- หน้าแรก
- จุติใหม่จักรพรรดิชิง
- บทที่ 24 - ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
บทที่ 24 - ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
บทที่ 24 - ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
บทที่ 24 - ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
น้ำเสียงของฉินเซวียนไม่ได้ดังมากนัก แต่ภายในห้องแห่งนี้ ทุกคนกลับได้ยินอย่างชัดเจนเจนกรรณ
"เศษเหล็กไร้ค่างั้นหรือ"
สีหน้าของหลี่เหวินเทามืดครึ้มลงทันที ผลงานที่อาจารย์ของเขาสร้างขึ้นมักจะเป็นที่แย่งชิงของคนทั่วไปเสมอ แต่วันนี้กลับมีคนกล้าวิจารณ์ของขลังของอาจารย์เขาว่าเป็นเศษเหล็กไร้ค่างั้นหรือ
ชั่วพริบตานั้น สายตาทุกคู่ต่างพุ่งเป้าไปที่ฉินเซวียน
"ฮ่าๆๆ ผู้เฒ่าโม่ ไอ้หนุ่มข้างกายนายคนนี้เป็นใครกัน คงไม่ใช่ลูกหลานตระกูลโม่หรอกมั้ง" โจวชิ่งกั๋วหัวเราะลั่น เอ่ยปากเยาะเย้ย "ขนาดของขลังของอาจารย์เฉินยังกล้าเรียกว่าเศษเหล็กไร้ค่า ฉันล่ะนับถือในความกล้าของมันจริงๆ"
แม้แต่ตระกูลใหญ่ในเมืองจิ้งสุ่ยที่มีสัมพันธ์อันดีกับตระกูลโม่ก็ยังอดส่ายหน้าไม่ได้ เฉินฝูอวิ๋นคือปรมาจารย์ฮวงจุ้ยแห่งหลินไห่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ของขลังที่เขาสร้างขึ้นแต่ละชิ้นล้วนประเมินค่าไม่ได้
สีหน้าของโม่เจิงเฟิงก็ดูแย่ลงเล็กน้อย เขาฝืนยิ้มขื่น ย่อมไม่กล้าเอ่ยปากต่อว่าฉินเซวียน และเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำเยาะเย้ยของโจวชิ่งกั๋ว
ฉินเซวียนยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ภายในใจยิ่งรู้สึกผิดหวัง
เดิมทีเขาหวังว่าจะได้เจอของดีๆ บ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีแต่พวกขยะ ของขลังสี่ชิ้นนี้ อย่างมากก็แค่สลักค่ายกลพื้นฐานลงไปนิดหน่อย ถ้านำไปเทียบกับของวิเศษระดับต่ำสุดในโลกผู้บำเพ็ญเพียรยังถือว่าด้อยกว่าด้วยซ้ำ
"ดูท่าสายตาของผู้เฒ่าโม่คงจะไม่ธรรมดา โจวชิ่งกั๋วอย่างฉันคงไม่กล้าเอาไปเทียบกับตระกูลโม่แน่ ถ้าอย่างนั้น ของขลังทั้งสี่ชิ้นนี้ฉันขอเหมาหมดเลยก็แล้วกัน" โจวชิ่งกั๋วหัวเราะร่า หันไปมองหลี่เหวินเทา "คุณหลี่เสนอราคามาได้เลย ถ้าต้องไปฟังคำพูดไร้สาระของไอ้เด็กเมื่อวานซืน สู้ฉันเลือกเชื่อมั่นในของขลังของอาจารย์เฉินดีกว่า"
ฉินเซวียนปรายตามองโจวชิ่งกั๋วด้วยความรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
เขาตั้งใจจะชี้ให้เห็นถึงความจริงของของขลังพวกนี้ แต่ในเมื่อโจวชิ่งกั๋วเต็มใจจะซื้อ เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปขัดขวาง
"อะไรนะ นายจะเหมาหมดเลยเหรอ" หลายคนเริ่มไม่พอใจ ของขลังมีแค่สี่ชิ้น แถมยังเป็นผลงานของเฉินฝูอวิ๋นทั้งหมด
ต่อให้แบ่งกันคนละชิ้นก็ยังไม่พอเลย โจวชิ่งกั๋วกลับคิดจะเหมาหมด ไม่ยอมแบ่งให้คนอื่นเลยงั้นหรือ
"ทำไม หรือว่าพวกนายคิดจะงัดข้อกับฉัน" สีหน้าของโจวชิ่งกั๋วค่อยๆ เย็นชาลง ทำเอาหลายคนต้องก้มหน้าหลบสายตา
"โจวชิ่งกั๋ว ที่นี่ไม่ใช่เซินหยวน ยังไม่ถึงตาให้นายมาวางอำนาจหรอกนะ" โม่อวิ๋นอี้ก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงดุดัน
ตึง
ชายหัวโล้นที่ยืนอยู่ข้างหลังโจวชิ่งกั๋วก้าวออกมาหนึ่งก้าว กลิ่นอายดุดันราวกับหมาป่าร้ายพุ่งเข้าใส่ โม่อวิ๋นอี้ถึงกับตัวสั่นสะท้าน ทนไม่ไหวต้องก้าวถอยหลังกลับไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
"ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำลังภายใน"
ใครบางคนลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง ชายหัวโล้นอายุแค่สามสิบกว่าปี กลับก้าวเข้าสู่ระดับผู้ฝึกยุทธ์กำลังภายในได้แล้ว มิน่าล่ะ โจวชิ่งกั๋วถึงได้กล้าทำตัวกร่างขนาดนี้
"เสี่ยวอี้" โม่เจิงเฟิงยกมือขึ้นเบาๆ ชั่วพริบตา แรงกดดันที่โม่อวิ๋นอี้ได้รับก็สลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง
"โจวชิ่งกั๋ว นายอย่าทำตัวให้มันรังแกกันเกินไปนัก ของขลังสี่ชิ้นนี้นายเอาไปสักชิ้นสองชิ้นก็พอแล้ว..." คำพูดของโม่เจิงเฟิงยังไม่ทันจบ จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
"ในเมื่อเขาอยากได้ ก็ยกให้เขาไปให้หมดเถอะ" ฉินเซวียนยิ้มหยัน "ก็แค่เศษเหล็กไร้ค่า ถ้าคุณเชื่อผม ก็ยกให้เขาไปเถอะ"
ทุกคนชะงักไปอีกครั้ง โดยเฉพาะโม่เจิงเฟิง เขาหันขวับไปมองฉินเซวียนด้วยความตกใจ
ถ้าเป็นคนอื่นพูด โม่เจิงเฟิงคงไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด เฉินฝูอวิ๋นอยู่หลินไห่มาหลายปี ชื่อเสียงโด่งดังบารมีกว้างขวาง ของขลังของเขาจะเป็น 'เศษเหล็กไร้ค่า' ไปได้อย่างไร
แต่คำพูดนี้ดันหลุดออกมาจากปากของฉินเซวียน โม่เจิงเฟิงจึงต้องเก็บมาคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน
ฉินเซวียนคือคนที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บภายในของเขาได้ หนำซ้ำยังสามารถช่วยเติมเต็มเคล็ดวิชาหลิงสุ่ยให้สมบูรณ์ได้อีก หากจะให้โม่เจิงเฟิงจำกัดความฉินเซวียนด้วยคำพูดสี่คำ คงมีเพียงคำว่า
ลึกล้ำสุดหยั่ง
ไม่มีใครรู้เลยว่า เด็กหนุ่มที่ดูธรรมดาคนนี้ แท้จริงแล้วยังมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง
"ฮ่าๆๆ" โจวชิ่งกั๋วยิ่งหัวเราะหนักขึ้นไปอีก เขามองโม่เจิงเฟิงอย่างเย้ยหยัน "ผู้เฒ่าโม่ นายจะไม่รีบทำตามคำแนะนำของไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนั้นหน่อยเหรอ เผลอๆ มันอาจจะเป็นปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่เก่งกว่าเฉินฝูอวิ๋นก็ได้นะ"
หลายคนที่ยืนอยู่รอบๆ อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่นออกมา ใครๆ ก็ฟังออกว่าโจวชิ่งกั๋วกำลังพูดประชด
สีหน้าของหลี่เหวินเทายิ่งมืดครึ้มลงกว่าเดิม เขาตวาดเสียงกร้าว "อาจารย์ของฉันเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์ พลังของของขลังเหล่านี้ เด็กเมื่อวานซืนอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์ ต่อให้แกเป็นคนของผู้เฒ่าโม่ ฉันก็ไม่มีวันยอมให้แกมาดูถูกอาจารย์ของฉันแบบนี้"
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของทุกคน โม่เจิงเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้น "โจวชิ่งกั๋ว ในเมื่อนายอยากได้ของขลังพวกนี้ งั้นนายก็เอาไปให้หมด โม่เจิงเฟิงอย่างฉันขอไม่เอาไว้แม้แต่ชิ้นเดียว"
อะไรนะ
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที แม้แต่ตระกูลใหญ่ในเมืองจิ้งสุ่ยก็ยังอึ้งไปตามๆ กัน
ไอ้เด็กนั่นมันบ้าไปแล้ว หรือว่าโม่เจิงเฟิงก็บ้าตามมันไปด้วย
ถึงขนาดยอมเชื่อคำพูดโอ้อวดของเด็กนั่น แล้วมองว่าของขลังของอาจารย์เฉินเป็นเศษเหล็กไร้ค่าเนี่ยนะ
แม้แต่โม่ชิงเหลียนก็ยังอดร้องอุทานออกมาไม่ได้ "คุณปู่"
นั่นมันผลงานของเฉินฝูอวิ๋นเชียวนะ หากเรื่องในวันนี้แพร่งพรายออกไป ก็เท่ากับว่าพวกเขาได้ล่วงเกินเฉินฝูอวิ๋นเข้าเต็มๆ อำนาจบารมีของปรมาจารย์ฮวงจุ้ยนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่ใครจะจินตนาการได้ ขอเพียงเฉินฝูอวิ๋นเอ่ยปากคำเดียว ก็คงมีตระกูลมากมายพร้อมที่จะยอมขายชีวิตเพื่อแลกกับของขลังสักชิ้นเป็นแน่
โม่เจิงเฟิงถอนหายใจยาว แววตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว
ของขลังแค่ไม่กี่ชิ้น จะเอาไปเทียบอะไรกับเคล็ดวิชาหลิงสุ่ยได้ ของขลังแม้จะดี แต่เคล็ดวิชาต่างหากคือรากฐานที่แท้จริงของตระกูลโม่
"ผู้เฒ่าโม่ ดูท่าคุณคงจะแก่เกินแกงแล้วจริงๆ" รอยยิ้มของโจวชิ่งกั๋วค่อยๆ หุบลง เปลี่ยนเป็นความเย็นชา "ถึงขั้นแยกแยะผิดถูกดำขาวไม่ออกเลยทีเดียว"
"สามหาว"
โม่อวิ๋นอี้ตะโกนลั่น โม่ชิงเหลียนก็โกรธจนตัวสั่น
บรรดาตระกูลใหญ่รอบข้างก็เริ่มมีท่าทีลังเล แม้พวกเขาจะมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลโม่ แต่การผงาดขึ้นของโจวชิ่งกั๋วและตระกูลโจวนั้นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
คำพูดของโจวชิ่งกั๋ว ดูเหมือนจะแค่เยาะเย้ยโม่เจิงเฟิง แต่แท้จริงแล้วมันคือการส่งสัญญาณเตือนให้พวกเขารู้ตัวต่างหาก
โม่เจิงเฟิงแก่แล้ว ต่อให้เขาจะเคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานกาลเวลาได้ ลูกชายสองคนของโม่เจิงเฟิงแม้จะเก่งกาจในแวดวงทหารและธุรกิจ แต่ลำพังแค่พวกเขาสองคนก็คงไม่อาจประคับประคองตระกูลโม่ได้ตลอดรอดฝั่ง
หลี่เหวินเทามองโม่เจิงเฟิงด้วยสายตามุ่งร้าย ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น "เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ฉันจะรายงานให้อาจารย์ทราบทุกประการ"
เขาหันไปมองโจวชิ่งกั๋วด้วยสีหน้าที่อ่อนลง "ของขลังทั้งสี่ชิ้นนี้ อาจารย์ของฉันประเมินราคาไว้ที่ห้าสิบล้าน คุณโจวถ้าอยากได้ ก็เอาไปได้เลยครับ"
"ตกลง" โจวชิ่งกั๋วหัวเราะลั่น รู้สึกเหมือนตัวเองได้เป็นใหญ่เหนือใคร
เขาพยักพเยิดให้เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ โอนเงินให้หลี่เหวินเทาทันที ไม่กี่นาทีต่อมา หลี่เหวินเทาก็เผยรอยยิ้มออกมา
ระหว่างนั้น บรรดาตระกูลใหญ่ในเมืองจิ้งสุ่ยต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ
เมื่อโม่เจิงเฟิงไม่คิดจะประมูลของขลัง พวกเขาก็ย่อมไม่มีสิทธิ์ไปงัดข้อกับโจวชิ่งกั๋ว ทุกคนได้แต่มองดูของขลังทั้งสี่ชิ้นกำลังจะตกเป็นของโจวชิ่งกั๋วไปต่อหน้าต่อตา หลายคนขมวดคิ้วแน่น ภายในใจเริ่มมีความรู้สึกขุ่นเคืองโม่เจิงเฟิงขึ้นมา
"เฉินเอ๋อร์ ไปเก็บของขลังพวกนั้นมา พวกเราจะกลับกันแล้ว" โจวชิ่งกั๋วเอ่ยเสียงดัง ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
การมาเยือนครั้งนี้ เขาไม่เพียงแต่ได้อวดบารมีอย่างเต็มที่ แต่ยังได้ของขลังที่ปรมาจารย์เฉินสร้างขึ้นมาถึงสี่ชิ้น ถือว่าคุ้มค่าเกินคาดจริงๆ
เด็กหนุ่มก้าวออกไปเตรียมจะเก็บของขลัง แต่จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
"เดี๋ยวก่อน"
ทุกคนหันไปมอง ก็เห็นฉินเซวียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกง บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบางๆ
[จบแล้ว]