- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 21 - ภาพรวมระบบพลังพิเศษและความโกรธเกรี้ยวของเฉินซีอิน
บทที่ 21 - ภาพรวมระบบพลังพิเศษและความโกรธเกรี้ยวของเฉินซีอิน
บทที่ 21 - ภาพรวมระบบพลังพิเศษและความโกรธเกรี้ยวของเฉินซีอิน
บทที่ 21 - ภาพรวมระบบพลังพิเศษและความโกรธเกรี้ยวของเฉินซีอิน
"อย่าเพิ่งขัดจังหวะสิ! พ่อกำลังนึกอยู่นี่ไง!"
"โอเคครับ..."
เฉินซีอินเบ้ปาก นึกว่าตาแก่จะหาเรื่องเนียนเปลี่ยนเรื่องซะแล้ว
เฉินเหวินหยวนเรียบเรียงคำพูดในหัว แล้วค่อยๆ อธิบายว่า: "ระดับตื่นรู้พ่อจะไม่พูดถึงมากละกัน พออายุ 18 ปลุกพลังพิเศษได้ก็คือระดับนั้นแหละ จากนั้นพอเริ่มฝึกฝนตามเคล็ดวิชา ก็จะก้าวเข้าสู่ระดับเหล็กดำ การทะลวงระดับแต่ละครั้งคือการเปลี่ยนแปลงสภาวะของชีวิต
สามระดับแรกคือระดับพื้นฐาน
【ระดับเหล็กดำ】 พลังวิญญาณจะรวมตัวกันเป็นก๊าซในจุดตันเถียน เริ่มหล่อเลี้ยงเส้นเอ็นและกระดูก เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง เพิ่มพละกำลัง และเริ่มใช้งานพลังพิเศษได้
【ระดับทองแดง】 สามารถเริ่มมองเห็นภายในร่างกายตัวเองได้ ดูดซับพลังวิญญาณได้มากขึ้น และรวบรวมพลังวิญญาณให้กลายเป็นกระแสน้ำวน
【ระดับเงิน】 พลังวิญญาณสามารถก่อตัวเป็นเสื้อคลุมบางๆ ได้ รวบรวมพลังวิญญาณให้กลายเป็นของเหลว เสื้อคลุมพลังวิญญาณจะปกคลุมผิวหนังชั้นนอกเพื่อเป็นเกราะป้องกัน
ระดับสี่ถึงระดับหกคือระดับเติบโต
【ระดับทอง】 พลังวิญญาณก่อตัวเป็นเกราะจำแลง สามารถปล่อยพลังวิญญาณออกนอกร่างกายได้ พลังวิญญาณเหลวในร่างกายจะเริ่มพัฒนาไปสู่สถานะของแข็ง และสามารถเริ่มพัฒนาทักษะพลังพิเศษของตัวเองได้
【ระดับแพลตตินัม】 พลังวิญญาณก่อตัวเป็นเกราะรูปธรรม พลังวิญญาณควบแน่นเป็นวัตถุ เน้นไปที่การพัฒนาพลังพิเศษของตัวเองเป็นหลัก
【ระดับเพชร】 สามารถสร้างปีกจากพลังวิญญาณได้ สามารถระบุตำแหน่งและดึงเอา 【ประตูพลังทั้งสาม】 ของตัวเองออกมาได้
ประตูเหล่านั้นแบ่งออกเป็น ประตูแห่งชีวิต, ประตูแห่งพลังพิเศษ และประตูแห่งจิตวิญญาณ
ระดับเจ็ดถึงระดับเก้าเรียกว่าระดับสูง หรือมีฉายาเรียกอีกอย่างว่า 【ปรมาจารย์เกียรติยศ】 【ปรมาจารย์ผู้มีฉายา】 【ราชันภัยพิบัติ】
【ระดับเกียรติยศ】 เริ่มใช้งาน 【พลังแห่งสรรพสิ่ง】 ได้ พัฒนาอาณาเขตของตัวเองให้สมบูรณ์ พลังทำลายล้างของพลังพิเศษจะน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น เริ่มใช้งาน 【พลังแห่งมิติ】 ได้ในเบื้องต้น หลังจากพัฒนาตัวเองจนสมบูรณ์แล้วสามารถแปลงกายเป็น 【กายาแท้พลังพิเศษ】 ได้
【ระดับปรมาจารย์】 มีพลังมากพอจะพลิกฟ้าคว่ำสมุทรได้ เริ่มมีฉายาเป็นของตัวเอง อย่างพ่อของลูก ตอนนั้นก็ได้รับฉายาว่า ราชันดาบ...
【ระดับราชัน】 พลังสั่นสะเทือนฟ้าดิน ค่อยๆ หลุดพ้นจากขอบเขตของมนุษย์ และก้าวเข้าสู่เส้นทางของการกลายเป็นเทพ
【ระดับเทพ】 แบ่งออกเป็นระดับทั่วไปกับระดับเสาหลักประจำตระกูล ครอบครองกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับพลังของตน ภายในร่างกายจะก่อกำเนิด 【พลังแห่งจักรวาล】
เว้นเสียแต่ว่าจะถูกฆ่าโดยผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน ไม่อย่างนั้นตราบใดที่ 【พลังแห่งจักรวาล】 ยังไม่ดับสูญ ก็จะไม่มีวันตายตามอายุขัยปกติ!"
"เอาล่ะ ระดับตั้งแต่หกขึ้นไปมันซับซ้อน อธิบายตอนนี้ก็คงไม่จบ เอาเป็นว่าลูกทำความเข้าใจคร่าวๆ ไปก่อน ตอนนี้ตั้งใจฝึกให้ถึงระดับสามไปก่อน ถึงตอนนั้นค่อยเปลี่ยนไปฝึกเคล็ดวิชาแก่นแท้อีกที"
เฉินเหวินหยวนตีหน้าขรึม น้ำเสียงจริงจัง
"เคล็ดวิชาแก่นแท้?"
ตอนฟังแรกๆ ก็ยังพอเข้าใจอยู่หรอก แต่พอฟังถึงช่วงหลังๆ มันเกินกว่าความรู้ที่เฉินซีอินจะจินตนาการได้ไปไกลแล้ว
หลังจากตั้งคำถามออกไป เฉินเหวินหยวนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก
เมื่อเป็นเช่นนั้น เฉินซีอินจึงได้แต่ปล่อยผ่านไป
ข้าวยังต้องกินทีละคำ ทางก็ต้องเดินทีละก้าว
ทรัพยากรและภูมิหลังดีเลิศขนาดนี้ แถมยังมีระบบคอยช่วยซัพพอร์ต ชาตินี้ถ้ายังไม่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดอีกล่ะก็ คงต้องขอโทษโชคชะตากับเทพีแห่งโชคลาภแล้วล่ะ!
เขาไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตเป็นพนักงานกินเงินเดือนที่แสนจะน่ากลัวแบบนั้นอีกแล้ว
"ตกลงครับ เข้าใจแล้ว!"
รวบรวมสติ เฉินซีอินจัดการอารมณ์ของตัวเอง แล้วมองไปที่เฉินเหวินหยวน เอ่ยถามว่า:
"อ้อ จริงสิ พ่อบอกว่ายังมีอีกเรื่องที่ต้องจัดการ? เรื่องอะไรเหรอครับ?"
"มัวแต่คุยเรื่องระดับพลังจนเกือบลืมไปเลย"
เฉินเหวินหยวนยกมือขึ้นกระแอมเบาๆ "เป็นเรื่องของผู้หญิงที่ชื่อซือลวี่ช่าน่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็ทำหน้างง ถามด้วยความสงสัยว่า: "ซือลวี่ช่าเหรอ?"
"ผมตัดขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างชัดเจนแล้วนี่ครับ ผมกับเธอจะไปมีเรื่องอะไรกันได้อีก?"
เฉินซีอินโบกมือปัด สีหน้ารังเกียจ "ต่อไปผมกับเธอก็เหมือนอยู่กันคนละโลก ไม่มีทางได้ติดต่อกันอีกแล้ว ผู้หญิงคนนั้น ตอนนี้แค่เห็นหน้าผมก็ขยะแขยงแล้ว……"
เฉินเหวินหยวนพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็พูดว่า:
"เพื่อความปลอดภัยของลูก หน่วยข่าวกรองของเราได้ไปสืบประวัติคนที่อยู่รอบตัวลูกมาแล้ว
เด็กที่ชื่อหลินอู่นิสัยใจคอไม่เลวเลย คบหาไว้ให้มากๆ ล่ะ เป็นคนที่ฝากฝังแผ่นหลังให้ดูแลได้เลย ทางตระกูลก็จะช่วยดึงตัวเขามาเป็นพวกให้ด้วย
แต่ในอนาคตลูกก็ควรจะสร้างคอนเนคชันของตัวเองให้กว้างขวางขึ้น ต้องมีพี่น้องเพื่อนฝูงที่สามารถฝากฝังแผ่นหลังให้กันได้
ยังไงซะการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ก็ไม่ใช่เรื่องของคนๆ เดียว พลังของคนๆ เดียวมันก็มีขีดจำกัด แต่ละคนก็มีความถนัดแตกต่างกันไป 1+1 ย่อมให้พลังมากกว่า 2 อยู่แล้ว……"
เฉินเหวินหยวนหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวกกลับเข้าเรื่องเดิม:
"ส่วนเรื่องของซือลวี่ช่า ไม่ได้จะพูดถึงอดีตระหว่างลูกกับเธอหรอกนะ เรื่องพวกนั้นพ่อเห็นแล้วยังรังเกียจเลย โชคดีนะที่แม่ลูกยังไม่รู้เรื่องนี้ พี่ชายลูกก็ด้วย ถ้าขืนเขารู้เข้าล่ะก็ มีหวังลูกโดนล้อไปยันลูกบวชแน่"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็บีบเสื้อผ้าตัวเองด้วยความกระอักกระอ่วน หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะฟังเฉินเหวินหยวนส่ายหน้าแล้วพูดต่อ:
"เมื่อวานนี้หน่วยข่าวกรองของตระกูลเฉินเราดักจับข้อมูลได้ว่า เธอติดต่อไปหาแก๊งเหวินจู๋ แก๊งมาเฟียอันดับหนึ่งของเมืองเหวินโจว"
"ด้วยความรู้เท่าหางอึ่งของอีกฝ่าย มันคิดว่าลูกกับหลินอู่ คนนึงเป็นแค่เด็กกำพร้า อีกคนก็เป็นแค่เด็กสลัมไม่มีเส้นสายอะไร ก็เลยกะจะให้หยางคุนไปจับตัวพวกลูกมา แล้วทำการล้างสมอง ให้กลายเป็นหมาสองตัว คอยทำงานรับใช้แก๊งมาเฟียไปจนตาย"
พอได้ยินประโยคนี้ แววตาของเฉินซีอินก็เย็นเยียบลงทันที เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า: "บัดซบ! นังผู้หญิงงูพิษ! ฉันจะฆ่าหล่อน!"
ไม่นึกเลยว่า ในฐานะทายาทสายตรงของตระกูลระดับท็อปอย่างเขา แค่ไปทุบบ่อปลาของยัยแม่ค้าชาเขียวทิ้งแค่นั้นเอง
หล่อนไม่เพียงแต่ไม่สำนึกผิดว่าตัวเองทำร้ายเขาไว้หนักหนาแค่ไหน แต่กลับมีจิตใจอำมหิต ถึงขั้นจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาทำลายชีวิตของเขากับหลินอู่เลยเหรอเนี่ย!
ตัวเขาเองน่ะไม่เท่าไหร่หรอก พ่อต้องส่งคนมาคอยคุ้มครองอยู่แล้ว
แต่หลินอู่นี่สิไม่แน่ ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อวานก่อนกลับบ้านเขาฝากฝังเรื่องนี้เอาไว้ล่ะก็
ด้วยสภาพของหลินอู่ที่เพิ่งจะปลุกพลังได้ เผลอๆ อาจจะซวยไปแล้วก็ได้
ถ้าเป็นแบบนั้น บอดี้การ์ดควบตำแหน่งตัวเปิดระดับ SSS ในอนาคตของเขาก็ต้องปลิวหายวับไปกับตาเลยน่ะสิ
เรื่องแบบนี้ลุงทนได้ แต่ป้าทนไม่ได้โว้ย!!
นี่มันยิ่งกว่าเล่าปี่เสียกวนอู โจโฉเสียเตียนอุย หรือโฟลเดอร์รวบรวมไฟล์ความรู้ 200 กว่า TB โดนลบทิ้งซะอีกนะเนี่ย!!
แต่เดี๋ยวก่อน..... เมื่อกี้เพิ่งจะเจอหลินอู่มานี่นา งั้นก็แปลว่าหมอนั่นน่าจะยังปลอดภัยดีอยู่!
เฉินซีอินขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นถามว่า: "พ่อ หลินอู่ตอนนี้ปลอดภัยดีใช่ไหมครับ? แล้วยัยนั่นกับแก๊งเหวินจู๋เป็นไงบ้าง ให้ทางตระกูลไปจัดการกวาดล้างพวกมันทิ้งได้ไหม?"
เฉินซีอินรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองยังอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถลงมือด้วยตัวเองได้ ทำได้แค่อาศัยพลังของตระกูลเท่านั้น
เอ๊ะ!!
เดี๋ยวก่อน!!
แก๊งเหวินจู๋??
เมื่อตอนบ่ายที่ปั่นจักรยานผ่านตึกหรูหรานั่น เขาเพิ่งจะได้ยินข่าวว่าแก๊งเหวินจู๋โดนกวาดล้างไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
ความคิดแวบเข้ามาในหัว เฉินซีอินก็ตระหนักได้ทันทีว่า นี่ต้องเป็นฝีมือของคนในตระกูลแน่ๆ!
ในตอนนั้นเอง เฉินเหวินหยวนก็มีสีหน้าเย็นชา แสยะยิ้มเยาะเย้ย "กว่าลูกจะนึกออก ดอกไม้ก็คงเหี่ยวเฉาไปหมดแล้ว
ไม่งั้นก็คงเป็นเพราะผนึกความทรงจำยังคลายไม่หมด เพื่อที่จะให้ลูกได้เห็นธาตุแท้ของผู้หญิงพรรค์นี้ ตระกูลเฉินของเราจะยอมปล่อยให้มีคนแบบนี้อยู่รอดไปได้ยังไง"
"แก๊งเหวินจู๋ถูกหน่วยรบกวาดล้างต่างดาวของตระกูลเรากวาดล้างไปเรียบร้อยแล้ว ก็แค่แก๊งมาเฟียกระจอกๆ แก๊งนึง ถือซะว่าช่วยเมืองเหวินโจวกำจัดขยะสังคมก็แล้วกัน"
"ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็จับตัวกลับมาแล้ว ขังอยู่ในห้องใต้ดิน ลูกจะตัดสินความเป็นความตายของหล่อนยังไงก็เชิญตามสบายเลย!"
น้ำเสียงของเฉินเหวินหยวนราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ราวกับว่าการกวาดล้างแก๊งมาเฟียอันดับหนึ่งของเมืองเหวินโจว มันง่ายดายเหมือนกับการบี้มดตายตัวนึงยังไงยังงั้น
เฉินซีอินชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจรู้สึกทึ่งสุดๆ
ช่างเป็นคำพูดที่ตัดสินความเป็นตายของขุมกำลังหรือใครสักคนได้อย่างง่ายดายจริงๆ
ต้องรู้ไว้เลยนะว่าเมื่อก่อนตอนที่เขากับหลินอู่อยู่ด้วยกัน มักจะบังเอิญเจอพวกคนของแก๊งเหวินจู๋อยู่บ่อยๆ
ไอ้พวกนั้นแต่ละคนกร่างจะตายชัก อาศัยว่าหัวหน้าแก๊งเป็นถึงยอดฝีมือระดับห้า แถมยังขึ้นชื่อเรื่องรักพวกพ้องสุดๆ ในเมืองเหวินโจว
วันๆ เอาแต่รังแกผู้หญิง ข่มเหงชาวบ้าน ทำตัวกร่างเป็นนักเลงโต รังแกคนธรรมดาไปทั่ว
ในวินาทีนี้ เฉินซีอินสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามอันเหลือล้นของตาแก่ และได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งและสถานะอันสูงส่งของตระกูลระดับท็อป แค่กวาดล้างขุมกำลังขนาดใหญ่ในเมืองเหวินโจวได้สบายๆ.... น่าสะพรึงกลัวจริงๆ....
"เดี๋ยวตอนที่ลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัย พ่อก็ต้องรีบไปด่านชิงหลงแล้วเหมือนกัน กองกำลังหลักของฝั่งแม่ลูกอยู่ที่ด่านจูเชวี่ย ถึงแม้แม่จะแต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลเฉินของเราแล้ว แต่ทางด่านจูเชวี่ยก็ยังต้องการตัวแม่อยู่"
"หลังจากสงครามใหญ่เมื่อยี่สิบปีก่อน พวกเรากับยอดฝีมือระดับเทพของเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่บุกรุกต้าเซี่ย ได้ตกลงทำสนธิสัญญาร่วมกัน และสาบานตนเอาไว้
ระดับเทพห้ามเข้าแทรกแซงการต่อสู้ในระดับล่าง ทำได้แค่นัดประลองกันเองเท่านั้น ระดับสูงห้ามลงมือกับระดับที่ต่ำกว่า แต่ระดับที่ต่ำกว่าสามารถท้าดวลกับระดับที่สูงกว่าได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่ก็ต้องระวังตัวเวลาอยู่ลับหลังคนอื่นให้ดีล่ะ.…"
เฉินเหวินหยวนเอามือไพล่หลัง อธิบายให้เฉินซีอินฟังด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย จากนั้นก็หันไปกวักมือเรียกจ้าวหานอวิ๋นที่อยู่ไกลๆ ให้เข้ามาหา
"พานายน้อยไปเจอผู้หญิงคนนั้น เขาจะตัดสินใจยังไง พวกนายก็ทำตามนั้นได้เลย"
"รับทราบครับ นายท่าน!"
จ้าวหานอวิ๋นที่เดินเข้ามาใกล้พยักหน้ารับ จากนั้นก็หันไปยิ้มให้เฉินซีอินแล้วพูดว่า: "คุณชาย ตามผมมาเลยครับ"
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็พยักหน้า เดินตามหลังจ้าวหานอวิ๋นมุ่งหน้าออกไปข้างนอก
ในตอนนั้นเอง ตัวเลือกทั้งสี่ข้อก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาอย่างกะทันหัน!
(จบแล้ว)