เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 325 ตกตายตามกัน

ตอนที่ 325 ตกตายตามกัน

ตอนที่ 325 ตกตายตามกัน


ตอนที่ 325 ตกตายตามกัน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เสื้อผ้าที่ม่อหลี่สวมใส่ถูกย้อมไปด้วยเลือดของนางเอง เลือดของนางได้ผสมผสานเข้ากับเสื้อผ้าจนเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงสด ดวงตาของนางยังคงเบิกกว้าง แม้ว่าจะถูกแทงแต่ม่อหลี่ก็ยังคงดึงดาบเล่มนั้นเอาไว้ไม่ยอมแพ้ ทุกคนที่ได้เห็นแบบนั้นได้แต่ตกตะลึง

แม้แต่องค์ชายสองหลิวหยวนเองก็ยังตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้นำของเหล่าอัศวินดำที่ม่อหลี่เป็นผู้บงการมาโดยตลอดแต่บัดนี้กลับเลือกที่จะโจมตีม่อหลี่ซะเอง? คำถามมากมายได้ถาโถมเข้ามาในใจ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะถามมันออกมา เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นได้ลุกโชนแผดเผาตัวของหลิวหยวน ฝานซุยเหวินกำลังแทงชายาอันเป็นที่รัก และยังเป็นผู้ช่วยที่แสนมหัศจรรย์ของตัวเขา! หลิวหยวนสั่นไปทั้งตัวด้วยความเดือดดาล

ม่อหลี่รู้สึกงุนงง ชีวิตของนางกำลังจะถูกพรากจากไป นางมองไปยังเลือดที่ยังคงไหลรินออกจากท้อง ม่อหลี่รีบโบกมือออกมาอย่างเร่งรีบ นางคิดว่าสุดยอดเวทมนตร์คาถาอันทรงพลังจากนิ้วของนางจะสามารถห้ามเลือดได้ แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ในเขตแดนพลังทั้งสิบ แม้แต่ม่อหลี่เองก็ยังเป็นเหมือนกับคนธรรมดาๆ เช่นกัน ม่อหลี่ได้หัวเราะออกมาเบาๆ นางลืมไปว่าตัวเองก็อยู่ในเขตแดนเช่นกัน นางเงยหน้าขึ้นมองไปที่ฝานซุยเหวิน ภายใต้หน้ากากสีเงินของเขามันแฝงไปด้วยจิตสังหาร สายตาของนางที่เห็นแบบนั้นถึงกับสั่นไหว “นั่น...เจ้าเองอย่างงั้นหรอ?”

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เมื่อนางเห็นดวงตาคู่นี้ม่อหลี่ก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ฝานซุยเหวินคนเดิมอีกต่อไป คนคนนี้ครั้งหนึ่งเคยมีชื่ออยู่ในบัญชีดำลำดับต้นๆ เขาก็คือเล้งลั่วนั่นเอง เล้งลั่วได้ใช้เวลาอันยาวนานแทรกซึมไปที่ค่ายเหล่าอัศวินดำด้วยการสังหารฝานซุยเหวินตัวปลอมไป การที่ได้แอบอ้างเป็นตัวเองช่างเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่สำหรับเล้งลั่วมาก

เสียงอันแหบแห้งของเล้งลั่วดังขึ้น “ถูกแล้ว เป็นข้าเอง...”

“ฝานซุยเหวิน!”

“เจ้ากล้าดียังไงกันฝานซุยเหวิน!? เจ้ากำลังทำอะไรกัน!?”

“ชายาหลี่!”

แม่ทัพทั้งสี่ที่อยู่ด้านหลังรู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาทุกคนเคยสาบานเอาไว้ว่าจะปกป้องม่อหลี่เป็นอย่างดี แต่ท้ายที่สุดแล้วนางก็ถูกแทงต่อหน้าทุกๆ คนไป

เล้งลั่วได้พูดขึ้นเสียง “ในนามขององค์จักรพรรดิ ข้าที่อยู่ตรงนี้จะขอทำการลงโทษคนชั่วช้าเอง ม่อหลี่...นางและผู้สมรู้ร่วมคิดจะต้องตกตายไปตามกัน!”

มันช่างเป็นคำพูดที่แสนจะยิ่งใหญ่ แต่ถึงแบบนั้นอัศวินดำคนอื่นๆ ที่ตามมาต่างก็งุนงง หัวหน้าของเหล่าอัศวินดำไม่เห็นด้วยที่จะสังหารองค์ชายสี่รวมไปถึงปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างงั้นหรอ? ทำไมกันหัวหน้าคนนี้ถึงได้โจมตีม่อหลี่ด้วย?

การปรากฏตัวของเหล่าอัศวินดำทำให้สถานการณ์รอบข้างเปลี่ยนไป

หมิงซี่หยิน, หยวนเอ๋อ และเจียงอาเฉียนต่างก็รู้สึกโล่งใจ

เล้งลั่วค่อยๆ หันกลับมามองไปที่องค์ชายสองอย่างหลิวหยวน

ในที่สุดหลิวหยวนก็ตอบสนองออกมาอีกครั้ง ตัวเขาได้จ้องมองไปยังเล้งลั่วก่อนที่จะพูดออกมา “ดี...ดีมาก...” ตัวเขาได้โบกแขนของตัวเองก่อนที่จะพูดต่อ “เจ้าคิดว่านี้คือทั้งหมดที่ข้าเตรียมไว้อย่างงั้นสินะ?”

‘หืม?’ เหล่าทหารที่เหลืออยู่ต่างก็หันไปมองที่องค์ชายสอง

แม้แต่องค์ชายสี่หลิวปิงเองก็ยังสงสัยว่าผู้เป็นพี่ชายเก็บอะไรไว้เป็นไพ่ตายไว้อีก

หลิวหยวนชี้ไปยังศาลาใกล้ๆ ก่อนที่จะพูดออกมา “ตาเฒ่ามหาวายร้ายจี...ศิษย์ของเจ้าสีวู่หยาถูกจับอยู่ที่ศาลาแห่งนั้น...ถ้าหากเจ้ากล้าเคลื่อนไหวแม้แต่เพียงก้าวเดียว เจ้านั่นจะถูกสังหารในทันที!”

เพล๊ง!

หน้าต่างของศาลาแห่งนั้นแตกออก

ฮั่นยูวานได้คว้าคอเสื้อของสีวู่หยาก่อนที่จะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ “เจ้าพวกขี้แพ้! แม้แต่ในเขตแดนพลังทั้งสิบก็ยังไม่อาจที่จะฆ่าชายชราเพียงคนเดียวได้?”

“ศิษย์น้องเจ็ด?”

“สีวู่หยาอย่างงั้นหรอ?”

หมิงซี่หยินและเจียงอาเฉียนต่างก็ตกใจ

อันที่จริงแม้แต่หมิจำนวนซี่หยินก็ยังไม่ได้ชื่นชอบผู้เป็นศิษย์น้องอย่างสีวู่หยาเท่าไหร่นัก แต่ถึงแบบนั้นในแง่ของการใช้สมอง สีวู่หยาก็ยังเป็นสุดยอดคนคนหนึ่งที่สามารถใช้สมองได้อย่างปราดเปรื่อง แต่เมื่อตัวเขาได้เห็นสีวู่หยาในสภาพตอนนี้ก็ได้แต่โกรธแค้นขึ้นมา

ลู๋โจวมองไปทางนั้นเช่นกัน คนที่ถูกจับอยู่คือสีวู่หยาไม่ผิดแน่ “ศิษย์ทรยศนั่น ถูกจับมาได้ยังไงกัน?”

ฮั่นยูวานได้พูดขึ้นมา “วันนี้ข้าจะประหารชีวิตของเจ้านี่ต่อหน้าทุกคนเอง!”

ฮั่นยูวานได้ชักดาบของตัวเองที่อยู่ด้านหลังออกมา ตัวเขากำลังรอแค่คำสั่งขององค์ชายหลิวหยวน

เล้งลั่วได้พูดขึ้น “เจ้ากล้าอย่างงั้นหรอ?!” มือของตัวเขาได้ออกแรงแทงม่อหลี่ให้ลึกเข้าไปอีก ในตอนนั้นเองนางก็ได้แต่กระอักเลือดออกมา ม่อหลี่ที่เห็นเช่นนั้นก็ได้โน้มตัวไปที่ด้านหน้า

ฉั๊วะ!

“ท่านพี่...ฝากล้างแค้น...ให้ข้าด้วย...”

เล้งลั่วไม่คิดว่าม่อหลี่จะรีบปลิดชีพของตัวเองแบบนี้ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่มีเวลาจะมาคิดเรื่องนี้อีกต่อไป เล้งลั่วได้ชักดาบเล่มนั้นกลับมาจากตัวของม่อหลี่ก่อนที่จะถอยกลับ

ที่ด้านนอกของหมู่บ้าน ในตอนนั้นเองก็มีเสียงอันเยือกเย็นดังออกมา “ไม่...ศิษย์น้อง!”

มันเป็นเสียงที่ดังก้องไปทั่วทั้งหมู่บ้าน

เขตแดนพลังทั้งสิบได้ครอบคลุมพื้นที่ของหมู่บ้านทั้งหมดเอาไว้แล้ว ดังนั้นศิษย์พี่ของม่อหลี่อย่างไป่หม่าจึงได้แต่รออยู่ที่ด้านนอกเขตแดนตามแผนที่วางเอาไว้ มันเป็นแผนที่จะไม่ให้ใครหลบหนีไปได้นั่นเอง แม้ว่าการปรากฏตัวของลู่โจวจะทำให้แผนทุกอย่างผิดคาดไปแต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแผนได้ในทันที

ในตอนนั้นเองพลังสีม่วงของไป่หม่าก็ได้ก่อตัวกันจนกลายเป็นเมฆหมอกสีดำอยู่ที่ด้านนอกของหมู่บ้าน

หลิวหยวนเงยหน้าขึ้นก่อนจะพูดออกมา “ไป่หม่า ข้าจะต้องล้างแค้นให้กับการตายของชายาหลี่”

เสียงอันแหบแห้งได้ตอบกลับมา “ไม่...”

“หืม?”

“ศิษย์น้องของข้าได้ตายจากไปแล้ว พวกเจ้าทุกคนต่างหากที่จะต้องตายพร้อมนาง!”

ไป่หม่าไม่ใช่ม่อหลี่ เป้าหมายเดียวของเขาก็คือการสังหารองค์ชายสี่หลิวปิง ตัวเขาได้สาบานเอาไว้แล้วไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะต้องสละชีวิตของตัวเองเขาก็จะสังหารหลิวปิงผู้ที่พรากชีวิตของชาวลั่วหลานนับไม่ถ้วนไปให้ได้

ในตอนนั้นเองฮั่นยูวานก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ตัวเขาได้คว้าตัวสีวู่หยาไว้แน่นก่อนที่จะพูดออกมา “ไร้สาระ! เจ้าพวกขยะไร้ค่ามีมากเกินไป! ข้าจะต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองอีกแล้วสินะ?”

สีวู่หยาเงยหน้าขึ้นมอง ตัวเขาที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ “ยังเร็วเกินไปที่จะมาฉลองนะ?”

“หุบปากไปซะเจ้าขยะอวดดี!”

พรึ๊บ!

ฮั่นยูวานได้ใช้มือของตัวเองกดลงหัวของสีวู่หยาให้ชนกับขอบหน้าต่าง เพียงแค่ใช้มือตวัดดาบเบาๆ หัวของสีวู่หยาก็จะร่วงหล่นสู่พื้น

ตัวเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงของใครที่กำลังคิดจะทำลายแผนการทั้งหมด...

“เขตแดนพลังหายไปแล้ว!”

เมื่อเขตแดนพลังหายไป พลังลมปราณก็กลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง! ชาวเมืองหรงเป่ยทั้งหลายกลับมารู้สึกสดชื่นอีกครั้ง ความรู้สึกอึดอัดคล้ายกับหายใจไม่ออกได้หายไปแล้ว

อากาศได้ไหลเวียนอย่างอิสระ หมู่เมฆได้ลอยไปตามธรรมชาติได้อีกครั้ง

ทุกๆ อย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ในตอนนี้ทุกคนรู้ตัวแล้วว่าการต่อสู้ต่อไปนี้คงจะไม่ใช่การต่อสู้ที่เท่าเทียมอีก การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นมันคงไม่ใช่การต่อสู้ของปุถุชนคนธรรมดาอีกต่อไป

เมฆสีม่วงได้ลอยไปใกล้หมู่บ้านมากขึ้น มันคือเขตแดนพลังเวทมนตร์คาถานั่นเอง

ภายในหมู่บ้าน หลิวหยวนที่เห็นแบบนั้นก็ได้ออกคำสั่งออกมาอย่างกะทันหัน “พวกเจ้ากำลังรออะไรอยู่ล่ะ? รีบกำจัดตาเฒ่ามหาวายร้ายนั่นซะ!”

ถ้าหากเป็นการต่อสู้ธรรมดาไม่มีทางเลยที่แม่ทัพทั้งสี่ที่เหลือจะทำอะไรปรมาจารย์มหาวายร้ายคนนี้ได้เลย

หวืด!

พลังอวตารทั้งสี่ร่างได้ปรากฏขึ้นมาก่อนที่จะพุ่งไปหาลู่โจว

ในตอนนั้นเองฮั่นยู่วานก็ได้หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “กระบี่!”

คนของเขาที่อยู่ด้านข้างได้ส่งกระบี่ให้กับฮั่นยูวาน

น่าเสียดายที่กระบี่เล่มนั้นไม่ได้ถูกยื่นไปยังมือของตัวเขา แต่กระบี่เล่มนั้นมันกลับพุ่งผ่านคอของฮั่นยูวานแทน!

ในตอนนั้นเองของเหลวงสีแดงสดก็ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

ฮั่นยูวานตกตะลึง ตัวเขาหันกลับมามองลูกน้องผู้ซึ่งตัวเขาไว้ใจมากที่สุด ‘เป็นไปไม่ได้!’

สีวู่หยาได้เอามือจับหัวของตัวเองก่อนที่จะยิ้มให้เช่นเดิม “ข้าบอกแล้วว่ามันยังเร็วเกินไปที่เจ้าจะดีใจนะ”

เหล่าลูกน้องคนอื่นๆ ได้กระโจนเข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยว พวกเขาต่างก็อุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน “แม่ทัพฮั่น!”

คนที่สังหารฮั่นยูวานไปได้วางแผนแฝงตัวเองเข้ามาอย่างเนิ่นนานแล้ว นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้สีวู่หยาไม่ได้รู้สึกร้อนรนอะไร ตัวเขามั่นใจมากที่ถูกจับมาเป็นเชลยศึกแบบนี้ “ท่านเจ้าสำนัก ท่านต้องอดทนมานาน ข้าต้องขออภัยด้วย”

ในตอนนั้นเองสีวู่หยาก็ได้เห็นภาพที่จะไม่ได้มีวันลืมไปตลอดทั้งชีวิต

สายฟ้าสีม่วงได้ปะทุไปทั่วทั้งท้องฟ้า

ท่ามกลางอวตารทั้งสี่ลู่โจวก็ได้ลอยไปบนฟ้า!

“นั่นมันอะไรกัน?”

ดอกบัวสีฟ้าได้ปรากฏขึ้นมาใต้เท้าของลู๋โจว

ตู๊ม!

เสียงฟ้าผ่าได้ดังไปทั่วทั้งหมู่บ้านแห่งนี้!

พลังพิเศษทั้งหมดของลู๋โจวได้เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ดอกบัวสีฟ้าใต้เท้าของเขาเริ่มที่จะเบ่งบานออกมา

ดอกบัวสีฟ้าได้ขยายใหญ่ออกไปรอบๆ ในตอนนี้ไม่มีใครได้เห็นแม้แต่เงาของลู๋โจวได้อีกต่อไป

สีวู่หยาได้แต่เอาแขนเสื้อกำบังแสงที่ได้ส่องสว่างออกมาเท่านั้น

เมื่อลูกน้องของฮั่นยูวานเห็นแบบนั้น พวกเขาก็รีบเหวี่ยงดาบออกมาเพื่อโจมตีสีวู่หยา

แคล๊ง! แคล๊ง! แคล๊ง!

ศาลาที่สีวู่หยาเคยอยู่มันเต็มไปด้วยดาบพลังงาน ในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายแล้ว

ลูกน้องของสีวู่หยาได้ปัดป้องการโจมตีทุกอย่างเอาไว้อย่างเต็มที่

การโจมตีกว่าหลายสิบครั้งถูกปัดป้องไปชั่วพริบตา

แต่ถึงแบบนั้นแขนทั้งสองข้างก็ไม่อาจจะเทียบอะไรได้กับแขนทั้งสี่ได้ ลูกน้องของสีวู่หยาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีมาก่อนที่จะกระเด็นถอยกลับไป!

“พวกเราจะต้องได้รับรางวัลแน่ถ้าหากฆ่าสีวู่หยาได้!”

ในเวลาเดียวกันแสงสีฟ้าที่อยู่บนท้องฟ้าก็ได้ปกคลุมไปทั่วทั้งศาลาราวกับน้ำทะเลที่ปกครองผืนมหาสมุทร

ทุกๆ คนต่างก็ไม่เห็นอะไรได้อีกนอกจากแสงสีฟ้า

จากจุดที่ลู่โจวอยู่ดูเหมือนว่าตัวเขากำลังอยู่ท่ามกลางผืนมหาสมุทรสีฟ้า ตัวเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เช่นกัน

ทุกๆ คนที่อยู่ในศาลาถูกผลักออกมาโดยที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติ!

แม้ว่าทุกคนจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน แต่ถึงแบบนั้นก็ยังได้รับผลกระทบจากพลังดอกบัวสีฟ้าอยู่ดี

สำหรับพลังร่างอวตารทั้งสี่ถูกทำลายทันทีราวกับว่าพวกมันกลายเป็นกระดาษ แม่ทัพใหญ่ทั้งสี่และอวตารของพวกเขาเป็นพลังที่อยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแห่งพลังมากที่สุดแล้ว ภายใต้คลื่นพลังจากดอกบัวสีฟ้าทำให้ทุกคนกระอักเลือดออกมา แม่ทัพทั้งสี่เสียชีวิตไปในทันทีโดยที่ไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้กลับซะด้วยซ้ำ พลังพิเศษของลู่โจวไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป พลังของมันเอ่อล้นออกมาอย่างรุนแรงเกินกว่าที่แม่ทัพทั้งสี่ที่อยู่ใกล้จะทนรับพลังได้

หมู่เมฆสีม่วงลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว!

เสื้อผ้าครึ่งบนของสีวู่หยาฉีกขาด พลังผนึกที่อยู่บนหน้าอกของตัวเขาถูกพลังดอกบัวสีฟ้าลบล้างออกไป

คนของฮั่นยูวานได้กระเด็นไปตามอากาศ

ในตอนนั้นเองริมฝีปากของสีวู่หยาก็เริ่มโค้งเป็นรอยยิ้ม “...พลังของข้ากลับมาแล้ว!” ตัวเขาได้ยกฝ่ามือขึ้นมา แต่ไม่ทันที่จะได้ทำอะไรอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ซึ่งประกอบไปด้วยดาบพลังงานนับพันได้ปรากฏขึ้น ดาบพลังทั้งหมดได้ถูกปล่อยออกไปหาเหล่าลูกน้องของฮั่นยูวาน

“นี่มัน....”

“เจ้านั่นเสียพลังวรยุทธไปแล้วไม่ใช่หรอ?”

เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาได้ดังขึ้นมาท่ามกลางอากาศ ในตอนนั้นเองทุกอย่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยเลือดแทน

ในตอนที่สีวู่หยาร่อนลงมากับพื้น ในตอนนั้นตัวเขาไม่ได้ใช้พลังออกมาเลยด้วยซ้ำ สีวู่หยาไม่แม้แต่จะมองเหล่าลูกน้องของฮั่นยูวานที่ถูกโจมตี ตัวเขารู้ดีว่าผลจากการโจมตีเป็นยังไง ทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้น ในตอนนั้นเองก็มีใครบางคนที่สวมใส่ชุดเขียวปรากฏตัวออกมา เขาคนนั้นกำลังยืนอยู่บนกิ่งไม้ใกล้ๆ กับศาลา

ชายคนนั้นได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าขอโทษด้วย ข้าคิดว่าเจ้าอาจจะรับมือกับมันไม่ได้”

“ศิษย์พี่รอง ไม่มีเวลาที่จะมาอธิบายแล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ!” สีวู่หยาไม่เคยกังวลเลยเมื่อตัวเขาถูกฮั่นยูวานจับตัวมาได้

สิ่งที่ทำให้ตัวเขากังวลในตอนนี้ก็คือดอกบัวสีฟ้าที่เบ่งบานอยู่บนท้องฟ้ามากกว่า

ยู่ฉางตงได้ยิ้มให้ก่อนที่จะพูดออกมา “ไม่ต้องห่วงไป...ท่านอาจารย์ได้ใช้พลังของเขามากเกินไปแล้ว เขาจะต้องไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วแน่”

สีวู่หยาได้พูดต่อ “เชื่อข้าเถอะศิษย์พี่”

รอยยิ้มที่ยู่ฉางตงมีจางหายไป สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้น

“งั้นไปกันเถอะ”

พวกเขาทั้งคู่รีบออกจากเมืองแห่งนี้ไป ในทันทีที่พลังพิเศษของลู่โจวหมดลง ตัวเขาก็ไม่เหลือพลังมากพอที่จะบินสูงขึ้นไปอีก ลู่โจวค่อยๆ ลอยลงมาอย่างช้าๆ ตัวเขาได้จ้องกลับไปยังศาลาที่สีวู่หยาเคยถูกจับเอาไว้ ตัวเขาได้เห็นยู่ฉางตงและสีวู่หยากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเพื่อที่จะหลบหนีไป

“วิซซารืด”

วิซซาร์ดได้ปรากฏตัวออกมาจากหมู่เมฆพร้อมกับพลังอันเป็นมงคล ตัวมันรีบบินไปหาลู่โจวก่อนที่จะแบกตัวเขาเอาไว้

ลู่โจวหันกลับมาก่อนที่จะพูด “ที่เหลือข้าฝากด้วย”

“ครับท่านอาจารย์!” ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังเหลือหมิงซี่หยิน, เล้งลั่ว, หยวนเอ๋อ และบี่เอี๊ยน ในตอนนี้แม่ทัพทั้งสิบได้ถูกสังหารจนหมด เหล่าศิษย์สาวกของเขาจึงไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวอีก

ลู่โจวได้ขี่วิซซาร์ดก่อนที่จะไล่ตามยู่ฉางตงและสีวู่หยาไปในทันที...

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 325 ตกตายตามกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว