เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 365 แสวงหาคำตอบของชีวิต

ตอนที่ 365 แสวงหาคำตอบของชีวิต

ตอนที่ 365 แสวงหาคำตอบของชีวิต


ตอนที่ 365 แสวงหาคำตอบของชีวิต

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวมองไปที่ของทุกอย่างที่ถูกนำออกมา เป็นธรรมดาที่ตัวเขาจะจดจำของบางอย่างจากในความทรงจำได้ ลู่โจวได้ลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะจ้องมองพวกของลู่ปิง การที่ลู่ปิงมาที่นี่ก็เพื่อที่จะขอขมาตัวเขา แล้วทำไมลู่ปิงถึงได้เอาของพวกนี้มากันด้วย?

ก่อนที่จะได้ถามอะไรลู่ปิงก็ได้คารวะก่อนที่จะพูดออกมาซะก่อน “ท่านผู้อาวุโสจี ทั้งสี่คนนี้คือผู้ช่วยเหลือที่น่าเชื่อถือมากที่สุดสำหรับข้าในสำนักลั่ว พวกเขาเองยังมีทักษะในการขัดเกลาอาวุธอีกด้วย ข้าได้ยินมาว่าชานหยุนเจิ้งได้มอบคันธนูจันทราให้กับแม่น่าฮั๊วยู่จิงไปแล้ว...”

แคล๊ง!

“วางเอาไว้ตรงนั้นแหละ!” ต้วนมู่เฉิงได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับหอกราชันย์ที่มีอยู่ในมือ ต้วนมู่เฉิงได้ทำให้ลู่ปิงตกใจกลัว ลู่ปิงที่ได้ฟังแบบนั้นสั่นไปทั้งตัว ตัวเขาเองไม่กล้าที่จะส่งเสียงหายใจออกมาดังๆ ด้วยซ้ำไป

ลู่ปิงรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก เขาถือว่าเป็นผู้อาวุโสคนที่สามของสำนักลั่ว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขากลับไม่ได้ความเคารพนับถือในศาลาปีศาจลอยฟ้าเลย

“ข้าจะต้องการแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น...ชานหยุนเจิ้งไม่ได้มอบคันธนูจันทราให้กับฮั๊วยู่จิงตั้งแต่แรก บัดนี้ธนูจันทราได้กลับคืนสู่มือของเจ้าของเดิมของมันแล้ว” ต้วนมู่เฉิงจ้องไปที่ลู่ปิง

“ถูก ถูกต้องแล้ว...บัดนี้คันธนูจันทราได้ส่งคืนสู่มือแม่นางฮั๊วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” ลู่ปิงอยากที่จะเอามือก่ายหน้าผากตัวเอง ตัวเขาได้แต่สาปแช่งชานหยุนเจิ้งอยู่ภายในใจอีกครั้ง “คันธนูจันทราได้ยอมรับแล้วว่าชานหยุนเจิ้งเป็นผู้ที่เป็นเจ้าของของมัน เพราะแบบนั้นข้าจึงได้นำคนของข้าทั้งสี่มาที่นี่ก็เพื่อที่จะขัดเกลาธนูจันทราให้กลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง”

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นพยักหน้าพลางลูบเคราไปด้วย ตัวเขาได้แต่ใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง ‘ฉันเองก็ไม่ได้เครื่องรางขัดเกลามาสักชิ้น บางทีอาจจะเป็นเรื่องดีแล้วที่จะให้เจ้าพวกนี้ลองขัดเกลาอาวุธดู’

ทักษะการขัดเกลาอาวุธถือว่าเป็นทักษะที่หาได้ยากมากในโลกของการฝึกยุทธ แต่ไม่แปลกเลยที่สำลักลั่วจะมีคนมีความสามารถเช่นนี้

“แล้วเจ้ามั่นใจมากแค่ไหนล่ะ?” ลู่โจวถามออกมา

“มากกว่าหกในสิบส่วน” ลู่ปิงได้พูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

นั่นเป็นอัตราความสำเร็จที่นับว่าสูงแล้ว แม้ว่าจะล้มเหลวสิ่งที่จะต้องเสียไปก็มีแต่ความพยายามอีกครั้ง

“แล้วจะใช้เวลานานแค่ไหนกันล่ะ?”

“10 วัน”

เวลา 10 วันนั้นรวดเร็วมาก แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็จะต้องมีของที่จำเป็นในการใช้ที่มากพอ ถ้าหากไม่มีของที่มากพอการขัดเกลาอาวุธคงจะเสร็จสิ้นในอีกหลายเดือนแน่ แม้แต่ของที่ใช้ในการขัดเกลาเองก็ยังหาได้ยาก ถ้าเป็นวิธีการขัดเกลาทั่วๆ ไปคงจะต้องใช้เวลานานกว่านี้แน่

จากนั้นลู่ปิงก็ได้พูดออกมา “ข้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะมาขอขมาจากใจจริง โปรดยกโทษให้กับความผิดพลาดของข้าด้วยท่านผู้อาวุโส”

ลู่โจวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินลงมาตามบันได ตัวเขากำลังยืนอยู่ที่ด้านหน้าของทั้งหมดก่อนที่จะพูดออกมา “เจ้ารู้จักกับผู้ฝึกยุทธผู้ใช้เวทมนตร์คาถาได้ยังไงกัน?” หลังจากที่พูดจบลู่โจวก็ได้หยิบเหล็กทั้งหลายรวมไปถึงหินที่ใช้ในการขัดเกลาขึ้นมาดู ลู่โจวได้ประเมินมันในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะวางกลับลงไป

“ข้าเคยไปที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 10 วันก่อน และข้าก็ได้เป็นสหายกับชายคนนั้นที่นั่น มันเป็นความผิดของข้าเองที่โลภมากรับสัตว์ขี่ตัวนั้นมา” ลู่ปิงพูดขึ้น

“แล้วคนคนนั้นอยู่ที่ไหนกัน?” ลู่โจวยังคงถามต่อ

“ก็คงจะอยู่ในเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ” ลู่ปิงได้พูดต่ออย่างหมดหนทาง “หลังจากที่สัตว์ขี่ได้ตายจากไปแล้ว ข้าก็ไม่สามารถติดต่อเขาได้อีกเลย”

ลู๋โจวไม่ได้คิดว่าคนคนนั้นจะยังอยู่ในเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ องค์ชายสองได้สิ้นพระชนม์ลงไปแล้ว และม่อหลี่เองก็ตายไปแล้วเช่นกัน ชายคนนั้นไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ในเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

ลู่ปิงได้พูดต่อ “ข้าจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้เองท่านผู้อาวุโส”

“ข้าจะให้โอกาสเจ้า...แต่ไม่ว่าจะยังไงเจ้าก็จะต้องตอบคำถามข้าอย่างตรงไปตรงมา”

ลู่ปิงโค้งคำนับให้อย่างเร่งรีบ “ข้าจะบอกทุกอย่างที่ข้ารู้เอง”

“ดีมาก”

ลู่โจวหยุดพูดชั่วขณะก่อนที่จะเอามือไขว้หลังและถามออกมา “ตอนนี้หยุนเทียนลั่วอยู่ที่ไหนกัน?”

ถ้าหากเป็นคนอื่นถาม ลู่ปิงคงจะโกรธไปแล้ว แต่ลู่โจวเป็นคนรุ่นเดียวกันกับปรมาจารย์หยุนเทียนลั่ว บางทีลู่โจวอาจจะเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเอ่ยนามของปรมาจารย์ได้แบบนี้ ตัวเขาได้ตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา “ท่านปรมาจารย์ได้แยกตัวไปฝึกฝนอย่างสันโดษมาโดยตลอด”

“เขาอยากที่จะทำลายขีดจำกัดงั้นสินะ?” ลู่โจวได้ถามออกมา

“ถูกต้องแล้ว...” ลู่ปิงพูดตอบกลับตะกุกตะกัก นี่เป็นความลับของสำนักลั่วนั่นเอง แต่เมื่อเห็นท่าทีของลู่โจวที่ดูเอาจริงเอาจังตัวเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องเปิดเผยความลับนี้

“หยุนเทียนลั่วฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบมานานแล้ว เวลาได้ผ่านมาเนิ่นนานแล้วเขายังฝึกฝนตัวจนมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบยังไม่ได้อีกอย่างงั้นหรอไงกัน?”

ลู่ปิงตกใจมากเมื่อได้ยินคำว่าอวตารดอกบัวเก้ากลีบ “ท่านผู้อาวุโสอย่าล้อเล่นกับข้าเลย การที่จะฝึกฝนตัวเองไปถึงอวตารดอกบัวเก้ากลีบได้เป็นอะไรที่ยากมาก...” ลู่ปิงต้องการที่จะบอกว่าแม้แต่ลู่โจวเองก็ยังไม่อาจทำได้ แน่นอนว่าผู้ที่เป็นปรมาจารย์ของเขาก็ย่อมที่จะทำไม่ได้เช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นลู่ปิงก็ไม่อยากพูดให้ใครผิดใจ ดังนั้นตัวเขาจึงเลือกที่จะไม่พูดออกมาแบบนั้น

“อีกนานแค่ไหนถึงหยุนเทียนลั่วจะมาถึงขีดจำกัด?” ลู่โวได้ถามออกมา นี่เป็นคำถามสำคัญสำหรับตัวเขา

อายุขัยของหยุนเทียนลั่วเป็นเรื่องที่ลึกลับมาโดยตลอด จีเทียนเด๋ามีอายุที่มากกว่าหยุนเทียนลั่วประมาณ 100 ปีด้วยกัน ถ้าหากการเอาชนะขีดจำกัดอันยิ่งใหญ่จะต้องทำให้คนคนนั้นเสียอายุขัยไปจำนวนหนึ่ง เป็นไปได้สูงว่าหยุนเทียนลั่วจะต้องพบกับจุดจบของตัวเองในเร็ววันนี้

ลู่ปิงรู้สึกอึดอัดใจ ตัวเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าจะถามเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้

ลู่โจวที่เห็นลู่ปิงลังเลก็ได้ลูบเคราก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง “ข้ารู้จักกับหยุนเทียนลั่ว เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลอะไร”

ลู่ปิงคิดว่าสิ่งที่ลู่โจวพูดพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง

จีเทียนเด๋าเองก็ใกล้ที่จะถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังไม่ได้ดูประหม่าแม้แต่น้อย ทำไมสำนักลั่วถึงได้กังวลเกี่ยวกับปรมาจารย์ของพวกเขามากถึงขนาดนี้? ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากศาลาปีศาจลอยฟ้าต้องการที่จะโจมตีสำนักลั่วจริงๆ มันก็คงจะเกิดขึ้นมาต้องนานแล้ว ไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องปล่อยให้มาถึงเวลาแบบนี้

“30 ปี”

’ 30 ปีสินะ’ ลู่โจวได้รำพึงอยู่ภายในใจ หยวนดู่ได้ใช้เวลากว่า 100 ปี แต่สุดท้ายตัวเขาก็ล้มเหลว

หยุนเทียนลั่วได้ใช้เวลาไปประมาณกว่า 70 ปีแล้ว แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังเอาชนะขีดจำกัดที่ยิ่งใหญ่จนมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบไม่ได้ ลู่โจวได้คิดเอาไว้ว่าการที่จะเอาชนะผ่านขีดจำกัดที่ยิ่งใหญ่ไปได้คนคนนั้นจะต้องมีเวลาเหลือเป็นอย่างน้อย 100 ปี แต่น่าเสียดายที่ลู่โจวยังมีตัวอย่างน้อยเกินไปที่จะยืนยันทฤษฎีนี้ ลู่โจวได้ถามออกมาอีกครั้ง “แล้วหยุนเทียนลั่วยังฝึกฝนตัวเองอย่างสันโดษอยู่อีกอย่างงั้นหรอ?”

“ถูกต้องแล้ว”

ลู่โจวเอามือไขว้หลังก่อนที่จะถอนหายใจและพูดขึ้น “ความพยายามของพวกที่ดื้อรั้นมักเปล่าประโยชน์เสมอ”

‘ตัวเขาเหลือเวลาอีกแค่ 30 ปีเท่านั้น แต่ถึงแบบนั้นก็พยายามที่จะลอง?’

ลู่ปิงได้โค้งคำนับก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไม่แน่ใจ “ข้าคิดว่าทุกคนที่ฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบก็คงอยากที่จะเอาชนะขีดจำกัดด้วยกันทั้งนั้น...สิ่งที่ข้าคิดมันไม่ถูกต้องหรอกหรอท่านผู้อาวุโส?”

ลู่โจวเหลือบมองไปที่ลู่ปิง ในตอนนั้นเองลู่ปิงก็รู้สึกกลัวขึ้นมา

ถ้าหากสิ่งที่ลู่ปิงพูดเป็นความจริง การตายของจีเทียนเด๋าอาจจะเกิดขึ้นมาเพราะความผิดพลาดที่จีเทียนเด๋าพยายามที่จะฝึกฝนตัวเองให้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบก็เป็นได้ แม้ว่าการต่อสู้ของจีเทียนเด๋าและสิบยอดฝีมือจะจบลงด้วยการเสมอ แต่ถึงแบบนั้นจีเทียนเด๋าก็ยังได้รับบาดเจ็บกลับมา...ถ้าหากถูกสิบยอดฝีมือโจมตีอีกครั้ง จีเทียนเด๋าก็คงมีแต่จะต้องฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบเท่านั้นถึงจะรอดจากการโจมตีมาได้ นั่นเป็นคำอธิบายที่ฟังดูมีเหตุผลมากที่สุดแล้ว

ลู่โจวสงบสติอารมณ์ลงก่อนที่จะพูดขึ้น “ข้าจะให้โอกาสเจ้า”

ลู่ปิงดีใจมาก ตัวเขารีบพูดตอบรับในทันที “ขอบคุณผู้อาวุโส ข้าจะขัดเกลาธนูจันทราภายในสิบวันให้ได้ เพื่อที่จะเปลี่ยนมันให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอีกครั้ง”

“10 วันคงไม่พอหรอก” ลู่โจวพูดขึ้น

“หะ?”

เจียงอาเฉียนก้าวไปด้านหน้าพร้อมกับเอามือกอดอก ตัวเขาได้มองไปที่ลู่ปิงก่อนที่จะพูดออกมา “ทำไมเจ้าถึงได้โง่ได้ขนาดนี้กัน? ไป่มาเต็มใจที่จะทิ้งสัตว์ขี่ของตัวเองไว้กับเจ้าก็เพื่อที่จะทำให้ศาลาปีศาจลอยฟ้าผิดใจกับสำนักลั่ว ถ้าหากเจ้ารีบกลับไป เจ้าจะต้องถูกฆ่าแน่”

ลู่ปิงที่ได้ฟังแบบนั้นตกใจ เมื่อตัวเขาคิดทบทวนถึงเรื่องนี้ ตัวเขาก็อดไม่ได้ที่จะสั่นกลัว ลู่ปิงรีบพูดออกไปอย่างเร่งรีบ “ขอบคุณที่เตือนสติข้าสหาย ขอบคุณมากท่านผู้อาวุโส!”

“พาเขาไปพักได้แล้ว” ลู่โจวโบกมือสั่งการ

ลู่ปิงที่ได้ฟังแบบนั้นตกตะลึงไปชั่วขณะ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้พูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก “ทะ...ท่านผู้อาวุโส...”

“อะไรกัน?”

“ข้า...ข้าจะต้องอยู่ที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าไปอีกนานแค่ไหนกว่าที่ข้าจะ...ข้าจะออกไปได้?” ลู่ปิงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขาแน่ถ้าหากตัวเขาอยู่ที่นี่นานจนเกินไป

ลู่โจวได้ลูบเคราก่อนที่จะตอบกลับมา “เมื่อลองมาคิดดูให้ดีข้าก็ไม่ได้พบกับหยุนเทียนลั่วมาเป็นเวลานานแล้วด้วย”

เมื่อได้ยินแบบนั้นลู่ปิงก็เริ่มรู้แล้วว่าคำพูดของลู่โจวหมายถึงอะไร ดวงตาของลู่ปิงเบิกกว้าง

เจียงอาเฉียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ผู้อาวุโสจะเป็นคนปกป้องเจ้าในระหว่างการเดินทางกลับสำนักลั่วเองแบบนี้ เจ้านี่ได้รีบเกียรติน่าดูเลยนะ”

“...” ลู่ปิงน้ำตาคลอ

“ไม่จำเป็นจะต้องกังวลอะไร ข้าสนิทกับหยุนเทียนลั่วดี ถ้าหากข้าอยากที่จะก่อเรื่องจริงๆ ข้าก็คงไม่ต้องใช้วิธีที่ยุ่งยากแบบนี้หรอก”

ลู่ปิงเกาหัวของตัวเอง สิ่งที่ลู่โจวพูดออกมาถูกต้องทุกอย่าง แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ดี

ในตอนแรกลู่โจวไม่ได้ตั้งใจที่จะไปที่สำนักลั่ว แต่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวตัวเขาจะต้องไปเยี่ยมหยุนเทียนลั่วเป็นการส่วนตัว ลู่โจวอยากที่จะได้ข้อมูลของอวตารดอกบัวเก้ากลีบให้มากกว่านี้ บางทีตัวเขาอาจจะได้รู้ข้อมูลสำคัญมาจากหยุนเทียนลั่วก็เป็นได้

สำนักหยุนเป็นเพียงสำนักเดียวที่มีเรื่องผิดใจกับศาลาปีศาจลอยฟ้า แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นสำนักหยุนก็ไม่ได้มีกำลังพลที่จะต่อกรกับศาลาปีศาจลอยฟ้าเหมือนกับที่เคยเป็นได้ นอกจากนี้สำนักเทียนและสำนักลั่วก็คงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก ดังนั้นการเดินทางไปครั้งนี้จะต้องไม่มีปัญหาแน่

หยุนเทียนลั่วเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 30 ปีเท่านั้น แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ยังคงเก็บตัวฝึกฝนตัวเองอย่างสันโดษ ยิ่งไปเยี่ยมเยียนเขาให้เร็วมากขึ้นเท่าไหร่ก็คงจะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น ลู่โจวตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมเยียนหยุนเทียนลั่วให้เร็วที่สุด

15 วันต่อมา ที่สำนักลั่ว

ภายในห้องประชุม ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแรกของสำนักลั่ว

เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายกำลังจับจ้องไปที่ชานหยุนเจิ้ง ดูเหมือนว่าทุกคนจะดูอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก “ไม่ต้องกังวลไปผู้อาวุโสชาน ลู่ปิงเป็นคนที่ระมัดระวังตัวเป็นไหนๆ จะต้องไม่มีปัญหาในการเดินทางครั้งนี้แน่”

ชานหยุนเจิ้งที่ได้ฟังแบบนั้นถอนหายใจก่อนที่จะพูดออกมา “ท่านปรมาจารย์ได้บอกกับพวกเราเอาไว้ว่าอย่าได้สร้างศัตรูกับศาลาปีศาจลอยฟ้า เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้...” ชานหยุนเจิ้งได้เดินไปตามทางอย่างเป็นกังวล

“ทำไมท่านถึงดูเปลี่ยนไปหลังจากที่กลับมาจากศาลาปีศาจลอยฟ้าล่ะ?” ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็หัวเราะเยาะเย้ย

เมื่อชานหยุนเจิ้งนึกถึงลูกศรที่น่าทึ่งของลู่โจว นางก็รู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว

ในตอนนั้นเองสาวกคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวที่ห้องประชุม

“ผู้อาวุโสทั้งหลาย! ผู้อาวุโสลู่ได้ส่งข้อความมาว่าปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าจะมาเยี่ยมเยียนที่นี่ด้วยตัวเอง!” สาวกคนนั้นได้พูดออกมาอย่างลุกลี้ลุกลน

“อะไรนะ?!” ผู้อาวุโสลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน ทุกๆ คนล้วนแต่มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปในทางเดียวกัน สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 365 แสวงหาคำตอบของชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว