- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...
บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...
บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...
บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...
【โฮสต์เลือกข้อ 3 ได้รับดวงตานิรนาม สามารถผสานเข้ากับพลังพิเศษที่กำลังจะตื่นขึ้นได้】
ดวงตาข้างเดียวของอสูรมังกรเสียง สัตว์อสูรสายพันธุ์มังกรหายากระดับเทพ
เชี่ยเอ๊ย!
ระดับเทพ???
สัตว์สายพันธุ์มังกร?
ไอ้ของพรรค์นี้มันแข็งแกร่งกว่าจิ้งจอกเก้าหางตั้งหลายเท่าไม่ใช่เหรอ?
โชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจได้ฉลาดหลักแหลม!
ชักจะคาดหวังขึ้นมาแล้วสิ ว่าเดี๋ยวจะได้ปลุกพลังพิเศษแบบไหนออกมา!
หลินอู่และเฉินซีอินรีบเดินกลับไปเข้าแถวที่จุดรวมตัวของชั้นเรียน
รอคอยให้พิธีปลุกพลังเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆ
เขาเอาศอกกระทุ้งแขนเฉินซีอิน พลางยิ้มแล้วพูดว่า "ในที่สุดนายก็ตาสว่างซะทีนะ! ฉันบอกนายตั้งนานแล้วว่ายัยนั่นมันร่าน แต่นายก็ไม่ยอมฟัง"
เฉินซีอินขยับไหล่ กระแทกสวนกลับไป ยิ้มเจื่อนๆ แล้วตอบว่า "เมื่อก่อนฉันมันโง่เองแหละ ต่อไปนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว"
เขาแอบบ่นอุบอิบในใจ 【ไอ้ร่างเดิมนี่มันเป็นคนโง่ที่โดนประตูหนีบหัวมาแน่ๆ! ไม่ใช่ฉันนะ ไม่ใช่ฉัน!】
หลินอู่ยิ้มอย่างปลื้มอกปลื้มใจ เอามือใหญ่ตบไหล่เฉินซีอินเบาๆ แล้วพูดว่า "ทั่วหล้ามีหญ้าหอมตั้งมากมาย เหตุไฉนต้องไปหลงรักดอกไม้เพียงดอกเดียว"
จากนั้นก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง
"ฉันหวังไว้ไม่เยอะหรอก ขอแค่พวกเราสองพี่น้องปลุกพลังระดับ B ระดับ C หรืออะไรเทือกนั้นได้ก็พอแล้ว!"
"แต่ถ้าปลุกพลังระดับ A ขึ้นมาได้ล่ะก็ นั่นมันระดับพุ่งทะยานสู่ฟ้าเลยนะ"
"ถ้าปลุกได้ระดับ S ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ได้แต่งงานกับสาวรวยสวยเก่ง ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตแน่นอน!!"
ยิ่งพูดยิ่งอิน เขายกมือซ้ายที่วางอยู่บนไหล่ของเฉินซีอินออก
ออกลีลาท่าทาง เต้นแร้งเต้นกา ประกายแสงในดวงตาสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น ราวกับมองเห็นอนาคตอันงดงามอยู่รำไร
"ถึงตอนนั้น ฉันจะฟันสัตว์อสูร ส่วนนายก็คอยเก็บวัตถุดิบ!"
"ฉันฟันพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาว นายก็คอยเก็บวัตถุดิบ"
"พวก! เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึงหรอก ถ้ารวยแล้วจะไม่ลืมนายแน่นอน"
"ขอแค่ฉันมีขี้ให้ขี้ นายก็ต้องมีข้าวให้กิน"
เฉินซีอินหัวเราะด่า "ไอ้เชี่ยเอ๊ย! มึงจะน่าขยะแขยงไปไหนเนี่ย! ไอ้ลูกหมา กูเป็นถึงคุณชายรองแห่งตระกูลเฉินแห่งเมืองหลวงมังกรเชียวนะโว้ย จะให้มาคอยเก็บวัตถุดิบให้มึงเนี่ยนะ?"
"คุณชายเฉิน? อย่ามาตลกน่า ถ้านายบอกว่าวันนี้ไปชั่งน้ำหนักมาได้กี่กิโล ฉันยังจะเชื่อมากกว่าอีก……"
……
ระหว่างที่ทั้งสองคนหยอกล้อกัน เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป
แปดโมงตรง บนสนามโรงเรียนมีคนยืนอยู่เต็มไปหมด
"นักเรียนทุกคน~ ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น........"
"ปลุกพลังได้ก็ถือเป็นเรื่องดี ถ้าปลุกพลังไม่ได้ก็อย่าเพิ่งท้อแท้……"
หลังจากผู้บริหารโรงเรียนร่ายยาวสุนทรพจน์ปลุกใจที่ยืดเยื้อและน่าเบื่อหน่าย พอๆ กับการประชุมของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่จบลง
พิธีปลุกพลังก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
โลกใบนี้ ทุกคนจะได้รับการปลุกพลังเมื่ออายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์
พลังพิเศษมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งพลังรักษาราดแผล พลังควบคุมธาตุทั้งห้า หรือแม้กระทั่งพลังเดินทางข้ามมิติ……
พลังพิเศษถูกแบ่งออกเป็นเก้าระดับ ตั้งแต่ SSS จนถึง F
ระดับพรสวรรค์เป็นตัวบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งในการเพิ่มประสิทธิภาพของทักษะต่างๆ
ยิ่งพรสวรรค์สูง การเพิ่มประสิทธิภาพก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
เมืองเหวินโจวจัดอยู่ในกลุ่มเมืองระดับสองของต้าเซี่ย
ในเมืองระดับสอง ผู้คนส่วนใหญ่จะปลุกพลังได้ระดับ F ถึง D น้อยคนนักที่จะปลุกพลังระดับ C หรือ B ได้ ส่วนระดับ A ถือเป็นลูกรักของสวรรค์ และระดับ S ขึ้นไปถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามที่หาได้ยากยิ่ง
มีเพียงในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้นที่สัดส่วนจะดีขึ้นมาหน่อย
นอกจากนี้ พลังพิเศษยังแบ่งออกเป็นสายธาตุ สายเสริมกำลัง สายพลังจิต สายรักษา สายพิเศษ และสายควบคุม
แสงสีขาวสว่างวาบขึ้น บนเวที หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แสดงระดับพรสวรรค์ขึ้นมาก่อน ตามด้วยประเภทของพลัง กลุ่มก้อนเปลวเพลิงปรากฏขึ้น
"สายธาตุ ไฟ ระดับ F"
พยัคฆ์สีฟ้าตัวหนึ่งปรากฏขึ้น…
"สายเสริมกำลัง แปลงร่างเป็นพยัคฆ์ ระดับ D"
เฉินซีอินยืนอยู่ในแถวของชั้นเรียน มองดูเพื่อนร่วมชั้นทีละคนที่เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อทำพิธีปลุกพลัง
ครูที่อยู่ข้างแท่นปลุกพลังถือเครื่องบันทึกในมือ บันทึกผลการปลุกพลังของทุกคน
พลังที่ปลุกขึ้นมาได้มีมากมายหลากหลายรูปแบบ ในสายหลักเดียวกันยังมีสายย่อยแตกแขนงออกไปอีกนับไม่ถ้วน
สีที่ปรากฏขึ้นแบ่งระดับด้วยสีขาว เขียว น้ำเงิน ม่วง แดง ส้ม ดำ ทอง และสีรุ้ง ซึ่งตรงกับระดับ F ถึง SSS ตามลำดับ
ตอนนี้เฉินซีอินรู้สึกคาดหวังเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเดี๋ยวพอถึงตาตัวเอง จะปลุกพลังอะไรออกมาได้บ้าง
ตัวเลือกต่อเนื่องที่เขาเลือกมาตั้งแต่เช้า
มันคือชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับเก้าถึงสามชิ้น และชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับเทพอีกหนึ่งชิ้นเลยนะ!
ไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองจะปลุกพลังอะไรออกมาได้
ในขณะที่เฉินซีอินกำลังว้าวุ่นใจอยู่นั้น เสียงประกาศอันดังกังวานก็ดังขึ้น
เห็นเพียงแสงสีแดงสว่างขึ้นบนหน้าจอ
"สายพิเศษ! ระดับ B! โล่ป้องกัน"
ครูผู้บันทึกผลที่อยู่ข้างๆ ฉีกยิ้มกว้าง ในที่สุดก็มีพลังที่พอจะดูได้โผล่มาสักที เขาตบไหล่นักเรียนที่ยังยืนเหม่ออยู่ด้วยความดีใจ
ในเวลาเดียวกัน บรรดาผู้บริหารโรงเรียนและครูประจำชั้นต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกันอยู่บนอัฒจันทร์
"ตั้งนานแล้วเพิ่งจะมีระดับ B โผล่มาคนแรก รุ่นนี้สงสัยจะแย่แล้วล่ะ"
"อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นสิ เผื่อมีเซอร์ไพรส์ก็ได้นะ เมื่อสามปีก่อนตอนใกล้จะจบพิธี ก็ยังมีสายควบคุมระดับ S โผล่มาเลยนี่!"
"แล้วปีที่แล้วล่ะ?"
"ปีที่แล้วก็มีระดับ A โผล่มาสองสามคน…… ถือว่าครึ่งๆ กลางๆ……"
ครูประจำชั้นหลายคนกำลังปรึกษาหารือกัน จางซงอวิ๋นผู้อำนวยการโรงเรียนนั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้ เปลือกตาหย่อนคล้อยลงมาเล็กน้อย
"พวกคุณกำลังพูดถึงหลิวหมิงใช่ไหม? อัจฉริยะสายควบคุมระดับ S คนนั้นน่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเพิ่งโพสต์ลงในโมเมนต์ว่าตัวเองบรรลุระดับทองแล้วนะ!"
ครูประจำชั้นของหลิวหมิงในตอนนั้นลูบหัวตัวเองแล้วพูดขึ้น
"เชี่ย เก่งเกิ๊น หลิวหมิงเพิ่งจะอยู่ปีสามเองไม่ใช่เหรอ ตอนผมเรียนจบเพิ่งจะอยู่ระดับทองแดงเองนะ!"
"คุณเรียนจบมหาวิทยาลัยห้องแถวหรือเปล่าล่ะ ตอนฉันเรียนจบฉันอยู่ระดับเงินแล้วย่ะ"
"ครอบครัวคุณสิห้องแถว ฉันก็มีพรสวรรค์สายเสริมกำลังระดับ C จบจากมหาวิทยาลัยผู้ใช้พลังพิเศษระดับรองเลยนะ!"
"ขอโทษทีนะ ฉันระดับ B จบจากมหาวิทยาลัยผู้ใช้พลังพิเศษระดับท็อป"
"¥%$#¥#……"
"ไม่รู้ว่าปีนี้ จะมีต้นกล้าชั้นดีโผล่มาบ้างไหม เมืองเหวินโจวของเราในช่วงสามสี่ปีมานี้ เพิ่งจะมีหลิวหมิงโผล่มาแค่คนเดียวเอง"
"มีระดับ A เพิ่มขึ้นมาอีกสักสองสามคนก็ดีแล้ว ระดับ S นี่ต้องจุดธูปบนบานกันเลยทีเดียว ก็เมืองเหวินโจวของเรามันเป็นแค่เมืองระดับสองนี่นา ไม่เหมือนพวกเมืองระดับหนึ่ง เมืองหลวงมังกร หรือเมืองหลวงปีศาจ ที่มีแต่อัจฉริยะมารวมตัวกัน แถมยังมีระดับ SSS เกิดขึ้นทุกปี..."
ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
โลกใบนี้ต้องมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์เท่านั้นถึงจะสามารถปลุกพรสวรรค์ตามปกติได้ เว้นแต่ในกรณีพิเศษ โดยทั่วไปจะไม่มีการปลุกพลังก่อนกำหนด
ระดับของผู้ใช้พลังพิเศษแบ่งออกเป็น ระดับเหล็กดำ ทองแดง เงิน ทอง แพลตตินัม เพชร เกียรติยศ ปรมาจารย์ และราชัน ซึ่งเทียบเท่ากับระดับหนึ่งถึงเก้า เหนือกว่าระดับเก้าคือระดับเทพ
จุดประสงค์หลักของโรงเรียนมัธยมปลาย ก็คือการเผยแพร่ความรู้ทางประวัติศาสตร์ เรียนรู้คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี เปิดโลกทัศน์ทางความคิด ทำความเข้าใจลักษณะพิเศษของพลังต่างๆ เพื่อปูรากฐานให้กับการพัฒนาในอนาคต
รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้นักเรียนปลุกพลังพิเศษที่แปลกประหลาดออกมา แต่กลับไม่รู้จักวิธีนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนา
พร้อมกันนั้นก็ยังสอนให้นักเรียนรู้จักการเป็นคนดี เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์แห่งต้าเซี่ย!
ดังนั้น ช่วงมัธยมปลายจึงเป็นช่วงเวลาปกติช่วงสุดท้ายของเหล่าวัยรุ่น
พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ต้องเริ่มเรียนรู้วิธีการใช้พลังพิเศษและเผชิญหน้ากับการต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ต่างดาวแล้ว
ความแข็งแกร่งและการประยุกต์ใช้พรสวรรค์จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของคนคนหนึ่ง
พลังพิเศษระดับ A บางประเภทอาจทำให้คนๆ นั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ ในขณะที่พลังพิเศษระดับ SS บางประเภทก็อาจจะดูธรรมดาๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น
"เอาล่ะๆ เลิกคุยเล่นกันได้แล้ว พวกเรามาพนมมือภาวนาให้มีต้นกล้าชั้นดีเกิดใหม่กันเถอะ"
จางซงอวิ๋นรวบรวมสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พนมมือเข้าหากัน ทำท่าไหว้พระ แล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"สิ่งที่ควรสอนก็สอนไปหมดแล้ว ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาลิขิตก็แล้วกัน...."
เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
แต่ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็แอบบ่นอุบอิบอยู่ในใจ
มิน่าล่ะ โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหวินโจวถึงได้ถูกโรงเรียนอื่นๆ แซงหน้าไปจนหมด มีผู้อำนวยการแบบนี้แล้วจะมีอนาคตเหรอ?
นี่มันจะปล่อยวางเกินไปแล้วมั้ง.......
ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงเที่ยงวัน พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า
อุณหภูมิที่ร้อนระอุพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เข้ามาแทนที่ความเย็นสบายในยามเช้า
แต่ละชั้นเรียนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นไปรับการปลุกพลัง ตอนนี้เหลือคนอีกไม่ถึงครึ่ง ก็จะถึงคิวชั้นเรียนของเฉินซีอินแล้ว
เฉินซีอินปรายตามองหลินอู่ที่อยู่ข้างๆ หางตากระตุกด้วยความเอือมระอา
ไอ้หมอนี่ยังมีอารมณ์มาแคะขี้มูกอีก!
พอเห็นเฉินซีอินหันมามอง หลินอู่ก็หัวเราะแฮะๆ แล้วทำท่าจะเอามือสกปรกๆ นั่นมาเช็ดกับตัวเขา....
เฉินซีอินเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไว พลิกมือกลับเตรียมจะตบหัวหลินอู่ฉาดใหญ่....
"พวกเธอสองคนหยุดเดี๋ยวนี้นะ มาเล่นเป็นเด็กๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน!" ครูประจำชั้นที่ควบคุมแถวอยู่เอามือกุมขมับ ตวาดสั่งเสียงเข้มด้วยสีหน้าถมึงทึง
ทั้งสองคนที่กำลังเล่นกันอยู่ เมื่อได้ยินเสียงดุ ก็รีบกลับไปยืนเข้าแถวอย่างว่าง่ายทันที
"สายพิเศษ! แสงสีเขียว! ระดับ A!"
แสงสีส้มสว่างวาบขึ้นบนหน้าจอ
"ฮือฮา!"
ทั่วทั้งสนามโรงเรียนเกิดความโกลาหลขึ้นในพริบตา!
อัจฉริยะที่มีพลังระดับ A คนแรกปรากฏตัวขึ้นแล้ว!
"พรสวรรค์สายพิเศษซะด้วย ไม่รู้ว่าจะมีความสามารถอะไรนะ ได้ยินมาว่าสายพิเศษเนี่ย คนที่เก่งก็เก่งมาก คนที่อ่อนก็อ่อนสุดๆ ไปเลย"
"ใช่ๆ พรสวรรค์สายพิเศษมีหลากหลายรูปแบบละลานตาไปหมด หลานชายของน้าของพี่เขยลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนของพี่ชายเพื่อนร่วมชั้นฉัน ก็ปลุกพรสวรรค์สายพิเศษระดับ A แสงสีแดงได้เหมือนกัน"
"แล้วพรสวรรค์ของเพื่อนร่วมชั้น.... น้าคุณน่ะ มันมีประโยชน์อะไรล่ะ?"
"ได้ยินมาว่าสามารถทำให้ตาตัวเองเปล่งแสงสีแดงได้ คนที่ถูกแสงสาดส่องจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้โมโห เหมือนถังดินปืนที่จุดปุ๊บก็ติดปั๊บ จากนั้นเขาก็เลยโดนคนรุมกระทืบมา"
".......เชี่ย นี่มันมีไว้ใช้ทรมานตัวเองงั้นดิ?"
"......น่ากลัวจัด"
เฉินซีอินรู้สึกพูดไม่ออก พรสวรรค์ระดับ A นี่มันจะประหลาดเกินไปแล้ว
แค่นี้เนี่ยนะ?!
นี่มันหลุมพรางชัดๆ แต่ถ้าเอาไปใช้ในสนามรบกับเผ่าพันธุ์ต่างดาวล่ะก็
ไม่แน่ว่าอาจจะมีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงก็ได้ ศัตรูโดนแสงสาดเข้าไป อาจจะหันมาตีกันเองก็ได้
เขามองตรงไปข้างหน้า สายตาทอดข้ามหัวผู้คนมากมาย
ขอฉันเปิดหูเปิดตาดูหน่อยเถอะ ว่าใครกันนะที่โชคร้ายขนาดปลุกพรสวรรค์แสงสีเขียวแปลกประหลาดแบบนี้ออกมาได้
"????"
"....ซือลวี่ช่า???!"
(จบแล้ว)