เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 323 พวกเราคงไม่มีทางเอาชนะได้แน่

ตอนที่ 323 พวกเราคงไม่มีทางเอาชนะได้แน่

ตอนที่ 323 พวกเราคงไม่มีทางเอาชนะได้แน่


ตอนที่ 323 พวกเราคงไม่มีทางเอาชนะได้แน่

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองในขณะที่จับมือของหยวนเอ๋อด้วยมืออีกข้าง ตัวเขาไม่คิดว่าเจียงอาเฉียนจะสามารถพึ่งพาได้ในเวลานี้ มีเพียงแค่ตัวเองเท่านั้นที่พอจะพึ่งพาได้มากที่สุดแล้ว ในตอนนี้ของอย่างเหรียญตราจักรวรรดิคงจะไม่มีค่าอะไรอีก ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการที่ทุกคนไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้เพราะพลังจากเขตแดนพลังทั้งสิบ เจียงอาเฉียนกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? ทำไมเขาถึงต้องการเข้ามายุ่งกับเรื่องในครั้งนี้

“ท่านอาจารย์?” หยวนเอ๋อกำลังรู้สึกสับสนที่ผู้เป็นอาจารย์จับมือของนางเอาไว้

ลู่โจวหันไปจ้องหยวนเอ๋อชั่วขณะ เขากำลังส่งสัญญาณให้สาวน้อยเงียบนั่นเอง ในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะตัวของเขาก็จะใช้พลังวิเศษขึ้นมาก่อนที่จะใช้วิซซาร์ดหนีไปในทันที แต่ถึงแบบนั้นนั่นก็เป็นแค่แผนการตื้นๆ เท่านั้น ในตอนนี้ยังมีสิ่งอื่นที่จะต้องทำ... ‘ยังเหลือศิษย์อีก 2 คนด้วยอย่างงั้นสินะ? อืม ถ้าเป็นแบบนี้เห็นทีจะต้องรอต่อไปเท่านั้น’

ในขณะเดียวกันนั้นเจียงอาเฉียนก็ได้เดินเข้าไปท่ามกลางความขัดแย้งอันรุนแรง ตัวเขาได้ชูเหรียญตราจักรวรรดิอยู่เหนือหัวของตัวเองในขณะที่เดิน

องค์ชายทั้งสองที่อยู่ด้วยไม่ได้ตาบอด ส่วนทหารที่อยู่รอบตัวเองก็จำสัญลักษณ์นั้นได้ดี พวกเขารู้ว่าเหรียญตราชิ้นนั้นมีไว้เพื่อออกคำสั่งกับทหารองครักษ์อย่างพวกเขา

‘นี่มันแปลกมาก เหรียญตราจักรวรรดิไม่ใช่ว่าหายไปนานแล้วอย่างงั้นหรอ? เหตุใดทำไมของสิ่งนี้ถึงอยู่ในนักเดินได้กัน?’

“ได้เห็นเหรียญตรานี่ก็เท่ากับเห็นองค์จักรพรรดิ! คุกเข่าลงซะ!” เจียงอาเฉียนได้ตะโกนออกมา

พรึ๊บ!

ทหารทุกคนล้วนแต่ทำตามที่เจียงอาเฉียนบอก แม้ว่าจะคุกเข่าลงไปแล้วแต่ไม่นานมากนักพวกเขาก็ตระหนักในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ มีอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาดกำลังเกิดขึ้น

องค์ชายสองและม่อหลี่ไม่ได้คุกเข่าลงไปด้วย

หลิวหยวนได้ยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา “นั่นมันก็แค่เหรียญปลอม จับมันไปตัดหัวด้วยซะ”

เจียงอาเฉียนที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก ‘บัดซบ! ก็รู้อยู่แล้วแหละว่ามันจะไม่ได้ผล!’

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นสีหน้าเปลี่ยนไป ตัวเขาได้พูดขึ้น “เจ้าโกหกไม่เนียนเลยนะ”

ผั๊วะ!

จู่ๆ หนึ่งในทหารคนหนึ่งก็ลุกขึ้นมาก่อนที่จะเตะบั้นท้ายของเจียงอาเฉียนไป เจียงอาเฉียนในตอนนั้นล้มลงไปข้างหน้าก่อนที่จะกลิ้งไปกลิ้งมาหลายตลบ เจียงอาเฉียนที่ถูกเตะได้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ทหารคนนั้นยังพูดต่อ “พวกเจ้าจะรออะไรอยู่กัน? พาเจ้านั่นออกไปได้แล้ว!”

เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ ทหารที่อยู่ด้านหลังของหลิวหยวนได้ชักดาบขึ้นมาก่อนที่จะเข้าโจมตีหลิวหยวนและม่อหลี่

ม่อาหลี่และองค์ชายได้ชักดาบออกมาจากเหล่าคนรับใช้ก่อนที่จะปัดป้องการโจมตีเอาไว้

แคล๊ง! แคล๊ง! แคล๊ง!

ลู่โจวสังเกตการณ์รอบตัวก่อนที่จะใช้ความคิดอยู่ภายในใจ ‘เจียงอาเฉียนเองก็ยังมีดีอยู่ เขาได้วางแผนให้คนเหล่านั้นอยู่ข้างกายองค์ชายและม่อหลี่เอาไว้ก่อนอย่างงั้นสินะ?’

สีหน้าของหลิวหยวนเปลี่ยนไปเป็นตกใจก่อนที่จะถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่กำลังรับมือกับผู้คนทั้งหลายที่เข้ามาโจมตี เมื่อมาถึงตอนนี้ทหารองครักษ์รวมไปถึงทหารที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็เห็นผู้เป็นเจ้านายของพวกเขากำลังถูกโจมตี ทั้งสองกำลังถูกรุมอย่างไม่หยุดยั้ง

“บ้าเอ๊ย! เจ้าพวกนี้ยังสู้ได้อีกอย่างงั้นหรอ?” เจียงอาเฉียนเองก็รู้สึกประหลาดใจ

ท่ามกลางการต่อสู้ที่แสนจะวุ่นวายเจียงอาเฉียนก็ได้คลานไปใกล้ๆ กับจุดที่หมิงซี่หยินและจ้าวยู่ยืนอยู่ เจียงอาเฉียนได้ช่วยพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้ก่อนที่จะรีบจากไป

หมิงซี่หยินส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา “ข้าไม่ควรไว้ใจเจ้าเลยจริงๆ ...ตอนนี้ข้าก็หนีไม่ได้แล้วสินะ...”

เจียงอาเฉียนหันกลับไปมองดูม่อหลี่และหลิวหยวน คนของเจียงอาเฉียน...กำลังพ่ายแพ้ไปเรื่อยๆ

ในทางกลับกันนอกจากเสื้อผ้าที่เปื้อนหยาดเหงื่อเล็กน้อยของหลิวหยวนและม่อหลี่ ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย

แปะ! แปะ! แปะ!

หลิวปิงปรบมือก่อนที่จะพูดออกมา “ดูเหมือนว่าท่านพี่จะยังต่อสู้ได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิมเลยนิ...”

หลิวหยวนได้พูดออกมา “ผู้ฝึกยุทธยังไงก็เป็นผู้แข็งแกร่งเสมอ ผู้ฝึกยุทธสามารถรับมือกับคนนับ 100 นับ 1,000 หรือแม้แต่คนนับ 10,000 เองก็ยังสามารถที่จะรับมือได้...แต่ถึงแบบนั้นเจ้ารู้ไหมล่ะว่าทำไมผู้ฝึกยุทธถึงไม่สามารถที่จะปกครองโลกได้?” หลิวหยวนหยุดพูดไปชั่วครู่ก่อนที่จะพูดต่อ “ทุกสิ่งทุกอย่างต่างก็มีวัฏจักรของมัน ทุกสิ่งย่อมมีจุดอ่อนเสมอ ถ้าหากเจ้าฉลาดมากพอ วันหนึ่งเจ้าก็จะตระหนักได้เองว่าโลกทั้งใบก็ไม่ได้ต่างอะไรกับกรงขังใหญ่ๆ ที่ย่อมจะมีวัฏจักรเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

ม่อหลี่ได้ยิ้มอย่างนุ่มนวลก่อนที่จะพูดออกมา “ฝ่าบาท คำพูดของท่านช่างเฉียบคบจริงๆ ...”

นางเดินไปหาหลิวหยุนเฉาก่อนที่จะเตะขันทีเฒ่า ลูกเตะของนางทั้งทรงพลังและดูโหดร้ายไร้ปรานี นางทำตัวไม่เหมือนกับผู้หญิงอีกต่อไป

หลี่หยุนเฉาได้แต่ฮึดฮัดออกมาด้วยความเจ็บปวด ตัวเขาได้กลิ้งลงไปกับพื้นก่อนที่จะกระอักเลือดออกมา “เห็นไหม? แม้แต่ขันทีหลี่ผู้แข็งแกร่งก็ยังไม่แม้แต่จะรับลูกเตะได้”

ในตอนนั้นเองลู่โจวก็ได้ยืนยันตัวตนของม่อหลี่ใหม่อีกครั้ง ตัวเขาไม่แปลกใจเลยว่าถ้าหากนางจะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาทั่วไป นางอาจจะเป็นผู้ที่มาจากเผ่าพันธุ์อื่นในลั่วหลาน ลู่โจวได้ปล่อยมือหยวนเอ๋อก่อนที่จะพยายามมองหาเล้งลั่วด้วยตาตัวเอง ในที่สุดตัวเขาก็ได้ส่ายหัวก่อนที่จะถอนหายใจออกมา ท้ายที่สุดแล้วตัวเขาก็ได้พูดออกมาอย่างเสียงดังฟังชัด “ลืมไปเลย ลืมไปเลย”

ทุกๆ คนต่างก็หันไปมองลู่โจว

“ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างงั้นหรอ...หืม?” ม่อหลี่ได้หันมามอง นางพบว่าผู้ที่ได้พบคนนี้ดูคุ้นเคยดี หลังจากนั้นนางก็นึกออก เมื่อครั้งหนึ่งเคยมีหุ่นเชิดที่ม่อหลี่ใช้ถูกปลดปล่อยออกมาด้วยพลังวิเศษ นางจำได้ว่าผู้ที่ใช้พลังนั้นมีใบหน้าที่เหี่ยวแห้งเหมือนกับในตอนนี้ แววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของม่อหลี่ได้ปรากฏขึ้นมา “นั่นเจ้าสินะ?”

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะก้าวออกไปข้างหน้า “เจ้าก็คือม่อหลี่สินะ?”

ม่อหลี่ได้ยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา “วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีของข้าจริงๆ ...”

เขตแดนพลังทั้งสิบในหมู่บ้านแห่งนี้มีไว้เพื่อหมิงซี่หยิน, จ้าวยู่ และองค์ชายสี่ นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าคนนี้จะมาติดกับด้วย และเพราะแบบนั้นม่อหลี่จะไม่รู้สึกดีใจได้ยังไงกัน? ดูเหมือนว่านางจะหายประหลาดใจแล้ว หลิวหยวนเองก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างเช่นกัน ที่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเปลวไฟ หลิวหยวนได้พูดออกมา “มหาวายร้ายจีอย่างงั้นหรอ?”

คนอื่นๆ ยิ่งสับสน

ทหารทั้งหลายเดินโซซัดโซเซไปมาแม้ว่าจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักก็ตาม ความมั่นใจที่เหล่าทหารมีได้จางหายไปอย่างรวดเร็ว “ตั้งแถวใหม่เร็วเข้า! ไม่มีอะไรต้องกลัว พวกเราในตอนนี้อยู่ในม่านพลังแล้วไม่ใช่หรอ?”

เมื่อได้ยินแบบนั้นทหารทุกคนก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก

“แม้ว่าฟ้าจะเปิดกว้างแค่ไหน แต่นั่นก็ยังไม่พอที่จะทำให้เจ้าหนีรอดออกจากนรกโลกันตร์แห่งนี้ได้ ไม่มีที่ให้เจ้าได้หนีแล้ว!” ม่อหลี่ไม่อยากที่จะเสียเวลาอีกต่อไป นางได้โบกมือตัวเองอย่างรวดเร็ว

แม่ทัพทั้งสิบคนที่อยู่ข้างกายของนางได้ปรากฏตัวขึ้นมาก่อนที่จะก้าวออกๆ ไปข้างหน้า

ในความคิดของม่อหลี่ จะมีแต่ผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัว 5 กลีบขึ้นไปเท่านั้นที่จะเหนือกว่านางไปได้ แต่ในตอนนี้ทุกคนอยู่ในเขตแดนพลังล้วนแต่เท่าเทียม

ลู่โจวพลิกฝ่ามือด้านขวาของตัวเองก็เพื่อที่จะประเมินพลังพิเศษที่ตัวเขามี ‘ฉันใช้มันไม่ได้’ สิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ใช่พลังพิเศษ อาวุธนิรนามได้ปรากฏขึ้นมาแทน

ทุกๆ คนที่เห็นแบบนั้นต่างก็ตื่นตกใจ

หลิวปิงรู้จำลู่โจวได้ดี ตัวเขาเคยพบกับปรมาจารย์จีในคฤหาสน์เจ้าชายแห่งพลังมาก่อนแล้ว และเนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้ หลิวปิงองค์ชายสี่จึงไม่ทันสังเกตเห็นลู่โจวในก่อนหน้านี้ ตัวเขารู้สึกตกใจมากที่เห็นลู่โจว หลิวปิงที่เห็นลู่โจวไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไรเลย “ท่านผู้อาวุโส?”

ม่อหลี่ได้เดินไปหาหลิวหยวน “ฝ่าบาท ให้ข้าเป็นคนจัดการกับมันจะได้ไหม?”

“ย่อมได้” หลิวหยวนเอามือไขว้หลัง ตัวเขาได้เดินไปนั่งที่นั่งที่อยู่ถัดจากที่นั่งของอัครมเหสี หลังจากเหลือบมองอัครมเหสีที่ยังไม่ได้สติ ตัวเขาก็รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น

“ขอบคุณฝ่าบาท” ม่อหลี่ได้หันกลับไป

“แม่ทัพทั้งสิบล้วนแต่เป็นยอดฝีมือในหมู่ของทหารองครักษ์ พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้มีพลังอวตารดอกบัว 3 กลีบ, 4 กลับ, 2, กลีบ และยังมี 6 กลีบอีกคนหนึ่ง...ไหนๆ จะฆ่าเจ้าแล้ว ข้าจะฆ่าศิษย์ของเจ้าให้ดูก่อนที่จะฆ่าเจ้าตามไปเอง...”

“รับทราบ!” บรรยากาศภายในหมู่บ้านเริ่มเปลี่ยนไป

ด้านในศาลาแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

ฮั่นยูวานแทบที่จะกลั่นเสียงหัวเราะของตัวเองไม่ได้อีกต่อไป ตัวเขาตบขาของตัวเองก่อนที่จะพูดออกมา “เจ้าสำนักสี...เจ้าอยากที่จะดูด้วยไหม? แม้ว่าจะเอาตัวรอดจากห่วงภัยธรรมชาติไปได้ แต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถรอดพ้นบ่วงแห่งกรรมได้! นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปศาลาปีศาจลอยฟ้าจะต้องสูญสิ้น!”

เมื่อสีวู่หยาเห็นชายชราที่กำลังลูบเคราตัวเองผ่านจากทางหน้าต่าง สีหน้าของตัวเขาก็ดูเปลี่ยนไปกลายเป็นสีหน้าแห่งความตกใจสุดขีด “ทำไมท่านอาจารย์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

“เจ้ากล้าดียังไงกัน!”

ผั๊วะ!

ฮั่นยูวานได้เตะโต๊ะที่อยู่ด้านหน้าไป โต๊ะตัวใหม่ได้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ “เมื่อหัวของเจ้าตกถึงพื้น ข้าจะดูเองว่าเจ้าจะยังกล้าหยิ่งผยองแบบนี้ต่อไปไหม?”

ที่หมู่บ้านฤดูร้อน

“ท่านอาจารย์” จ้าวยู่และหมิงซี่หยินอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เมื่อพวกเขาเห็นลู่โจวเดินออกมา พวกเขาไม่รู้เลยว่าจะรู้สึกมีความสุขดีไหม

ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรศิษย์ทั้งสอง ตัวเขาจ้องมองไปที่ม่อหลี่ก่อนที่จะพูดออกมา “เจ้าแน่ใจแล้วหรอว่ากล้าแตะต้องศิษย์ของข้า?”

“ข้าจะเป็นคนจัดการเอง!” หนึ่งในแม่ทัพใหญ่ได้จ้องไปทางลู่โจว ตัวเขาได้ชักดาบของตัวเองออกมา แม่ทัพคนนั้นได้พุ่งเข้าหาลู่โจวอย่างไม่ลังเล

ลู่โจวหันไปด้านข้างเล็กน้อย ในตอนนั้นอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือของเขาก็ได้ส่องแสงออกมา

ฟรึ๊บ!

ในพริบตาเดียวเท่านั้น ลู่โจวก็ได้พุ่งผ่านตัวของแม่ทัพคนนั้นไปก่อนที่จะยืนอยู่ที่ด้านหลัง

ร่างกายของแม่ทัพใหญ่แข็งทื่อไม่ขยับไปไหน ในขณะเดียวกันดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง

สายตาของลู่โจวไม่ได้เหลือบมองแม่ทัพคนนั้นแม้แต่นิดเดียว ตัวเขายังคงจ้องมองม่อหลี่อย่างไม่ละสายตา

พรึ๊บ!

แม่ทัพใหญ่ล้มหน้าคว่ำ ร่างกายของเขาไร้พลังที่จะต่อสู้กลับ “ติ้ง! สังหารเป้าหมาย ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 1,000”

แสงแดดได้สาดส่องไปยังศพ ในไม่ช้าแมลงวันที่ได้กลิ่นเลือดก็ส่งเสียงหึ่งๆ ออกมา

กลิ่นเลือดได้ลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งอากาศ

ในหมู่บ้านฤดูร้อนได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้งแล้ว

‘นี่น่ะหรอปรมาจารย์จีแห่งศาลาปีศาจลอยฟ้า? แม้ว่าจะอยู่ในเขตแดนพลังทั้งสิบ ร่างกายที่แก่ชราและยังไม่สามารถเดินพลังลมปราณได้แต่ยังกลับสังหารทหารองครักษ์ได้แบบนี้?’

นิ้วของม่อหลี่กระตุกในทันที มือของนางเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ลู่โจว

“เจ้าน่ะพลาดแล้ว” ลู่โจวได้พูดออกมาด้วยความใจเย็น “ชีวิตของข้าใกล้ถึงขีดจำกัดขึ้นไปทุกที ยังไงซะถ้าหากจะเทียบกันด้วยพลังวรยุทธ ข้าก็คงจะเทียบพวกเจ้าไม่ได้ในหลายๆ แง่...แต่ในตอนนี้พวกเราอยู่ในการเขตแดนพลังทั้งสิบ ข้าน่ะรู้สึกยินดีจริงๆ”

ลู่โจวพูดความจริง ถ้าหากเป็นการต่อสู้ด้วยพลังวรยุทธ ทหารองครักษ์นายนี้อาจจะทำให้ลู่โจวเจอกับปัญหาได้ แต่ถ้าหากทุกคนต่างก็เท่าเทียมกันแบบนี้ ท้ายที่สุดแล้วตัวเขาก็จะเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบไป ลู่โจวยังมีพลังของเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์รวมไปถึงอาวุธนิรนามอยู่ ในเรื่องของการใช้กระบวนท่าและการสังหาร ไม่มีใครที่จะเทียบได้กับมหาวายร้ายคนนี้ที่ผ่านการเข่นฆ่ามากว่าพันปีได้

ม่อหลี่ส่ายหัวอย่างตกใจ นางรีบสั่งการออกมาอย่างเร่งรีบ “อย่าไปฟังคำโกหก คนแก่อย่างนั้นจะไปใช้พลังต่อเนื่องได้ยังงกัน!” นางไม่คิดว่าคำพูดของนางจะดูปลุกใจทุกคนได้ นางจึงรีบพูดเสริมออกมา “พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่เป็นนักรบของราชสำนัก ชายชราที่ใกล้จะเข้าโลงแบบนั้นพวกเจ้าจะสู้กันไม่ได้เลยอย่างงั้นหรอ?”

“ข้าจะไปเอง!” หนึ่งในนายพลได้ชักกระบี่ออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าไป

ทุกๆ คนต่างก็เท่าเทียมกันในเขตแดนพลังทั้งสิบ แม้ว่าจะพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่มีใครที่จะต่อสู้กันด้วยความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

ลู่โจวยกแขนขึ้นมา

“ท่านอาจารย์ระวัง!”

“ท่านอาจารย์!”

หยวนเอ๋อ, หมิงซี่หยิน และจ้าวยู่ต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ

แคล๊ง!

แสงอาทิตย์ได้สะท้อนกับอาวุธนิรนาม

ในตอนนั้นเองอาวุธนิรนามก็ได้เปล่งประกายแสงออกมา มันเป็นพลังพิเศษที่กำลังไหลอาบอาวุธนิรนามนั่นเอง

ลู่โจวได้จับอาวุธนิรนามในส่วนของด้าม ตัวเขาได้ใช้อาวุธนิรนามเพื่อที่จะปัดป้องการโจมตีจากกระบี่อันของแม่ทัพใหญ่ก่อนที่จะลากมันไปที่คอของแม่ทัพคนนั้น

ในตอนนั้นเองในหมู่บ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

ลู่โจวตรวจสอบพลังพิเศษที่ตัวเขาเหลืออยู่ ถ้าหากไม่ใช้พลังในการโจมตีอะไรเลย พลังพิเศษก็จะช่วยเพิ่มพลังให้กับร่างกายอย่างต่อเนื่องได้

แคล๊ง!

กระบี่ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ แม่ทัพคนนั้นดวงตาเบิกกว้าง...ริมฝีปากของเขาสั่นเครือ “นี่ข้า...เป็นไปไม่ได้” แม่ทัพคนนั้นไม่อาจที่จะหายใจได้อีกต่อไป ในไม่ช้าเลือดก็ได้พุ่งทะลักออกมาจากลำคอของเขา

“นี่สำหรับศิษย์ของข้า จ้าวยู่!”

พรึ๊บ!

“ติ้ง! สังหารเป้าหมาย ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 1,000”

หลิวหยวนรู้ดีว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันร้ายแรงแค่ไหน ตัวเขาได้ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะพูดออกมา “เจ้าและก็เจ้า โจมตีซะ!”

“รับทราบ!”

แม่ทัพทั้งสองก้าวไปข้างหน้า

ในตอนนี้พลังการฝึกฝนหรือแม้แต่เคล็ดวิชาทั้งหลายต่างก็ไร้ซึ่งความหมาย สิ่งเดียวที่มีประโยชน์มีเพียงเทคนิคแห่งการฆ่า หยวนเอ๋อรู้แล้วว่าทำไมท่านอาจารย์ของนางถึงได้ให้นางและศิษย์พี่ฝึกฝนโดยที่ไม่ใช้พลังลมปราณแบบนี้ มันเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้เช่นนี้นี่เอง

ลู่โจวยังดูสงบนิ่ง มือของลู่โจวได้สะบัดไปที่ด้านหน้าในระหว่างที่ตัวเขาก้าวเดินไป อาวุธนิรนามได้ฟาดฟันเข้าใส่แม่ทัพทั้งสองในมุมที่คาดไม่ถึง

เสียงของมีคมที่เจาะเกราะไปได้ดังก้องไปทั่วทั้งอากาศ

“สองคนนี้สำหรับเจียงอาเฉียน”

“ติ้ง! สังหารเป้าหมาย ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 1,000”

“ติ้ง! สังหารเป้าหมาย ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 1,000”

เปลือกตาของม่อหลี่ถึงกับกระตุก

นางรู้สึกกลัวขึ้นมาก่อนที่จะก้าวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ

ลู่โจวยังดูสบายดีไร้รอยแผล

ตัวเขายังคงก้าวต่อไปพร้อมกับอาวุธนิรนามในมือ

ลู่โจวไม่ได้รีบเดินหรือเดินช้าอะไร

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 323 พวกเราคงไม่มีทางเอาชนะได้แน่

คัดลอกลิงก์แล้ว