- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 99 - คืนนั้นที่เธอทำร้ายฉัน สิบแปดทะลวงอันยากจะลืมเลือน
บทที่ 99 - คืนนั้นที่เธอทำร้ายฉัน สิบแปดทะลวงอันยากจะลืมเลือน
บทที่ 99 - คืนนั้นที่เธอทำร้ายฉัน สิบแปดทะลวงอันยากจะลืมเลือน
บทที่ 99 - คืนนั้นที่เธอทำร้ายฉัน สิบแปดทะลวงอันยากจะลืมเลือน
ภายในหอหลอมวิญญาณ
หลังจากแยกย้ายกับหลินอู่ เฉินซีอินก็เดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องฝึกซ้อมหมายเลข 1 ปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย ปรับความเข้มข้นของพลังวิญญาณในห้องจนพอใจ จากนั้นก็เดินไปนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง สั่งการในใจ
"ทะลวงระดับ!"
【เลื่อนจากระดับทองแดงขั้นสมบูรณ์ ไปเป็นระดับเงินขั้นต้น ต้องใช้แต้มพลังพิเศษ 30000 แต้ม ยืนยันหรือไม่?】
"ยืนยัน!"
วินาทีต่อมา พลังวิญญาณในห้องฝึกซ้อมก็เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเฉินซีอินอย่างบ้าคลั่ง เข้าไปเสริมสร้างและปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
วังวนที่หมุนวนอยู่ตรงจุดตันเถียน ดูดกลืนพลังวิญญาณที่พุ่งทะลักเข้ามาจากภายนอก ก่อนจะบีบอัดพวกมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนค่อยๆ แปรสภาพกลายเป็นของเหลว
"ความเร็วในการทะลวงระดับนี่มัน รวดเร็วทันใจดีจริงๆ!"
ผ่านไปเพียงไม่นาน เฉินซีอินก็เป่าปากพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ลุกขึ้นยืนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขาสามารถอัดตัวเองในร่างระดับทองแดงปกติตายได้สบายๆ ถึงสิบคนเลยล่ะ
วินาทีต่อมา เขากระตุ้นวังวนพลังวิญญาณในร่างกายให้หมุนวนช้าๆ ค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น พลังวิญญาณก็เริ่มไหลทะลักออกมาจากร่างกาย ราวกับงูตัวน้อยที่ปราดเปรียว เลื้อยพันไปรอบแขนของเขา
เฉินซีอินสะบัดมือขวาเบาๆ สลายพลังวิญญาณทิ้งไป ก่อนจะขยับความคิด เร่งความเร็วการหมุนของวังวนในร่างกายให้เร็วขึ้น
พริบตาเดียว ชั้นเกราะพลังวิญญาณบางๆ ก็ปรากฏขึ้นคลุมร่างของเขาไว้ บนพื้นผิวเกราะมีลวดลายคลื่นเสียงไหลเวียนอยู่ราวกับสายน้ำ
หลังจากทดลองทำนู่นทำนี่อยู่พักหนึ่ง ตอนที่กำลังจะทดสอบความแข็งแกร่งของเกราะพลังวิญญาณ เฉินซีอินก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในห้องฝึกซ้อมไม่มีคู่ซ้อมให้ลองของเลย
แล้วภาพเหตุการณ์ที่เขากับหลินอู่โดนหวังเจียเสวี่ยซ้อมจนน่วมในช่วงที่ผ่านมา ก็ผุดขึ้นมาในหัว เขายิ้มกริ่มพึมพำกับตัวเอง:
"ได้เวลาล้างแค้นแล้วสินะ……"
.....
ย้อนกลับไปในคืนแรกที่โดนจับซ้อม
ภายในห้องฝึกซ้อมของตระกูลเฉินที่มีพื้นที่กว้างขวางนับร้อยตารางเมตร เสียงร้องโอดโอยดังก้องไปทั่ว
ขณะนี้ หลินอู่นอนหมอบกระแตอยู่บนพื้น สภาพโหมดกายาเทพอัสนีดับสลายไปเรียบร้อยแล้ว
หวังเจียเสวี่ยเอาเข่าซ้ายกดทับแขนซ้ายของหลินอู่ไว้ ส่วนเข่าขวากับหน้าแข้งก็กดทับแผ่นหลังของเขา จับเขากดลงกับพื้นแน่นจนขยับไม่ได้
ในขณะเดียวกัน มือขวาของเธอก็จับมือขวาของหลินอู่ บิดไพล่ไปทางด้านหลังซ้ายทำมุม 135 องศา
ท่านี้ทำเอาหลินอู่เจ็บจนน้ำตาร่วง!
"โอ๊ย! เจ็บ! เจ็บๆๆๆ! เจียเสวี่ย ปล่อยเถอะพี่!"
"หักแล้ว! แขนจะหักแล้ว!"
หลินอู่เอามืออีกข้างตบพื้นรัวๆ ปากก็ร้องขอความเมตตาจากหวังเจียเสวี่ยที่กำลังบิดแขนเขาอยู่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเจียเสวี่ยก็ยอมปล่อยมือ ลุกขึ้นยืนมองคนที่เคยทำตัวกร่าง มั่นหน้ามั่นโหนก เรียกตัวเองว่า 【ราชาแห่งการต่อสู้】 อย่างเรียบเฉย:
"ต่อให้ฉันไม่ใช้อาวุธ แต่อยู่ในระดับเดียวกัน ฉันก็สามารถอัดนายให้หมอบได้สบายๆ!"
"ประสบการณ์และทักษะการต่อสู้ของนาย มันก็แค่ระดับเด็กมัธยมตีกันเท่านั้นแหละ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินอู่ที่เคยได้ลิ้มรสความร้ายกาจของหวังเจียเสวี่ยมาแล้ว ก็รีบพยักหน้ารัวๆ "เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้วครับ ผมจะตั้งใจเรียนรู้ให้ดีที่สุดครับ!"
ก่อนหน้านี้ หลินอู่มักจะคิดมาตลอดว่า การต่อสู้ก็คือ
การพุ่งเข้าไปปล่อยหมัดซัดหน้าอีกฝ่ายให้หงายเงิบก็จบแล้ว
พวกทักษะลีลาแพรวพราวอะไรนั่น พอเจอพลังที่เหนือกว่าก็เป็นแค่ขยะทั้งนั้นแหละ!
แต่แล้วเขาก็ถูกหวังเจียเสวี่ยใช้พลังแค่ระดับทองแดงขั้นสมบูรณ์ สั่งสอนซะจนเสียหมา
ไม่ว่าเขาจะปล่อยหมัดไปทางไหน โจมตีใส่เธอทิศทางใด เธอก็สามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดายราวกับจับวาง
ยิ่งกว่าเปิดโกสต์สเตปวิ่งหลบสกิลรัวๆ จนมองตามไม่ทันซะอีก
และถ้าเขาเผยช่องโหว่แม้แต่นิดเดียว ก็จะต้องเจอกับการโจมตีสวนกลับแบบคอมโบไร้ความปรานีของเธอทันที
ต่อให้เขาจะเปิดโหมดกายาเทพอัสนี เพิ่มความเร็วในการตอบสนองและสมรรถภาพร่างกายขึ้นแล้ว ก็ยังทำอะไรเธอไม่ได้เลยสักนิด
ความคิดแล่นผ่าน หลินอู่ก็ปรายตามองเฉินซีอินที่เสื้อผ้ายังมีคราบเลือดติดอยู่ไม่ไกล ลอบถอนหายใจออกมา ส่งสายตาฟ้องเพื่อน
"เพื่อนเอ๋ย บอดี้การ์ดนายแม่งโหดเกิน ฝากไว้ก่อนเถอะ วันหลังค่อยมาเอาคืน……"
ในขณะเดียวกัน ย้อนกลับไปก่อนที่การต่อสู้ของทั้งสองคนจะเริ่มขึ้น
เฉินซีอินมักจะมั่นใจในตัวเองมาตลอดว่าเขาไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน
ส่วนการที่หวังเจียเสวี่ยลดระดับพลังของตัวเองลงมาอยู่ที่ระดับทองแดงขั้นสมบูรณ์เพื่อมาสู้กับเขานั้น มันคือการรนหาที่ตายชัดๆ
เพราะงั้นเขาเลยตั้งใจจะทำให้เธอได้เห็นความน่ากลัวของโปรแกรมโกง และโชว์ออฟสักหน่อย
และในระหว่างที่ปะทะกัน
เปิดฉากมาเฉินซีอินก็งัดเอาสกิลตัวโน้ตทะยานมิติ สาดตัวโน้ตไปทั่วห้องฝึกซ้อมเป็นรูปสามเหลี่ยม เพื่อปูทางให้ตัวเองอยู่ในจุดที่ได้เปรียบที่สุด
วินาทีต่อมา เขาก็ควงขลุ่ยซีเหยียนด้วยมือขวาอย่างมีมาด ก่อนจะยกขึ้นมาทาบที่ริมฝีปาก มองหวังเจียเสวี่ยแล้วยิ้มเยาะ:
"เจียเสวี่ย เดี๋ยวระวังตัวให้ดีนะ ถ้าสู้กันในระดับทองแดง ฉันไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ ถึงเธอจะอายุมากกว่าฉันสามปีก็เถอะ แต่ถ้าลดพลังลงมาเหลือระดับทองแดงล่ะก็ หึหึ...."
พูดจบ เฉินซีอินก็ไม่ต่อปากต่อคำอีก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเริ่มเป่าขลุ่ยซีเหยียน
พริบตาต่อมา คมมีดเสียงนับไม่ถ้วนก็พุ่งแหวกอากาศราวกับห่าฝนธนู กระหน่ำยิงเข้าใส่หวังเจียเสวี่ยอย่างไม่หยุดหย่อน
ในขณะเดียวกัน เฉินซีอินก็จ้องเขม็งไปที่การเคลื่อนไหวของหวังเจียเสวี่ย แผ่พลังจิตออกไปปกคลุมทั่วทั้งห้องฝึกซ้อม
พร้อมกับร่ายทักษะบทเพลงโซนาตาสง่างาม และคลื่นความถี่สั่นพ้องพึ่งพา ไปพร้อมๆ กัน!
อีกด้านหนึ่ง หวังเจียเสวี่ยก็แผ่พลังจิตออกไปเช่นกัน หูของเธอกระดิกเบาๆ สัมผัสทิศทางที่คมมีดเสียงพุ่งเข้ามา
จากนั้นเธอก็พลิกมือทั้งสองข้าง ปรากฏมีดสั้นแบบทหารสองเล่มขึ้นมา และในเวลานี้เอง พลังพิเศษสายเงาสีดำสนิทก็เริ่มลามเลียขึ้นมาบนร่าง หลอมรวมมีดสั้นทั้งสองเล่มเข้ากับมือของเธอจนเป็นเนื้อเดียวกัน
ก่อนที่ห่าฝนคมมีดเสียงจะพุ่งเข้าปะทะ หวังเจียเสวี่ยก็ย่อตัวลงต่ำ ถีบตัวพุ่งทะยานเข้าหาเฉินซีอินด้วยความเร็วสูง ระหว่างที่วิ่งฝ่าไป เธอก็แกว่งแขนทั้งสองข้าง ปัดป้องทำลายคมมีดเสียงที่พุ่งเข้ามาทีละอันๆ
พร้อมกันนั้น ในระหว่างที่บุกทะลวงไปข้างหน้า ทุกครั้งที่เธอตวัดอาวุธ เธอก็จะทิ้งกลุ่มก้อนเงาดำหย่อมเล็กๆ เอาไว้ตามพื้นด้วย
ส่วนเฉินซีอินมองดูหวังเจียเสวี่ยที่กำลังพุ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายิ่งเร่งจังหวะการเป่าขลุ่ย เพิ่มความถี่ในการยิงคมมีดเสียงให้ถี่ยิบขึ้นไปอีก
"เคร้ง เคร้ง เคร้ง! ปัง!"
เสียงมีดเงาปะทะกับคมมีดเสียงจนแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว
"หวังเจียเสวี่ยเป็นเซียนเกมจับจังหวะหรือไงวะเนี่ย? ปัดป้องได้เร็วปานวอกเลย!"
ขณะที่เฉินซีอินกำลังตะลึงอยู่นั้น
หวังเจียเสวี่ยก็เข้ามาประชิดตัวเขาในระยะสิบเมตรแล้ว
ตอนนั้นเอง มุมปากเฉินซีอินก็ยกขึ้น แววตาแฝงความสะใจ
ขอโทษทีนะ เจียเสวี่ย!
ฉันจะเริ่มเล่นว่าวกินลมแล้วนะ!
ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด เฉินซีอินก็ขยับความคิด ร่างของเขาหายวับไปจากที่เดิม โผล่ไปปรากฏตัวอยู่อีกฝั่งของห้องฝึกซ้อม ซึ่งมีตัวโน้ตลอยรออยู่ก่อนแล้ว
และในเสี้ยววินาทีนั้น ห่าฝนคมมีดเสียงก็ชะงักไปเล็กน้อยตามการเคลื่อนย้ายตำแหน่งของเขา
จากนั้นเฉินซีอินก็เริ่มเป่าขลุ่ยซีเหยียนอีกครั้ง จังหวะที่เขากำลังจะหันกลับไปเพื่อดูสีหน้าเหวอๆ ของหวังเจียเสวี่ยด้วยความภาคภูมิใจนั้นเอง
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูเขา
"นายน้อยรองคะ มองไปทางไหนอยู่คะ?!"
วินาทีที่เฉินซีอินหายตัวไปจากจุดเดิม หวังเจียเสวี่ยก็เปิดใช้งานทักษะสายเงา 【ตามติดดั่งเงา】 อาศัยการสังเกตอันเฉียบแหลม มุดเข้าไปในเงาของเฉินซีอินในจังหวะที่เขาใช้ 【ตัวโน้ตทะยานมิติ】 พุ่งกระโดดตามเขาไปติดๆ
【ตามติดดั่งเงา】 สามารถแฝงตัวเข้าไปซ่อนอยู่ในเงามืดได้
"???"
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเฉินซีอินได้ยินเสียงที่ดังขึ้นข้างหลัง แววตาก็ฉายแววฉงน เตรียมจะใช้ตัวโน้ตทะยานมิติอีกครั้งทันที
แต่ครั้งนี้ หวังเจียเสวี่ยชิงลงมือก่อน โดยใช้ทักษะสายเงา
"พันธนาการเงา"
【พันธนาการเงา】 ยิงพลังพิเศษสายเงาออกมาหลายสาย เพื่อควบคุมจำกัดการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ มีผลขัดจังหวะการใช้ทักษะด้วย
เพียงเห็นเส้นสายเงาสีดำสนิทคล้ายโซ่ตรวนหลายเส้น พุ่งพรวดออกมาจากร่างของหวังเจียเสวี่ย เข้าไปรัดพันแขนสองข้าง ลำตัว และขาสองข้างของเฉินซีอินในพริบตา เหมือนผ้าพันแผลที่รัดแน่น ดึงรั้งร่างของเขาให้กางออกอย่างรวดเร็ว ขัดจังหวะการเป่าขลุ่ยของเขาจนชะงักงัน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พลังพิเศษสายเงาก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเฉินซีอิน สกัดกั้นการไหลเวียนของพลังพิเศษสายเสียงของเขา และบังคับให้เขายืนกางแขนกางขาเป็นรูปตัวกางเขน
"เดี๋ยวก่อน! เจียเสวี่ย! เรามาเริ่มกันใหม่เถอะ!"
"เมื่อกี้ฉันประมาทไปหน่อย นี่ไม่ใช่พลังเต็มร้อยของฉันนะ!!"
"ขอเริ่มใหม่อีกรอบ........"
เมื่อรู้ตัวว่าถูกควบคุม เฉินซีอินก็พยายามใช้คำพูดหว่านล้อมหวังเจียเสวี่ย หวังจะให้เธอหยุดมือสักนิด พร้อมกับพยายามออกแรงดิ้นสุดฤทธิ์ หวังจะกระชากพันธนาการเงาให้ขาดกระจุยเพื่อสลัดตัวให้หลุด!
อีกด้านหนึ่ง หวังเจียเสวี่ยจ้องมองนายน้อยรองที่เห็นการต่อสู้เป็นเรื่องล้อเล่น แววตาของเธอก็ฉายแววอ่อนใจออกมาบางๆ
เมื่อเข้าสู่สภาวะพร้อมรบ เธอไม่ได้มองว่าเฉินซีอินเป็นนายน้อยรองที่ต้องคอยเอาใจอีกต่อไป
ถ้าไม่เจียระไน หยกก็ไม่เป็นรูปทรง!
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อบ้านจ้าวยังกำชับเป็นพิเศษให้เธอเคี่ยวกรำพวกเขาสองคนให้หนักๆ ด้วยนะ!
ด้วยจิตสำนึกและทักษะการต่อสู้แบบเด็กมัธยมปลายตีกันของพวกเขาเนี่ยนะ
ขืนไปเจอพวกนักรบเจนสนามเข้าจริงๆ มีหวังได้ตายแบบไม่รู้ตัวแหงๆ!
ความคิดแล่นผ่าน หวังเจียเสวี่ยก็ขยับริมฝีปากบางๆ มองเฉินซีอินด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย ส่ายหน้าแล้วพูดว่า:
"นายน้อยรองคะ วันนี้ฉันจะสอนบทเรียนแรกให้เองนะคะ~"
"เวลาสู้จริง ต้องใส่สุดตั้งแต่เริ่ม และหุบปากให้สนิทค่ะ!"
ทันทีที่พูดจบ สองมือของหวังเจียเสวี่ยก็แปรสภาพเป็นมีดเงาในพริบตา ปลดปล่อยกระบวนท่าลอบสังหารเงาสิบแปดทะลวง!!
"ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก!"
"ฉึก ฉึก ฉึก!"
มีดเงากระหน่ำแทงเข้าใส่ร่างของเฉินซีอินไม่ยั้ง
แต่หลีกเลี่ยงจุดตายสำคัญไปทั้งหมด!
ในวินาทีนั้น เฉินซีอินแอบคิดถึงตัวเลือกตอนแรกขึ้นมาตะหงิดๆ หรือบางทีเขาควรจะเลือก 【ทองแดงสุดแกร่ง】 กันแน่นะ?
และนี่ก็คือจุดจบในการต่อสู้ครั้งแรกของเขาที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับหวังเจียเสวี่ย ล้มกองลงไปนอนกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ส่วนหลินอู่ที่เห็นเหตุการณ์ ก็คำรามลั่น "แน่จริงก็อย่าใช้อาวุธสิ มาสู้กับฉันนี่!!!"
"ได้สิ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังเจียเสวี่ยก็หันไปมองหลินอู่ ยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้ารับ
จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์เหมือนตอนต้นเรื่องขึ้น
.....
ภาพความทรงจำค่อยๆ เลือนหายไป เฉินซีอินส่ายหน้า หยิบขลุ่ยซีเหยียนออกมาพิจารณา แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตอนนี้ขึ้นระดับเงินแล้ว ขลุ่ยซีเหยียนก็น่าจะวิวัฒนาการได้อีกครั้ง
ไม่รู้เหมือนกันว่าร่างต่อไปของมันจะเป็นอะไร?
หวังว่าจะเป็นเครื่องดนตรีเจ๋งๆ สักชิ้น จะได้เอาไปกู้หน้าคืนมาได้บ้าง!
ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด เฉินซีอินก็ล้วงเอาแร่หายากสารพัดชนิดออกมาจากแหวนมิติ แล้วเริ่มป้อนให้มันกิน
【1/100】
【50/100】
【99/100】
(จบแล้ว)