เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 280 ท่านผู้อาวุโสเชิญก่อนเลย

ตอนที่ 280 ท่านผู้อาวุโสเชิญก่อนเลย

ตอนที่ 280 ท่านผู้อาวุโสเชิญก่อนเลย


ตอนที่ 280 ท่านผู้อาวุโสเชิญก่อนเลย

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เจียงอาเฉียนมองไปรอบๆ ตัวก่อนที่จะขยับไปใกล้ลู่โจวมากขึ้น ตัวเขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย "อัครมเหสีทรงมีอาการประชวร และเพราะคัมภีร์ของศาลาปีศาจลอยฟ้าทำให้นางหายจากอาการประชวรได้ อัครมเหสีทรงมีคัมภีร์อยู่ 2 เล่มด้วยกัน นางตัดสินใจที่จะมอบหนึ่งในนั้นให้กับองค์จักรพรรดิองค์ก่อน...น่าเสียดาย คัมภีร์เล่มนั้นสุดท้ายก็ถูกฝังเอาไว้กับร่างอันไร้วิญญาณขององค์จักรพรรดิไป"

เมื่อหยวนเอ๋อได้ยินแบบนั้นนางก็ได้ถามขึ้น "ที่เจ้าพูดมาทั้งหมดเจ้าต้องการที่จะขุดหลุมฝังศพให้กับอาจารย์ของข้าอย่างงั้นหรอ? "

"เจ้ากำลังพูดถึงอะไรกัน? ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำอะไรแบบนั้น ข้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะตามหาดาบมารต่างหาก" เจียงอาเฉียนได้ตอบกลับมา

"ดาบมารอย่างงั้นหรอ? "

"สุสานแห่งดาบถือเป็นสถานที่ที่อยู่ในใต้ดิน มันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังหยินและหยาง ข้าแน่ใจเลยว่าสถานที่แห่งนี้จะต้องสร้างดาบอันไร้เทียมทานขึ้นมาได้แน่ ในฐานะที่ข้าเป็นหนึ่งในผู้คลั่งไคล้ดาบการที่จะมาสถานที่แห่งนี้ถือเป็นเรื่องช่วยไม่ได้...สาวน้อยเจ้าอย่ามองข้าแบบนั้นเลย" เจียงอาเฉียนได้พูดขึ้น

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นได้ถามออกมาอย่างสับสน "แล้วทุกๆ คนสามารถเข้าไปยังห้องเก็บสมบัติใต้ดินขององค์จักรพรรดิได้อย่างอิสระเลยอย่างงั้นหรอ? "

เจียงอาเฉียนโบกมือก่อนที่จะตอบกลับไป "สุสานแห่งดาบกับห้องเก็บสมบัติใต้ดินแตกต่างกัน ที่หุบเขาตะวันม่วงมันเต็มไปด้วยพลังหยางในทางทิศใต้ และในทางทิศเหนือก็ยังมีพลังหยิน...พลังที่ว่าได้แผ่ขยายออกไปกว่าหลายไมล์ด้วยกัน สถานที่ทั้งสองแห่งแม้ว่าจะเป็นสถานที่ของพระราชสำนักแต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน" เจียงอาเฉียนตัดสินใจอธิบายอยู่เพียงแค่นี้ ตัวเขารู้ดีว่าลู่โจวจะต้องมีความรู้ที่กว้างขวางอยู่แล้ว ยิ่งพูดออกมาเท่าไหร่ ตัวของเจียงอาเฉียนก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังดูโง่มากขึ้น

ลู่โจวมองไปที่เจียงอาเฉียนก่อนที่จะพูดออกมา "สถานที่ทั้งสองแห่งไม่เหมือนกับ...แต่สถานที่ทั้งสองตั้งอยู่ในหุบเขาตะวันม่วงเช่นเดียวกัน บางทีสถานที่ทั้งสองแห่งอาจจะเคยเชื่อมต่อกันก็เป็นได้ เจ้าจะยืนอยู่เฉยๆ แบบนี้ต่อไปอย่างงั้นหรอ? " ยังไงซะเจียงอาเฉียนก็เป็นถึงองค์ชาย องค์ชายอย่างเขาจะยืนอยู่เฉยๆ เฝ้ามองดูคนนอกกำลังขุดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษแบบนี้อย่างงั้นหรอ?

"เอ่อ..." เจียงอาเฉียนที่ได้ฟังแบบนั้นถึงกับตกตะลึง

ลู่โจวได้เดินไปยังก้อนหินที่กำลังปิดเส้นทางอยู่ กลุ่มผู้ฝึกยุทธได้หันไปหาลู่โจวด้วยความสนใจในทันที เมื่อเห็นชายชราที่ดูมีภูมิฐานพวกเขาทั้งหมดต่างก็หลีกทางให้อย่างไม่ลังเล

รูปร่างหน้าตาของลู่โจวเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ไม่ใช่แค่อายุของเขาจะลดลงแต่เพียงเท่านั้น รสนิยมในการเลือกใช้เสื้อผ้าเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จีเทียนเด๋ามักไว้ผมรุงรังเล็กน้อย เขามักจะเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อนเกินกว่าที่จะยับยั้งชั่งใจได้ เสื้อผ้าที่จีเทียนเด๋าเคยใส่ก็ยังดูดิบเถื่อนไม่ก็ดูเรียบง่าย ในทางกลับกันลู่โจวชอบที่จะรักษารูปลักษณ์ของตัวเองให้ดูเรียบร้อย อย่างน้อยที่สุดลู่โจวก็เลือกที่จะใส่เสื้อผ้าพอดีตัว ตอนนี้ตัวเขามีความรู้สึกเหมือนกับผู้อาวุโสแล้ว เพียงแค่เรื่องการแต่งตัวก็ทำให้คนที่มีรูปร่างเหมือนกันดูไม่เหมือนกับคนเดียวกันได้

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพูดออกมา "เก็บกวาดซะ"

ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างก็งุนงง 'ตาแก่นี้กำลังพูดกับใครกัน? '

หยวนเอ๋อได้ชี้ไปที่เจียงอาเฉียนก่อนที่จะพูดขึ้น "ไปซะสิ"

"ข้า? " เจียงอาเฉียนชี้ไปที่ตัวเอง

"ใช่ เจ้านั่นแหละ..."

เจียงอาเฉียนอยากจะร้องไห้ 'ก็ได้...เพื่อดาบมารข้าจะต้องทนต่อไป' ตัวเขาได้ลุกขึ้นมาจากพื้นก่อนที่จะกางแขนออกมา ดาบคีตะมังกรได้ถูกชักออกมาจากฝัก เมื่อเห็นแบบนั้นผู้ฝึกยุทธต่างก็หลีกทางกันไป

"ช่างเป็นคนที่แข็งแกร่งอะไรแบบนี้! "

"ก่อนหน้านี้ทำไมเขาบอกว่าทำอะไรไม่ได้กัน? "

"พลังนี้มัน...พลังของผู้ฝึกยุทธของขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์! เขาจะต้องเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์แน่! "

ทันทีที่ดาบคีตะมังกรถูกชักออกมา ที่ใบดาบของมันก็ถูกล้อมรอบไปด้วยพลังแสงสีทอง พลังที่ดาบเริ่มมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ เจียงอาเฉียนได้ใช้ดาบคีตะมังกรฟาดฟันไปที่ก้อนหินก้อนใหญ่

ตู๊ม!

ก้อนหินก้อนใหญ่ได้แตกเป็นเสี่ยงๆ

ผู้ฝึกยุทธทุกคนต่างก็ใช้พลังป้องกันตัวเองขึ้นมา

ไม่นานนักทางทั้งหมดก็ถูกเปิดอีกครั้ง

ก้อนหินก้อนใหญ่ได้ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยฝีมือของดาบคีตะมังกร เจียงอาเฉียนพอใจกับฝีมือของตัวเองมาก เมื่อโจมตีเสร็จตัวเขาก็ได้ลอยลงมาอย่างช้าๆ เมื่อถึงพื้นเจียงอาเฉียนก็เก็บดาบลงไปที่ฝักอีกครั้ง "ช่วยไม่ได้ซะแล้ว...มันจำเป็นต้องทำล่ะนะ"

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายได้ถอยหลังไปหลายก้าว 'แข็งแกร่งจริงๆ '

แม้แต่หยวนเอ๋อเองก็ยังคาดไม่ถึงเลยว่าคนไร้ยางอายคนนี้จะมีความสามารถที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ดูเหมือนว่านางจะประเมินเขาต่ำจนเกินไป

ลู่โจวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ "ไปกันเถอะ"

ฉินจานและหยวนเอ๋อได้เดินตามลู่โจวไป

"ท่านผู้อาวุโสเชิญก่อน"

"ใช่แล้ว ท่านผู้อาวุโสเชิญก่อนเลย"

เมื่อผู้ฝึกยุทธเห็นระดับพลังวรยุทธที่เจียงอาเฉียนมี พวกเขาก็รู้สึกเคารพในตัวของลู่โจวเพิ่มมากขึ้น

หยวนเอ๋อที่เดินตามมาได้หันไปแยกเขี้ยวขู่เหล่าผู้ฝึกยุทธ

กลุ่มผู้ฝึกยุทธรู้สึกกลัวหยวนเอ๋อมากจนไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ พวกเขาได้แต่เดินตามอยู่อย่างห่างๆ

หลังจากที่เดินไปได้สักพัก หยวนเอ๋อก็ยังสังเกตเห็นกลุ่มผู้ฝึกยุทธที่กำลังเดินตามอยู่ นางได้พูดขึ้น "ท่านอาจารย์...เจ้าพวกนี้น่ารำคาญจริงๆ ให้ศิษย์ไล่พวกมันไปเลยดีไหม? "

"ไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นหรอก" ลู่โจวได้ลูบเคราก่อนที่จะมองไปข้างหน้า "ในสุสานแห่งดาบมีดาบมากมายหลายเล่ม ด้วยพลังวรยุทธที่พวกเขามีการจะเคลื่อนย้ายดาบมารออกมาได้คงจะเป็นไปไม่ได้เลย ในทางกลับกัน...ถ้าหากเจ้าพวกนั้นสามารถดึงดาบออกมาจากสุสานได้ การทำแบบนั้นพลังของดาบก็จะอ่อนแอลงอยู่ดี"

"ท่านพูดถูกแล้วท่านผู้อาวุโส ตามที่ข้าคิดไว้จริงๆ ท่านช่างมีความรู้ที่กว้างขวาง...ข้ารู้สึกประทับใจจริงๆ " เจียงอาเฉียนได้พูดแสดงความเห็นขึ้น

"เจ้าจะประจบประแจงอีกนานไหม! " หยวนเอ๋อได้เดินไปใกล้เจียงอาเฉียน

ฉินจานได้คารวะก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านผู้อาวุโส ท่านกำลังบอกว่าดาบในสุสานแห่งดาบจะยังคงทรงพลังอยู่ตราบใดที่มันไม่มีเจ้าของอย่างงั้นหรอ? "

"ดาบที่ไร้ซึ่งผู้เป็นเจ้าของย่อมจดจำผู้เป็นเจ้าของใหม่โดยง่าย...แต่การจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องใช้พลังมากพอในการกำราบมัน" ลู่โจวได้ตอบกลับมา

"ข้าเข้าใจแล้ว...ข้าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากท่านอีกแล้ว" ฉินจานที่ได้ฟังคำตอบก็ได้โค้งคำนับให้

กลุ่มผู้ฝึกยุทธที่อยู่ด้านหลังที่ได้ยินบทสนทนารู้สึกยินดี ผู้ฝึกยุทธจำนวนหนึ่งได้โค้งคำนับให้กับลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านผู้อาวุโสพูดถูกแล้ว...ถ้าหากพวกเรารวมพลังกันพวกเราจะต้องกำราบสุสานแห่งดาบได้แน่! ยิ่งรวมพลังกันก็จะยิ่งแข็งแกร่ง! พลังวรยุทธของพวกเราอ่อนแอจนสามารถถือครองดาบธรรมดาได้เท่านั้น พลังวรยุทธของท่านผู้อาวุโสช่างลึกล้ำ พวกเราจะต้องได้รับดาบที่ดีกว่านั้นแน่ สมบูรณ์แบบ! "

"ท่านผู้อาวุโสทั้งใจดีแล้วก็มีน้ำใจ ไม่เหมือนกับเจ้าคนน่ารังเกียจอย่างสีวู่หยา เจ้านั่นน่ะเห็นแก่ตัวสุดๆ "

"..." หยวนเอ๋อมองไปที่ผู้เป็นอาจารย์ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

ลู่โจวไม่ได้โกรธอะไร สมควรแล้วที่ศิษย์ทรยศจะถูกด่าแบบนี้

บางทีที่เป็นแบบนี้อาจจะเป็นเพราะลู่โจวสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผู้ฝึกยุทธส่วนใหญ่เริ่มมีความกล้ามากขึ้น พวกเขาเริ่มเข้ามาใกล้ลู่โจวมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็มาถึงสุสานแห่งดาบ

"สุสานอยู่ด้านหน้า..."

"ทางเข้าถูกปิดอีกแล้วสินะ"

"ทำไมถึงต้องทำแบบนี้กัน? ผู้ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็มีแต่จะถูกด่าเท่านั้น"

ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างเฉยเมย "เจียงอาเฉียน"

"หะ? "

"จัดการซะ"

"ข้าอีกแล้วอย่างงั้นหรอ? " เจียงอาเฉียนสัมผัสได้ถึงทุกสายตาที่กำลังจับจ้องตัวเขา

"ก็ได้...ข้าจะทำเอง" เจียงอาเฉียนที่ตอบตกลงได้แต่ใช้ความคิดอยู่ภายในใจ 'เฮ้อ นี่มันยังอยู่ไกลจากที่ข้าวางแผนเอาไว้'

เจียงอาเฉียนยังเป็นเช่นเดิม ตัวเขาสามารถจัดการสิ่งกีดขวางได้อย่างง่ายดาย

ฉินจานได้พูดขึ้น "การจะทำแบบนี้จะต้องเป็นการซื้อเวลาแน่ หินพวกนี้ไม่อาจที่จะขวางกั้นยอดฝีมือ เห็นได้ชัดว่าคนที่พยายามก่อเรื่องขึ้นจะต้องทำเพื่อซื้อเวลา"

"การจะได้มาซึ่งดาบมารเห็นทีคงจะไม่ใช่เรื่องง่าย" เจียงอาเฉียนพูดออกมาอย่างมั่นใจ

"เจ้าพูดถูกแล้วล่ะ อย่าลืมไปว่าสีวู่หยาครั้งหนึ่งก็เคยเป็นศิษย์ของศาลาปีศาจลอยฟ้า! " ฉินจานได้พูดเสริม

เจียงอาเฉียนที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก ตัวเขารู้สึกไม่พอใจคำพูดของฉินจาน 'ถ้าหากไม่มีอะไรจะพูดทำไมเจ้านี่ถึงเลือกที่จะไม่พูดกัน! '

ลู่โจวยังคงเงียบ ตัวเขายังคงเดินนำทุกคนเข้าไปที่สุสานแห่งดาบ

หยวนเอ๋อตามตัวเขาไปอย่างเร่งรีบ

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่เหลือก็ยังเดินตามเช่นกัน

ที่ทางเขาสุสานแห่งดาบ มีดาบถูกวางเอาไว้อยู่ทั่วทั้งทางเดิน ดาบหลากหลายเล่มได้ยื่นออกมาจากกองภูเขาดาบ ดาบทั้งหลายมีทั้งขนาดและความยาวที่แตกต่างกัน ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่เห็นภาพแบบนี้ต่างก็ตื่นตกใจ ในทางกลับกันเจียงอาเฉียนได้แต่ส่ายหัว "ดาบพวกนี้ไร้ประโยชน์เกินไป! " ตัวเขาแทบที่จะรอไม่ไหวอีกต่อไปที่จะได้ถือดาบมาร เป็นธรรมดาที่คนมีฝีมืออย่างเจียงอาเฉียนจะไม่สนใจดาบทั่วๆ ไป มีเพียงดาบมารเท่านั้นที่จะดูงดงามจับใจของเจียงอาเฉียนได้ ดาบมารเป็นดาบที่เขาได้หมายตาเอาไว้ในที่แห่งนี้!

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 280 ท่านผู้อาวุโสเชิญก่อนเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว