยียบย้ำคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่าจริงๆ จัดการพวกมันเร็วเข้า...”

ฮั๊ววู่เด๋าและเล้งลั่วได้ยินสิ่งที่ซู่ฮ่องกงพูดอย่างชัดเจน ทั้งคู่ได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ‘คนเก่งอย่างปรมาจารย์ศาลาปีศาจลอยฟ้าจะสร้างสาวกน่าสมเพชคนนี้มาได้ยังไงกัน? หรือว่าเจ้านี่จะเคยชินกับการเล่นเป็นเจ้าคนนายคนกัน?’

ในขณะเดียวกัน ตอนนั้นเองลู่โจวจับตาดูเวลาที่เหลือในการใช้พลังขั้นสุดยอด ตัวเขาได้จับตาดูพร้อมกับใช้สุดยอดวิชาจู่โจมศัตรูอีกครั้ง

“หนี! หนีเร็ว!”

ความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจของสาวกเจ็ดสำนักใหญ่ในก่อนหน้านี้ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี ขีดจำกัดที่ยิ่งใหญ่, การเตรียมการมาเป็นอย่างดี และแผนการอันแยบยลทั้งหมด เมื่อต้องพบกับปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้พ่ายแพ้ให้กับความแข็งแกร่งของลู่โจว

“ตั้งสุดยอดเขตแดน! ใช้พลังจากสุดยอดเขตแดนถอยกลับซะ!”

การต่อสู้ถอยร่นเข้าสู่ป่า

ดอกบัวทองคำของลู่โจวเป็นเหมือนกับเครื่องตัดหญ้าที่บดทำลายทุกสรรพสิ่ง

เจียหยวนเจ้าสำนักดวงดาราทั้งเจ็ดได้หนีไปกับสายลม ตัวเขาได้ใช้พลังอวตารของตัวเองก่อนที่จะใช้พลังลมปราณทั้งหมดไปกับการหนีอย่างบ้าคลั่ง

ตู๊ม!

เจียหยวนและร่างอวตารของตัวเขาถูกอะไรบางอย่างขวางไว้ได้ เมื่อตัวเขาเงยหน้าขึ้นเจียนหยวนก็ได้เห็นอวตารที่มีขนาดใหญ่กว่าของตัวเขากำลังขวางทางเอาไว้

ลู่โจวพร้อมกับพลังอวตารที่สูงถึง 150 ฟุตมารออยู่ก่อนแล้ว “ช้าไป”

พลังอวตารของลู่โจวเอื้อมมือขึ้นก่อนที่จะตบลง

“ไม่!” พลังอวตารของเจียหยวนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างเนื้อของเจียหยวนเองก็หายสาบสูญไปบนพื้นเบื้องล่าง

ลู่โจวได้หายตัวไปพร้อมกับพลังอวตารของตัวเขาอีกครั้ง

พื้นที่ป่ารัศมีกว่า 1,000 เมตรถูกทำลายในชั่วข้ามคืน สาวกเกือบทั้งหมดของเจ็ดสำนักใหญ่ถูกจัดการจนเกือบหมด

หนิงเหลียงเจ้าสำนักเฮ้งชูได้ใช้พลังลมปราณทั้งหมดไปกับการใช้พลังแผ่สวรรค์ในการหนี ในเวลานี้ตัวเขาได้เสียสติทั้งหมดไปแล้ว หนิงเหลียงเอามือปาดเหงื่อของตัวเองก่อนที่จะพูดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ตาย! พวกเราตายกันหมดแล้ว! ทำไม? ทำไมกัน?” แทนที่จะต้องถูกทรมานให้ตายในความกลัวที่ไม่มีที่สิ้นสุด หนิงเหลียงเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองแทน

“พยายามจะฆ่าตัวตายอย่างงั้นสินะ? ไม่มีทางซะหรอก!”

หวืออ!

พลังลมปราณโดยรอบเข้มข้นขึ้นมาในทันที เมื่อหนิงเหลียงมองขึ้นไปบนฟ้า ตัวเขาก็เห็นพลังฝ่ามือขนาดใหญ่ที่กำลังตกลงมา หนิงเหลียงไม่ได้เห็นตัวของลู่โจวซะด้วยซ้ำในตอนที่ตัวเขาถูกบดขยี้ไป ฝีมือของเขามันห่างชั้นกับผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบมากจนเกินไป

“เขตแดนพลังอย่างงั้นเหรอ?” พลังอวตารลู่โจวได้กวาดมือไปทั่วทั้งเขตแดน เส้นเขตแดนที่เพิ่งจะถูกใช้งานถูกทำลายโดยพลังทำลายของร่างอวตารขนาดยักษ์

เหล่าสาวกที่เหลือของเจ็ดสำนักใหญ่สูญเสียความตั้งใจที่จะหลบหนีแล้ว ผู้ฝึกยุทธด้อยฝีมือจำนวนมากไม่สามารถที่จะรับมือกับภาพที่เห็นได้อีกต่อไป ทุกคนได้แต่สั่นกลัวอยู่บนพื้นดิน

เขตแดนสำหรับลู่โจวมันก็เป็นแค่เรื่องน่าขัน เขตแดนพลังจากผู้ฝึกยุทธด้อยฝีมือจะไปมีค่าอะไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบ

ลู่โจวลอยอยู่บนกลางอากาศพร้อมกับพลังอวตารของตัวเขา ตัวเขาจ้องมองสนามการต่อสู้อย่างภาคภูมิใจ ‘ใครจะเป็นรายต่อไปกัน?’

เมื่อลู่โจวเปิดใช้งานการ์ดระเบิดจุดสุดยอด ตัวเขาก็ไม่คิดที่จะไว้ชีวิตใครทั้งนั้น ลู่โจวมองไปรอบตัวก่อนที่จะหาเหยื่อรายต่อไป เมื่อลู่โจวมองไปที่ป่าทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ตัวเขาก็เห็นพลังลมปราณจำนวนมากก่อนตัวอยู่ที่นั่น ผู้ฝึกยุทธในชุดขาวกำลังสังหารผู้ฝึกยุทธจากเจ็ดสำนักใหญ่อย่างบ้าคลั่ง

‘นั่นมันพลังจากวิชาคลื่นนภา? ยี่เทียนซินอย่างงั้นเหรอ?’

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 443 ความแข็งแกร่งของมหาวายร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว