- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 28 - อัจฉริยะตรรกะ ไปเปิดหมวกขายศิลปะดีไหม?
บทที่ 28 - อัจฉริยะตรรกะ ไปเปิดหมวกขายศิลปะดีไหม?
บทที่ 28 - อัจฉริยะตรรกะ ไปเปิดหมวกขายศิลปะดีไหม?
บทที่ 28 - อัจฉริยะตรรกะ ไปเปิดหมวกขายศิลปะดีไหม?
"อุปกรณ์ถ่ายทอดสดในมิติเสมือนจริง ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีปัญหา"
"ระบบทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ"
"อุปกรณ์ทดสอบเจตจำนง ตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว"
"ระบบจำลองสถานการณ์เผ่าพันธุ์ต่างดาว ผ่านการทดสอบแล้ว"
"จอแสดงผลส่วนกลาง ทำงานเป็นปกติ"
……
ภายในฐานทัพทหาร
เจ้าหน้าที่จากหลากหลายฝ่ายกำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบอุปกรณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อุปกรณ์ล้ำสมัยเหล่านี้ ล้วนเป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาของสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังพิเศษแห่งต้าเซี่ย
มันสามารถจำลองสภาพแวดล้อมและเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่มีข้อมูลอยู่ในฐานระบบ ให้ออกมาสมจริงที่สุดภายในมิติเสมือนจริง
สำหรับเผ่าพันธุ์ต่างดาวในระดับ 5 ลงมา ความสมจริงในการจำลองจะสูงถึง 100%
แต่สำหรับระดับ 6 ขึ้นไป ความสมจริงจะลดลงเหลือเพียง 60%
สาเหตุหลักเป็นเพราะการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตระดับ 6 ขึ้นไปนั้น เต็มไปด้วยตัวแปรที่ไม่สามารถคาดเดาได้มากมาย
พวกมันเริ่มก้าวเข้าสู่ความเป็นอมตะ ซึ่งยากจะทำการจำลองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยิ่งระดับ 8 ขึ้นไปยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แต่ถึงกระนั้น ในฐานะที่เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย สำหรับพวกเด็กใหม่ที่เพิ่งจะปลุกพลังได้ แค่นี้ก็ถือว่าเกินพอแล้ว
ในเวลานี้ การจัดเตรียมสถานที่สำหรับการสอบของเมืองเหวินโจวในขั้นตอนสุดท้าย
อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของจางทงไห่ ยอดฝีมือระดับ 6 ที่ถูกส่งตรงมาจากกระทรวงศึกษาธิการของทางการต้าเซี่ย
โดยมีซ่างกวนหยวนหลง พันโทระดับ 6 ซึ่งเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฐานทัพทหาร ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ คอยดูแลจัดการเรื่องความปลอดภัยอย่างเป็นระบบระเบียบ
เสียงจากวิทยุสื่อสารของร้อยเอกนายหนึ่งดังขึ้น เขาหันไปตะเบ๊ะทำความเคารพซ่างกวนหยวนหลง "รายงานท่านผู้บัญชาการ ผู้เข้าสอบด้านนอกมารวมตัวกันครบแล้วครับ จะให้เปิดประตูอนุญาตให้เข้ามาเลยไหมครับ?"
ซ่างกวนหยวนหลงพยักหน้าเบาๆ รับทราบ ก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ: "เปิดประตู ปล่อยให้เข้ามาได้ รอจนกว่าผู้เข้าสอบทุกคนจะเข้ามาหมด แล้วค่อยกางบาเรียพลังงาน เพื่อป้องกันการรบกวนจากภายนอก"
"รับทราบครับ!"
ร้อยเอกถ่ายทอดคำสั่งผ่านวิทยุสื่อสารทันที
ในขณะเดียวกัน ที่ฐานทัพซึ่งใช้เป็นสนามสอบแห่งอื่นๆ ทั่วทั้งต้าเซี่ย
ก็กำลังดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกันนี้อยู่
……
บริเวณด้านนอกฐานทัพ
เสียง "เอี๊ยดอ๊าด" ดังขึ้น
ประตูเหล็กบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออกกว้าง
ร้อยเอกระดับสี่ที่ยืนอยู่หน้าประตู ใช้พลังสายเสียงของเขา
ขยายเสียงให้ดังกึกก้องราวกับลำโพงกระจายเสียง ทะลุทะลวงเข้าไปถึงหูของทุกคน
"ผู้เข้าสอบทุกคนโปรดทราบ! หลังจากเข้าไปข้างในแล้ว ห้ามนำอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดเข้าไปโดยเด็ดขาด! กรุณานำไปฝากไว้ที่ล็อกเกอร์เก็บของ และมารับคืนได้หลังจากที่การสอบทั้งหมดเสร็จสิ้น"
"กรุณาหาที่นั่งสอบของตัวเอง โดยดูจากหมายเลขประจำตัวผู้สอบ!"
"ผู้เข้าสอบจากโรงเรียนมัธยมหนึ่งแห่งเมืองเหวินโจวทุกคน ให้ใช้ช่องทาง A เพื่อไปยังโซน A ส่วนโรงเรียนมัธยมสอง ให้ใช้ช่องทาง B เพื่อไปยังโซน B…"
……
หลินอู่เดินตามแถวของโรงเรียนมุ่งหน้าไปยังโซน A พลางชะเง้อคอมองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา
ปากก็พึมพำกับตัวเอง: "ซีอินมันมัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหนเนี่ย? ทำไมยังไม่โผล่หัวมาอีก ไอ้ลูกเวรเอ๊ย อยากตายหรือไง!"
ไอ้หัวเหลืองที่ปกติมักจะชอบหาเรื่องอยู่แล้ว พูดจาเยาะเย้ยขึ้นมาว่า: "ฮ่าฮ่าฮ่า คงจะกลัวขายหน้าล่ะมั้ง นี่มันการถ่ายทอดสดให้คนดูทั้งเผ่าพันธุ์เลยนะ สายเสียงระดับ SSS เหรอ? ถึงตอนทดสอบระดับพลัง เขาไม่มีเครื่องวัดเดซิเบลมาให้วัดความดังของเสียงหรอกนะ"
"เฉินซีอินน่ะเหรอ ฉันว่าหมอนั่นคงไม่กล้าโผล่หัวมาหรอก อุตส่าห์ปลุกพรสวรรค์ระดับ SSS ได้ทั้งที แต่ดันเป็นสายเสียงซะงั้น"
"ถ้าฉันเป็นเขานะ! ฉันรีบวิ่งไปเซ็นสัญญากับค่ายเพลงซะยังจะดีกว่า จะมาสอบบ้าสอบบออะไรให้เสียเวลา ไปเป็นเด็กฝึกสักสองปีครึ่ง แล้วก็เดบิวต์ไปเลย ร้อง เล่น เต้น แร็ป ครบเครื่องไปเลยดีกว่า"
"แกวอนหาที่ตายใช่มั้ย!" หลินอู่ตวาดลั่นด้วยความโกรธจัด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"แบร่ๆๆ… แน่จริงก็เข้ามาตีฉันสิ! ฉันกลัวตายล่ะ ไอ้เด็กระดับ C อย่างฉันกำลังจะโดนอัจฉริยะระดับ SSS ซ้อมซะแล้ว ถึงตอนนั้นนายก็โดนตัดสิทธิ์สอบ ส่วนฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว……" ไอ้หัวเหลืองทำหน้าตายียวนกวนประสาท พูดจาถากถางไม่เลิก
"แก……"
ใบหน้าของหลินอู่แดงก่ำด้วยความโกรธ เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ ริมฝีปากเม้มแน่น แววตาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้น
แต่หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าและแววตาของเขาก็ค่อยๆ กลับมาสงบนิ่ง กำหมัดที่กำแน่นก็ค่อยๆ คลายออก
ถึงแม้ในใจอยากจะซัดกำปั้นออกไปเต็มแก่
แต่ประสบการณ์การเติบโตในสลัมสอนให้เขารู้ว่า
ถึงแม้กำปั้นและความรุนแรงจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันใจ
แต่มันก็จะนำพาปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกไม่รู้จบ
หากคนไม่มีเส้นสายอย่างเขา ตัดสินใจทำอะไรบุ่มบ่ามในสถานที่แบบนี้เพียงเพื่อความสะใจชั่ววูบ
ผลลัพธ์ที่จะตามมา รวมถึงสายตาของผู้คนที่จะมองเขา มันจะต้องตกต่ำลงอย่างแน่นอน
ข้อมูลประวัติของเขาคงจะถูกบันทึกไว้ว่า เป็นแค่พวกบ้าพลัง ไร้สมอง
ถึงแม้เขาจะมีพรสวรรค์ระดับ SSS ก็ตาม!
แต่เมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับพวกลูกผู้ดีมีตระกูลในเมืองใหญ่แล้ว
พื้นฐานและภูมิหลังของเขามันช่างเปราะบางเหลือเกิน อัจฉริยะที่สามารถเอาชีวิตรอดและเติบโตขึ้นมาได้เท่านั้น ถึงจะถูกเรียกว่ายอดฝีมือ ส่วนพวกที่ตายกลางทาง ต่อให้เก่งแค่ไหนก็เป็นได้แค่ป้ายหลุมศพเท่านั้นแหละ....
มีเพียงการใช้เวทีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ เพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองออกมา
ค่อยๆ กอบโกยทรัพยากร ท้าทายขีดจำกัด พัฒนาตัวเอง และแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ถึงจะสามารถไขว่คว้าทรัพยากรและอำนาจมาไว้ในมือได้มากขึ้น
ในเมื่อฉันเกิดมาเป็นลูกเศรษฐีไม่ได้ งั้นฉันก็จะสร้างเนื้อสร้างตัวให้กลายเป็นเศรษฐีรุ่นแรกซะเอง!
ขอแค่ฉันแข็งแกร่งขึ้น ฉันก็จะสามารถช่วยซีอินได้ดียิ่งขึ้น สายเสียงแล้วไงล่ะ?
ถึงแม้พลังพิเศษจะไม่เหมาะกับการต่อสู้ แต่เพื่อนฉันก็มีพรสวรรค์ระดับ SSS เหมือนกัน ขอแค่มีเคล็ดวิชาและทรัพยากรดีๆ
เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธอย่างเดียวก็ยังได้เลย!
ความเร็วในการดูดซับพลังงานยังไงก็ต้องสูงกว่าระดับ A อยู่แล้ว ยังไงก็มีโอกาสผงาดได้อยู่ดี!
เป็นเด็กกำพร้ากับเด็กสลัมแล้วมันยังไงล่ะ?
โลกใบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีตัวอย่างของคนธรรมดาที่ไต่เต้าจนประสบความสำเร็จให้เห็นสักหน่อย!
รวยแล้วจะไม่ลืมเพื่อน!
ตราบใดที่ฉัน หลินอู่ ยังมีเนื้อให้กิน ซีอินก็ต้องมีน้ำซุปให้ซดอย่างแน่นอน!!
%@¥#…
ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา ขัดจังหวะความคิดของหลินอู่
"หลินอู่ นายมาแล้วเหรอ!"
"??? นายเป็นใครเนี่ย?"
หลินอู่ที่เพิ่งเดินมาถึงโซน A ชะงักไปครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มชุดขาวที่โบกมือทักทายเขาอยู่ไม่ไกล
รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา แต่ก็เหมือนจะไม่รู้จัก!
ไอ้หน้าหล่อคนนี้เป็นใครวะ?
แต่งตัวซะหล่อเฟี้ยวอลังการ แถมยังมีขลุ่ยหรูหราห้อยอยู่ที่เอวอีก!
ทำตัวซะโดดเด่นยิ่งกว่าหลี่ไป๋ตอนเมาเหล้าซะอีก
เขาเคยรู้จักคนแบบนี้ด้วยเหรอ?
คนลักษณะนี้มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล ไม่รู้ไปโผล่อยู่ในวงจรชีวิตของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?
เซลล์สมองของหลินอู่ทำงานอย่างหนักหน่วง แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าคนตรงหน้าคือใคร ในตอนนั้นเอง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างก็ดังเข้าหู
"ดูสิว่าเฉินซีอินแต่งตัวเข้าสิ กะจะเดินสายศิลปินย้อนยุคหรือไงเนี่ย?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ก็เป็นสายเสียงนี่นา ก็ต้องโชว์หน้าโชว์ตากันหน่อย การสอบเข้ามหาลัยนี่ถ่ายทอดสดให้คนดูทั้งเผ่าพันธุ์เชียวนะ เวทีโปรโมทชั้นดีขนาดนี้ ถึงเวลาสอบก็แค่ร้องเพลงดีดกีตาร์โชว์สักเพลง รับรองว่าอนาคตในวงการบันเทิงสดใสแน่นอน"
"ฟังดูมีเหตุผลแฮะ พอโด่งดังขึ้นมา ไม่แน่อาจจะมีโอกาสได้ไปแสดงโชว์ให้พวกทหารแนวหน้าดู กลายเป็นแขกรับเชิญพิเศษคอยสร้างความบันเทิงและปลอบขวัญทหารก็ได้นะ!"
"ใช่ๆๆ! นั่นก็เป็นอีกทางรอดนึงนะ แถมยังได้เงินจากยอดโดเนทด้วย พอรวยแล้ว ก็เอาเงินไปซื้อทรัพยากรมาบ่มเพาะพลัง! เดี๋ยวนะ.... เชี่ย!"
"เชี่ย! ฟังแกพูดมาถึงตรงนี้ ฉันเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเฉินซีอินนี่แม่งอัจฉริยะตรรกะชัดๆ เส้นทางนี้มันสบายกว่าการต้องไปเสี่ยงตายฆ่าพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวตั้งเยอะเลยไม่ใช่หรือไง!!??"
ทำไมจู่ๆ ฉันถึงรู้สึกอิจฉาจนตาร้อนผ่าวขนาดนี้วะ……"
"ชิ! อย่างเขาน่ะเหรอ จะร้องเพลงดีดกีตาร์เป็น? ฉันว่าไอ้ขลุ่ยที่ห้อยเอวนั่น มันก็แค่ของประดับเอาไว้เรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ!"
บรรดาเพื่อนร่วมชั้นที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
"ซี... อิน?" หลินอู่มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ถ้าไม่ได้ยินคำพูดของคนรอบข้าง เขาก็คงจะจำไม่ได้จริงๆ
แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ
คนที่ปกติมักจะใส่ชุดนักเรียนขาดๆ รุ่งริ่งเหมือนกับเขา
แถมยังปล่อยผมเผ้ายุ่งเหยิง รังนกเรียกพี่ ราวกับไม่ได้สระผมมาเป็นเดือนๆ จะกลายมาเป็นคนที่มีสภาพแบบนี้ได้
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเขาในตอนนี้
เฉินซีอินโครงหน้าคมสัน สันจมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มตาคม ผิวขาวสะอาด ผมสั้นสีดำพลิ้วไหว รูปร่างสูงโปร่ง
ถ้าเอาไปไว้ในสโมสรม้าขาว (บาร์โฮสต์) รับรองว่าต้องตกเป็นเป้าหมายของพวกพี่สาวเศรษฐีนี หรือไม่ก็ชูการ์มัมมี่กระเป๋าหนักสายฮาร์ดคอร์ ที่อยากจะรุมรักรุมหลงอย่างแน่นอน!
ถุย! ถุยถุยถุย!
คิดบ้าอะไรอยู่วะ เพื่อนฉันจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง!
แต่ก็นะ... ถ้ามีโอกาส ฉันก็อยากจะลองขายหมอนี่ให้พวกพี่สาวเศรษฐีนีดูเหมือนกัน!
หลินอู่เดินเข้าไปชกไหล่เฉินซีอินเบาๆ แล้วหัวเราะ: "ไอ้ลูกหมาเอ๊ย แต่งตัวซะหล่อเชียว นี่ตกลงแอบคิดจะไปเป็นดาราจริงๆ เหรอเนี่ย ข้ายังกะจะชวนแกไปสร้างตำนานที่สถาบันระดับท็อปด้วยกัน ไปตบหน้าพวกลูกท่านหลานเธอ แล้วก็อัจฉริยะลูกเศรษฐีพวกนั้นซะหน่อย!"
จากนั้นสีหน้าของเขาก็สลดลงเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ว่า: "แต่ก็นะ... ถ้ามันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ เส้นทางเปิดหมวกขายศิลปะเพื่อยังชีพ มันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอก ไม่แน่ในอนาคต พี่ชายคนนี้อาจจะต้องพึ่งพาขอข้าวแกกินก็ได้………"
"เฮ้อ ก็อย่างว่าแหละ ฐานะอย่างพวกเราน่ะนะ...."
เฉินซีอินมองดูหลินอู่ที่กำลังมีอารมณ์เศร้าหมอง รู้สึกอบอุ่นในใจ
จริงๆ แล้ว ในฐานะสายเสียง เขาประสาทสัมผัสเรื่องการรับฟังดีมาก
เมื่อกี้ตอนอยู่หน้าประตู บทสนทนาระหว่างหลินอู่กับไอ้หัวเหลือง เขาก็ได้ยินเต็มสองรูหู
นิสัยใจคอของหลินอู่ เขารู้ดี
และพฤติกรรมของหมอนั่น เขาก็เห็นอยู่เต็มตา
ลองคิดดูสิ!
ในวินาทีนั้น ในใจของหลินอู่คงจะรู้สึกอัดอั้นตันใจน่าดู อยากจะซัดหน้ามันใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้าทำ
เฉินซีอินเตรียมตัวจะสารภาพความจริงเรื่องฐานะของเขากับหลินอู่ซ้ำอีกรอบ
เพื่อบอกเพื่อนว่า นายไม่ต้องกลัว!
พ่อคนนี้เก่งกาจไร้เทียมทาน แบ็กอัพเบ้อเร่อเท่อสุดๆ!
ต่อไปนี้ ใครหน้าไหนกล้าหือ พ่อจะซัดให้หงาย!
พ่อจะเป็นคนหนุนหลังนายเอง!
"หลินอู่ จริงๆ แล้วฉัน..."
เฉินซีอินยื่นมือออกไป ในจังหวะที่มือของเขากำลังจะเอื้อมไปแตะตัวหลินอู่ อีกแค่คืบเดียวเท่านั้น
"ผู้เข้าสอบทุกคนโปรดทราบ!"
"ผู้เข้าสอบทุกคนโปรดทราบ!"
"กรุณาไปยังที่นั่งสอบของตนเองเดี๋ยวนี้! การสอบกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว! ผู้เข้าสอบที่ยังคงเดินเตร็ดเตร่อยู่ จะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที!"
"ห๊ะ? เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะซีอิน รีบไปสอบก่อนเถอะ สอบเสร็จแล้วค่อยคุยกัน!" พูดจบ หลินอู่ก็วิ่งปรู๊ดไปที่ที่นั่งสอบของตัวเองโดยไม่หันกลับมามองเลย......
ทิ้งให้เฉินซีอินยืนยกมือขวาค้างเติ่งอยู่ด้านหลัง คำพูดที่เตรียมไว้ก็ต้องกลืนลงคอไปครึ่งประโยค
เขาส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ ช่างเถอะ
เอาไว้สอบเสร็จค่อยคุยกับหลินอู่ทีหลังก็แล้วกัน
จากนั้นเขาก็หยิบบัตรประจำตัวผู้สอบขึ้นมาดูหมายเลขที่นั่ง พร้อมกับเดินไปบอกเจ้าหน้าที่ทหารที่พาเขาเข้ามา ให้ช่วย "ดูแล" ไอ้หัวเหลืองเป็นพิเศษหน่อย
กล้ารังแกเพื่อนของเขา ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ทำข้อสอบอย่างมีความสุข
"รับทราบครับ"
เจ้าหน้าที่ทหารที่รับหน้าที่คุมสอบ ปรายตามองไอ้หัวเหลืองแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ
จากนั้น เฉินซีอินก็หันหลังเดินไปหาที่นั่งของตัวเอง
.......
3 นาทีผ่านไป
"รายงานท่านผู้บัญชาการ ผู้เข้าสอบทุกคนประจำที่เรียบร้อยแล้ว จะให้เปิดใช้งานระบบเลยไหมครับ?"
"เปิดระบบเลย! จากนั้นก็ทำการเชื่อมโยงเข้ากับระบบประมวลผลส่วนกลาง เพื่อเริ่มการถ่ายทอดสด!"
"รับทราบครับ!"
……
(จบแล้ว)