เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...

บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...

บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...


บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...

【โฮสต์เลือกข้อ 3 ได้รับดวงตานิรนาม สามารถผสานเข้ากับพลังพิเศษที่กำลังจะตื่นขึ้นได้】

ดวงตาข้างเดียวของอสูรมังกรเสียง สัตว์อสูรสายพันธุ์มังกรหายากระดับเทพ

เชี่ยเอ๊ย!

ระดับเทพ???

สัตว์สายพันธุ์มังกร?

ไอ้ของพรรค์นี้มันแข็งแกร่งกว่าจิ้งจอกเก้าหางตั้งหลายเท่าไม่ใช่เหรอ?

โชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจได้ฉลาดหลักแหลม!

ชักจะคาดหวังขึ้นมาแล้วสิ ว่าเดี๋ยวจะได้ปลุกพลังพิเศษแบบไหนออกมา!

หลินอู่และเฉินซีอินรีบเดินกลับไปเข้าแถวที่จุดรวมตัวของชั้นเรียน

รอคอยให้พิธีปลุกพลังเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆ

เขาเอาศอกกระทุ้งแขนเฉินซีอิน พลางยิ้มแล้วพูดว่า "ในที่สุดนายก็ตาสว่างซะทีนะ! ฉันบอกนายตั้งนานแล้วว่ายัยนั่นมันร่าน แต่นายก็ไม่ยอมฟัง"

เฉินซีอินขยับไหล่ กระแทกสวนกลับไป ยิ้มเจื่อนๆ แล้วตอบว่า "เมื่อก่อนฉันมันโง่เองแหละ ต่อไปนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว"

เขาแอบบ่นอุบอิบในใจ 【ไอ้ร่างเดิมนี่มันเป็นคนโง่ที่โดนประตูหนีบหัวมาแน่ๆ! ไม่ใช่ฉันนะ ไม่ใช่ฉัน!】

หลินอู่ยิ้มอย่างปลื้มอกปลื้มใจ เอามือใหญ่ตบไหล่เฉินซีอินเบาๆ แล้วพูดว่า "ทั่วหล้ามีหญ้าหอมตั้งมากมาย เหตุไฉนต้องไปหลงรักดอกไม้เพียงดอกเดียว"

จากนั้นก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง

"ฉันหวังไว้ไม่เยอะหรอก ขอแค่พวกเราสองพี่น้องปลุกพลังระดับ B ระดับ C หรืออะไรเทือกนั้นได้ก็พอแล้ว!"

"แต่ถ้าปลุกพลังระดับ A ขึ้นมาได้ล่ะก็ นั่นมันระดับพุ่งทะยานสู่ฟ้าเลยนะ"

"ถ้าปลุกได้ระดับ S ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ได้แต่งงานกับสาวรวยสวยเก่ง ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตแน่นอน!!"

ยิ่งพูดยิ่งอิน เขายกมือซ้ายที่วางอยู่บนไหล่ของเฉินซีอินออก

ออกลีลาท่าทาง เต้นแร้งเต้นกา ประกายแสงในดวงตาสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น ราวกับมองเห็นอนาคตอันงดงามอยู่รำไร

"ถึงตอนนั้น ฉันจะฟันสัตว์อสูร ส่วนนายก็คอยเก็บวัตถุดิบ!"

"ฉันฟันพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาว นายก็คอยเก็บวัตถุดิบ"

"พวก! เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึงหรอก ถ้ารวยแล้วจะไม่ลืมนายแน่นอน"

"ขอแค่ฉันมีขี้ให้ขี้ นายก็ต้องมีข้าวให้กิน"

เฉินซีอินหัวเราะด่า "ไอ้เชี่ยเอ๊ย! มึงจะน่าขยะแขยงไปไหนเนี่ย! ไอ้ลูกหมา กูเป็นถึงคุณชายรองแห่งตระกูลเฉินแห่งเมืองหลวงมังกรเชียวนะโว้ย จะให้มาคอยเก็บวัตถุดิบให้มึงเนี่ยนะ?"

"คุณชายเฉิน? อย่ามาตลกน่า ถ้านายบอกว่าวันนี้ไปชั่งน้ำหนักมาได้กี่กิโล ฉันยังจะเชื่อมากกว่าอีก……"

……

ระหว่างที่ทั้งสองคนหยอกล้อกัน เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป

แปดโมงตรง บนสนามโรงเรียนมีคนยืนอยู่เต็มไปหมด

"นักเรียนทุกคน~ ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น........"

"ปลุกพลังได้ก็ถือเป็นเรื่องดี ถ้าปลุกพลังไม่ได้ก็อย่าเพิ่งท้อแท้……"

หลังจากผู้บริหารโรงเรียนร่ายยาวสุนทรพจน์ปลุกใจที่ยืดเยื้อและน่าเบื่อหน่าย พอๆ กับการประชุมของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่จบลง

พิธีปลุกพลังก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

โลกใบนี้ ทุกคนจะได้รับการปลุกพลังเมื่ออายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์

พลังพิเศษมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งพลังรักษาราดแผล พลังควบคุมธาตุทั้งห้า หรือแม้กระทั่งพลังเดินทางข้ามมิติ……

พลังพิเศษถูกแบ่งออกเป็นเก้าระดับ ตั้งแต่ SSS จนถึง F

ระดับพรสวรรค์เป็นตัวบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งในการเพิ่มประสิทธิภาพของทักษะต่างๆ

ยิ่งพรสวรรค์สูง การเพิ่มประสิทธิภาพก็จะยิ่งแข็งแกร่ง

เมืองเหวินโจวจัดอยู่ในกลุ่มเมืองระดับสองของต้าเซี่ย

ในเมืองระดับสอง ผู้คนส่วนใหญ่จะปลุกพลังได้ระดับ F ถึง D น้อยคนนักที่จะปลุกพลังระดับ C หรือ B ได้ ส่วนระดับ A ถือเป็นลูกรักของสวรรค์ และระดับ S ขึ้นไปถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามที่หาได้ยากยิ่ง

มีเพียงในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้นที่สัดส่วนจะดีขึ้นมาหน่อย

นอกจากนี้ พลังพิเศษยังแบ่งออกเป็นสายธาตุ สายเสริมกำลัง สายพลังจิต สายรักษา สายพิเศษ และสายควบคุม

แสงสีขาวสว่างวาบขึ้น บนเวที หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แสดงระดับพรสวรรค์ขึ้นมาก่อน ตามด้วยประเภทของพลัง กลุ่มก้อนเปลวเพลิงปรากฏขึ้น

"สายธาตุ ไฟ ระดับ F"

พยัคฆ์สีฟ้าตัวหนึ่งปรากฏขึ้น…

"สายเสริมกำลัง แปลงร่างเป็นพยัคฆ์ ระดับ D"

เฉินซีอินยืนอยู่ในแถวของชั้นเรียน มองดูเพื่อนร่วมชั้นทีละคนที่เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อทำพิธีปลุกพลัง

ครูที่อยู่ข้างแท่นปลุกพลังถือเครื่องบันทึกในมือ บันทึกผลการปลุกพลังของทุกคน

พลังที่ปลุกขึ้นมาได้มีมากมายหลากหลายรูปแบบ ในสายหลักเดียวกันยังมีสายย่อยแตกแขนงออกไปอีกนับไม่ถ้วน

สีที่ปรากฏขึ้นแบ่งระดับด้วยสีขาว เขียว น้ำเงิน ม่วง แดง ส้ม ดำ ทอง และสีรุ้ง ซึ่งตรงกับระดับ F ถึง SSS ตามลำดับ

ตอนนี้เฉินซีอินรู้สึกคาดหวังเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเดี๋ยวพอถึงตาตัวเอง จะปลุกพลังอะไรออกมาได้บ้าง

ตัวเลือกต่อเนื่องที่เขาเลือกมาตั้งแต่เช้า

มันคือชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับเก้าถึงสามชิ้น และชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับเทพอีกหนึ่งชิ้นเลยนะ!

ไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองจะปลุกพลังอะไรออกมาได้

ในขณะที่เฉินซีอินกำลังว้าวุ่นใจอยู่นั้น เสียงประกาศอันดังกังวานก็ดังขึ้น

เห็นเพียงแสงสีแดงสว่างขึ้นบนหน้าจอ

"สายพิเศษ! ระดับ B! โล่ป้องกัน"

ครูผู้บันทึกผลที่อยู่ข้างๆ ฉีกยิ้มกว้าง ในที่สุดก็มีพลังที่พอจะดูได้โผล่มาสักที เขาตบไหล่นักเรียนที่ยังยืนเหม่ออยู่ด้วยความดีใจ

ในเวลาเดียวกัน บรรดาผู้บริหารโรงเรียนและครูประจำชั้นต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกันอยู่บนอัฒจันทร์

"ตั้งนานแล้วเพิ่งจะมีระดับ B โผล่มาคนแรก รุ่นนี้สงสัยจะแย่แล้วล่ะ"

"อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นสิ เผื่อมีเซอร์ไพรส์ก็ได้นะ เมื่อสามปีก่อนตอนใกล้จะจบพิธี ก็ยังมีสายควบคุมระดับ S โผล่มาเลยนี่!"

"แล้วปีที่แล้วล่ะ?"

"ปีที่แล้วก็มีระดับ A โผล่มาสองสามคน…… ถือว่าครึ่งๆ กลางๆ……"

ครูประจำชั้นหลายคนกำลังปรึกษาหารือกัน จางซงอวิ๋นผู้อำนวยการโรงเรียนนั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้ เปลือกตาหย่อนคล้อยลงมาเล็กน้อย

"พวกคุณกำลังพูดถึงหลิวหมิงใช่ไหม? อัจฉริยะสายควบคุมระดับ S คนนั้นน่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเพิ่งโพสต์ลงในโมเมนต์ว่าตัวเองบรรลุระดับทองแล้วนะ!"

ครูประจำชั้นของหลิวหมิงในตอนนั้นลูบหัวตัวเองแล้วพูดขึ้น

"เชี่ย เก่งเกิ๊น หลิวหมิงเพิ่งจะอยู่ปีสามเองไม่ใช่เหรอ ตอนผมเรียนจบเพิ่งจะอยู่ระดับทองแดงเองนะ!"

"คุณเรียนจบมหาวิทยาลัยห้องแถวหรือเปล่าล่ะ ตอนฉันเรียนจบฉันอยู่ระดับเงินแล้วย่ะ"

"ครอบครัวคุณสิห้องแถว ฉันก็มีพรสวรรค์สายเสริมกำลังระดับ C จบจากมหาวิทยาลัยผู้ใช้พลังพิเศษระดับรองเลยนะ!"

"ขอโทษทีนะ ฉันระดับ B จบจากมหาวิทยาลัยผู้ใช้พลังพิเศษระดับท็อป"

"¥%$#¥#……"

"ไม่รู้ว่าปีนี้ จะมีต้นกล้าชั้นดีโผล่มาบ้างไหม เมืองเหวินโจวของเราในช่วงสามสี่ปีมานี้ เพิ่งจะมีหลิวหมิงโผล่มาแค่คนเดียวเอง"

"มีระดับ A เพิ่มขึ้นมาอีกสักสองสามคนก็ดีแล้ว ระดับ S นี่ต้องจุดธูปบนบานกันเลยทีเดียว ก็เมืองเหวินโจวของเรามันเป็นแค่เมืองระดับสองนี่นา ไม่เหมือนพวกเมืองระดับหนึ่ง เมืองหลวงมังกร หรือเมืองหลวงปีศาจ ที่มีแต่อัจฉริยะมารวมตัวกัน แถมยังมีระดับ SSS เกิดขึ้นทุกปี..."

ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

โลกใบนี้ต้องมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์เท่านั้นถึงจะสามารถปลุกพรสวรรค์ตามปกติได้ เว้นแต่ในกรณีพิเศษ โดยทั่วไปจะไม่มีการปลุกพลังก่อนกำหนด

ระดับของผู้ใช้พลังพิเศษแบ่งออกเป็น ระดับเหล็กดำ ทองแดง เงิน ทอง แพลตตินัม เพชร เกียรติยศ ปรมาจารย์ และราชัน ซึ่งเทียบเท่ากับระดับหนึ่งถึงเก้า เหนือกว่าระดับเก้าคือระดับเทพ

จุดประสงค์หลักของโรงเรียนมัธยมปลาย ก็คือการเผยแพร่ความรู้ทางประวัติศาสตร์ เรียนรู้คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี เปิดโลกทัศน์ทางความคิด ทำความเข้าใจลักษณะพิเศษของพลังต่างๆ เพื่อปูรากฐานให้กับการพัฒนาในอนาคต

รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้นักเรียนปลุกพลังพิเศษที่แปลกประหลาดออกมา แต่กลับไม่รู้จักวิธีนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนา

พร้อมกันนั้นก็ยังสอนให้นักเรียนรู้จักการเป็นคนดี เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์แห่งต้าเซี่ย!

ดังนั้น ช่วงมัธยมปลายจึงเป็นช่วงเวลาปกติช่วงสุดท้ายของเหล่าวัยรุ่น

พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ต้องเริ่มเรียนรู้วิธีการใช้พลังพิเศษและเผชิญหน้ากับการต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ต่างดาวแล้ว

ความแข็งแกร่งและการประยุกต์ใช้พรสวรรค์จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของคนคนหนึ่ง

พลังพิเศษระดับ A บางประเภทอาจทำให้คนๆ นั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ ในขณะที่พลังพิเศษระดับ SS บางประเภทก็อาจจะดูธรรมดาๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น

"เอาล่ะๆ เลิกคุยเล่นกันได้แล้ว พวกเรามาพนมมือภาวนาให้มีต้นกล้าชั้นดีเกิดใหม่กันเถอะ"

จางซงอวิ๋นรวบรวมสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พนมมือเข้าหากัน ทำท่าไหว้พระ แล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ

"สิ่งที่ควรสอนก็สอนไปหมดแล้ว ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาลิขิตก็แล้วกัน...."

เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

แต่ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็แอบบ่นอุบอิบอยู่ในใจ

มิน่าล่ะ โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหวินโจวถึงได้ถูกโรงเรียนอื่นๆ แซงหน้าไปจนหมด มีผู้อำนวยการแบบนี้แล้วจะมีอนาคตเหรอ?

นี่มันจะปล่อยวางเกินไปแล้วมั้ง.......

ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงเที่ยงวัน พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า

อุณหภูมิที่ร้อนระอุพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เข้ามาแทนที่ความเย็นสบายในยามเช้า

แต่ละชั้นเรียนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นไปรับการปลุกพลัง ตอนนี้เหลือคนอีกไม่ถึงครึ่ง ก็จะถึงคิวชั้นเรียนของเฉินซีอินแล้ว

เฉินซีอินปรายตามองหลินอู่ที่อยู่ข้างๆ หางตากระตุกด้วยความเอือมระอา

ไอ้หมอนี่ยังมีอารมณ์มาแคะขี้มูกอีก!

พอเห็นเฉินซีอินหันมามอง หลินอู่ก็หัวเราะแฮะๆ แล้วทำท่าจะเอามือสกปรกๆ นั่นมาเช็ดกับตัวเขา....

เฉินซีอินเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไว พลิกมือกลับเตรียมจะตบหัวหลินอู่ฉาดใหญ่....

"พวกเธอสองคนหยุดเดี๋ยวนี้นะ มาเล่นเป็นเด็กๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน!" ครูประจำชั้นที่ควบคุมแถวอยู่เอามือกุมขมับ ตวาดสั่งเสียงเข้มด้วยสีหน้าถมึงทึง

ทั้งสองคนที่กำลังเล่นกันอยู่ เมื่อได้ยินเสียงดุ ก็รีบกลับไปยืนเข้าแถวอย่างว่าง่ายทันที

"สายพิเศษ! แสงสีเขียว! ระดับ A!"

แสงสีส้มสว่างวาบขึ้นบนหน้าจอ

"ฮือฮา!"

ทั่วทั้งสนามโรงเรียนเกิดความโกลาหลขึ้นในพริบตา!

อัจฉริยะที่มีพลังระดับ A คนแรกปรากฏตัวขึ้นแล้ว!

"พรสวรรค์สายพิเศษซะด้วย ไม่รู้ว่าจะมีความสามารถอะไรนะ ได้ยินมาว่าสายพิเศษเนี่ย คนที่เก่งก็เก่งมาก คนที่อ่อนก็อ่อนสุดๆ ไปเลย"

"ใช่ๆ พรสวรรค์สายพิเศษมีหลากหลายรูปแบบละลานตาไปหมด หลานชายของน้าของพี่เขยลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนของพี่ชายเพื่อนร่วมชั้นฉัน ก็ปลุกพรสวรรค์สายพิเศษระดับ A แสงสีแดงได้เหมือนกัน"

"แล้วพรสวรรค์ของเพื่อนร่วมชั้น.... น้าคุณน่ะ มันมีประโยชน์อะไรล่ะ?"

"ได้ยินมาว่าสามารถทำให้ตาตัวเองเปล่งแสงสีแดงได้ คนที่ถูกแสงสาดส่องจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้โมโห เหมือนถังดินปืนที่จุดปุ๊บก็ติดปั๊บ จากนั้นเขาก็เลยโดนคนรุมกระทืบมา"

".......เชี่ย นี่มันมีไว้ใช้ทรมานตัวเองงั้นดิ?"

"......น่ากลัวจัด"

เฉินซีอินรู้สึกพูดไม่ออก พรสวรรค์ระดับ A นี่มันจะประหลาดเกินไปแล้ว

แค่นี้เนี่ยนะ?!

นี่มันหลุมพรางชัดๆ แต่ถ้าเอาไปใช้ในสนามรบกับเผ่าพันธุ์ต่างดาวล่ะก็

ไม่แน่ว่าอาจจะมีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงก็ได้ ศัตรูโดนแสงสาดเข้าไป อาจจะหันมาตีกันเองก็ได้

เขามองตรงไปข้างหน้า สายตาทอดข้ามหัวผู้คนมากมาย

ขอฉันเปิดหูเปิดตาดูหน่อยเถอะ ว่าใครกันนะที่โชคร้ายขนาดปลุกพรสวรรค์แสงสีเขียวแปลกประหลาดแบบนี้ออกมาได้

"????"

"....ซือลวี่ช่า???!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 4 - ความรักคือแสงสว่าง...

คัดลอกลิงก์แล้ว