เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 442 สุดยอดการต่อสู้

ตอนที่ 442 สุดยอดการต่อสู้

ตอนที่ 442 สุดยอดการต่อสู้


ตอนที่ 442 สุดยอดการต่อสู้

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ด้วยพลังวรยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ลู่โจวมีจึงไม่มียอดฝีมือผู้ที่ฝึกฝนตัวเองจนมีพลังวรยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์เอาจริงกับตัวเขา มีคำพูดที่เคยพูดในโลกยุทธภพเอาไว้ ‘ผู้ที่มีพลังต่ำกว่าขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นแค่พวกมดปลวกเท่านั้น’ ผู้ฝึกยุทธที่ไม่อาจฝึกฝนตัวเองไปถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้มักจะไม่ถูกให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะกรณีใด ตั้งแต่สมัยไหน ผู้ที่แข็งแกร่งมักจะดูถูกผ่อนที่อ่อนแอกว่าเสมอ ผู้ที่มีพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์ก็มักจะดูแคลนผู้ที่มีพลังขั้นมหาราชครู ผู้ที่มีพลังขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ก็มักที่จะดูแคลนผู้ที่มีพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวห้ากลีบก็มักที่จะดูแคลนผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวสี่กลีบ...มันเป็นเช่นนี้เสมอ

อย่างไรก็ตามในวันนี้ ทุกๆ คนที่อยู่ในศาลาปีศาจลอยและเหล่าสาวกของเจ็ดสำนักใหญ่ต่างก็ไม่กล้าดูถูกจีเทียนเด๋า ผู้ที่มีพลังพื้นฐานอยู่ในขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ยอดฝีมือหลายคนพยายามที่จะตรวจสอบพลังวรยุทธเพิ่มเติมของลู่โจว ทุกๆ คนต่างก็อยากจะรู้ว่าพลังวรยุทธของลู่โจวถดถอยไปหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็ไม่อาจจับพลังเพิ่มเติมอะไรได้

ในตอนนี้ลู่โจวมองไปที่ผู้ฝึกยุทธที่กำลังรุมล้อมเข้ามาอย่างไม่แยแส ดอกบัวสีฟ้าที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขามันเริ่มขยายใหญ่มากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นดอกบัวสีฟ้าก็เริ่มเบ่งบาน พลังของมันกำลังทะลักไปรอบตัวราวกับคลื่นยักษ์

เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังที่จะทำให้ทุกสรรพสิ่งเงียบงัน พลังที่มีไว้เพื่อรักษาและแสดงถึงสมาธิ พลังที่เป็นดั่งแสงและเงาที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งในสมาธิ

เมื่อดอกบัวสีฟ้าบานสะพรั่ง เหล่าผู้ฝึกยุทธที่แห่เข้ามาก็ถูกผลักกระเด็นกลับไป

เหล่าสาวกของศาลาปีศาจลอยฟ้าต่างก็เบิกตากว้างเมื่อได้เห็นเช่นนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะดูลู่โจวใช้วิชานี้อีกสักกี่ครั้ง ทุกคนก็จะรู้สึกเหมือนกับได้เปิดหูเปิดตา

ฮั๊ววู่เด๋า, ต้วนมู่เฉิง, จ้าวยู่ และหยวนเอ๋อเคยพบเห็นพลังเช่นนี้มากว่าหลายครั้งแล้ว พวกเขาเคยเห็นลู่โจวที่เก็บตัวฝึกฝนตัวเองในห้องลับใช้มันมาก่อน ในตอนนั้นทุกคนพยายามที่จะบุกเข้าไปเพื่อที่จะหยุดยั้ง สิ่งที่ทุกคนได้เห็นในตอนนั้นมันดูคล้ายกับตอนนี้ มีเพียงความแตกต่างเดียวเท่านั้น พลังและพื้นที่ที่พลังครอบคลุมมันยิ่งใหญ่แตกต่างจากเมื่อก่อน

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

เหล่าสาวกจากเจ็ดสำนักใหญ่ต่างก็กระเด็นกลับมา พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่กระอักเลือดออกมาจากป่า

พลังที่แผ่ขยายออกมาได้ซัดเข้าใส่รถม้าลอยฟ้าของสำนักทั้งเจ็ดเช่นกัน รถม้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้น

พลังของลู่โจวไม่ได้แบ่งแยกว่าใครจะเป็นมิตรหรือศัตรู เล้งลั่วที่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากที่สุดรู้ดี “ถอยเร็วเข้า!”

สาวกของศาลาปีศาจลอยฟ้าต่างก็ถอยกลับในทันที

“นี่มันวิชาอะไรกันแน่?” ฮั๊ววู่เด๋าพึมพำออกมา

“ข้าไม่รู้หรอก” เล้งลั่วตอบกลับ

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...” ซู่ฮ่องกงตอบกลับเช่นกัน “โอ๊ย...ศิษย์น้องเล็ก เจ้าหยิกข้าทำไมกัน?”

หยวนเอ๋อหยิกแก้มตัวเองก่อนที่จะพูดออกมา “นี่มันไม่ใช่ความฝันสินะ”

“...”

จนถึงตอนนี้ลู่โจวได้ใช้พลังวิเศษจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ไปหมดแล้ว ตัวเขาในตอนนี้ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบอย่างไม่หยุดยั้ง

การจัดการกับผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ 1 คนจะทำให้ลู่โจวได้รับแต้มบุญเพียง 10 แต้ม ตัวเขารู้สึกว่ารางวัลมันต่ำจนเกินไป

เหล่าสาวกจากสำนักใหญ่ทั้งเจ็ด มีถึง 70% ที่เป็นผู้ฝึกยุทธระดับล่าง มีเพียงผู้อาวุโสทั้นที่มีพลังขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ ผู้อาวุโสหลายคนได้ถูกพลังจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์จัดการไปด้วย

ลู่โจวยังคงลอยอยู่บนอากาศ ตัวเขาจ้องมองมายังพื้นเบื้องล่าง ลู่โจวได้แต่ส่ายหัว ตัวเขารู้สึกไม่พอใจกับพลังจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์เท่าไหร่ การใช้พลังในครั้งนี้จัดการกับศัตรูไปได้แค่ 30% เท่านั้น ไม่มีอะไรที่ลู่โจวสามารถทำได้อีก ท้ายที่สุดการโจมตีของลู่โจวใช้เพียงพลัง 10% ที่เหลือเท่านั้น ด้วยพลังจำนวนนั้นมันคงจะมากเกินไปที่จะจัดการกับผู้ฝึกยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ในจำนวนที่มากกว่านี้ และแน่นอนไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงยอดฝีมือเลย ไม่ว่าจะยังไงศัตรูที่มารวมตัวกันก็มีมากกว่าพลังของลู่โจวอยู่ดี การแสดงให้เห็นถึงพลังเป็นเพียงการแสดงพลังเท่านั้น ตราบใดที่ลู่โจวยังสามารถจัดการศัตรูโดยรอบได้ ตัวเขาก็ยังจะดูดีในสายตาคนอื่นอยู่

ในตอนนั้นเองผู้ฝึกยุทธที่รอดมาได้ก็ล่าถอยกลับไป

ผู้อาวุโสจากสำนักหยุนเองเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ล่าถอย พวกเขาเจ็บไปทั้งตัวเพราะต้องต่อสู้ในตั้งแต่แรกเริ่ม

ในขณะเดียวกันหนิงเหลียง เจ้าสำนักเฮ้งชู, เฟิงชิง เจ้าสำนักเจินชาง, เจียหยวนเจ้าสำนักดวงดาราทั้งเจ็ด, เมียวหยิน เจ้าอาวาสวิหารแห่งความโชคดีและเชาจินหาน ศิษย์คนแรกของสำนักต้วนหลิน พวกเขาทั้งหมดยังคงทรงตัวอยู่บนอากาศเอาไว้ได้ มือของพวกเขาทุกคนกดลงไปที่หน้าอกของตัวเองในขณะที่เหลือบมองลู่โจวด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ ชายชราคนนี้แข็งแกร่งเกินไป! พวกเขาทั้ง 5 ได้แต่กลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ ถ้าหากไม่ได้รับการปกป้องจากรถม้าลอยฟ้า พวกเขาทุกคนก็คงจะบาดเจ็บไปแล้ว

เฟิงชิงกลืนน้ำลาย ตัวเขาเหลือบมองไปที่ลู่โจวที่กำลังจ้องมองลงมา ในตอนนี้ตัวเขาไม่อาจบรรยายความรู้สึกให้ออกมาเป็นคำพูดได้ อันที่จริงเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าการโจมตีของลู่โจวจะสามารถสร้างความเสียหายได้มากขนาดนี้ เฟิงชิงรวบรวมความกล้าทั้งหมดในขณะที่สูดหายใจเข้าลึกๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมารักษาอาการบาดเจ็บ ตัวเขาพยายามที่จะปลุกขวัญและกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง “ใจเย็นเอาไว้...นั่นมันเป็นวิชาที่ใช้โจมตีเป็นวงกว้างเพียงเท่านั้น ตราบใดที่สำนักเซียนสวรรค์และสำนักเจินชางมีเครื่องรางอยู่ พวกเราเองก็ทำได้เช่นกัน!”

แม้ว่าผู้นำห้าสำนักใหญ่จะเอาตัวรอดมาได้โดยที่ไม่ใช่พลังอวตาร แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี ทุกคนแทบที่จะกระอักเลือดออกมา ในตอนนี้ทุกคนได้แต่พยายามเก็บอาการเอาไว้

เชาจินหานศิษย์คนแรกของสำนักต้วนหลินได้พูดออกมา “ผู้อาวุโสเฟิง ท่านคิดว่าพวกเราจะเอาชนะได้ไหม?”

เฟิงชิงเหลือบมองมายังเขาก่อนที่จะตอบกลับมา “เชื่อข้า ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ไม่มีทางอื่นอีก...ฝานลี่เทียนแข็งแกร่ง แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังถูกสำนักเจินชางของเราจัดการลงได้ นี่ถือว่าเป็นโอกาสแล้ว”

คนอื่นๆ ที่ได้ยินเช่นกันต่างก็สบตากัน ทุกๆ คนตัดสินใจที่จะใช้โอกาสนี้ยืนหยัดต่อสู้ต่อ

เมียวหยินเจ้าอาวาสวิหารแห่งความโชคดีได้พูดออกมา “ได้ยินกันแล้วสินะ...ใครกันที่ควรจะตกนรกหมกไหม้? เหล่าสาวกของข้าจงลุกขึ้นซะ!”

สาวกของเมียวหยินที่ยืนอยู่ได้ลอยขึ้นไปบนอากาศในทันที

เฟิงชิงยกมือขึ้นก่อนที่จะพูดออกมาชัดๆ “ฟังซะทุกคน! จีเทียนเด๋าคงจะอยู่ได้ไม่นานแน่ นี่คือการระเบิดพลังก่อนตายของเจ้านั่น พวกเราไม่มีอะไรจะต้องกลัว!”

สิ่งที่เฟิงชิงต้องการก็คือการทำให้แน่ใจว่าทุกคนจะประจำตำแหน่งเอาไว้ สิ่งที่เฟิงชิงได้พูดออกไปจะจริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญเลย

ลู่โจวลอยขึ้นไปบนอากาศ ตอนนี้ตัวเขาได้แต่นึกถึงสิ่งที่จะต้องทำต่อไป ‘ฉันเหลือการ์ดการโจมตีของเพชฌฆาตเพียงแค่ 2 ใบเท่านั้น...โชคยังดีที่ยังมีการ์ดระเบิดจุดสุดยอดจีเทียนเด๋าอีกใบ พวกยอดฝีมือระดับสูงที่ซ่อนตัวอยู่จะปรากฏตัวออกมาอีกไหม?’ ลู่โจวจำเป็นจะต้องเก็บไพ่ตายเอาไว้ ถ้าหากตัวเขาใช้การ์ดระเบิดจุดสุดยอดไปตั้งแต่แรก เหล่ายอดฝีมือทั้งหมดที่เห็นแบบนั้นจะต้องรีบถอยหนีแน่

สาวกจากสำนักใหญ่ทั้งเจ็ดรู้สึกงุนงงเมื่อได้เห็นจีเทียนเด๋าเหม่อลอยอยู่กลางอากาศ พวกเขาไม่รู้เลยว่าชายชราคนนี้กำลังคิดอะไรกันแน่

ในขณะนี้เหล่านักบวชของวิหารแห่งความโชคดีได้ประจำตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม่ชีกว่าหลายสิบคนเริ่มผสานฝ่ามือขึ้นมา ทุกคนเริ่มส่งเสียงดังขึ้น ดังขึ้น เสียงบทสวดเริ่มลอยไปทั่วสนามการต่อสู้

ลู่โจวส่ายหัว “เปล่าประโยชน์!”

วิชาทั้งหมดจะไร้ประโยชน์เมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันแข็งแกร่ง

ลู่โจวได้พลิกฝ่ามือของตัวเอง ในตอนนั้นการ์ดใบหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นในมือของเขา การ์ดใบนั้นก็คือการ์ดระเบิดจุดสุดยอดของจีเทียนเด๋านั่นเอง

ในตอนนั้นมีอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวอย่างฉับพลันที่มุมตะวันออกของป่าเชิงเขา ใครคนนั้นมาพร้อมกับฝ่ามือที่ถือเครื่องรางเอไว้ ชายคนนั้นได้พุ่งไปบนอากาศราวกับลูกศรที่ถูกยิง “จีเทียนเด๋า! เจ้ากล้าแตะต้องศิษย์ของข้าอย่างงั้นสินะ!”

เหล่าสาวกแห่งสำนักต้วนหลินต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ “ท่านปรมาจารย์!”

เฟิงชิงที่เห็นแบบนั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง “เยี่ยม ปรมาจารย์แห่งสำนักต้วนหลิน...ในที่สุดท่านก็เคลื่อนไหว!”

ใบหน้าของฉางยานแดงก่ำ ดวงตาของเขาก็เป็นสีแดงเช่นกัน ฉางยานใกล้ที่จะถึงขีดจำกัดอันยิ่งใหญ่เต็มที แต่ถึงแบบนั้นรูปลักษณ์ของเขากลับดูแปลกไป เห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์คนนี้ได้ดื่มยาเพิ่มพลังปีศาจมา ด้วยยาเพิ่มพลังปีศาจทำให้ฉางยานกลับไปมีพลังวรยุทธอยู่ที่จุดสูงสุดอีกครั้ง

ทุกคนเฝ้ามองฉางยานโจมตี ทุกคนที่เห็นแบบนั้นได้คาดการณ์เอาไว้ว่าลู่โจวคงจะต้องตายไม่ก็บาดเจ็บสาหัสแน่

ตู๊ม!

สาวกจากสำนักใหญ่ทั้งเจ็ดจ้องมองการต่อสู้อย่างมีความคาดหวัง

พรึ๊บ!

พลังลมปราณที่ก่อตัวเป็นรูปกรวยได้ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของฉางยาน ตัวเขากำลังบินตรงมาหาลู่โจวอย่างรวดเร็ว

ลู่โจวหยุดจ้องมองฉางยานชั่วครู่ หลังจากนั้นตัวเขาก็ส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา “ดีมาก” การ์ดระเบิดจุดสุดยอดในมือของเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ทันทีที่การ์ดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสว่างก็ได้พุ่งออกมาจากฝ่ามือของลู่โจว มันได้วนอยู่รอบตัวของเขา จุดตันเถียนที่เคยอ่อนแอบัดนี้กลับไปเปี่ยมด้วยพลังอีกครั้ง แม้แต่เส้นพลังลมปราณทั้งแปดเองก็ยังเต็มไปด้วยพลัง ลู่โจวรู้ดีว่าเหล่ายอดฝีมือจะไม่แสดงตัวออกมาอย่างประมาท แต่ในท้ายที่สุดลู่โจวก็ตัดสินใจที่จะใช้การ์ดระเบิดจุดสุดยอดเพื่อจัดการกับศัตรูทั้งหมด การปรากฏตัวของฉางยานถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่เป็นเรื่องน่ายินดี ด้วยพลังจุดสุดยอดของจีเทียนเด๋ามันจะต้องเหนือกว่าพลังของฉางยานแน่ “ถ้าหากเจ้าต้องการที่จะตาย ข้าก็จะเป็นผู้เติมเต็มความปรารถนานั้นให้เอง”

สีหน้าของลู่โจวยังคงนิ่งเฉยก่อนที่จะยกฝ่ามือขวาขึ้น ที่ฝ่ามือของเขาส่องแสงสีทองไปยังทิศที่ฉางยานกำลังพุ่งเข้ามา

ตู๊ม!

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 442 สุดยอดการต่อสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว