เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 289 หรือว่าคนตายจะกลับมามีชีวิต

ตอนที่ 289 หรือว่าคนตายจะกลับมามีชีวิต

ตอนที่ 289 หรือว่าคนตายจะกลับมามีชีวิต


ตอนที่ 289 หรือว่าคนตายจะกลับมามีชีวิต

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ซู่วว!

ดาบมารยังคงสั่นสะเทือน ถ้าหากไม่มีพลังของคำจารึกที่เพิ่งขึ้น ดาบมารเล่มนี้ก็อ่อนพลังลงมาก

ลู่โจวไม่ได้กังวลอะไรเมื่อได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังมาจากภายในอุโมงค์ ตัวเขาได้ใช้พลังลมปราณใส่ดาบมารเพื่อเป็นการปราบดาบมารเล่มนั่นเอง!

เจียงอาเฉียนได้พูดออกมา "ทะ...ท่านผู้อาวุโส...ข้า...ข้า..." ตัวเขาชี้ไปที่ตัวเอง

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็ได้ถามออกมา "เจ้าอยากได้มันอย่างงั้นสินะ? "

เจียงอาเฉียนเกาหัวตัวเองอย่างเขินอาย

ดาบมารมีขนาดที่ใหญ่มาก มันมีความยาวเทียบเท่าได้กับความสูงของชายหนุ่ม ทั้งความกว้างและความหนาของมันเองมีมากกว่าดาบทั่วๆ ไป เมื่อสูญเสียพลังจากคำจารึกดาบมารเล่มนี้ก็ดูน่าเกลียดมากยิ่งขึ้น ใบดาบดูหยาบและไม่สม่ำเสมอ

ลู่โจวได้คลายพลังก่อนที่จะผลักดาบมารไปด้วยฝ่ามือ

ตู๊ม!

ดาบมารได้ตกอยู่ตรงหน้าเจียงอาเฉียน

เจียงอาเฉียนมีความสุขมากที่ได้เห็นแบบนั้น ตัวเขาได้คว้าดาบมารขึ้นมาก่อนที่จะใช้ฝ่ามือตวัดมันดู บัดนี้พลังของคำจารึกที่มีอยู่บนอากาศได้หายไปหมดแล้ว ในที่สุดดาบมารก็หยุดสั่นสะเทือน

"ขอบคุณท่านผู้อาวูโส...สิบปี...ข้ายินดีที่จะช่วยท่านผู้อาวุโสต่ออีก 10 ปี! " เจียงอาเฉียนได้มองไปที่ดาบมารด้วยความรัก

หยวนเอ๋อและฉินจานที่เห็นแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก

เดิมทีลู่โจวไม่ได้รู้สึกเกลียดชังอะไรดาบมาเล่มนี้ จากสัญชาตญาณที่ลู่โจวมีทำให้ตัวเขาคิดว่าพลังของดาบมารทั้งหมดมันมาจากคำจารึก ถ้าหากดาบมารไม่มีพลังของคำจารึกมันก็ไม่ต่างกับร่างที่ไร้วิญญาณ ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ได้น่าสนใจสำหรับลู่โจวอีกต่อไป บางทีคงจะมีแต่นักเก็บสะสมของอย่างเจียงอาเฉียนเท่านั้นที่ยังมองดาบเล่มนี้เป็นสมบัติล้ำค่าอยู่

เจียงอาเฉียนได้ดึงเชือกออกมาจากกระเป๋าของเขาก่อนที่จะผูกดาบมารเก็บเอาไว้ที่ด้านหลัง ส่วนที่ด้านหน้าตัวเขาเลือกที่จะถือดาบคีตะมังกรด้วยตัวเอง เมื่อมองเห็นสีหน้าของเขาไม่จำเป็นจะต้องบรรยายเลยว่าเจียงอาเฉียนจะมีความสุขมากแค่ไหน ความสุขของเขาได้แสดงออกมาผ่านสีหน้าทั้งหมดแล้ว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของมนุษย์ก็คงจะเป็นตอนที่ได้ของที่ต้องการที่สุดมาครอบครอง

แคล๊ก! แคล๊ก! แคล๊ก!

เสียงจากอุโมงค์เริ่มดังออกมามากขึ้น

คนอื่นๆ จ้องไปยังอุโมงค์อีกครั้ง

ผู้ฝึกยุทธที่รอดชีวิตไม่ได้คิดที่จะจากที่นี่ไปในทันที

ฉินจานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "นั่นคืออุโมงค์ที่จะนำพาพวกเราไปยังห้องใต้ดินขององค์จักรพรรดิ ข้าคิดว่ามันเชื่อมต่อกับสุสานแห่งดาบมาเนิ่นนานแล้ว"

เจียงอาเฉียนเองก็ได้พูดออกมาเช่นกัน "ท่านผู้อาวุโสเอาไว้พวกเรา...ค่อยกลับมาวันหลังดีไหม? "

"หืม? "

"ข้าจะไปด้วย...ข้าพร้อมที่จะไปเสมอ" เจียงอาเฉียนได้โบกมือให้ ท้ายที่สุดแล้วตัวเขาก็ต้องยอมให้ทุกคนเดินทางไปยังสุสานของบรรพบุรุษตัวเอง

ฉินจานมองไปที่เจียงอาเฉียนที่กำลังมีท่าทีสับสน เจียงอาเฉียนได้มีท่าทีที่แปลกออกไป ทำไมเจียงอาเฉียนถึงต้องทำเป็นกระตือรือร้นกับงานนี้ด้วยล่ะ? ตัวเขาไม่เคยได้ยินชื่อของเจียงอาเฉียนมาก่อนเลย สิ่งที่ฉินจานรู้มีเพียงชายคนนี้รักดาบและชีวิตยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด หรือว่าอุโมงค์นั่นจะอันตรายมากกัน?

เจียงอาเฉียนได้เดินนำไปยังอุโมง์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง ที่หลังของเขาสะพายดาบมารอยู่

ทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ พลังสีดำก็ได้พุ่งออกมาจากอุโมงค์!

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

เจียงอาเฉียนได้ใช้พลังป้องกันโดยสัญชาตญาณ ม่านพลังป้องกันของเขาสามารถป้องกันพลังสีดำเอาไว้ได้

คนอื่นๆ ที่อยู่ไกลกว่ารู้ดีว่ามวลสีดำที่เห็นมันคืออะไร "โลงศพ! "

"สวรรค์! นั่นมันโลงศพ! "

ผู้ฝึกยุทธที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้แต่ตื่นกลัว ขาของพวกเขาอ่อนแรงเกินกว่าที่จะเคลื่อนไหวได้ ทุกๆ คนได้รับบาดเจ็บสาหัสไปตั้งแต่ที่ได้ต่อสู้กับดาบลอยฟ้าแล้ว ทุกคนเจ็บเกินกว่าที่จะวิ่งหนีไปไหนได้!

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

โลงศพได้หมุนตัวเองเป็นวงกลมในกลางอากาศก่อนที่จะพุ่งหาเจียงอาเฉียน

โชคยังดีที่แหบพร่าอาเฉียนฝึกฝนตัวเองมาอย่างหนัก เพราะแบบนั้นตัวเขาจึงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยพลังที่มีรวมไปถึงฝีเท้าทำให้เจียงอาเฉียนหลบการโจมตีจากโลงศพได้ เจียงอาเฉียนที่หลบการโจมตีเลือกที่จะผลักดันมันกลับไป

"เกิดอะไรขึ้นกับข้าในวันนี้กัน? ทำไมข้าถึงได้โชคร้ายแบบนี้? " เจียงอาเฉียนได้พึมพัมตัดพ้อ

โลงศพที่ถูกผลักกลับไปไม่ได้โจมตีกลับมา

"โลงศพนั่นหรือว่าคนตายจะกลับมามีชีวิต? " ฉินจานขมวดคิ้ว

"คนตายไม่อาจย้อนกลับมามีชีวิตได้ คงจะมีแต่คนที่พยายามเล่นอะไรแผงๆ เท่านั้น" เจียงอาเฉียนได้พูดแสดงความคิดเห็นออกมา

คนอื่นๆ ต่างก็จ้องมองไปยังโลงศพใบนั้น

ครู่ต่อมาเสียงทุ้มและแหบพร่าก็ได้ดังมาจากโลงศพ "ใครกันที่กล้าบุกรุกสุสานแห่งดาบ? "

หยวนเอ๋อจ้องไปที่เจียงอาเฉียนก่อนที่จะพูดออกมา "เจ้าไปคุยกับเขาซะสิ บางทีนั่นอาจจะเป็นบรรพบุรุษของเจ้าก็ได้"

"..." แม้ว่าจะฟังดูแปลกแต่สิ่งที่หยวนเอ๋อพูดไม่ได้มีอะไรผิดไปเลย

หลังจากนั้นโลงศพใบเดิมก็ได้ปรากฏตัวออกมาจากอุโมงค์ ภายในห้องหลังอุโมงค์จะมีก็แต่ศพขององค์จักรพรรดิเท่านั้นที่จะถูกเก็บไว้

เมื่อได้ยินแบบนั้นฉินจานก็มองไปยังเจียงอาเฉียนด้วยความตกใจ 'หรือว่าเขาจะเป็นผู้ที่มีเชื้อสายราชวงศ์กัน? ไม่สิ หรือว่าสาวน้อยกำลังกลั่นแกล้งเขากันแน่? '

เจียงอาเฉียนเกาหัวก่อนที่จะเริ่มพูดออกมา "ข้ามีชื่อว่าเจียงอาเฉียน...จะให้ข้าคนนี้เรียกท่านว่ายังไงดี? "

เสียงอันแหบพร่าได้ดังออกมาอีกครั้ง "เจ้าเป็นชายหนุ่มอย่างงั้นหรอกหรอ? "

เจียงอาเฉียนตรวจดูตัวเอง 'แล้วชายหนุ่มมีอะไรให้น่าแปลกใจกัน? ข้าเป็นทั้งผู้ที่แข็งแกร่งและหล่อเหลาเหมือนกับหยกบริสุทธิ์ที่ผ่านการเจียระไนมา...'

เสียงจากในโลงศพได้ดังออกมาอีกครั้ง "มีเพียงแค่คนเดียวในใต้หล้านี้ที่จะทำลายดาบมารได้...คนคนนั้นก้าวออกมาข้างหน้าซะ" ไม่ว่าจะเป็นใครที่อยู่ในนั้นคนคนนั้นจะต้องฉลาดมากแน่

เจียงอาเฉียนมองไปที่ลู่โจว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมท่านผู้อาวุโสคนนี้ถึงปกปิดพลังของตัวเองเอาไว้ ในตอนนี้เขาดูเหมือนกับคนแก่ที่ดูไร้เรี่ยวแรงเพียงเท่านั้น นั่นคือสาเหตุที่ทำให้โลงศพมองข้ามลู่โจวไป

"เป็นท่านเองอย่างงั้นหรอ? " ในที่สุดลู่โจวก็พูดออกมา

เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนที่ได้ยินต่างก็ตื่นตกใจ

'พวกเขารู้จักกันอย่างงั้นหรอ? '

โลงศพเงียบไปชั่วครู่ก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง "ตามที่คาดเอาไว้ เป็นท่านจริงๆ ด้วยสินะ"

ลู่โจวลูบเคราก่อนที่จะพูดขึ้น "ข้าคิดว่าเจ้าได้ตายไปนานแล้ว...ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ได้"

ใครบางคนที่อยู่ในโลงศพใบนั้นได้หัวเราะแปลกๆ ออกมา "เพื่อนยาก พวกเราทุกคนล้วนแต่ต้องตาย...ข้าก็แค่รออยู่ที่นี่ก่อนเวลาก็เท่านั้นเอง"

ลู่โจวพยักหน้าก่อนที่จะพูดต่อ "ข้ากลัวว่าจะไม่ใช่แบบนั้น ทั้งดาบมาร, ม่านพลังแห่งดาบทั้งเจ็ด, คำจารึก...เจ้าคิดหาทางที่จะยืดอายุขัยตัวเองอยู่สินะ? "

'ยืดอายุขัยอย่างงั้นหรอ? '

ทุกๆ คนพอจะจับใจความเรื่องที่พูดได้ ผู้ฝึกยุทธที่สามารถฝึกฝนตัวเองไปถึงจุดสูงสุดได้ต่างก็หาทางที่จะยืดอายุขัยของตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา บางคนก็ถึงขั้นหาวิธีที่จะได้ชีวิตอันเป็นนิรันดร์มา แม้ว่าจะเป็นยอดฝีมือแต่อายุขัยของพวกเขาก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดอยู่ดี

ผู้ที่อยู่ในโลงศพได้ตอบกลับมา "ท่านเองก็ไม่ได้เหมือนกันหรอกหรอ? "

ลู่โจวตกใจเล็กน้อย แต่ถึงแบบนั้นสีหน้าของเขาก็ยังไร้ความรู้สึกอยู่ดี ตัวเขาได้ลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะตอบกลับมา "ไม่...จะอยู่หรือจะตายข้าน่ะยอมรับได้มาต้องนานแล้ว"

ผู้ที่อยู่ในโลงศพได้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมา "จากการคำนวณของข้า เวลาของท่านใกล้จะหมดลงแล้ว ท่านยังจะปกป้องศาลาปีศาจลอยฟ้าอยู่อย่างงั้นหรอ? "

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ผู้ฝึกยุทธทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่หวาดกลัว พวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็ไม่ใช่พวกโง่ไปซะทีเดียว ชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าคงจะเป็นปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าไม่ผิดแน่ เขาคนนี้ก็คือผู้อาวุโสจี ปรมาจารย์มหาวายร้ายจากศาลาปีศาจลอยฟ้า!

"เขาคือปรมาจารย์มหาวายร้ายหรอกหรอ? "

"นี่มัน..."

ผู้ฝึกยุทธเริ่มแตกตื่นกับสิ่งที่ได้ยิน ในตอนนี้สภาพจิตใจของพวกเขาบอบช้ำมากเกินพอแล้ว ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวก่อนที่จะมีน้ำตาไหลออกมา สีหน้าของพวกเขาทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"นะ...หนีเร็ว! "

ผู้รอดชีวิตทั้งหลายที่รอดมาจากดาบลอยฟ้า, นักบวชอย่างกงหยวน และยังรอดมาจากการโจมตีของดาบมารมาได้...แต่ในตอนนี้มีบุคคลที่น่ากลัวที่สุดยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว! แม้ว่าจะต้องเสี่ยงชีวิตแต่พวกเขาก็ขอเลือกที่จะหนี! ผู้ฝึกยุทธที่เหลือไม่ได้สนใจความเจ็บปวดในร่างกายที่มีอีกต่อไป

ลู่โจวไม่ได้รังเกียจอะไรผู้ฝึกยุทธจากสำนักย่อยพวกนี้...ถ้าหากพวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธจากสิบสำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะ ลู่โจวก็คงจะสังหารพวกเขาไปอย่างไร้ปรานีไปแล้ว ลู่โจวไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับพวกสำนักย่อย เพราะแบบนั้นตัวเขาจึงเลือกปล่อยเหล่าผู้ฝึกยุทธให้จากไป ตัวเขาได้ลูบเคราก่อนที่จะมองไปยังโลงศพใบเดิม "หยวนดู่ แม้ว่าข้าจะแก่กว่าเจ้าแต่ข้าก็มีอายุยืนยาวกว่าเจ้าอยู่ดี"

เสียงหัวเราะได้ดังออกมาจากโลงศพ "คงจะเป็นเช่นนั้น"

"เจ้าซ่อนตัวอยู่ที่สุสานแห่งดาบก็เพื่อที่จะหาวิธีที่จะทำให้ได้ชีวิตอันเป็นนิรันดร์มาสินะ? " ลู่โจวได้ถามออกมาตรงๆ

"นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด..." หยวนดู่ได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้ง "ข้าได้ข่าวมาว่าการอยู่ในเส้นทางแห่งดาบนี้มันจะดีต่อการฝึกฝนของตัวข้าเอง"

"ข่าวของเส้นทางแห่งดาบอย่างงั้นหรอ? "

"ชั่วชีวิตข้า...ข้าต้องการที่จะประลองกับท่านเสมอ พี่จี น่าเสียดาย เวลาก็เป็นเหมือนกับกระแสน้ำที่ไม่อาจไหลย้อนมา...พลังวรยุทธของข้าค่อยๆ เสื่อมถอยลงในทุกๆ วัน"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 289 หรือว่าคนตายจะกลับมามีชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว