เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 347 ถุงมือนักสู้

ตอนที่ 347 ถุงมือนักสู้

ตอนที่ 347 ถุงมือนักสู้


ตอนที่ 347 ถุงมือนักสู้

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

การแสดงออกของซู่ฮ่องกงทำให้ทุกคนต่างก็ตกตะลึง ในแง่ของการประจบประแจงดูเหมือนว่าจะต้องยกให้กับชายคนนี้

ในทางกลับกันลู่โจวก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ทุกๆ คนได้รอจนกว่าซู่ฮ่องกงจะเดินมาถึงที่ใจกลางห้อง ตัวเขาได้ตะคอกออกมาอีกครั้ง “สวัสดีครับ ท่านอาจารย์!”

หมิงซี่หยินเหลือบมองไปที่ซู่ฮ่องกงก่อนที่จะพูดออกมา “ศิษย์น้องแปด อะไรที่ทำให้เจ้าต้องทำตัววุ่นวายมากถึงขนาดนี้ เจ้าเป็นศิษย์ของศาลาปีศาจลอยฟ้าแท้ๆ แต่กลับร้องตะโกนราวกับเด็กไร้ยางอาย เจ้าไม่กลัวหรอว่าชื่อของศาลาปีศาจลอยฟ้าจะต้องอับอายไปก็เพราะเจ้าน่ะ?”

“ข้าก็แค่อยากจะโค้งคำนับให้กับอาจารย์ของข้าอย่างสุดซึ้งมากที่สุดก็เท่านั้น...นับตั้งแต่ที่ข้ากลับมาที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า ข้าก็ไม่เคยโค้งคำนับให้กับท่านอาจารย์อย่างสุดซึ้งมาก่อน เป็นเรื่องธรรมดาที่ข้าจะต้องคารวะท่านอาจารย์ชดเชยกับเวลาในอดีต” ซู่ฮ่องกงตอบกลับมา

ลู่โจวได้เหลือบมองซู่ฮ่องกงอีกครั้ง

ชื่อ: ซู่ฮ่องกง

เผ่าพันธุ์: มนุษย์แห่งดินแดนหยานอันยิ่งใหญ่

วรยุทธ: ขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์

แม้ว่าจะเพิ่งฝึกฝนตัวเองจนได้พลังอวตารร้อยวิถีมา พลังวรยุทธของซู่ฮ่องกงก็ได้รับการยืนยันว่าไปถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ไปซะแล้ว มันเป็นขั้นพลังวรยุทธที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจเทียบเคียงได้เลย

“ลุกขึ้นพูดซะ” ลู่โจวได้พูดออกมา

ซู่ฮ่องกงลุกขึ้นยืนก่อนที่จะยิ้มและพูดออกมา “ขอบคุณครับท่านอาจารย์”

“แสดงพลังอวตารออกมา”

นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญ ความสามารถของอวตารร้อยวิถีจะเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าผู้ที่มีพลังอวตารเป็นหนึ่งในยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ไหม มีผู้ฝึกยุทธนับไม่ถ้วนที่ล้มเหลวไปในขั้นตอนนี้ อวตารร้อยวิถีที่ดูสมบูรณ์แบบจะเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธในอนาคตได้ต่อไป

อวตารที่หยวนเอ๋อมีนับว่าเป็นอวตารที่ดูสมบูรณ์แบบมาก มันเต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณและความแข็งแกร่ง มันเป็นเหมือนกับความหวังของศาลาปีศาจลอยฟ้าในอนาคตได้เลย

มีผู้ฝึกยุทธหลายคนพยายามเปลี่ยนแปลงรูปร่างอวตารของตัวเองไป อวตารเหล่านั้นยิ่งถูกกดดันก็ยิ่งยากที่จะผลิใบออกมาได้

“ครับ ท่านอาจารย์” ซู่ฮ่องกงได้โคจรพลังลมปราณก่อนที่จะใช้พลังอวตารของตัวเองออกมา

พลังอวตารที่มีส่วนสูงครึ่งหนึ่งของชายวัยกลางคนได้ปรากฏออกมา มันเป็นเหมือนกับอวตารที่ดูเหมือนกับเด็กอ้วน

เมื่อทุกคนที่เห็นแบบนั้นแทบที่จะกลั้นขำไม่ได้

อวตารได้สะท้อนตัวตนของเจ้าของออกมา

แม้ว่ามันจะมีรูปร่างแปลกไปแต่เรื่องของความสมบูรณ์แบบก็ยังเป็นที่น่าพึงพอใจอยู่ดี พลังอวตารเต็มไปด้วยพลังลมปราณไหลเวียนอยู่

ต้วนชิงที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่แอบตกใจ ศิษย์คนที่แปดของศาลาปีศาจลอยฟ้าก็เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ชายคนนี้จะน่ากลัวแค่ไหนในอนาคตข้างหน้า?

ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงศิษย์คนที่เก้าเลย ลือกันว่าศิษย์คนที่เก้าอย่างซีหยวนเอ๋อเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อันแสนน่ากลัว นางได้ฝึกฝนตัวเองจนไปถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ในเวลาเพียงแค่ 5 ปี ไม่มีใครสามารถฝึกฝนตัวเองได้อย่างรวดเร็วแบบหยวนเอ๋อมาก่อน แน่นอนว่าอนาคตของนางยังอีกยาวไกล ในอนาคตนางจะต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ได้แน่

ซู่ฮ่องกงมองไปที่อวตารของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ตัวเขาได้ยืดอกออกมาอย่างช่วยไม่ได้

จ้าวยู่ไม่ได้อิจฉาอะไร นางรู้สึกละอายใจมากกว่า นางเป็นศิษย์ที่เข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้าก่อนซู่ฮ่องกง นางได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาหยกเจิดจรัสประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในอดีตที่ผ่าน แต่ถึงแบบนั้นในตอนนี้นางกลับไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพยักหน้าออกมาอย่างพึงพอใจ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้โบกมือ

พรึ๊บ!

กล่องเงินใบหนึ่งได้ตกต่อหน้าซู่ฮ่องกง

เมื่อซู่ฮ่องกงเห็นแบบนั้นเขาก็ได้แต่เอ่ยปากถามออกมาด้วยความสงสัย “ท่านอาจารย์ นี่คืออะไรกัน?”

ลู่โจวได้โบกมืออีกครั้ง

ในตอนนั้นเองกล่องใบนั้นก็ถูกเปิดออก รูปร่างของมันได้เปลี่ยนไปจนดูไม่เหมือนกับกล่องใบเดิน

“ข้าจะมอบถุงมือนักสู้ให้กับเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะนำมันไปใช้ประโยชน์ได้” ลู่โจวได้พูดออกมา

นับตั้งแต่ที่ลู่โจวเปิดกล่องใบนั้นได้ ตัวเขาก็เก็บรักษาของสิ่งนี้มาโดยตลอด หลังจากที่คิดทบทวนอยู่หลายครั้งตัวเขาก็รู้สึกว่าถุงมือชิ้นนี้เหมาะสมสำหรับวิชาปรากฏการณ์หายนะทั้งเจ็ดของซู่ฮ่องกงมากที่สุดแล้ว และหลังจากที่ลู่โจวได้เร่งสั่งสอนซู่ฮ่องกงจนก้าวหน้าไปมาก ตัวเขาก็มีโอกาสที่จะมอบอาวุธชิ้นนี้ให้ในท้ายที่สุด

เมื่อซู่ฮ่องกงได้ยินแบบนั้น สีหน้าแววตาของเขาก็เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ตัวเขาได้คุกเข่าก้มหน้าลงก่อนที่จะพูดตอบโต้ออกมา “ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์ขอบคุณท่านอาจารย์จริงๆ!”

ต้วนชิงที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่อิจฉาน้ำลายไหล

ในตอนนี้จ้าวยู่รู้สึกอิจฉาซู่ฮ่องกงขึ้นมาจริงๆ แล้ว เท่ากับว่านางในตอนนี้เป็นเพียงคนเดียวที่ยังไม่มีอาวุธ เป็นเรื่องธรรมดาที่จะทำให้จ้าวยู่รู้สึกอิจฉา

บางทีอาวุธชิ้นนี้อาจจะเหมาะสมกับซู่ฮ่องกงอยู่แล้ว ทันทีที่เขาได้รับถุงมือนักสู้ไป ซู่ฮ่องกงก็พยายามใช้มันฝึกซ้อมกระบวนท่าอย่างสบายใจ

“ติ้ง! เปิดใช้งานถุงมือนักสู้สำเร็จ ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 1,000”

“ยินดีด้วยท่านซู่ฮ่องกง” ต้วนชิงได้คารวะให้กับซู่ฮ่องกงเพื่อแสดงความยินดี

“ยินดีด้วยศิษย์น้องแปด” หมิงซี่หยินยิ้มให้ในขณะที่เดินเข้ามาใกล้ซู่ฮ่องกง “อาวุธของเจ้ามันดูแข็งเป็นพิเศษ แม้แต่อาวุธของศิษย์พี่ใหญ่อย่างกระบี่นิลโลหิตก็คงไม่อาจตัดถุงมือของเจ้าได้ เจ้าได้ของดีอยู่กับตัวแล้วล่ะศิษย์น้อง!”

“ข้าได้ของดีแล้วอย่างงั้นหรอ?” ซู่ฮ่องกงตกตะลึง ตัวเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้อาวุธที่มีความสามารถน่าทึ่งถึงขนาดนี้

“แน่นอน ทำไมข้าจะต้องโกหกเจ้าด้วยล่ะ? เจ้าคิดว่าท่านอาจารย์จะมอบของไร้ประโยชน์ให้กับเจ้ารึไงกัน?” แม้ว่าจะพูดแบบนั้นแต่ภายในใจของหมิงซี่หยินกลับไม่ได้คิดแบบนั้น ‘อาวุธชิ้นนี้นอกจากความแข็งแล้วคงจะไม่มีอะไรดี นอกจากนี้มันยังดูน่าเกลียดอีกด้วย ข้าก็แค่ชมให้เจ้าไม่เสียใจเท่านั้นแหละศิษย์น้องแปด’

ซู่ฮ่องกงรู้สึกดีใจมาก “ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง”

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองอย่างพอใจก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับ ในตอนนี้ค่าความจงรักภักดีที่ซู่ฮ่องกงมีเพิ่มขึ้นมาจนมั่นคงแล้ว สิ่งนี้เองก็เป็นสิ่งที่ลู่โจวคาดหวังเอาไว้เช่นกัน

ซู่ฮ่องกงรีบเก็บถุงมือนักสู้ก่อนที่จะถอยกลับไปยังด้านข้าง

ในตอนนี้ลู่โจวไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรกับซู่ฮ่องกงอีกต่อไป ตัวเขาได้หันมาหาจ้าวยู่แทน “จ้าวยู่...”

“ท่านอาจารย์”

“พลังวรยุทธของเข้าดูเหมือนจะถดถอยไปนับตั้งแต่ที่เจ้าอยู่ในพระราชสำนัก” ลู่โจวพูดออกมา

ใบหน้าของจ้าวยู่ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความละอาย “ศิษย์จะฝึกฝนตัวเองให้หนัก ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง”

ต้วนชิงได้ยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา “ข้ารู้สึกประทับใจท่านผู้อาวุโสจริงๆ ท่านผู้อาวุโสมีเมตตาใส่ใจกับศิษย์ของตัวเองมากถึงขนาดนี้...”

“ต้วนชิง เจ้าเองก็ช่วยเหลือข้าเอาไว้ที่ป่าเมฆากระจ่าง แน่นอนว่าข้าไม่มีทางที่จะลืมเจ้า...ถ้าหากเจ้าร้องขออะไรมาแล้วข้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้ ข้าก็จะช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่เอง” ลู่โจวได้พูดออกมา

ต้วนชิงที่ได้ยินแบบนั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก ตัวเขารีบโค้งคำนับให้อย่างเร่งรีบก่อนที่จะพูดออกมา “ข้าน้อยไม่กล้า! สิ่งที่ข้าทำไปทั้งหมดเป็นเพราะความจริงใจ ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน!”

“ดีมาก” ลู่โจวพยักหน้า

‘เดี๋ยวก่อนนะนี่มันไม่ถูกต้อง ไม่ว่าข้าควรจะขออะไรที่ทำให้ข้าต้องอยู่ได้อย่างสุขสบายกว่านี้หรอกหรอ? แต่ถ้าหากข้าขออะไรไปจริง...ข้าจะไม่ตายจริงๆ ใช่ไหม?’ ต้วนชิงได้แต่ใช้ความคิด

ลู่โจวยังคงพูดต่อ “ถ้าหากสำนักอเวย์จีมีไหวพริบที่มากพอ เจ้าพวกนั้นคงไม่กล้ารุกรานวิหารปีศาจของเจ้าแน่”

“ขอบคุณมากท่านผู้อาวุโส” แม้ว่าจะไม่ได้อะไรแต่ต้วนชิงก็ได้รับประกันความปลอดภัยกลับมา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตัวเขาอยากจะได้ตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อผลลงเอยเช่นนี้ต้วนชิงก็รู้สึกพึงพอใจ

“ส่งแขกของพวกเราออกไปซะ”

หลังจากที่พูดจบต้วนชิงก็ได้ออกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าไป ลู่โจวเป็นฝ่ายที่พูดออกมาอีกครั้ง “ถ้าหากวันนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะก็ งั้นก็พอแค่นี้”

“ศิษย์ขอตัวลา”

“ท่านอาจารย์ได้โปรดรักษาตัวด้วย”

ลู่โจวยืนขึ้นก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังศาลาทางตะวันออก

ณ พระราชวังเชาหนิงแห่งเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์

“เสด็จย่า จ้าวยู่ถือเป็นคนของศาลาปีศาจลอยฟ้า ท่านควรจะระวังคำพูดของนางเอาไว้จะดีกว่า” องค์ชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างเตียง องค์ชายคนนี้เป็นองค์รัชทายาทหลิวจื่อนั่นเอง

อัครมเหสีหลับตาสนิท นางไม่ได้จ้องมองไปที่หลิวจื่อซะด้วยซ้ำ อัครมเหสีได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน “เจ้าอยากจะเห็นข้าตายเหมือนกันสินะ?”

ใบหน้าของหลิวจื่อก้มต่ำ ตัวเขาได้คุกเข่าก่อนที่จะรีบพูดออกมา “ข้าน้อยไม่กล้า ข้าก็แค่กังวลว่าจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับท่านก็เท่านั้นเสด็จย่า!”

“ถ้าหากจะมีอะไรเกิดขึ้นกับข้า มันก็คงจะเกิดขึ้นที่หมู่บ้านฤดูร้อนไปแล้ว! ไม่จำเป็นจะต้องรอจนถึงตอนนี้หรอก” อัครมเหสีได้ถามออกมาอย่างช้าๆ นับตั้งแต่ที่เกิดเรื่องในหมู่บ้านฤดูร้อน อัครมเหสีก็ไม่ชอบหลายชายของตัวเองทั้งหมด

หลิวจือที่คุกเข่าอยู่ได้พูดต่อ “เสด็จย่า ข้าจะเป็นคนที่อธิบายเรื่องขององค์ชายสองเอง ท่านอย่างกังวลไปเลย”

ในตอนนั้นเองหลิวจือที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังในที่สุดก็เอ่ยปากพูดขึ้น “ข้ามีอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ แต่ข้าก็ได้แต่สงสัยว่าจะสมควรพูดออกมาดีไหม”

“พูดซะ”

หลิวจื่อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดขึ้นมา “เสด็จย่ายังทรงประชวรอยู่ ข้าจะไม่ปล่อยให้เสด็จย่ามีอาการทรุดหนักกว่านี้ได้...ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังรับปากเสด็จพ่อแล้วด้วยว่าจะดูแลเสด็จย่าเป็นอย่างดี ข้าไม่อยากให้ใครครหาว่าข้าเป็นคนอกตัญญู นอกจากนี้...”

หลี่หยุนเฉามองไปรอบๆ ตัวก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ “พระอัครมเหสียังทรงเสียใจที่องค์ชายสองสิ้นพระชนม์ไป ข้าน้อยคิดว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้มาจะดีกว่า”

“ท่านพูดถูกแล้วขันทีหลี่” หลิวจือลุกขึ้นยืนก่อนที่จะโค้งคำนับและพูดออกมาอีกครั้ง “เสด็จย่า ข้ามีทหารยามยอดฝีมืออยู่ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปข้าจะฝากฝังพวกเขาให้ดูแลท่านให้”

“หมดเรื่องแล้วสินะ” อัครมเหสีได้โบกมือให้ในขณะที่หลับตาเช่นเดิม

“ข้าขอตัวก่อนเสด็จย่า” หลิวจือที่ยังไม่ทันออกจากพระราชสำนักเชาหนิงมาก็มีใครบางคนวิ่งมาหาตัวเขา

หลิวจือเอามือไขว้หลังก่อนที่จะพูดออกมา “บอกเจียงเหลียงให้ปกป้องเสด็จย่าของข้าไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า ข้าจะดูแลครอบครัวของเขาเป็นอย่างดีถ้าหากเขาเอาหัวของเจียงอาเฉียนกลับมาได้ บอกเขาว่าข้ารับปากจะมอบรางวัลให้อย่างงาม”

“ครับองค์รัชทายาท”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 347 ถุงมือนักสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว