เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 - ตั้งตี้เสร็จ หลอกคนเสร็จ ก็นอนหลับฝันดี?

บทที่ 47 - ตั้งตี้เสร็จ หลอกคนเสร็จ ก็นอนหลับฝันดี?

บทที่ 47 - ตั้งตี้เสร็จ หลอกคนเสร็จ ก็นอนหลับฝันดี?


บทที่ 47 - ตั้งตี้เสร็จ หลอกคนเสร็จ ก็นอนหลับฝันดี?

ไม่นานนัก

ทั้งสองคนก็มาถึงจุดลงทะเบียนของฐานทัพทหาร จัดการลงทะเบียนตั้งปาร์ตี้จนเสร็จสรรพ และยังได้รับกำไลวิญญาณสำหรับปาร์ตี้มาคนละวงด้วย

จากการสอบถามข้อมูลที่จุดลงทะเบียน ทำให้พวกเขาได้รู้กฎกติกาของการทดสอบภาคปฏิบัติมาไม่น้อย

มิติสอบเข้ามหาวิทยาลัยในแต่ละเมือง จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่จัดสรรไว้ให้โดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม พื้นที่ส่วนล่างสุดคือระดับเหล็กดำขั้นต้นและขั้นกลาง ส่วนพื้นที่ตรงกลางคือระดับเหล็กดำขั้นสูงและขั้นสมบูรณ์ และพื้นที่ด้านบนสุดคือระดับทองแดงขึ้นไป

ในช่วงเริ่มต้น ผู้เข้าสอบแต่ละคนจะถูกส่งไปยังเซฟโซนขนาดเล็ก ที่ตรงกับหมายเลขประจำตัวสอบของตัวเอง

กำไลวิญญาณมีประโยชน์คือ หลังจากเข้าไปในมิติสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว สมาชิกในปาร์ตี้จะสามารถระบุพิกัดของกันและกัน เพื่อให้มาเจอกันได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน หากต้องการข้ามเขตไปล่าสัตว์อสูรในระดับที่สูงกว่า ก็ต้องใช้กำไลวิญญาณในการเปิดบาเรียมิติด้วย

การทดสอบภาคปฏิบัติสามารถเลือกได้ทั้งโหมดฉายเดี่ยวและโหมดปาร์ตี้

โหมดฉายเดี่ยว คะแนนที่ได้จากการสังหารสัตว์อสูรหรือเผ่าพันธุ์ต่างดาว จะตกเป็นของคนๆ นั้นแต่เพียงผู้เดียว

ส่วนโหมดปาร์ตี้ คะแนนที่ได้จากการสังหาร จะถูกนำมาหารเฉลี่ยตามจำนวนสมาชิกในปาร์ตี้

ปาร์ตี้ที่มี 2 คน การันตีว่าต้องฆ่าให้ได้อย่างน้อย 2 ตัว ส่วนปาร์ตี้ 5 คน ก็ต้องฆ่าให้ได้ 5 ตัว

คะแนนจะถูกคำนวณผ่านกำไลวิญญาณ ซึ่งกำไลวิญญาณจะมีฟังก์ชันบันทึกข้อมูลในตัว

คะแนนที่ได้จากเผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับเหล็กดำจะเป็นคะแนนคงที่ ขอแค่ฆ่าให้ครบตามจำนวนก็พอแล้ว

สำหรับระดับเหล็กดำทั้ง 4 ขั้นไล่จากต่ำไปสูง เกณฑ์คะแนนเต็มจะอยู่ที่ 300, 150, 100 และ 50 คะแนนตามลำดับ

เกณฑ์คะแนนตรงนี้ก็เหมือนกับการทดสอบระดับพลังนั่นแหละ มันถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใช้พลังพิเศษระดับล่าง คนที่สามารถคว้าคะแนนสูงๆ ได้ก็คว้าไป ส่วนคนที่คว้าไม่ได้ก็เท่าเทียมกันหมด

แต่ตั้งแต่ระดับทองแดงขึ้นไป จะเป็นโซนโกยคะแนนของพวกอัจฉริยะแล้วล่ะ

สำหรับระดับทองแดงตั้งแต่ขั้นต้นไปจนถึงขั้นสมบูรณ์ เผ่าพันธุ์ต่างดาวหรือสัตว์อสูรแต่ละตัว จะมีคะแนนอยู่ที่ 50, 100, 200 และ 400 คะแนนตามลำดับ

ถ้าเป็นระดับที่สูงกว่านี้ ก็จะมีวิธีคำนวณคะแนนที่แตกต่างออกไป

เฉินซีอินลองคำนวณดูคร่าวๆ ในหัว ตอนนี้เขาน่าจะตุนคะแนนไว้ในกระเป๋าแล้ว 500 คะแนน

ส่วนเฉินซีเนี่ยน พี่ชายของเขา ที่เคยทำคะแนนได้ 1,500 คะแนนในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อปีก่อนๆ นู้น

นั่นเป็นเพราะหมอนั่นข้ามระดับไปสังหารมารยักษ์ระดับทองแดงขั้นกลาง 1 ตัว และสัตว์อสูรพยัคฆ์ประหลาดระดับทองแดงขั้นสูงอีก 2 ตัว จนโกยคะแนนมาได้เป็นกอบเป็นกำ

สถิติระดับนี้ สำหรับผู้เข้าสอบที่เพิ่งจะปลุกพลังมาได้แค่ 3 วัน มันก็ไม่ต่างอะไรกับเรื่องเพ้อฝันเลยล่ะ

"อ้อ จริงสิ หลินอู่ เอาของพวกนี้ไปสิ รีบฉวยโอกาสตอนที่มีเวลาว่างไปฝึกซ้อมซะ พยายามอัปเลเวลให้ถึงระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์ให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้นะเว้ย!"

เฉินซีอินส่งพลังจิตเข้าไปในแหวนมิติ แบ่งโอสถหลอมกายา, โอสถกลั่นปราณระดับหนึ่ง และหยาดวารีวิญญาณออกมาอย่างละ 5 ขวด บรรจุใส่ถุงผ้าใบเล็กๆ ไว้

จากนั้น เขาก็เอามือซ้ายสอดเข้าไปในอกเสื้อ แล้วทำทีเป็นล้วงเอาถุงผ้าใบเล็กยื่นให้หลินอู่ราวกับเล่นกล พร้อมกับฉีกยิ้มอย่างมีเลศนัย

หลินอู่รับถุงผ้ามาเปิดดู ก่อนจะอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "นี่มัน…… ไปเอาโอสถพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย?"

เฉินซีอินโบกมือปัด เอามือไพล่หลัง ยืดอกเชิดหน้า ทำเป็นตีหน้าขรึมพูดว่า "ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันคือคุณชายรองแห่งตระกูลเฉิน ทรัพยากรแค่นี้มันขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกน่า ไว้รอนายบรรลุระดับทองแดงเมื่อไหร่ ฉันจะเอาโอสถระดับสองมาให้นายอีก"

เขาไม่อยากให้หลินอู่ต้องมาทนรับความทรมานจากการใช้ยาข้ามระดับแบบเดียวกับเขาหรอกนะ

ยังไงซะ บอดี้การ์ดเหรียญทองของเขาทั้งที ก็ต้องดูแลให้ดีหน่อยสิ

ก็มีแต่เขานี่แหละที่โง่เง่าเต่าตุ่น ไปใช้ยาข้ามระดับจนตัวเองต้องมาเจ็บปวดทรมานแทบตาย

"...เอ่อ."

หลินอู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยสีหน้ากังวลว่า "ช่างมันเถอะ ในเมื่อนายไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร แต่คราวหน้าอย่าเอาเรื่องคุณชายรองตระกูลเฉินมาพูดเล่นอีกเลยนะเว้ย ตระกูลเฉินยิ่งใหญ่คับฟ้าขนาดนั้น ถ้านายไปทำชื่อเสียงเขาเสื่อมเสียล่ะก็ ระวังเขาจะมาตามเช็คบิลเอานะ"

แต่ในตอนนี้ ลึกๆ ในใจของเขาก็เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ขึ้นมาแล้วเหมือนกัน หรือว่าสิ่งที่หมอนี่พูดมันจะเป็นเรื่องจริงวะ?

เป็นไปไม่ได้น่า!?

อีกด้านหนึ่ง คราวนี้เฉินซีอินถึงกับเงียบกริบพูดไม่ออกเลยทีเดียว

แม่มันเถอะ!

นี่ฉันกำลังหลอกด่าตัวเองอยู่หรือไงวะเนี่ย?!

ในขณะเดียวกัน เมื่อเห็นเฉินซีอินทำหน้าบอกบุญไม่รับ หลินอู่ก็หัวเราะแฮะๆ

"โอเคๆ ไม่ล้อเล่นแล้ว ถือซะว่าทรัพยากรพวกนี้ฉันยืมแกมาก่อนก็แล้วกัน เพิ่มพลังมาได้อีกสักนิดก็ยังดี ฉันขอตัวไปฝึกก่อนล่ะ จะพยายามอัปเลเวลให้ถึงเหล็กดำขั้นสมบูรณ์ให้ได้ภายในคืนนี้เลย"

"โอเค รีบไปเถอะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็พยักหน้ารับ

เมื่อได้รับคำอนุญาต หลินอู่ก็พยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงอาหารไปหาเจ้าหน้าที่ประสานงานของฐานทัพทหาร เพื่อขอให้จัดหาห้องฝึกซ้อมให้เขาสักห้อง

เมื่อแผ่นหลังอันล่ำบึ้กหายลับไปจากสายตา เฉินซีอินก็หมุนตัวเดินออกจากโรงอาหารเช่นกัน

ในตอนนี้ นาฬิกาในโรงอาหารบอกเวลา 12:23 น.

แต่เพิ่งจะก้าวพ้นประตูโรงอาหารมาได้ไม่กี่ก้าว จ่าสิบเอกนายหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินซีอิน พร้อมกับหอบแฮ่กๆ บอกว่า:

"คุณชายรองครับ ท่านนายพลจ้าวสั่งให้ผมมาเรียนให้ทราบว่า ท่านกำลังรอคุณชายอยู่ที่ห้องทางด้านนู้นครับ"

พูดจบ จ่าสิบเอกนายนั้นก็ชี้มือบอกทาง

เฉินซีอินมองไปตามทางเดินอันทอดยาว แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ: "รับทราบครับ รบกวนช่วยนำทางให้หน่อยนะครับ"

"ไม่รบกวนเลยครับ ไม่รบกวนเลย!"

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินซีอิน จ่าสิบเอกก็ทำหน้าปลาบปลื้มใจสุดๆ รีบเดินนำทางให้ทันที

.....

"เอี๊ยดดด!"

เสียงผลักประตูดังขึ้น

เฉินซีอินเดินเข้ามาในห้อง ก็พบจ้าวหานอวิ๋นนั่งรออยู่บนโซฟาแล้ว

ทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูดึงประตูปิดให้ แล้วก็เดินจากไป

"ลุงจ้าว ผมมาแล้วครับ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"

จ้าวหานอวิ๋นกวักมือเรียก ตบที่ว่างบนโซฟา เป็นเชิงให้เขาไปนั่งข้างๆ

เฉินซีอินไม่ได้เกรงใจแม้แต่น้อย เดินตรงไปที่โซฟา แล้วทิ้งตัวลงนั่งทันที ร่างของเขาจมลึกลงไปในโซฟาอันอ่อนนุ่ม เขาจัดแจงท่านั่งให้สบายที่สุด สไตล์คนขี้เกียจ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ อย่างฟินสุดๆ "อ๊าาา สบายจังเลย~~~"

ที่นั่งสอบนั่นมันทรมานตูดชะมัดยาด แข็งปั๋งยังกับหิน แถมยังมีไอ้แคปซูลชีวภาพนั่นอีก ไอ้คนคิดค้นมันมีปัญหาทางสมองหรือไง?

ให้ไปเล่นคอสเพลย์จับมัด แถมยังโดนจับเหวี่ยงหมุนติ้วๆ เป็นลูกข่างโธมัส มนตราแห่งรักหมุนวนไปมางั้นเหรอ?

ดีนะที่เขาบรรลุระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์แล้ว สภาพร่างกายเลยทนทานกว่าคนปกติทั่วไป

ไม่งั้นใครมันจะไปทนรับบริการปลุกตอนเช้าแบบนี้ไหววะ!

"ที่บ้านโทรมาน่ะ นายน้อยโทรกลับไปหาคุณท่านหน่อยสิครับ!" จ้าวหานอวิ๋นมองดูท่าทางขี้เกียจสันหลังยาวของเฉินซีอินแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

"อ้าว พ่อเหรอครับ ไม่ใช่บอกว่าตอนสอบเข้ามหาลัยห้ามพกเครื่องมือสื่อสารเข้าไม่ใช่เหรอครับ?"

เฉินซีอินลูบๆ คลำๆ ตามตัว แล้วก็แบมือทั้งสองข้างออก "โทรศัพท์ผมฝากไว้ที่ล็อกเกอร์เก็บของนู่น"

"ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด~~"

ทางฝั่งจ้าวหานอวิ๋นหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดโทรออก แล้วก็โยนส่งให้เฉินซีอิน พร้อมกับบอกว่า: "นั่นมันโทรศัพท์ของนายน้อย ไม่เกี่ยวกับผมนี่ครับ"

เฉินซีอินรับโทรศัพท์มา มองหน้าจ้าวหานอวิ๋น พลางแอบบ่นอุบในใจ

พูดซะมีเหตุผลจนเถียงไม่ออกเลยแฮะ

วินาทีต่อมา สายก็ติด

"ฮัลโหล! พ่อ มีอะไรเปล่า มีเรื่องไรให้รับใช้ครับ?"

ปลายสาย เฉินเหวินหยวนพูดด้วยความปลาบปลื้มใจ: "ซีอินเอ๊ย! พ่อเห็นผลการทดสอบระดับพลังของลูกแล้ว ยอดเยี่ยมมาก พลังของลูกน่ะมีประโยชน์ต่อสมรภูมิรบมากเลยนะ รีบๆ โตไวๆ ล่ะ ถ้าถึงระดับสูงแล้วยังเทพแบบนี้อยู่ พ่อจะเชือดราชันเผ่าพันธุ์ต่างดาวมาฉลองให้เป็นของขวัญเลยเอ้า!"

"สบายใจได้เลย เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ!"

"มีอะไรอีกไหมครับ?"

เฉินซีอินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ในวินาทีนี้เขาอยากจะหมกตัวอยู่บนโซฟานุ่มๆ นี้ ไม่อยากขยับไปไหนเลย

"เป็นอะไรฮะ! ไอ้ลูกหมาตัวแสบ คุยกับพ่อด้วยน้ำเสียงแบบนี้ สงสัยอยากจะโดนก้านมะยมอีกแล้วใช่ไหม?!"

น้ำเสียงที่ตวาดแหวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำเอาเฉินซีอินสะดุ้งเฮือก รีบยืดตัวนั่งหลังตรง ตอบกลับอย่างขึงขังว่า: "เปล่าครับ มีเรื่องอะไรให้ผมรับใช้อีกไหมครับ คุณพ่อโปรดบัญชามาได้เลย!"

เฉินเหวินหยวนกระแอมไอเบาๆ ปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น "เมื่อวานปู่ของลูกโทรมาบอกว่า เรื่องเคล็ดวิชาฝึกพลังสายพิเศษระดับ SSS ของลูกน่ะ จัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ"

"ปู่เขาไปพนันกับตาเฒ่าหัวแดงตระกูลจางไว้ ถ้าคะแนนสอบของลูกเอาชนะพี่ชายลูกได้ ลูกก็จะได้เคล็ดวิชานั้นไปครอบครอง"

"แต่ถ้าเอาชนะไม่ได้ ตระกูลเราก็ต้องเอาเคล็ดวิชาฝึกพลังสายกระบี่ระดับ SSS ไปให้ยัยหนูตระกูลจางยืมดู"

"หา?! รับทราบครับ วางใจได้เลย เคล็ดวิชานี้ต้องตกเป็นของผมแน่นอน!"

เฉินซีอินตาเป็นประกาย ความมั่นใจพุ่งปรี๊ด

โอ้โห มีไอ้โง่เอาของมาประเคนให้ถึงที่ด้วยแฮะ หวังว่าจะมีคนมาขอท้าพนันแบบนี้เยอะๆ นะ

เอ๊ะ!

จู่ๆ เขาก็ปิ๊งไอเดียเจ๋งๆ ขึ้นมาได้ น่าจะเอาไปต่อยอดทำอะไรได้อยู่นะ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินซีอินก็รีบถามด้วยความตื่นเต้นว่า: "พ่อ! มีบ่อนพนันนอกระบบเปิดให้แทงทายผลแชมป์สอบเข้ามหาลัยปีนี้บ้างไหมครับ?"

ปลายสายส่งเสียงสงสัยกลับมา "หืม? ถามทำไมล่ะ? ก็มีอยู่นะ ทางฝั่งตระกูลซูเขาเชียร์ซูยวนลูกหลานตระกูลเขาสุดลิ่มทิ่มประตู เลยตั้งใจเปิดบ่อนพนันทายผลขึ้นมาโดยเฉพาะเลย"

"ตระกูลซู? ใช่ตระกูลซูที่เคยโดนพี่ชายตบหน้าซะแหกหรือเปล่า?"

"อืม ใช่แล้ว"

เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์: "พ่อ! ถ้าพ่อเชื่อใจผมล่ะก็ เอาเงินไปทุ่มแทงชื่อผมเป็นแชมป์ที่บ่อนตระกูลซูเลยสิครับ ของฟรีๆ รีดไถฟรีๆ ไม่ทำก็โง่แล้ว"

"การสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้ ผมต้องคว้าแชมป์มาให้ได้แน่นอน!!"

เฉินเหวินหยวนที่อยู่ไกลถึงด่านชิงหลง แอบรู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่ไม่น้อย

เขารู้ดีว่าลูกชายมีพลังซัพพอร์ตที่เก่งกาจขนาดไหน แถมยังมีไอ้หนูหลินอู่นั่นอีก พวกเขาสองคนน่าจะจับกลุ่มตั้งปาร์ตี้กันชัวร์ๆ

แต่ทำไมถึงได้มั่นใจเบอร์นี้ล่ะ?

ปีนี้มีอัจฉริยะระดับ SSS โผล่มาตั้ง 9 คนเลยนะเว้ย ไอ้ลูกเวรนี่มันไม่รู้เรื่องนี้หรือไง

ช่างเถอะ จ่ายเงินสักก้อนซื้อความสุขให้ลูกก็แล้วกัน

ยังไงซะก็เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนี่นา ยังไงก็ต้องสนับสนุนกันหน่อย

เมื่อคิดได้ดังนี้ เฉินเหวินหยวนก็ตอบตกลง: "โอเค เดี๋ยวพ่อจะลองเอาเงินไปแทงดูสักหน่อย ลูกก็ตั้งใจสอบให้ดีๆ ล่ะ ระวังตัวด้วย!"

"รับทราบครับพ่อ!"

"ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด......"

เฉินเหวินหยวนวางสายไป แล้วก็นั่งครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง

"ลงทุนไปนิดหน่อยก็แล้วกัน ต่อให้ขาดทุนก็ไม่เป็นไร ถือซะว่าซื้อความสุขให้เด็กมันก็แล้วกัน"

จากนั้นเขาก็กดโทรศัพท์โทรออกไปอีกสาย "ฮัลโหล! ฉันเฉินเหวินหยวนนะ โยกเงิน 30,000 ล้านมาให้ฉันที เอาไปแทงที่บ่อนพนันของตระกูลซู แทงว่าเฉินซีอินจะได้เป็นแชมป์สอบเข้ามหาลัยปีนี้"

"เอ่อ…… ท่านผู้นำ?"

"ไม่ต้องพูดมาก สั่งให้แทงก็แทงไปเถอะ!"

"เอ่อ… รับทราบครับ"

หลังจากวางสาย เฉินเหวินหยวนก็แอบรู้สึกเสียดายเงินอยู่ลึกๆ เขานั่งอยู่บนโซฟาในห้องพักที่ด่านชิงหลง พลางคิดในใจ

ลูกเอ๊ย!

พ่อดีกับแกขนาดไหนเนี่ย!

พ่อยอมควักเนื้อตั้ง 30,000 ล้าน มาเล่นสนุกเป็นเพื่อนแกเลยนะ!

แกอย่าเอาเงินก้อนนี้ไปละลายแม่น้ำ เอาไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเชียวนะเว้ย

.....

อีกด้านหนึ่ง เฉินซีอินคืนโทรศัพท์มือถือให้จ้าวหานอวิ๋น แล้วก็เอนหลังพิงโซฟาตามเดิม แอบครุ่นคิดอยู่ในใจ

ด้วยบารมีและทรัพย์สินของตระกูลเฉิน ซึ่งเป็นถึงตระกูลระดับท็อปแล้วล่ะก็

เงินสดแค่หลักหมื่นล้านแสนล้าน มันก็เป็นแค่เศษเงินสำหรับพวกเขาเท่านั้นแหละ

เอาไปแทงที่บ่อนของตระกูลซู มีแต่ได้กับได้ ไม่มีวันขาดทุนอยู่แล้ว!

ฮี่ฮี่ฮี่ แถมยังได้ปั่นประสาทศัตรูคู่อาฆาตของพี่ชาย แถมยังหาเงินเข้าตระกูลได้เป็นกอบเป็นกำอีก

ฉันนี่มันอัจฉริยะตัวน้อยผู้ปราดเปรื่องจริงๆ เลย

ต้องสานต่อเจตนารมณ์สายฟรีให้รุ่งโรจน์ต่อไป!

"อ้อ จริงสิ ลุงจ้าว ผมมีเงินติดตัวอยู่ 1 หมื่นล้าน ลุงช่วยเอาไปแทงให้ผมด้วยได้ไหมครับ"

พูดจบ เขาก็ล้วงกระเป๋าสะเปะสะปะ

อ้าว!

โทรศัพท์มือถือฉันล่ะ.......

เชี่ยเอ๊ย!

เก็บไว้ในล็อกเกอร์นี่หว่า!

เฉินซีอินยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความเขินอาย ส่งยิ้มให้จ้าวหานอวิ๋น "เอ่อ ลุงจ้าวครับ รบกวนลุงช่วยสำรองจ่ายให้ผมก่อนได้ไหมครับ สอบเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะรีบโอนคืนให้ทันทีเลย!"

จ้าวหานอวิ๋นยิ้มตอบอย่างไม่ใส่ใจ: "ไม่เป็นไรครับ คุณชายรอง เงินแค่นี้เดี๋ยวผมออกให้ก่อนก็ได้"

ในฐานะยอดฝีมือระดับแปดอย่างจ้าวหานอวิ๋น เงินสด 1 หมื่นล้าน สำหรับเขามันก็เป็นแค่เงินก้อนกลางๆ ค่อนไปทางเล็กเท่านั้นแหละ

เขาไม่ได้ซีเรียสอะไร ไว้สอบเสร็จค่อยไปเบิกคืนจากผู้นำตระกูลก็ได้

เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็ไม่ได้เกรงใจอะไร ยิ้มแล้วบอกว่า: "ฮ่าฮ่า ขอบคุณลุงจ้าวมากนะครับ ได้เงินมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมโอนคืนให้แน่นอน"

กินฟรีอีกแล้วเว้ย แต่ความรู้สึกนี้มันโคตรจะฟินเลย

หาเงินเข้ากระเป๋า ไม่เห็นจะน่าเกลียดตรงไหนเลย

จากนั้น เฉินซีอินก็ลุกขึ้นจากโซฟา บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย

นั่งมานานแล้ว ได้เวลากลับไปสักที

ขืนอยู่ต่อ เดี๋ยวพวกครูที่เดินตรวจตรามาเห็นว่าเขาไม่อยู่ในลานสอบ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอาได้

เฮ้อ~

ปวดใจจัง คืนนี้ก็ต้องไปนอนในแคปซูลชีวภาพนั่นอีกแล้ว

ต้องยอมโดนเล่นเกมมัดเชือกอีกรอบ แถมพรุ่งนี้ก็ต้องโดนจับอาบน้ำแบบนั้นอีก

เซ็งชะมัด ใครมันเป็นคนออกกฎไม่ให้กลับบ้านวะเนี่ย!

ถ้าเขาได้เป็นใหญ่เมื่อไหร่ กฎข้อแรกที่จะสั่งแก้ก็คือไอ้กฎบ้าๆ นี้นี่แหละ อย่างน้อยๆ ก็ควรจะจัดเตรียมที่พักดีๆ ให้ผู้เข้าสอบหน่อยสิ!

ความคิดแวบเข้ามาในหัว เฉินซีอินถอนหายใจยาวๆ แล้วหันไปมองจ้าวหานอวิ๋น

"ลุงจ้าว งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ"

"จะรีบไปไหนล่ะ ห้องนี้ผมเตรียมไว้ให้คุณชายพักผ่อนโดยเฉพาะเลยนะ!"

จ้าวหานอวิ๋นลุกขึ้นจากโซฟา ตบไหล่เฉินซีอินเบาๆ

"ห๊ะ? ทำแบบนี้มันไม่ผิดกฎเหรอครับ!!"

"คุณชายไม่ต้องไปสนเรื่องหยุมหยิมพวกนั้นหรอกครับ ผมจัดการเคลียร์ให้หมดแล้ว"

เฉินซีอินยืนอึ้ง มองดูเตียงนอนซิมมอนส์สุดหรูที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง

"เอ่อ... ก็ได้ครับ"

ขอโทษทีนะทุกคน เขาอภิสิทธิ์ชนคนพิเศษ เขาขออนุญาตเสื่อมทรามละกัน

วินาทีต่อมา จ้าวหานอวิ๋นก็เดินออกจากห้องไป แล้วก็ปิดประตูตามหลัง

เฉินซีอินล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น แล้วก็กระโดดขึ้นเตียงนอนหนานุ่มทันที จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิ ล้วงเอาโอสถระดับหนึ่งกับหยาดวารีวิญญาณออกมาจากแหวนมิติ

จะนอนหาพระแสงอะไรล่ะ!

รีบๆ ฝึกวิชาสิโว้ย!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 47 - ตั้งตี้เสร็จ หลอกคนเสร็จ ก็นอนหลับฝันดี?

คัดลอกลิงก์แล้ว