- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 74 - ซ่อนหาพ่อง ลุยแม่มเลย ขอโทษที ฉันอยากจะบอกว่าขอรบกวนหน่อย..
บทที่ 74 - ซ่อนหาพ่อง ลุยแม่มเลย ขอโทษที ฉันอยากจะบอกว่าขอรบกวนหน่อย..
บทที่ 74 - ซ่อนหาพ่อง ลุยแม่มเลย ขอโทษที ฉันอยากจะบอกว่าขอรบกวนหน่อย..
บทที่ 74 - ซ่อนหาพ่อง ลุยแม่มเลย ขอโทษที ฉันอยากจะบอกว่าขอรบกวนหน่อย..
【ตัวเลือกที่ 1: สายลับและนักฆ่าของเผ่าพันธุ์ต่างดาวกำลังจะมาถึง ซ่อนตัวอยู่แนวหลัง ไม่ต้องออกโรง รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มพลังพิเศษ 50,000 แต้ม】
【ตัวเลือกที่ 2: สายลับและนักฆ่าของเผ่าพันธุ์ต่างดาวกำลังจะมาถึง ก้าวออกมาอย่างกล้าหาญ ประกาศศักดาให้โลกรู้ รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มพลังพิเศษ 30,000 แต้ม】
เฉินซีอินชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ เขาก็เลือกข้อ 2 ทันที
ในสายตาของเขา ตัวเลือกทั้งสองข้อนี้ก็เหมือนทางแยกสองสาย คือเส้นทางแห่งการซ่อนเร้น กับเส้นทางแห่งความกล้าหาญ
ถึงแม้การหลบอยู่ข้างหลังจะปลอดภัยและได้แต้มพลังพิเศษมากกว่า แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็เปิดเผยตัวตนแล้ว ภาพลักษณ์ของอัจฉริยะตระกูลเฉินในสายตาประชาชน ไม่ควรจะเป็นคนที่เอาแต่หลบอยู่ข้างหลัง
เขาควรจะก้าวออกมายืนอยู่แถวหน้า มีส่วนร่วมในการต่อกรกับเผ่าพันธุ์ต่างดาว
อีกอย่าง ถ้าเขาเกิดฮึดสู้ขึ้นมา ฆ่าพวกสายลับเผ่าพันธุ์ต่างดาวได้สักหลายๆ ตัว แถมยังได้แต้มพลังพิเศษจากการฆ่าอีก ดูๆ แล้วผลตอบแทนรวมๆ อาจจะไม่ด้อยกว่าตัวเลือกที่ 1 เลยก็ได้
และถ้าตระกูลระดับท็อปอย่างตระกูลเฉิน ไม่สามารถปกป้องความปลอดภัยของเขาได้ล่ะก็ นั่นมันก็ออกจะกระจอกเกินไปแล้วไหม?!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เฉินซีอินก็ส่ายหน้าปฏิเสธตัวเลือกแรก
ความสำเร็จของยอดขุนพลล้วนแลกมาด้วยซากศพนับหมื่น ผู้แข็งแกร่งตัวจริงคนไหนบ้างที่ไม่เคยก้าวเดินบนเส้นทางที่ปูด้วยซากศพและทะเลเลือด เพื่อปีนป่ายขึ้นสู่จุดสูงสุด
แกล้งทำตัวเป็นหมูหลอกกินเสือน่ะทำได้
แต่กลัวว่าแกล้งไปแกล้งมา จะกลายเป็นหมูไปจริงๆ ซะนี่สิ
ถึงตอนนั้น พวกหมาแมวที่ไหนก็กล้าเข้ามากระทืบเขาได้ตามใจชอบ
นั่นไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาอยากให้เกิดขึ้นเลย
ส่วนเรื่องของเฉินซีเนี่ยน… เอ่อ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าพี่ชายตัวเองเป็นเหมือนลูกรักสวรรค์ตัวจริง... ไม่พูดถึงดีกว่า
ในขณะเดียวกัน ในฐานะหมากตัวสำคัญของแผนการตกปลา
เทียบกับความเสี่ยงแล้ว เขากลับตั้งตารอคอยมากกว่า ว่าจะมีปลาหลงเข้ามากินเบ็ดกี่ตัว!
ต่อจากนี้ไป ให้เขาเป็นคนรับหน้าที่เป็นเหยื่อล่อชั้นดีก็แล้วกัน!
เมื่อคิดตก เฉินซีอินก็ก้าวเดินออกจากห้องฝึกซ้อม เปิดประตู แล้วหันกลับไปเรียกหลินอู่
"ไอ้หมา กลับบ้านกินข้าวกันเถอะ พี่จะพานายไปกินของอร่อย!"
"มาแล้วๆ"
หลินอู่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ รีบก้าวเท้าตามไป ในสายตาของเขาเมื่อกี้
สีหน้าของเฉินซีอินเปลี่ยนไวยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีซะอีก
เดี๋ยวก็ขมวดคิ้ว เดี๋ยวก็ผ่อนคลาย แล้วก็เหมือนคิดอะไรออก ราวกับมีแสงสีรุ้งเปล่งประกายออกมาจากตัวยังไงอย่างงั้น
มันจะพิลึกเกินไปแล้ว!
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูห้องก็มีพนักงานรอต้อนรับอยู่แล้ว เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินออกมา ก็รีบเข้าไปนำทางพาไปที่ลิฟต์ เดินผ่านช่องทางพิเศษส่วนตัว กลับไปยังลานจอดรถ
และที่ลานจอดรถ คนขับรถได้รับแจ้งเตือนตั้งแต่ตอนที่พวกเขาลงลิฟต์มาแล้ว จึงมายืนรออยู่ข้างรถแต่เนิ่นๆ
ไม่นานนัก เมื่อเห็นหลินอู่กับเฉินซีอินปรากฏตัว ก็รีบเอ่ยทักทาย "นายน้อยรองครับ ฝึกซ้อมเสร็จแล้วเหรอครับ?"
เฉินซีอินยิ้มบางๆ "เสร็จแล้วครับ รบกวนพี่มารอตั้งนาน!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนขับรถก็ฉีกยิ้มกว้าง ตอบกลับว่า "รบกวนอะไรกันล่ะครับ ให้ผมมาส่งทุกวันผมยังยินดีเลย ก็แหม ได้เงินตั้งเยอะนี่นา!"
พอได้ยินคำตอบนั้น เฉินซีอินก็ถึงกับมีเส้นดำผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
เอ่อ......
พูดตรงไปไหมเนี่ย?
พูดอะไรที่มันรื่นหูหน่อยไม่ได้หรือไง?
ลุงเอ๊ยลุง นี่มันดับอนาคตตัวเองชัดๆ!
ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด เฉินซีอินส่งยิ้มให้ "ยังไงก็ต้องขอบคุณที่เหนื่อยยากมาส่งนะครับ ไปกันเถอะ รีบกลับไปกินข้าวเย็นกัน"
คนขับรถได้ยินก็ถอยหลังไปสองสามก้าว เปิดประตูรถรอรับทั้งสองคนขึ้นรถ จากนั้นก็ผลักประตูรถปิดเบาๆ
จากนั้นเขาก็มุดเข้าไปในห้องคนขับ กดปุ่มสตาร์ต เหยียบเบรก มือขวาจับเกียร์ หันกลับมามองทั้งสองคนแล้วบอกว่า "นายน้อยทั้งสอง คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยนะครับ!"
เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของคนขับรถ สีหน้าของทั้งสองคนก็เปลี่ยนเป็นแปลกๆ ทันที ลอบคิดในใจ
????
คิดจะทำอะไรวะเนี่ย?
วินาทีต่อมา
ก็มีเสียงเครื่องยนต์ "บรืนน!" ครางกระหึ่มขึ้นมา
ในเวลานี้ มุมปากของคนขับรถยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ไม่ได้สนใจสีหน้าแปลกๆ ของทั้งสองคนเลยสักนิด
ถึงยังไงนี่ก็สองทุ่มเข้าไปแล้ว นายน้อยรองกับเพื่อนคงจะรีบกลับไปกินข้าวเย็นล่ะสิ จากนั้นเขาก็ส่งข้อความแจ้งเตือนไปให้คนอื่นๆ ในบริเวณคฤหาสน์ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "นายน้อยทั้งสอง จับแน่นๆ นะครับ..."
"บรืนน~ เอี๊ยดดด~~ ฟิ้ว~~"
วินาทีต่อมา หลังจากเร่งเครื่องพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ล้อรถบดถนนจนเกิดรอยไหม้ เร่งความเร็วเต็มสูบ รถพลังวิญญาณคาเยนน์ก็ดริฟต์สาดโค้งพุ่งทะยานไปข้างหน้า…
.....
สิบนาทีต่อมา ณ เขตคฤหาสน์เมืองเหวินโจว
"เอี๊ยดดด~~"
รถพลังวิญญาณคาเยนน์ดริฟต์สาดโค้งจอดสนิทหน้าประตูคฤหาสน์อย่างแม่นยำ ประตูรถถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว เงาร่างสองสายพุ่งพรวดลงมาจากรถ
"อ้วก~~"
พอลงจากรถ ทั้งสองคนก็รู้สึกเวียนหัวหน้ามืด ถึงแม้จะมีสภาพร่างกายระดับทองแดง แต่ก็ทนรับมือกับทักษะการขับรถระดับเทพของคนขับรถคนนี้ไม่ไหวจริงๆ
เฉินซีอินเช็ดปาก หันไปมองคนขับรถที่กำลังยืนพิงรถสูบบุหรี่อยู่ ด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะถามว่า "พี่ชาย ฝีมือการขับรถแบบนี้ ไปหัดมาจากไหนเนี่ย?"
คนขับรถหัวเราะร่วน "ก็หัดมาจากตอนที่โดนสัตว์อสูรไล่กวดนั่นแหละครับ ตอนนั้นถ้าผมขับไม่เร็วนะ พวกเราทั้งทีมคงโดนเสือดาวทมิฬเพลิงชาดระดับห้าเขมือบไปหมดแล้ว......."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินซีอินก็พยักหน้ารับ บ่งบอกว่าเข้าใจแล้ว และไม่ได้ตำหนิคนขับรถแต่อย่างใด
จากนั้นเขาก็สะบัดมือเบาๆ เปิดใช้งานพลังพิเศษสายเสียง ท่วงทำนองอันอ่อนโยนดังกังวานขึ้นทันที
เยียวยาตัวเองกับหลินอู่ ปัดเป่าอาการวิงเวียนคลื่นไส้จากการดริฟต์เมื่อกี้ไปจนหมดสิ้น
หลังจากพ่นลมหายใจออกมายาวๆ เฉินซีอินก็มองไปยังคฤหาสน์เบื้องหน้า ลอบคิดในใจ
"มาดูกันซิว่าจะล่อลูกหมาเผ่าพันธุ์ต่างดาวมาได้กี่ตัว จบงานนี้แล้วต้องรีบไปฝึกซ้อมที่เมืองหลวงมังกรต่อซะแล้ว ที่นั่นเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยสีสัน มีห้องฝึกซ้อมขนาดใหญ่ยักษ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันของตระกูลรออยู่เพียบ…"
ตอนเด็กๆ อาจจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
แต่ตอนนี้โตแล้ว
เขาเข้าใจสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจในตอนเด็กแล้ว!
ห้องฝึกซ้อมพลังวิญญาณขนาดใหญ่ยักษ์ที่ห้ามเด็กเข้าพวกนั้นต่างหากล่ะ ที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการฝึกฝนของจริง
เมื่อเทียบกับค่ายฝึกอัจฉริยะของทางการต้าเซี่ยแล้ว
ที่นั่นคือการฝึกผู้ใช้พลังพิเศษทั่วไป ต้องผ่านการแข่งขัน แก่งแย่งชิงดีกันทีละก้าวๆ เพื่อคัดเลือกอัจฉริยะตัวจริงออกมา
ส่วนของตระกูลคือการฝึกฝนยอดฝีมือ ทุ่มทรัพยากรให้แบบไม่อั้น มีคนคอยประกบสอนตัวต่อตัว
ทั้งสองแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
เมื่อตั้งสติได้ เฉินซีอินก็พูดขึ้นว่า "ไปเถอะ เข้าบ้านไปปรึกษากันก่อน ลองถามลุงจ้าวดูซิว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง!"
อีกด้านหนึ่ง หลินอู่ที่เพิ่งได้รับการรักษาพยักหน้ารับ ตบหัวที่ยังมึนๆ อยู่เล็กน้อย มองคนขับรถด้วยสายตาซับซ้อน ชูนิ้วโป้งให้เป็นเชิงยกย่อง ก่อนจะเดินตามเฉินซีอินเข้าไปในคฤหาสน์
ไม่นาน เฉินซีอินก็มาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ ผลักประตูเข้าไป พร้อมกับตะโกนบอกว่า:
"กลับมาแล้วคร้าบ~~"
วินาทีต่อมา เมื่อประตูเปิดออก เฉินซีอินก้าวเข้าไปข้างใน ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับภาพตรงหน้า!
ส่วนหลินอู่ที่เดินตามหลังเฉินซีอินมาเบรกไม่ทัน ชนเข้าที่แผ่นหลังของเขาเต็มเปา เซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ปากก็บ่นงึมงำ "จู่ๆ ก็หยุดเดินทำไมวะ?"
ด้วยความสงสัย วินาทีต่อมา หลินอู่ก็ชะโงกหน้าออกมาจากด้านขวาของเฉินซีอิน พอเห็นสถานการณ์ภายในคฤหาสน์ ดวงตาก็เบิกกว้างเป็นไข่ห่าน ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปลาบด้วยความตกตะลึง
และในเวลานั้นเอง ทั้งสองคนก็มองหน้ากัน สบตากันปิ๊งๆ ต่างฝ่ายต่างก็เห็นถึงความประหลาดใจในแววตาของอีกฝ่าย!
เพียงเห็นว่าภายในคฤหาสน์ มีชายฉกรรจ์ในชุดรบรูปแบบต่างๆ ยืนรวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ สามคนบ้าง สองคนบ้าง กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่
ดูจากการแต่งตัวแล้ว ก็รู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้เป็นยอดฝีมือระดับเงินขึ้นไปทั้งนั้น
ในขณะเดียวกัน
เสียงผลักประตูและเสียงตะโกนของเฉินซีอิน ก็ดึงดูดความสนใจของทุกคน เสียงสนทนาเงียบลง บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที
ทุกคนหันขวับมามองที่ประตูอย่างพร้อมเพรียง พอเห็นชัดเจนว่าเป็นใคร ก็โค้งคำนับให้ด้วยความพร้อมเพรียงกัน ราวกับฉากแก๊งมาเฟียทักทายลูกพี่ใหญ่ พร้อมกับประสานเสียงว่า "สวัสดีครับ นายน้อยรอง!"
"ดี... สวัสดีทุกคน..."
มุมปากของเฉินซีอินกระตุกยิกๆ มองดูฉากตรงหน้า พยายามปั้นหน้าให้นิ่งที่สุด พยักหน้ารับคำทักทายของทุกคน
จากนั้นสายตาก็กวาดมองไปรอบๆ เพื่อมองหาจ้าวหานอวิ๋น อยากจะถามให้รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ในขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
นี่เขาตัดสินใจผิดพลาดไปหรือเปล่านะ?
แรงก์บรอนซ์ริอาจจะไปบวกในห้องแรงก์คอนเนี่ยนะ?
ดูจากทรงแล้ว งานนี้สงสัยจะเล่นใหญ่แหงๆ!
นี่เป็นศึกที่เขาจะเข้าไปแจมด้วยได้จริงๆ เหรอเนี่ย?
ถอนหายใจยาว เฉินซีอินก็ปลุกปลอบใจตัวเอง
จะไปกลัวอะไรวะ... ฉันเป็นถึงคุณชายรองตระกูลเฉิน.... ตระกูลใหญ่ระดับท็อปเลยนะเว้ย!!
บุรุษผู้ที่จะทำให้พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวหวาดผวาในอนาคต!
ไม่..... ไม่ปอดแหกเว้ย!
(จบแล้ว)