- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 79 - มาฟังคอนเสิร์ตของฉัน มาแล้วก็อย่าหวังจะได้กลับไป
บทที่ 79 - มาฟังคอนเสิร์ตของฉัน มาแล้วก็อย่าหวังจะได้กลับไป
บทที่ 79 - มาฟังคอนเสิร์ตของฉัน มาแล้วก็อย่าหวังจะได้กลับไป
บทที่ 79 - มาฟังคอนเสิร์ตของฉัน มาแล้วก็อย่าหวังจะได้กลับไป
"…มาร่วมโยกย้ายไปด้วยกัน~"
หลังจากเฉินซีอินบอกเล่าไอเดียเจ๋งๆ ของตัวเองจบ
หลินอู่ก็เกาหัวแกรกๆ รู้สึกทั้งเขินอายทั้งเป็นกังวล เอ่ยถามขึ้นว่า "เอาจริงดิ จะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ?
เอาวิชานั้นมาโชว์กลางแจ้งแบบนี้เลยเนี่ยนะ นี่มันเคล็ดวิชาลับของตระกูลนายเลยนะ พ่อแม่นายจะโอเคเหรอ?"
"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า...... ความจริงนี่ฉันเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเองแหละ…"
เฉินซีอินมองหลินอู่ พลางปดหน้าตายไปคำโต
ก็ของที่ระบบให้มา มันก็คือของๆ ฉัน ของๆ ฉันมันก็คือของๆ ฉันสิ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินอู่ก็กวาดสายตามองลงไปยังฝูงชนเบื้องล่าง ก่อนจะนึกถึงปัญหาใหม่ขึ้นมาได้ "แล้วถ้าทำแบบนี้ พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวจะไม่ยิ่งแห่กันมาลอบสังหารนายหนักกว่าเดิมเหรอ? นี่มันเคล็ดวิชาที่ช่วยยกระดับรากฐานของทั้งเผ่าพันธุ์เลยนะ!"
เฉินซีอินส่ายหน้ายิ้มๆ วินาทีนั้น เขาหวนนึกถึงครอบครัว นึกถึงพ่อแม่ พี่ชาย และผู้คนในความทรงจำวัยเด็ก รวมถึงเหล่าทหารกล้าที่กำลังพลีชีพต่อสู้ตามจุดต่างๆ ทั่วโลกและที่แนวหน้า น้ำเสียงของเขาจึงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและหนักแน่น:
"เรื่องแค่นี้จิ๊บจ้อยน่า มัวแต่ปิดบังซ่อนเร้นมันไม่ใช่สไตล์ฉันหรอก ยิ่งเปิดเผยให้ทุกคนได้เรียนรู้เร็วเท่าไหร่ รากฐานของเผ่าพันธุ์มนุษย์ต้าเซี่ยเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!"
"อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้โง่นะเฟ้ย! ถ้ายังไม่มีความสามารถปกป้องตัวเองได้มากพอ ฉันไม่เอาตัวไปเสี่ยงหรอก แถมในฐานะคุณชายรองตระกูลเฉิน ถ้าแค่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายแค่นี้ยังไม่มีความกล้า แล้ววันข้างหน้าฉันจะไปแบกรับตำแหน่งยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่ได้ยังไง จะเอาหน้าไปเผชิญกับพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวนับหมื่นเผ่าได้ยังไง?"
เมื่อฟังจบ หลินอู่ก็พยักหน้ารับ ไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่กำหมัดทั้งสองข้างแน่นอย่างเงียบๆ
"หง่าง หง่าง หง่าง~"
ตอนนั้นเอง เสียงระฆังจากหอนาฬิกาในจัตุรัสก็ดังกังวานขึ้น บอกเวลาเที่ยงตรง
เฉินซีอินหันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงชนอีกครั้ง พลังเสียงในร่างกายเริ่มโคจร พลังจิตพุ่งทะลักออกมาราวกับสายน้ำหลาก พุ่งตรงเข้าใส่อุปกรณ์รูปปากแตรเบื้องหน้า
"อะแฮ่ม! ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบครับ!"
ชั่วพริบตานั้น เสียงก็ถูกขยายผ่านลำโพงพลังวิญญาณ ดังกึกก้องไปทั่วทั้งจัตุรัสวัฒนธรรมโซน C
ฝูงชนที่กำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวจอแจค่อยๆ เงียบเสียงลง
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เฉินซีอิน ซึ่งถูกห้อมล้อมคุ้มกันโดยหน่วยที่แปด
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็ประกาศกร้าว "ทุกท่าน! ผมขอพูดอะไรสั้นๆ สักสองประโยค......"
วินาทีต่อมา หลังจากเฉินซีอินประกาศเปิดตัวบทเพลง 【ดวงตะวันยามรุ่งอรุณ】 ต่อหน้าสาธารณชน
บรรยากาศในจัตุรัสก็ร้อนระอุขึ้นมาทันที ฝูงชนเดือดพล่านประหนึ่งน้ำมันเดือดที่โดนโยนหมูสามชั้นลงไป
"เป็นไปได้ยังไง! วิเศษขนาดนี้เลยเหรอ? แค่ฟังเพลงประกอบกับทำท่าทางเซตหนึ่ง ก็อยู่ได้ยาวๆ ไปทั้งวันเลยเนี่ยนะ??"
"ใช่ๆ! ไม่อยากจะเชื่อเลย! นี่มันช่วยเสริมสร้างทั้งร่างกายและจิตใจ แถมยังเร่งความเร็วในการฝึกฝนกับการดูดซับฤทธิ์ยาได้ด้วยเหรอ?"
"พระเจ้าช่วย ถ้ามีเพลงแบบนี้จริงๆ พวกผู้ใช้พลังพิเศษระดับล่างอย่างพวกเรา ก็จะเติบโตได้เร็วขึ้นเป็นกองเลยสิ!"
"เยี่ยมไปเลย ขอให้เป็นเรื่องจริงเถอะ! ลูกฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้า จะได้ทำคะแนนได้สูงๆ!"
"ถึงจะเป็นเรื่องจริงแล้วมันจะยังไงล่ะ? แกมีปัญญาซื้อโอสถกินเหรอ? มีปัญญาซื้อของเหลวพลังวิญญาณดื่มเหรอ? ของพวกนี้มันใช่สิ่งที่คนธรรมดาอย่างพวกเราจะเอื้อมถึงที่ไหนกัน!"
สิ้นคำพูด ชายร่างผอมแห้งคนหนึ่งก็ถึงกับจุกจนเถียงไม่ออก หันไปมองค้อนใส่ชายร่างท้วมที่พูดจาแทงใจดำเมื่อครู่
นั่นสิ!
ต่อให้เป็นเรื่องจริง แล้วมันจะยังไงล่ะ?!
ฉันมันก็แค่คนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกง!
ลูกฉันจะเอาอะไรไปสู้กับพวกลูกหลานตระกูลเศรษฐีได้ล่ะ!
พวกเขาทั้งกินทรัพยากรดีๆ ใช้สุดยอดเคล็ดวิชาฝึกฝน!
ถึงแม้บรรพบุรุษของพวกเขาจะไต่เต้ามาจากคนธรรมดา ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทีละก้าว ยอมเสียสละชีวิตผู้คนมากมายเพื่อต่อกรกับเผ่าพันธุ์ต่างดาวก็เถอะ
สิ่งที่พวกเขาได้รับในวันนี้ มันก็ถือเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับแหละ
แต่ในใจลึกๆ ฉันก็ยังรู้สึกไม่ยอมแพ้อยู่ดี!
ฉันทนใช้ชีวิตธรรมดาๆ มาทั้งชีวิตแล้ว!
ฉันไม่อยากให้ลูกฉันต้องมีชีวิตที่แสนธรรมดาเหมือนฉันอีก!
ถ้ามันเป็นเรื่องจริง!
ต่อให้ต้องขายบ้านขายช่อง ทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้ง ฉันก็จะส่งเสียให้ลูกได้เรียนรู้เคล็ดวิชานี้ให้ได้!
เผื่อว่าลูกฉันจะโชคดีกลายพันธุ์ได้เหมือนหลินอู่บ้าง
ถึงจะไม่ได้ระดับ SSS แต่แค่ได้ระดับ B ฉันก็นอนตายตาหลับแล้ว!
เมื่อคิดได้เช่นนี้
ผู้ชายคนนั้นก็กำหมัดแน่น ตะโกนสวนชายร่างท้วมกลับไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"มึงมันกระจอก ไม่คิดจะพยายามเอง แล้วจะมาโทษปี่โทษกลองทำไมวะ!"
"ไม่มีทรัพยากร มึงก็หาทางดิ้นรนไปหามาสิวะ! ถ้าให้สิ่งที่ดีที่สุดไม่ได้! ก็ให้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ปัญญาจะมีสิวะ!"
"อย่ามัวแต่หาข้ออ้างห่วยๆ!"
คนที่โดนด่าหันมาปรายตามองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม
"หึๆ ก็แค่หมาเห่าใบตองแห้งแหละว้า จะเป็นมังกรหรือเป็นหงส์ สวรรค์เขาลิขิตไว้หมดแล้ว ปลาเค็มตัวจ้อยอย่างแก ยังฝันอยากจะพลิกตัวอีกเหรอ?"
ผู้ชายคนนั้นไม่ต่อปากต่อคำ หันหน้าหนีมองลงพื้น ลอบอธิษฐานในใจ
"คุณชายเฉิน หวังว่าสิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริงนะ!
"แล้วก็หลินอู่ ฉันขอให้ลูกของฉันได้กลายพันธุ์เหมือนนายบ้างเถอะ จะได้มีเพื่อนแท้อย่างคุณชายเฉิน จะได้มีอนาคตที่สดใสรออยู่เบื้องหน้า!"
และในตอนนั้นเอง เสียงดนตรีสุดแสนจะแปลกประหลาดก็ดังกังวานขึ้น
"ตึ๊ด ตึ๊ด ตึ๊ด ตึ๊ด ตึ๊ด ตึ๊ด~"
ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเวที เห็นเฉินซีอินยืนอยู่ตรงกลาง ยกมือทั้งสองข้างขึ้น นิ้วมือทั้งห้าพลิ้วไหวไปมา ท่วงทำนองที่จับต้องได้ลอยล่องออกมาจากปลายนิ้ว ไหลรินเข้าไปในอุปกรณ์รูปปากแตรประหนึ่งสายน้ำ
วินาทีต่อมา ลำโพงพลังวิญญาณก็เปล่งเสียงดังกึกก้อง แผ่ซ่านไปทั่วทั้งจัตุรัส ส่งตรงถึงโสตประสาทของผู้ร่วมงานทุกคนในชั่วพริบตา
ในขณะเดียวกัน เฉินซีอินก็ตัดสินใจจะเป็นคนให้จังหวะด้วยตัวเอง
จะอายหน้าแตกก็ปล่อยมันไป!
โชว์เปิดตัวครั้งแรกของ 'ดวงตะวันยามรุ่งอรุณ' สู่สายตาสาธารณชนทั้งที
ในฐานะผู้คิดริเริ่ม จะยอมยกเวทีนี้ให้คนอื่นได้ยังไง!
ไว้คราวหลังสร้างโน้ตเพลงออกมาเสร็จ ค่อยหาเสียงผู้ชายทุ้มๆ นุ่มๆ มาบันทึกทับลงไปทีหลังก็แล้วกัน
ความคิดแล่นผ่าน เฉินซีอินก็หันไปสั่งหลินอู่ "ไอ้หมาอู่ ลุยเลย เรื่องเต้นยกให้นายนะ!"
หลินอู่พยักหน้ารับคำ เดินก้าวออกมาข้างหน้าเวที ประจันหน้ากับฝูงชน
วินาทีถัดมา กล้องบนเวทีก็ซูมเข้าไปใกล้ ภาพของหลินอู่ปรากฏหราอยู่บนจอยักษ์เหนือเวที และจอมอนิเตอร์รอบๆ แผงกั้นด้านล่าง
ผู้ชมด้านล่างต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความสงสัย ล้วงโทรศัพท์หรือเปิดฟังก์ชันวิดีโอในห่วงวิญญาณ ถ่ายจ่อไปที่เวที
"เตรียมตัว~ เริ่ม......."
พร้อมกับจังหวะ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า......
หลินอู่บนเวทีก็เริ่มออกลีลาทำท่าทางต่างๆ ทั้งแกว่งแขน เตะขา ย่อเข่า ยกเข่าสูง กระโดด…
ผู้ชมที่ดูหลินอู่แสดงอยู่ด้านล่างถึงกับอ้าปากค้าง วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
"เวรเอ๊ย! เคล็ดวิชาลับนี่มันของจริงดิ! ให้ฉันไปทำท่าบ้าๆ บอๆ ท่ามกลางสายตาประชาชีแบบนี้ โคตรจะน่าอายเลย!"
"ใช่ๆ ขนลุกเกรียวไปหมดแล้วเนี่ย!"
"นายจะเต้นไหม? ฉันล่ะคนนึงที่ไม่เอาด้วยแน่ๆ ให้ตายก็ไม่ทำ!"
"แน่นอน! ฉันก็ไม่ทำเหมือนกัน!"
"เดี๋ยวนะ...... นายบอกว่าจะไม่ทำไม่ใช่เหรอ? แล้วมือนายกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?"
ท่ามกลางฝูงชน
คนส่วนใหญ่ยังคงมีท่าทีลังเลและเคลือบแคลงใจ จับกลุ่มซุบซิบนินทากับคนข้างๆ ไม่หยุด
มีเพียงเด็กหนุ่มเด็กสาวระดับเหล็กดำไม่กี่คน ที่หันมามองหน้ากัน ก่อนจะเริ่มขยับตัวทำตาม
พวกเขาคือนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหวินโจว เพื่อนร่วมโรงเรียน เพื่อนร่วมชั้นของเฉินซีอินและหลินอู่ พวกเขาทำไปพลาง คุยกันไปพลาง
"ไม่คิดเลยนะว่าเฉินซีอินจะเป็นถึงคุณชายรองตระกูลเฉินระดับท็อป!"
"นั่นสิ แล้วตอนนั้นทำไมเขาถึงยอมลดตัวไปตามจีบซือลวี่ช่าขนาดนั้นล่ะ หรือว่าจะมีรสนิยมแปลกๆ?!"
"เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ได้ข่าวว่าช่วงนี้มีพวกหวังดีประสงค์ร้ายกะจะเอาเรื่องนี้มาแบล็กเมล์ตระกูลเฉิน โดนจับยัดเข้าซังเตไปหมดแล้ว แถมยังหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยอีกด้วย"
"เอ่อ…… น่ากลัวจัง พอๆ ไม่พูดแล้ว ว่าแต่เคล็ดวิชาลับของตระกูลเฉินนี่มันของจริงหรือของปลอมเนี่ย?"
"ช่างมันเถอะน่า! ไม่เห็นหรือไงว่าหลินอู่ยังทำเลย! คนอย่างหมอนั่นยอมทำตาม ก็แปลว่าต้องเป็นของดีแน่ๆ เลิกบ่นแล้วรีบๆ ทำตามซะ!"
"อืมๆๆ โอเคๆ!"
ไม่กี่นาทีผ่านไป
การทำท่าทางประกอบเพลงก็จบลง
เฉินซีอินมองลงไปด้านล่าง เห็นแค่คนหยิบมือที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจทำตามหลินอู่ไปหนึ่งรอบ
ส่วนคนอื่นๆ ได้แต่ยืนบื้อใบ้เป็นสากกะเบือ ตอนที่เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง
"ของจริง! นี่มันของจริง! ฉันรู้สึกว่าร่างกายกับจิตวิญญาณมันแข็งแกร่งขึ้นเลยแฮะ ดูสิ กล้ามเนื้อไบเซปส์ของฉันมันใหญ่ขึ้นมานิดนึงแล้วเห็นไหม!"
เด็กหนุ่มระดับเหล็กดำคนหนึ่งกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ หันไปตะโกนบอกเด็กสาวข้างๆ ดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
ตอนนั้นเอง ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หันมาถามเขาว่า "ไอ้หนุ่ม เอ็งเป็นหน้าม้าหรือเปล่าวะเนี่ย??"
เด็กหนุ่มหันไปมองค้อน ขู่ฟ่อว่า "หน้าม้าพ่องสิ กูเป็นผู้ใช้พลังพิเศษที่เพิ่งปลุกพลังปีนี้แบบใสสะอาดเว้ย ขืนมึงปากหมาอีกคำ กูจะยิง 'แสงทมิฬ' อัดหน้ามึงให้ดู!"
เมื่อได้ยินชื่อ 'แสงทมิฬ' ผู้ชายคนนั้นก็หดคอวูบ ไม่กล้าหืออีก เพราะรู้ดีว่าพลังพิเศษนี้มันร้ายกาจแค่ไหน
ในเวลาเดียวกัน ตามจุดต่างๆ ก็มีเด็กหนุ่มเด็กสาวที่ตอนแรกลองทำตามด้วยความสงสัย
ผลปรากฏว่า มันคือของจริงทั้งหมด!
สิ่งที่เฉินซีอินพูดมามันคือเรื่องจริง!
พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังพิเศษที่พลุ่งพล่านในร่างกาย ดูดซับพลังวิญญาณรอบตัวได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมร่างกายกับจิตวิญญาณก็ยังแข็งแกร่งขึ้นมานิดหน่อยจริงๆ พวกเขาต่างพากันส่งเสียงฮือฮากระหึ่ม
พวกคนที่อยู่ระดับหนึ่ง ระดับสอง พอเห็นแบบนั้น
จากที่ตอนแรกทำเป็นเมินเฉย ตอนนี้กลับเริ่มอยากจะลิ้มลองความรู้สึกสุดวิเศษแบบนี้บ้าง ต่างพากันหันไปมองเฉินซีอินบนเวที แล้วตะโกนเรียกร้องอย่างบ้าคลั่ง
"คุณชายเฉิน ขออีกรอบครับ!"
"เอาอีกรอบ! ขออีกรอบ!"
เสียงเรียกร้องดังกึกก้องราวกับฝนตกปรอยๆ ที่แปรเปลี่ยนเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ดังก้องไปทั่วทั้งจัตุรัส
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็ยิ้มกว้าง มองลงไปยังฝูงชนเบื้องล่าง โดยเฉพาะพวกเด็กหนุ่มเด็กสาวที่ลองทำตามไปในรอบแรก อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
"ต้นกล้าแห่งต้าเซี่ยเจเนอเรชันใหม่นี่แหละ ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ!"
ความคิดแล่นผ่าน เฉินซีอินก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นทำท่ากดลง เป็นสัญญาณให้ฝูงชนที่กำลังส่งเสียงดังอึกทึกเงียบเสียงลง ก่อนจะประกาศกร้าว "งั้นก็จัดไปอีกรอบ!"
พูดจบ เขาก็หันไปพยักหน้าให้หลินอู่
และในตอนนั้นเอง หลินอู่ก็หันมาสบตาพอดี เมื่อเห็นสายตาของเฉินซีอิน เขาก็พยักหน้ารับอย่างเงียบๆ เป็นอันรู้กัน ก่อนจะเริ่มออกลีลาอีกครั้ง
วินาทีต่อมา
ในขณะที่ฝูงชนกำลังแห่ทำท่าบริหารร่างกายกันอย่างบ้าคลั่ง
ผู้ชายหลายคนที่ยืนอยู่ทางโซนทิศตะวันออก ตำแหน่ง 'เจิ้น' หันมาสบตากัน ส่งซิกสื่อสารกันอย่างเงียบๆ
จากนั้นชายคนหนึ่งก็ค่อยๆ ถอยร่นไปด้านหลัง ปลีกตัวออกจากจัตุรัส เดินไปจนถึงทางเข้า แต่พอกำลังจะเลี้ยวหัวมุมเพื่อสับตีนแตกหนี
จู่ๆ คลื่นพลังกดดันอันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่ พร้อมกับเงาร่างหลายสายปรากฏขึ้นขวางหน้า สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "พี่ชาย จะรีบไปไหนล่ะ นายน้อยรองของพวกเราอุตส่าห์เชิญมาฟังคอนเสิร์ตทั้งที จะหนีกลับไปดื้อๆ แบบนี้ มันไม่ค่อยจะงามเท่าไหร่นะ~"
ชายคนนั้นเห็นเสื้อคลุมของตระกูลเฉินที่พวกนั้นสวมใส่ รูม่านตาก็หดวูบ หดคอด้วยความหวาดกลัว ตอบเสียงสั่นเครือ "ปะ..... ไป..... เข้าห้องน้ำครับ!"
หนึ่งในนั้นลูบจมูกตัวเอง หัวเราะหึๆ "อ้อ จะไปเข้าห้องน้ำนี่เอง~ แต่พี่ชายเดินผิดทางแล้วนะ ห้องน้ำมันอยู่ทางโน้นต่างหาก!"
พูดจบ เขาก็ชี้นิ้วไปอีกทิศทางหนึ่ง
"ขะ.... ขอบคุณครับ.... ผมจำผิดทางเอง"
ชายคนนั้นพยายามปั้นหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด รีบพยักหน้าขอบคุณ แล้วก็หมุนตัวก้าวฉับๆ ไม่คิดจะอยู่รั้งรอแม้แต่วินาทีเดียว
แต่ทว่าเพิ่งจะเดินไปได้แค่สองก้าว เสียงเยาะเย้ยก็ดังก้องขึ้นที่ข้างหู
"อุตส่าห์มาฟังคอนเสิร์ตของนายน้อยรองทั้งที ห้องนงห้องน้ำก็ไม่ต้องไปเข้ามันหรอก....... ไว้ปีหน้าค่อยให้คนในตระกูลเซ่นไหว้ส่งไปให้ก็แล้วกัน!"
สิ้นคำพูด ชายคนนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง จังหวะที่กำลังจะหันกลับมาแปลงกายเพื่อต่อสู้ ประกายแสงเย็นเยียบจากอาวุธนานาชนิดก็พุ่งวาบผ่านเข้ามาในคลองจักษุ
"ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!"
(จบแล้ว)