เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 346 เสียงคร่ำครวญอันเดียวดายในคืนเดือนหงาย

ตอนที่ 346 เสียงคร่ำครวญอันเดียวดายในคืนเดือนหงาย

ตอนที่ 346 เสียงคร่ำครวญอันเดียวดายในคืนเดือนหงาย


ตอนที่ 346 เสียงคร่ำครวญอันเดียวดายในคืนเดือนหงาย

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เจียงอาเฉียนหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะตอบกลับมา “ข้าก็แค่คิดถึงท่าน ท่านผู้อาวุโส ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อเอาของดีมามอบให้กับท่าน” เจียงอาเฉียนได้หยิบถุงกระสอบออกมาก่อนที่จะวางถุงใบนั้นลงบนโต๊ะที่อยู่ด้านหน้า “นี่คือใบช้าที่ดีที่สุด มันเป็นเครื่องบรรณาการของพวกราชวงศ์น่ะ แม้แต่ผู้คนมากมายที่มีอำนาจก็ยังไม่อาจที่จะได้ลิ้มลองรสชาติชาพวกนี้ซะด้วยซ้ำไป ในตอนนี้ข้าได้นำชาที่ว่ามาให้กับท่านแล้ว”

“ข้าไม่เคยเรียกร้องขอชามาจากเจ้าเลย เจ้าคงจะมีเจตนาที่ชั่วร้ายแฝงอยู่สินะ?” ลู่โจวพูดออกมาอย่างสงสัย

“ข้าไม่เคย ไม่เคยเลยที่จะคิดแบบนั้น” เจียงอาเฉียนได้โบกมือปฏิเสธ “ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ ศิษย์คนที่ห้าของท่านก็เป็นเหมือนกับน้องสาวของข้า...ยังไงซะข้าก็เกี่ยวข้องกับศาลาปีศาจลอยฟ้า ในตอนนี้ข้าไม่เหลือญาติคนอื่นๆ ที่จะมอบของขวัญให้อยู่แล้ว นี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลย”

คนอื่นๆ ที่ได้ฟังแบบนั้นต่างก็พูดไม่ออก

จ้าวยู่ได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดขึ้น “ข้าคิดว่าคงจะไม่มีใครจะมีความไร้ยางอายที่เหนือไปกว่าเจ้าได้แล้วล่ะ”

คนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนที่ทุกคนจะจ้องมองไปยังหมิงซี่หยินโดยสัญชาตญาณแทน

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกค้างคาใจ ‘ทำไมทุกคนจะต้องหันมามองข้าด้วยล่ะ? ข้ายังไม่ได้พูดหรือทำอะไรเลยด้วยซ้ำไป นี่มันไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลย’

ลู่โจวมองไปที่ของที่วางอยู่บนโต๊ะ ตัวเขาไม่ได้รู้สึกสนใจอะไร เมื่ออายุมากขึ้นสมบัติล้ำค่าก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไป “แล้วทำไมเจ้าถึงต้องมาที่นี่ด้วยตัวเองล่ะ?”

“อืม ข้า...ข้าได้สังหารองค์ชายสองตายไปโดยไม่ตั้งใจ...ทางราชวงศ์คงจะไม่ให้อภัยข้าแน่ ข้าได้สร้างปัญหาให้กับท่านแล้ว ท่านผู้อาวุโส ท่านช่วยจัดการกับภาระของข้าจะได้ไหม?” เจียงอาเฉียนได้ถามออกมา

หมิงซี่หยินรีบพยักหน้าอย่างตื่นเต้นก่อนที่จะพูดออกมา “ข้าทำได้!” หลังจากที่พูดจบเคียวพื้นพิภพก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของหมิงซี่หยิน

ดวงตาของจ้าวยู่เต็มไปด้วยความอิจฉา

เจียงอาเฉียนที่เห็นแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก ตัวเขาได้พูดออกมาอย่างตื่นตกใจ “ข้าไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น...ในตอนนี้เหล่าราชวงศ์กำลังตามหาข้าทั่วทั้งดินแดน ข้าได้ตัดสัมพันธ์ทั้งหมดกับสหายของข้าไปทั้งหมดแล้ว ในตอนนี้พวกเราไม่ได้ติดต่อกันอีกต่อไป ข้าไม่มีที่จะไปได้อีก หลังจากที่ข้าคิดอยู่นานศาลาปีศาจลอยฟ้าแห่งนี้ดูจะเป็นที่ที่ปลอดภัยมากที่สุดแล้ว”

“งั้น...เจ้าอยากจะอยู่ที่นี่ไปสักระยะอย่างงั้นสินะ?” ลู่โจวได้ถามออกมา

“ท่านฉลาดหลักแหลมมากท่านผู้อาวุโส”

ลู่โจวได้ลูบเคราก่อนที่จะพยักหน้า “ยังไงซะเจ้าก็คือแหล่งข่าวของข้า เป็นธรรมดาที่ข้าจะต้องช่วยเหลือเจ้า”

เจียงอาเฉียนรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ตัวเขาได้โค้งคำนับให้ก่อนที่จะพูดออกมา “ขอบคุณมากท่านผู้อาวุโส!”

ลู่โจวได้มองไปที่เจียงอาเฉียนก่อนที่จะพูดต่อ “แล้วเจ้าจะไม่พูดอะไรต่ออย่างงั้นหรอ?”

“พูดอะไรอย่างงั้นหรอท่านผู้อาวุโส” เจียงอาเฉียนไม่เข้าใจ

“เจ้าเป็นองค์ชายสามและได้ฆ่าองค์ชายสองด้วยมือของตัวเองไป การฆ่าพี่ชายของตัวเองถือเป็นความผิดอันใหญ่หลวง มันจะเป็นความผิดติดตัวเจ้าไปไม่ว่าเจ้าจะไปไหนก็ตาม”

คนอื่นๆ ที่ได้ฟังแบบนั้นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ลู่โจวได้พูดถูกแล้ว ตลอดการเดินทางมานี้เจียงอาเฉียนก็ได้แต่ยิ้มแย้มราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าหากเป็นคนธรรมดาๆ คงจะไม่มีใครทำแบบนั้นแน่ นี่ไม่ใช่แค่การฆ่าพี่ชายของตัวเอง มันเป็นการฆ่าองค์ชายสองของเหล่าราชวงศ์อีกด้วย มันเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจจะทำให้เจียงอาเฉียนต้องตายเลยก็เป็นได้

เมื่อเจียงอาเฉียนเห็นลู่โจวพูดออกมาอย่างจริงจัง รอยยิ้มที่มีบนใบหน้าของเจียงอาเฉียนก็ได้หายจางไป ตัวเขาได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดขึ้น “คนตายยังไงก็คือคนตาย คนตายไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรได้”

“ถ้าอย่างงั้น...เป็นความจริงสินะที่องค์ชายสองเป็นคนที่เผ่าพระราชวังจิงเหอไปน่ะ?” ลู่โจวได้ถามออกมา

“ท่านรู้เรื่องนั้นสินะ?”

“เจ้าชายแห่งพลังฉินจานเป็นคนบอกข้าเอง” ลู่โจวตอบกลับไป

‘ข้าเกือบจะลืมเขาไปแล้วแท้ๆ ’ เจียงอาเฉียนได้พยักหน้า หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้มองไปทางหมิงซี่หยินและจ้าวยู่ก่อนที่จะพูดออกมา “เหล่าวิญญาณที่ตายอย่างไม่เป็นธรรมจะต้องร้องโหยหวนในคืนเดือนหงายอย่างเดียวดาย ไม่ว่ายังไงในโลกใบนี้ก็ยังมีบ่วงแห่งกรรม ใครก็ตามที่ทำกรรมย่อมที่จะถูกผลกรรมตอบสนอง มีหลายคนพยายามเกลี้ยกล่อมให้ข้าปล่อยวางความแค้นในอดีตไป พวกเขาบอกให้ข้าไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเหล่าราชวงศ์อีก การใช้ชีวิตอย่างอิสระในฐานะผู้คลั่งไคล้ดาบมันก็ดีมากแล้ว แต่ถึงแบบนั้นทุกครั้งที่ข้าหลับตา ข้าก็ฝันถึงเปลวไฟสีแดงฉานในทุกๆ คืน ข้าที่ฝันเห็นแบบนั้นทุกคืนจะไปข่มตานอนลงได้ยังไงกัน? เมื่อใดก็ตามที่ข้าฝันเห็นเปลวไฟ ข้าก็จะได้ยินเสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดอยู่ตลอด แม้ว่าข้าจะแค้นแค่ไหนแต่สุดท้ายข้าก็เป็นเพียงผู้ที่ไร้พลังคนหนึ่งเท่านั้น...”

คนอื่นๆ ได้มองไปที่เจียงอาเฉียน

ลู่โจวเองก็มองไปที่เจียงอาเฉียนเช่นกัน เจียงอาเฉียนได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง “ในที่สุดแล้วข้าก็เก็บทุกอย่างเอาไว้กับตัว...โชคดีที่ข้าได้มารู้จักกับทุกท่าน ข้าที่แก้แค้นให้กับทุกคนสำเร็จก็ได้แต่หวังว่าทุกคนจะช่วยเหลือดูแลข้านับต่อจากนี้ ข้าจะรู้สึกขอบคุณทุกท่านมาก”

ส่วนแรกของเรื่องเล่าที่เจียงอาเฉียนเล่าออกมายังฟังดูเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อทุกคนได้ฟังมาถึงตอนท้าย ทุกคนก็ได้แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องโกหก

จ้าวยู่ได้กลอกตามองไปอีกทาง นางไม่อยากจะใส่ใจอะไรกับชายคนนี้อีกต่อไป จ้าวยู่ได้เดินไปด้านหน้าก่อนที่จะคำนับลู่โจวและพูดขึ้น “ท่านอาจารย์ ศิษย์มีเรื่องที่อยากจะรายงานท่าน”

“ว่ามา”

“อัครมเหสีคือท่านย่าของศิษย์เอง เหตุการณ์ที่หมู่บ้านฤดูร้อนได้ทำให้ท่านย่าได้รับบาดเจ็บไป นับตั้งแต่ตอนนั้นนางก็ยังล้มหมอนนอนเสื่อไม่ได้สติ” จ้าวยู่ได้คุกเข่าลง “โปรดยกโทษให้ศิษย์ด้วยที่ศิษย์เอาแต่ใจใช้เวลาอยู่ในเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะกลับมาที่นี่”

ลู่โจวโบกมือก่อนที่จะพูดออกมา “เป็นเรื่องดีแล้วที่เจ้าจะมีความกตัญญูรู้คุณ”

“ขอบคุณมากค่ะท่านอาจารย์” จ้าวยู่ได้หันมาทางเจียงอาเฉียนก่อนที่จะจ้องมองเขาอย่างมีความนัย

เจียงอาเฉียนได้เกาหัวตัวเองก่อนที่ตัวเขาจะได้พูดออกมาอย่างไร้ยางอาย “ท่านผู้อาวุโส ข้าจะบอกความจริงกับท่าน ตอนนี้พระอัครมเหสีตกอยู่ในอาการที่คับขันแล้ว ข้ากลัว...ข้ากลัวว่านางอาจจะอยู่ไม่รอดถึงฤดูหนาว”

ลู่โจวเข้าใจทุกอย่างแล้ว “ที่พระราชวังมีเหล่าหมอหลวงยอดฝีมือมากมาย ทุกๆ คนต่างก็เป็นยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญการรักษาที่แตกต่างกัน ถ้าหากเจ้าจะบอกให้ข้าเข้าไปแทรกแซงเรื่องของทางพระราชวังเจ้าคงจะต้องได้แต่ฝันซะแล้วล่ะ”

จ้าวยู่ได้พูดต่อ “ท่านอาจารย์ สิ่งที่ท่านย่าของข้าโดนมาก็คือเวทมนตร์คาถาค่ะ”

“เวทมนตร์คาถาอย่างงั้นหรอ?” เมื่อได้ยินแบบนั้นลู่โจวก็ได้แต่ประหลาดใจ ตัวเขากำลังนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่หมู่บ้านฤดูร้อน ในหมู่บ้านไม่มีแม้แต่เวทมนตร์คาถาหรือกับดักเวทมนตร์คาถาแม้แต่น้อย ‘แล้วอัครมเหสีจะถูกเวทมนตร์คาถาตอนไหนกัน?’

เจียงอาเฉียนได้พูดต่อ “ไป่มา หนึ่งใจอัจฉริยะคนทรงจากลั่วหลานเป็นคนทำ”

“ไป่มาอย่างงั้นหรอ?” ลู่โจวไม่รู้จักชื่อนี้มาก่อนเลย

“ให้ข้าได้อธิบายเถอะท่านผู้อาวุโส...ไป่มาเป็นพี่ชายของม่อหลี่ เขามาจากลั่วหลาน ไป่มาเคยต่อสู้กับท่านมาครั้งหนึ่งแล้ว การต่อสู้ที่เกิดขึ้นบนแท่นประลองดอกบัวได้ทำให้ไป่มาได้รับบาดเจ็บไป ในตอนที่เกิดการต่อสู้ที่หมู่บ้านฤดูร้อน ในตอนนั้นไป่มาเป็นผู้ที่รอคอยอยู่นอกเขตแดน ไป่มาได้พยายามล่วงเกินท่านมาหลายครั้งแล้ว ในตอนที่ม่อหลี่ได้ตายไป ไป่มาก็ยิ่งรู้สึกแค้นใจมากยิ่งขึ้น ตัวเขาได้ร่ายเวทมนตร์คาถาใส่อัครมเหสีไป ท้ายที่สุดแล้วข้าแน่ใจว่าไป่มาจะต้องกลับมาทวงแค้นกับศาลาปีศาจลอยฟ้าแน่”

ลู่โจวที่ได้ยินแบบนั้นได้แต่ลูบเคราพร้อมกับใช้ความคิด

เจียงอาเฉียนได้พูดออกมาอีกครั้ง “ผู้อาวุโส ข้าจะไม่ร้องขอความช่วยเหลือโดยที่ไม่มีสิ่งตอบแทนที่เหมาะสมแน่...ถ้าหากท่านช่วยข้า ข้าจะช่วยท่านจับศิษย์ทรยศคนที่เจ็ดอย่างสีวู่หยาให้เอง”

ลู่โจวมองไปที่เจียงอาเฉียนก่อนที่จะพูดออกมาอย่างสงสัย “เหตุใดเจ้าถึงมั่นใจว่าจะจับสีวู่หยาได้กัน?”

“เปล่า ข้าไม่ได้มั่นใจอะไรเลย” เจียงอาเฉียนตอบกลับมาตามตรง

ทุกๆ คนที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็พูดไม่ออก ‘ถ้าหากไม่ได้มั่นใจอะไรแล้วทำไมถึงต้องพูดแบบนั้นไปตั้งแต่แรกกันล่ะ? น่าสมเพชจริงๆ’

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะยืนขึ้น ตัวเขาจ้องมองไปที่จ้าวยู่และเจียงอาเฉียนก่อนที่จะพูดออกมา “ถ้าหากเจ้ากล้าขอข้า ข้าก็กล้าที่จะช่วยเจ้า”

การช่วยเหลือผู้อื่นไม่ใช่สิ่งที่น่าอับอายเลย ลู่โจวไม่จำเป็นจะต้องทำเป็นหยิ่งผยองก่อนที่จะยอมช่วยเหลือ ยังไงเรื่องในครั้งนี้ก็เกี่ยวข้องกับศาลาปีศาจลอยฟ้าในทางอ้อมอยู่ดี

เมื่อเจียงอาเฉียนได้ยินแบบนั้นตัวเขาก็รู้สึกดีใจมาก ตัวเขาได้โค้งคำนับให้ในทันที “ถ้าหากท่านผู้อาวุโสพูดแล้ว...ข้าย่อมเชื่อใจท่าน”

จ้าวยู่ที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดออกมาเช่นกัน “ขอบคุณมากค่ะท่านอาจารย์”

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงดังออกมาจากด้านนอกห้องโถง “สวัสดีครับ ท่านอาจารย์!” ทุกๆ คนที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็หันกลับไปมอง

ซู่ฮ่องกงได้คุกเข่าลงอยู่ที่หน้าประตู หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้เดินเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ ตัวเขาได้โค้งคำนับให้กับทุกคนก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง “ท่านอาจารย์!”

หมิงซี่หยินที่เห็นฉากเปิดตัวอันยิ่งใหญ่ก็ได้แต่ปิดตาตัวเองพร้อมกับส่ายหัว “และแล้วเจ้าก็ชนะอีกแล้วสินะ ศิษย์น้องแปด!”

ซู่ฮ่องกงได้ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะคุกเข่าลงอีกครั้ง ตัวเขาได้พูดออกมาอย่างเสียงดังฟังชัด “ข้าขอทักทายท่านอาจารย์อย่างสุดซึ้ง”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 346 เสียงคร่ำครวญอันเดียวดายในคืนเดือนหงาย

คัดลอกลิงก์แล้ว