- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 78 - คอนเสิร์ตที่กำลังจะเริ่มขึ้น ผู้ชายคนนั้น....
บทที่ 78 - คอนเสิร์ตที่กำลังจะเริ่มขึ้น ผู้ชายคนนั้น....
บทที่ 78 - คอนเสิร์ตที่กำลังจะเริ่มขึ้น ผู้ชายคนนั้น....
บทที่ 78 - คอนเสิร์ตที่กำลังจะเริ่มขึ้น ผู้ชายคนนั้น....
แปดโมงเช้าของวันต่อมา
หลังจากเฉินซีอินตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว และทานมื้อเช้าเสร็จ เขาก็เดินมาที่ประตูบ้าน หันกลับไปมองหลินอู่ที่เดินตามมา แล้วเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม:
"ไอ้หมาอู่ นายไม่ต้องไปหรอก วันนี้มันอันตรายนะเว้ย!"
"ไม่เป็นไรน่า มีอย่างที่ไหนปล่อยให้เพื่อนไปเผชิญอันตรายคนเดียวกัน"
หลินอู่ส่ายหน้า ก่อนจะใช้ความคิด "ฉันจะอยู่ข้างๆ นายเอง บางทีที่ๆ อันตรายที่สุดอาจจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็ได้ มีแก๊งบอดี้การ์ดวีไอพีของนายคอยคุ้มกัน ฉันว่ามันอุ่นใจกว่านอนจับเจ่าอยู่ในบ้านคนเดียวซะอีก!
อีกอย่าง ฉันก็อยากจะเห็นด้วยตาตัวเองเหมือนกันว่าผู้ใช้พลังพิเศษระดับสูงเขาต่อสู้กันยังไง!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินซีอินก็รู้สึกว่ามันมีเหตุผลเหมือนกัน จึงพยักหน้าตกลงโดยไม่คัดค้านอะไร ภายในใจแอบคาดหวังอยู่ลึกๆ
เขาเองก็อยากจะเห็นเสน่ห์ของการต่อสู้ของสายพลังอื่นๆ ในโลกใบนี้เหมือนกัน!
"งั้นก็ไปกันเถอะ!"
สิ้นคำพูด เฉินซีอินก็มองออกไปนอกประตู เห็นรถจอดรออยู่ก่อนแล้ว และมีจ้าวหานอวิ๋นยืนรออยู่ข้างๆ
จากนั้นทั้งสองก็รีบขึ้นรถ รถพลังวิญญาณสตาร์ตเครื่อง มุ่งหน้าตรงไปยังจัตุรัสวัฒนธรรมโซน C
หลายสิบนาทีต่อมา
รถพลังวิญญาณจอดสนิทที่ลานจอดรถแห่งหนึ่ง ทั้งสามคนเดินลงมาจากรถ
จ้าวหานอวิ๋นหันกลับมามองเด็กหนุ่มทั้งสอง แล้วเอ่ยถาม "พวกเธอสองคนจะใส่หน้ากากไหม?"
เฉินซีอินส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอกครับ! มีลุงจ้าวอยู่ข้างๆ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ้อยมาก"
เมื่อได้รับคำชมไปหนึ่งดอก จ้าวหานอวิ๋นก็หัวเราะร่วน "งั้นก็ได้ พวกเธอล่วงหน้าไปก่อนเลย เดี๋ยวลุงจะไปซ่อนตัวก่อน"
ทันทีที่พูดจบ จ้าวหานอวิ๋นก็หรี่ตาลง คลื่นพลังจิตแผ่กระจายออกไป จากนั้นเขาก็กวักมือเรียกใครบางคนจากอีกฝั่งของลานจอดรถ
วินาทีต่อมา
กลุ่มคน 5 คนก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาจากที่ไกลๆ
เฉินซีอินมองดูคนทั้ง 5 ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยชาย 3 หญิง 2 แต่ละคนสวมชุดรบแบบมีขอบลูกไม้สีสันแตกต่างกันไป อาวุธในมือก็มีทั้งกระบี่ ดาบ มีดสั้น และเคียว ส่วนคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มกลับเดินมามือเปล่า
ไม่นานนัก คนทั้ง 5 ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าทั้งสามคน จ้าวหานอวิ๋นจึงเริ่มแนะนำ "นี่คือทีมล่าสังหารเผ่าพันธุ์ต่างดาวของตระกูลเรา 'หน่วยที่แปด' ระดับห้า ความปลอดภัยของพวกเธอในระหว่างนี้จะอยู่ในความดูแลของพวกเขา"
"พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือระดับห้าขั้นแพลตตินัมทั้งนั้น!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินซีอินก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามด้วยความสงสัยว่า "หน่วยที่แปด ระดับห้า งั้นก็แสดงว่ายังมีหน่วยที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า...... ด้วยใช่ไหมครับ?"
"หรือว่าระดับสี่ ระดับหก ระดับเจ็ด คืออะไรกันแน่ครับ ลุงจ้าว?"
"ก็มีแหละ เอาไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลังแล้วกัน หน่วยอื่นๆ กระจายกำลังไปทำภารกิจของตัวเองตามจุดต่างๆ แล้ว"
พูดจบ จ้าวหานอวิ๋นก็ตบไหล่เด็กหนุ่มทั้งสอง หัวเราะเบาๆ "เอาล่ะ พวกเธอไปเถอะ ถือซะว่าเป็นการบอกลาเมืองเหวินโจวแห่งนี้ก็แล้วกัน ถึงยังไงที่นี่ก็เป็นที่ๆ พวกเธออาศัยอยู่มาตั้งห้าปีเลยนะ"
พอได้ยินประโยคนั้น เฉินซีอินก็ถึงกับทำหน้าไม่ถูก ฝืนยิ้มแห้งๆ "เอ่อ..... ก็ได้ครับ.... เข้าใจแล้วครับ!"
ห้าปีเหรอ?
รู้ไหมว่าห้าปีที่ผ่านมาเขาต้องใช้ชีวิตมายังไง?
โชคดีนะที่มีหลินอู่อยู่ด้วย
จริงสิ?!
ฉันก็น่าจะดังเป็นพลุแตกแล้วนี่นา
แล้วทำไมยัยแม่มดน้อยกับไอ้ทึ่มถึงยังไม่มาหาฉันอีก?
หรือว่ายังโกรธฉันอยู่?
ความคิดแล่นผ่าน เฉินซีอินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้มัวแต่บ้าฝึกซ้อม จนไม่ได้แตะโทรศัพท์เลย วินาทีต่อมา เขาก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูแอปวายปั๋ว (Weibo) กับข้อความต่างๆ
【เฉินซีอิน】
【วันเริ่มต้นการบรรเลง คือวันแห่งการหวนคืนของซีอิน!】
ผู้ติดตาม: 140 ล้านคน
ในช่องคอมเมนต์ใต้โพสต์ปักหมุดโพสต์แรกสุด ไม่มีวี่แววของเพื่อนๆ ในวัยเด็กเลย
ขณะเดียวกัน ในช่องแชตและคำขอเป็นเพื่อนก็ไม่มีชื่อของพวกเขาโผล่มาให้เห็นเช่นกัน
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็ส่ายหน้าด้วยความงุนงง
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
หรือว่าเมืองใหญ่อย่างเมืองหลวงมังกรเครือข่ายวิญญาณจะล่ม ข่าวสารเลยไปไม่ถึง?
หรือว่าพวกเขากำลังเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่เหมือนกัน?
ช่างเถอะ ไว้รอจัดการเรื่องทางนี้เสร็จ ค่อยกลับไปดูที่เมืองหลวงมังกรเอาเองก็แล้วกัน
เมื่อปัดเป่าความสงสัยทิ้งไป เฉินซีอินก็กวาดตามองกลุ่มคนที่กำลังรอรับคำสั่ง จากนั้นก็โบกมือเป็นสัญญาณให้ออกเดินทาง
วินาทีต่อมา เขาก็ก้าวเท้าเดินออกจากลานจอดรถ มุ่งหน้าไปยังจัตุรัสวัฒนธรรมโซน C ระหว่างเดินก็ปลดขลุ่ยซีเหยียนออกมาห้อยไว้ที่เอว ส่วนเสื้อผ้าก็ยังคงเป็นชุดคลุมลายเมฆาสีขาวขลิบทองตัวเก่งตัวเดิม
อีกด้านหนึ่ง หลินอู่และหน่วยที่แปดก็เดินตามหลังเขาไปติดๆ
และในตอนที่พวกเขาเกือบจะเดินพ้นเขตลานจอดรถนั้นเอง
จ้าวหานอวิ๋นที่ยืนอยู่ที่เดิมก็เอ่ยกับความว่างเปล่าว่า "เจียเสวี่ย ปราการด่านสุดท้ายของนายน้อยรอง ฝากด้วยนะ"
สิ้นคำพูด ที่ข้างรถคันหนึ่งในลานจอดรถใต้ดิน ก็มีเงาดำสายหนึ่งโผล่พ้นพื้นดินขึ้นมาครึ่งท่อน พยักหน้าตอบรับเขา ก่อนจะเลือนหายไปจากจุดนั้น มุ่งหน้าสะกดรอยตามไป
ในขณะเดียวกัน ขณะที่กลุ่มคนกำลังเดินไปเรื่อยๆ หัวหน้าหน่วยที่แปดที่เดินมือเปล่าก็ชะงักเท้าเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่เงาของเฉินซีอิน แววตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง
จากนั้นเขาก็พยักหน้าทักทายเงาของเฉินซีอินเบาๆ โดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด แล้วเดินตามขบวนต่อไป
..........
ระหว่างทางไปจัตุรัสโซน C
"หน่วยที่แปด ฉันยังไม่รู้ชื่อพวกนายเลยนะ?"
เสียงผู้ชาย: "นายน้อยรองเรียกผมว่า ผนึกมาร ก็ได้ครับ!"
เสียงผู้ชาย: "นามแฝง: กระบี่อสนี!"
เสียงผู้หญิง: "มีดสั้นพิษ!"
เสียงผู้ชาย: "ดาบผีเสื้อ!"
เสียงผู้หญิง: "เคียวแดง!"
หลินอู่: "ฉันคือเทพอัสนี!"
เฉินซีอิน: "???"
...............
จัตุรัสวัฒนธรรมโซน C
จัตุรัสแห่งนี้มีความยาวจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกหลายหมื่นเมตร รูปทรงโดยรวมเป็นรูปห้าเหลี่ยม เวทีกลางถูกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
ทางเดินทั้งสี่ทิศรอบๆ เวทีถูกกั้นด้วยแผงกั้นเหล็กสั่งทำพิเศษ ด้านในของแผงกั้นแต่ละจุดมีการติดตั้งหน้าจอมอนิเตอร์เอาไว้
ขณะนี้ พื้นที่บริเวณใกล้แผงกั้นถูกจับจองไปด้วยฝูงชนจนแน่นขนัด
พวกเขาคือประชาชนชาวต้าเซี่ยที่ทราบข่าวและซื้อตั๋วมาจับจองพื้นที่แต่เนิ่นๆ มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง คนแก่ และเด็ก
ไม่นานนัก เมื่อเฉินซีอินและคณะเดินทางมาถึง ฝูงชนในจัตุรัสก็ส่งเสียงโห่ร้องต้อนรับอย่างบ้าคลั่งทันที
"มาแล้วๆ เฉินซีอินมาแล้ว พระเจ้าช่วย ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณชายรองตระกูลเฉินจะมาโผล่ที่เมืองเหวินโจวของเราจริงๆ" บางคนตะโกนด้วยความตื่นเต้น
"ใช่ๆๆ! หน้าบานเป็นกระด้งเลย เมืองเหวินโจวของเราเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่มีคนติดอันดับหนึ่งกับอันดับสองในบอร์ดดาวรุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัย!" อีกคนพูดด้วยความภาคภูมิใจ
"ใช่เลยๆ! สมัยก่อน ไหนเลยจะมีพวกเราเข้าไปมีเอี่ยว พวกอันดับต้นๆ ก็โดนพวกอัจฉริยะจากเมืองใหญ่อย่างเมืองหลวงมังกร เมืองหลวงปีศาจกวาดเรียบไปหมด!" อีกคนเสริมอย่างออกรส
"เฉินซีอิน หลินอู่ หันมาทางนี้หน่อย รักพวกนายนะ พวกนายต้องก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมือระดับท็อปของเผ่ามนุษย์ แล้วไปกวาดล้างเผ่าพันธุ์ต่างดาวให้สิ้นซากเลยนะ!" ผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนลั่น
"ใช่ๆๆ ฉันอยากจะคลอดลูกลิงให้พวกนายจังเลย พันธุกรรมชั้นเลิศของพวกนายจะได้สืบทอดต่อไป!" ผู้หญิงอีกคนกรี๊ดร้องโหยหวน
เมื่อได้ยินประโยคหลังสุด คนรอบข้างก็หันขวับไปมองต้นเสียง ก่อนจะส่ายหน้าเอือมๆ แล้วหันกลับมา
ในขณะเดียวกัน เฉินซีอินก็เดินส่งยิ้มหวานไปตามทางเดิน พยักหน้าทักทายฝูงชนเป็นระยะๆ เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดดังสนั่นหวั่นไหว
โดยมีสมาชิกหน่วยที่แปดยืนล้อมรอบเขาเป็นรูปห้าเหลี่ยมคอยคุ้มกัน
อีกด้านหนึ่ง หลินอู่เดินเคียงคู่มากับเฉินซีอิน โดยเดินตามหลังไปครึ่งก้าว สายตาสอดส่องไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง เอ่ยถามด้วยความกังวลว่า:
"ซีอิน จะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆ เหรอ ที่นี่มีคนธรรมดาอยู่เพียบเลยนะ?"
"ไม่น่าจะมีอะไรหรอก ลุงจ้าวกับคนอื่นๆ น่าจะเตรียมการรับมือไว้หมดแล้วใช่ไหม? กระบี่อสนี?"
เฉินซีอินกวาดตามองรอบๆ หันไปถามกระบี่อสนีที่เดินหน้าขรึมอยู่ข้างๆ
เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของเฉินซีอิน กระบี่อสนีก็ส่งยิ้มตอบกลับ "วางใจได้เลยครับ นายน้อย ทุกอย่างถูกเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว!"
"คนที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งหมดในระยะนี้ ถูกจัดให้อยู่ในโซนทิศตะวันออก ตำแหน่ง 'เจิ้น' หมดแล้วครับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินซีอินก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังเวทีกลาง
และในเวลานี้เอง ฝูงชนในบริเวณนั้นก็จับจ้องมาที่พวกเขา สายตาทุกคู่เคลื่อนตามร่างของเฉินซีอินและคณะ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
"นั่นน่ะเหรอเฉินซีอิน? เพิ่งเคยเห็นลูกหลานตระกูลใหญ่ระดับท็อปตัวเป็นๆ ก็คราวนี้แหละ นั่นน้องชายของพลเอกเฉินซีเนี่ยนเชียวนะ!"
"ใช่ๆ! คนข้างๆ เขาก็คือหลินอู่ ส่วนคนที่ล้อมรอบอยู่นั่นก็น่าจะเป็นทีมล่าสังหารเผ่าพันธุ์ต่างดาวชื่อดังของตระกูลเฉินแน่ๆ เลย!"
"ดูจากใบปลิวโปรโมต งานนี้เป็นคอนเสิร์ตเหรอ?"
"ใช่ๆๆ! ไม่รู้เหมือนกันว่าเสน่ห์ของพลังสายเสียงระดับ SSS ที่ใบปลิวคุยนักคุยหนามันจะเป็นยังไงนะ?"
"นั่นสิ จนถึงตอนนี้ฉันยังจำภาพผู้แข็งแกร่งสายเสียงระดับ S คนนั้นได้ติดตาเลย ชุดรบสีขาวดำ กระโดดลอยตัวขึ้นฟ้า สองมือไขว้กันแล้วสะบัดออก พ่นคลื่นเสียงออกมาเป็นชุดๆ......"
"น่าสะพรึงกลัวอะไรเบอร์นั้น 'หมัดเสียงคุน' เคยฮิตระเบิดระเบ้ออยู่พักนึงเลยนะ.... น่าเสียดายที่... ตัวเขาเอง......."
"ชิ ก็แค่พวกเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ พลังสายเสียงมันก็มีดีแค่นั้นแหละน่า!"
"พอๆ เลิกเถียงกันได้แล้ว ดูสิ! เฉินซีอินขึ้นเวทีแล้ว"
สิ้นคำพูด สายตาทุกคู่ก็พุ่งตรงไปข้างหน้าทันที
เวทีกลางมีลักษณะเป็นวงกลม ยกพื้นสูงจากพื้นดิน 3 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 เมตร ด้านบนมีหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ติดตั้งอยู่ รอบๆ เวทีมีลำโพงพลังวิญญาณตั้งอยู่ ด้านหลังลำโพงแต่ละตัวที่หันหน้าเข้าหาเวทีกลาง มีอุปกรณ์รูปร่างคล้ายปากแตรติดตั้งอยู่
หากมองลงมาจากมุมสูง จะเห็นว่าการจัดวางตำแหน่งนั้นเป็นรูปห้าเหลี่ยม สอดรับกับตำแหน่งลำโพงที่อยู่สุดขอบจัตุรัสพอดี
"ต้องสร้างเวทีใหญ่โตอลังการขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงโลกคู่ขนานใบนี้จะกว้างใหญ่กว่าชาติก่อนตั้งหลายสิบเท่า แต่สร้างเวทีแค่ 20 เมตรก็น่าจะพอแล้วนี่นา สิ้นเปลืองจริงๆ!"
ในเวลาเดียวกัน เฉินซีอินที่เดินมาถึงหน้าเวทีขนาดยักษ์ก็แหงนหน้ามอง ก่อนจะถอนหายใจออกมา
จากนั้นเขาก็ออกแรงเหยียบพื้นเบาๆ ร่างกายก็ลอยละลิ่วขึ้นไป ร่อนลงจอดบนเวทีอย่างนิ่มนวล แล้วเดินตรงไปที่กลางเวที
คนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังก็ทยอยกระโดดตามขึ้นมา
ไม่นาน ทุกคนก็มารวมตัวกันที่กลางเวที เฉินซีอินหันหน้าเข้าหาฝูงชน โคจรพลังเสียงในร่างกาย พร้อมกับแผ่พลังจิตออกไปให้กว้างที่สุด ก่อนจะพูดขึ้นว่า "ผมขอพูดอะไรสั้นๆ สักสองสามประโยค...."
คลื่นเสียงกระจายออกไป แต่ฝูงชนที่กำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ด้านล่างกลับไม่ได้ยินเลยสักนิด
ตอนนั้นเอง เฉินซีอินมองดูฝูงชนที่อยู่ห่างออกไปไกลลิบ และหัวคนนับหมื่นที่เบียดเสียดกันมืดฟ้ามัวดิน ก็รู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที
ผนึกมารที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น ก็หันมาเตือนว่า "นายน้อยรอง ตอนนี้ระดับของนายน้อยยังต่ำอยู่ ระยะการแผ่พลังจิตยังไปไม่ถึงตรงนั้นหรอกครับ ให้ล็อกพลังจิตไปที่อุปกรณ์รูปปากแตรนั่น แล้วปล่อยพลังพิเศษไปทางนั้นแทน"
"นี่คือเครื่องขยายเสียงพลังวิญญาณรุ่นใหม่ล่าสุดที่สถาบันวิจัยเพิ่งประดิษฐ์ขึ้นมา พอเชื่อมต่อกับลำโพงพวกนั้นแล้ว ก็จะสามารถกระจายเสียงให้ได้ยินกันทั่วทั้งจัตุรัสเลยครับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินซีอินก็มองไปที่อุปกรณ์รูปปากแตรด้วยความสนใจ พยักหน้ารับ ทันใดนั้นก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาหันไปยิ้มกับหลินอู่:
"ไอ้หมา ฉันมีไอเดียเจ๋งๆ ว่ะ..."
(จบแล้ว)