- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 18 - ฉันเฉินซีอิน ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจ!
บทที่ 18 - ฉันเฉินซีอิน ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจ!
บทที่ 18 - ฉันเฉินซีอิน ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจ!
บทที่ 18 - ฉันเฉินซีอิน ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจ!
อึดอัดอยากจะร้องไห้จริงๆ!
รถคู่ใจของฉัน!
อยู่ด้วยกันมาตั้ง 5 ปีเชียวนะ!
เฉินซีอินวิ่งกลับบ้านมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกเสียดายวนเวียนอยู่ในใจไม่รู้จบ
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงหน้าคฤหาสน์ ก้าวยาวๆ ขึ้นบันได ผลักประตูเปิดออก เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น แล้วก็สังเกตเห็นเงาร่างบนโซฟา
"พ่อ! ผมกลับมาแล้ว!"
"รับไป"
เฉินเหวินหยวนหันขวับมามอง ดีดนิ้วดังเป๊าะ แหวนวงหนึ่งก็ลอยละลิ่วแหวกอากาศเป็นเส้นโค้งพุ่งตรงมาหาเขา
เฉินซีอินชะงักฝีเท้า เงยหน้าขึ้น ยื่นมือขวาออกไปคว้าแหวนที่ลอยมาไว้ได้อย่างแม่นยำ เขาก้มลงพินิจพิจารณาแหวนในมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความงุนงงว่า: "นี่คืออะไรอะพ่อ?"
เมื่อได้ยินคำถาม เฉินเหวินหยวนก็เกิดอาการปรี๊ดแตกขึ้นมาทันที เขาพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเฉินซีอิน แล้วใช้มะเหงกเขกหัวลูกชายตัวดีไปหลายที
——โป๊ก โป๊ก โป๊ก!
เฉินซีอินยกมือขึ้นกุมหัว สีหน้าเหยเกบิดเบี้ยว ร่างกายเด้งดึ๋งราวกับติดสปริง กระโดดหยองแหยงสลับขาซ้ายขวาอยู่ที่เดิมไปสามที พร้อมกับร้องลั่น: "โอ๊ยๆๆ เจ็บๆๆ!"
เฉินเหวินหยวนขมวดคิ้วมุ่น มองดูเฉินซีอินที่กระโดดเหยงๆ อยู่กับที่ แล้วด่าด้วยความเอือมระอาว่า: "นี่มันแหวนมิติโว้ย! ความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปี แกเอาไปให้หมากินหมดแล้วหรือไง?"
พูดยังไม่ทันขาดคำ ตัวเลือก 3 ข้อก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าเฉินซีอิน
【ตัวเลือกที่ 1: ตอบกลับไปว่า: "ใช่เลย! พ่อมองคนทะลุปรุโปร่งจริงๆ เอาไปให้หมากินหมดแล้วล่ะ!" รางวัลเมื่อสำเร็จ: พลังเลือดลมและจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างละ 50 แต้ม พร้อมรับฉายา 【ผู้ไม่ยอมจำนน】】
【ตัวเลือกที่ 2: ยอมรับสารภาพบาปแต่โดยดี ว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจเรียน และสัญญาว่าจะปรับปรุงตัวในอนาคต รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มพลังพิเศษ 1000 แต้ม พร้อมรับฉายา 【เด็กดี】】
【ตัวเลือกที่ 3: ลุกขึ้นสู้ ขู่เฉินเหวินหยวนว่าถ้ากล้าลงไม้ลงมืออีก จะไปฟ้องหลินซืออวี่ ให้แม่มาจัดการซะ รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มพลังพิเศษ 1000 แต้ม พร้อมรับฉายา 【ผู้ทรยศ】】
ในชั่ววินาทีนั้น เฉินซีอินถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก ไม่นึกเลยว่าแค่ตาแก่ถามคำถามเดียว ก็มีตัวเลือกโผล่มาให้เลือกตั้งสามข้อ เขาเริ่มใช้ความคิดประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ข้อแรกนี่ออกจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปหน่อย แต่รางวัลคุ้มค่าสุดๆ ส่วนข้อสองก็ดูธรรมดาๆ ไม่มีอะไรหวือหวา
ข้อสามก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
ยังไงซะไอ้นิสัยเสียของตาแก่ที่เอะอะก็ชอบเขกหัวเขาเนี่ย มันต้องดัดสันดานกันซะบ้าง
แต่ว่า…… ชื่อฉายา ผู้ไม่ยอมจำนน ฟังดูมีประโยชน์กว่าตั้งเยอะ!
ความคิดแล่นผ่านหัว เฉินซีอินเอามือลูบหัวปอยๆ หัวเราะแฮะๆ อย่างเก้อเขิน วินาทีต่อมา เขาก็ยืดอกเชิดหน้า ตอบกลับไปอย่างฉะฉานและมั่นใจสุดๆ:
"ใช่เลย! พ่อมองคนทะลุปรุโปร่งจริงๆ เอาไปให้หมากินหมดแล้วล่ะ!!"
【โฮสต์เลือกตัวเลือกที่ 1: รางวัลเมื่อสำเร็จ: พลังเลือดลมและจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างละ 50 แต้ม พร้อมรับฉายา 【ผู้ไม่ยอมจำนน】】
【ผู้ไม่ยอมจำนน】: อำนาจไม่อาจกดขี่ ความยากจนไม่อาจสั่นคลอน แม้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ก็กล้าที่จะลุกขึ้นสู้ รนหาที่ตายโดยไม่เจียมตัว
เอฟเฟกต์: ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันของผู้แข็งแกร่ง เมื่อได้รับความเสียหายทางกายภาพ จะลดทอนความเสียหายลง 30%
(ตีฉันสิ! ให้พ่อตีมาเต็มร้อย ฉันก็เจ็บแค่เจ็ดสิบ!)
"........!!!"
ในเสี้ยววินาทีนั้น
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ ชนิดที่ว่าเข็มตกพื้นยังได้ยินเสียง
สี่ตาจ้องประสานกันเขม็ง จ้าวหานอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้ากระตุก สีหน้าพิลึกพิลั่น ก่อนจะแอบถอยฉากออกไปเงียบๆ หลายก้าว
ในตอนนั้นเอง เฉินเหวินหยวนก็ถูมือไปมา แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วพูดขึ้นว่า:
"ปีกกล้าขาแข็งขึ้นเยอะเลยนี่! ถึงกล้าต่อปากต่อคำกับพ่อแบบนี้ สงสัยหนังจะคันอยากโดนฟาดสินะ"
พูดยังไม่ทันขาดคำ
เฉินเหวินหยวนก็ตวัดมือใหญ่ไปด้านหน้า ปลดเข็มขัดหนังเจ็ดหมาป่าออกจากเอวมาถือไว้ สองมือดึงกระชากเข็มขัดดังป้าบ มือขวาจับปลายด้านหนึ่งสะบัดอย่างแรง สายตาจ้องเขม็งไปที่เฉินซีอินซึ่งหน้าถอดสีไปแล้ว
"เพียะ!"
วินาทีที่เข็มขัดฟาดกระทบพื้น เสียงดังกังวานก็ดังขึ้น พร้อมกับคลื่นพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของยอดฝีมือระดับ 9 ที่แผ่ซ่านออกมากดทับ หมายจะตรึงร่างของเฉินซีอินให้อยู่กับที่
อีกด้านหนึ่ง ทันทีที่เห็นเข็มขัดปรากฏขึ้น เฉินซีอินก็รู้ตัวทันทีว่าหายนะมาเยือนแล้ว เขารีบหันหลังใส่เกียร์หมาโกยอ้าวหนีสุดชีวิต งัดกลยุทธ์สามสิบหกจังหวะ หนีคือสุดยอดกลยุทธ์ออกมาใช้
"หืม? ภายใต้แรงกดดันของฉัน ปกติแล้วผู้ใช้พลังพิเศษระดับ 5 หรือ 6 แทบจะขยับตัวไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ไอ้เด็กนี่กลับวิ่งหน้าตั้งได้เฉยเลยแฮะ?"
เมื่อเห็นว่าเฉินซีอินยังคงขยับเขยื้อนร่างกายหนีแรงกดดันของเขาได้ เฉินเหวินหยวนก็มีประกายแสงวาบผ่านดวงตา แอบรู้สึกประหลาดใจอยู่ลึกๆ
"ช่างมันเถอะ ตีก่อนค่อยว่ากัน ถ้าปล่อยให้ไอ้เด็กนี่หนีรอดไปได้ หน้าตาระดับ 9 ของฉันจะเอาไปไว้ที่ไหน ขืนเรื่องแพร่งพรายออกไป ฉันจะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหนในวงการล่ะ?"
วินาทีต่อมา ขณะที่เฉินซีอินเพิ่งจะก้าวเท้าวิ่งออกไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ เขาก็รู้สึกหน้ามืดทะมึน มีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งพรวดมาขวางหน้าเขาเอาไว้ราวกับภูตผี
ในชั่วพริบตานั้น เฉินซีอินมีสีหน้าอึ้งทึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาหยอกล้อ มุมปากแสยะยิ้มชั่วร้าย ก็พลันรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงสันหลัง
"หึหึ วิ่งหนีอีกสิไอ้ลูกหมา"
"อย่า... อย่าตีหน้านะ... ไม่งั้น... ผมฟ้องแม่จริงๆ ด้วย!"
เฉินซีอินรีบนั่งยองๆ ลงกับพื้น ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมหัว พยายามปกป้องใบหน้าอันหล่อเหลาของตัวเองเอาไว้
"หึหึ... ได้สิ..."
"ปึก! เพียะ! ป้าบๆ! ตุ้บตั้บ......"
5 นาทีต่อมา
เฉินเหวินหยวนปัดฝุ่นที่มือไปมา สอดเข็มขัดกลับเข้าหูขากางเกงตามเดิม ถอนหายใจยาวๆ อย่างโล่งอก ยืดตัวขึ้นด้วยสีหน้าฟินสุดๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งไขว่ห้าง พลางรำพึงรำพันในใจ
"นิสัยก็ยังซนเป็นลิงเหมือนเดิม แต่ว่านะ…… ไม่ได้ตีมาตั้งห้าปีแล้ว สัมผัสก็ยังคุ้นมือเหมือนเดิมเป๊ะ"
อีกด้านหนึ่ง เฉินซีอินในสภาพถูกอัดจนหน้าบวมฉุเป็นหัวหมู ตาซ้ายเขียวปั๊ด ตาขวาบวมเป่ง หน้าบานขึ้นไปอีกหลายเท่า บนหัวมีปูดโปนเป็นลูกมะกรูดหลายลูก สภาพดูคล้ายกับพระสังกัจจายน์ไม่มีผิด เขามองค้อนด้วยสายตาตัดพ้อ
แต่เขาก็รู้ดีว่าเฉินเหวินหยวนยั้งมือเอาไว้แล้ว ไม่อย่างนั้น ยอดฝีมือระดับ 9 แค่สะกิดเบาๆ ก็ส่งเขาไปเกิดใหม่ได้สบายๆ แล้ว
จะโทษใครได้ล่ะ ก็ต้องโทษตัวเลือกที่หนึ่ง ที่ให้รางวัลล่อตาล่อใจซะขนาดนั้น!
ในฐานะลูกผู้ชายที่ตั้งปณิธานว่าจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด เพื่อแต้มพลังพิเศษแล้ว ยอมเจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอกน่า!
แถมฉายา 【ผู้ไม่ยอมจำนน】 นี่ก็โคตรจะมีประโยชน์เลย!
แรงกดดันที่ตาแก่ปล่อยออกมาเมื่อกี้ ทำอะไรเขาไม่ได้เลยสักนิด
ถ้ายังมีตัวเลือกฉายาแจ่มๆ แบบนี้มาให้เลือกอีกล่ะก็ ต่อให้ต้องเสี่ยงตายเขาก็จะยอมเลือก!
อย่างมากก็แค่โดนอัดน่วมไปอีกสักรอบ ไม่ถึงตายสักหน่อย
แถมบาดแผลแค่นี้ คืนเดียวก็หายสนิทแล้ว พรุ่งนี้เขาก็ยังไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนต่อได้อีก เผื่อจะฟลุกเจอตัวเลือกอะไรเด็ดๆ อีก
ความคิดต่างๆ นานาแล่นปรู๊ดปร๊าดอยู่ในหัว เฉินซีอินนอนหมอบกระแตอยู่บนพื้นไม่ยอมลุก กรอกกลิ้งลูกตาไปมา
"เดี๋ยวรอแม่กลับมาก่อนเถอะ จะเอาแผลพวกนี้ไปฟ้องแม่ ให้ไอ้ตาแก่นี่รู้ซึ้งถึงความยิ่งใหญ่ของความรักจากแม่ซะบ้าง"
เมื่อเห็นเฉินซีอินยังคงนอนนิ่งไม่ยอมลุก เฉินเหวินหยวนก็ราวกับอ่านความคิดของเขาออก จึงหันไปส่งเสียงทางจิตสั่งการจ้าวหานอวิ๋นสองสามประโยค
อีกด้านหนึ่ง จ้าวหานอวิ๋นยิ้มกริ่ม พยักหน้ารับ พร้อมกับกวักมือเรียกสาวใช้คนหนึ่งที่อยู่ไกลๆ ให้เข้ามาหา
"ช่วยรักษาราดแผลให้คุณชายที"
"เจ้าค่ะ!"
สิ้นเสียงคำสั่ง สาวใช้ก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้น แสงสีขาวสว่างวาบไหลเวียนอยู่ในมือ จากนั้นก็เล็งเป้าไปที่เฉินซีอิน ผลักสองมือออกไป ลำแสงสายหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ตัวเขา
"ทักษะพลังพิเศษ แสงแห่งการเยียวยา"
วินาทีต่อมา
รอยฟกช้ำดำเขียวทั่วตัวเฉินซีอินก็ค่อยๆ จางหายไปภายใต้แสงแห่งการเยียวยา และกลับมาเป็นปกติในชั่วพริบตา
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เฉินซีอินก็จำใจต้องลุกขึ้นยืน
ในตอนนั้นเอง เฉินเหวินหยวนก็เอามือเท้าคางมองมา แสยะยิ้มเยาะเย้ยแล้วพูดกลั้วหัวเราะว่า:
"กะจะไปฟ้องพ่อล่ะสิ? หึหึ... แกฝันไปเถอะ พ่อตีแกวันละแปดร้อยรอบก็ยังได้ แถมยังทำให้บนตัวแกไม่มีรอยแผลทิ้งไว้เลยสักนิด คอยดูสิว่าแกจะยังกล้าดื้อกับพ่ออยู่อีกไหม!"
"ไม่กล้าแล้วคราบ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็หดคอลง แอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ในใจ
ขิงแก่ยังไงก็เผ็ดร้อนกว่าคนหนุ่มจริงๆ พวกที่อยู่มานานนี่ลูกล่อลูกชนเยอะจริงๆ
เอาไว้ตัวเองเก่งกล้าสามารถเมื่อไหร่ ค่อยไปขอเรียนวิชาจากพี่ชายก็แล้วกัน!
ไอ้ตาแก่ ฝากไว้ก่อนเถอะ!
เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเฉินซีอิน เฉินเหวินหยวนก็พอจะเดาความคิดของเขาออกได้คร่าวๆ แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ จากนั้นก็ตีหน้าขรึม พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า:
"เอาล่ะ หยดเลือดลงไปในแหวนเพื่อยืนยันตัวตนซะ ต่อไปก็ใช้พลังจิตตรวจสอบดูได้เลย ในแหวนมีทรัพยากรสำหรับฝึกฝนตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับสามเตรียมไว้ให้แกแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็หยิบแหวนขึ้นมา ถามด้วยความสงสัยว่า:
"ทำไมไม่เอาทรัพยากรตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับเก้ามาให้ผมหมดเลยล่ะ?"
"เอาทรัพยากรระดับสูงให้แกตอนนี้ แกจะเอาไปทำอะไรได้ ไม่กลัวธาตุไฟเข้าแทรกตายหรือไง ไอ้ลูกโง่เอ๊ย!"
เฉินเหวินหยวนกลอกตาบนใส่ ทำหน้าเหมือนพวกไม่เอาถ่าน
"อ้อๆ.... เข้าใจแล้วคราบ.."
เฉินซีอินยิ้มแหยๆ จากนั้นก็บีบเลือดหยดหนึ่งลงไปบนแหวน แล้วส่งพลังจิตเข้าไปสำรวจดูข้างใน
พอเห็นปุ๊บก็ถึงกับอ้าปากค้าง ยืนนิ่งเป็นหินไปเลย!
(จบแล้ว)