เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 211 รวบรวมเศษเสี้ยวฟากฟ้า

ตอนที่ 211 รวบรวมเศษเสี้ยวฟากฟ้า

ตอนที่ 211 รวบรวมเศษเสี้ยวฟากฟ้า


ตอนที่ 211 รวบรวมเศษเสี้ยวฟากฟ้า

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จ้าวยู่ได้ตอบกลับมา "เยี่ยนซานได้มาที่นี่ก็เพื่อที่จะเอาเศษเสี้ยวฟากฟ้ามาคืน ตอนนี้เขากำลังรอท่านอาจารย์อยู่ที่ห้องโถงใหญ่แล้วค่ะ"

"เยี่ยมมาก" ลู่โจวได้ลุกขึ้นยืนช้าๆ ตัวเขาได้เปิดประตูห้องลับก่อนที่จะเดินออกมา ตัวเขาได้เหลือบมองไปที่จ้าวยู่ในขณะที่ออกมาจากห้องลับ

จ้าวยู่ทักทายลู่โจวด้วยการคารวะ

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็ได้เอ่ยปากถามออกไป "อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นยังไงบ้าน? "

จ้าวยู่ตอบกลับมา "ศิษย์ได้พักฟื้นอย่างเต็มที่มาแล้ว เพราะแบบนั้นศิษย์หายดีแล้วค่ะ ศิษย์จะตั้งใจฝึกฝนตัวเองเพื่อที่จะพัฒนาพลังวรยุทธตัวเองให้ถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ให้ได้"

ศิษย์สาวกทั้งเก้าของลู่โจวมีเพียงจ้าวยู่กับซู่ฮ่องกงเท่านั้นที่ยังคงมีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์

ที่ซู่ฮ่องฝึกฝนตัวเองไปมากกว่านี้ไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาฝึกฝนเคล็ดวิชางสายฟ้าหายนะทั้งเก้าในเวอร์ชันที่มีข้อบกพร่อง

ถ้าหากจ้าวยู่ฝึกฝนเคล็ดวิชาหยกเจิดจรัสสำเร็จ นางจะต้องพัฒนาพลังวรยุทธไปถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้แน่ ยิ่งไปกว่านั้นจ้าวยู่เองไม่ใช่คนที่ไร้ความสามารถเลย ลู่โจวเชื่อมั่นในศิษย์คนนี้มาก

ลู่โจวที่พูดเสร็จก็ได้เดินไปยังห้องโถงใหญ่พร้อมกับเอามือไขว้หลังเอาไว้

จ้าวยู่เดินตามหลังไปด้วยความเคารพ

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองคนก็ได้เดินมาถึงห้องโถงใหญ่

ในตอนนี้โจวจี้เฟิง, ต้วนมู่เฉิง และหมิงซี่หยินมายืนรออยู่ก่อนแล้ว

เยี่ยนซานได้คุกเข่าลงอยู่ที่ใจกลางห้องโถง ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่รอบๆ อย่างกังวล

เมื่อเห็นลู่โจว ทุกๆ คนก็ทำความเคารพตัวเขาในทันที

ลู่โจวได้เดินไปที่บัลลังก์อย่างสง่างาม

เยี่ยนซานที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ก้มหน้าลง ตัวเขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น

สายตาของลู่โจวจับจ้องไปที่แขนขวาของเยี่ยนซาน มันถูกพันไปด้วยผ้าพันแผลที่ดูสกปรก แขนของเขาดูเหมือนว่าจะถูกตัดขาดไป

ในที่สุดเยี่ยนซานก็ได้พูดขึ้น "ท่านผู้อาวุโส ข้าดีใจจริงๆ ที่ไม่ได้ทำงานล้มเหลว ข้าสามารถเอาเศษเสี้ยวฟากฟ้ากลับมาได้แล้ว"

ต้วนมู่เฉิงรีบนำเศษเสี้ยวฟากฟ้าที่ได้มาคืนให้กับลู่โจวด้วยความเคารพ

ลู่โจวได้เหลือบมองมัน เศษเสี้ยวฟากฟ้าชิ้นนี้ดูไม่ได้แตกต่างอะไรจากชิ้นอื่นๆ หลังจากที่เขาได้หยิบเศษเสี้ยวฟากฟ้ามา ในตอนนั้นตัวเขาก็ได้รับการแจ้งเตือนขึ้น

"ติ้ง! ได้รับเศษเสี้ยวฟากฟ้า ได้รับรางวัลแต้มบุญ 100 แต้ม"

ลู่โจวเหลือบมองที่เมนูภารกิจ แม้ว่ารวบรวมเศษเสี้ยวฟากฟ้าทั้งหมดได้ 8 ชิ้นแล้ว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขากลับไม่ได้รางวัลอะไรเพิ่มเติม ในตอนนั้นเองเขาก็นึกถึงธนูฟากฟ้า ตัวเขาจะต้องแยกเศษเสี้ยวฟากฟ้าที่อยู่ในนั้นออกมาให้ได้ซะก่อน

"ท่านอาจารย์ เนื่องจากเยี่ยนซานเอาเศษเสี้ยวฟากฟ้ากลับมาได้ พวกเราควรจะ..." ต้วนมู่เฉิงพยายามที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา

เยี่ยนซานที่เห็นโอกาสอันนี้ก็ได้รีบก้มหน้าลง หน้าผากของเขากระแทกไปที่พื้นห้องโถงใหญ่ดังสนั่น "ท่านผู้อาวุโส ขอความเมตตาให้กับข้าด้วย! ข้าสามารถหาเศษเสี้ยวฟากฟ้ามาได้แล้ว ข้าหวังว่าท่านจะรักษาคำพูดที่เคยพูดเอาไว้กับข้า ท่านผู้อาวุโส! " เยี่ยนซานกัดฟันพูดออกมาโดยไม่มีท่าทีที่จะหยุด

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็ได้ถามออกมาอย่างเฉยเมย "ตอนนี้สถานการณ์ที่สำนักแห่งความบริสุทธิ์เป็นยังไงบ้าง? "

เยี่ยนซานที่ได้ฟังแบบนั้นก็หยุดโวยวาย ตัวเขาได้เงยหน้าขึ้นก่อนที่จะพูดออกมา "ตอนที่ข้าอยู่ที่สำนักแห่งความบริสุทธิ์ที่นั่นกำลังตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ผู้อาวุโสจากสำนักนั่นต่างก็ต่อสู้ดิ้นรนกันเพื่อแสวงหาอำนาจ และเพราะแบบนั้นข้าจึงฉวยโอกาสที่จะขโมยเศษเสี้ยวฟากฟ้าชิ้นนี้กลับมาได้"

"ตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างงั้นหรอ? "

"ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสำนักของพวกนั้นกำลังบาดเจ็บสาหัสและกำลังเก็บตัวเองเพื่อรักษาตัวอยู่...ตอนนี้พวกเขาไม่มีผู้นำอีกต่อไป! " เยี่ยนซานได้ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

"แล้วยอดฝีมือยู่ฮงยี่ไม่ได้อยู่ที่นั่นหรอกหรอ? "

"เอ่อ..." เยี่ยนซานพูดตะกุกตะกัก ดูเหมือนว่าตัวเขาจะกลัวเกินกว่าที่จะพูดเรื่องนี้ออกมาได้

ทุกการเคลื่อนไหวของเยี่ยนซานไม่อาจจะหลุดรอดสายตาของลู่โจวไปได้ "มีอะไรเจ้าก็พูดออกมาซะเถอะ ที่นี่ศาลาปีศาจลอยฟ้ามีอิสระให้เจ้ามากพอ"

เยี่ยนซานดูเหมือนจะดีใจเมื่อได้ยินแบบนี้ ตัวเขาเริ่มที่จะมั่นใจมากขึ้นหลังจากที่ได้ฟังคำยืนยันจากมหาวายร้ายคนนี้

"สามวันที่แล้ว ฮั๊วจงหยางแห่งโถงมังกรฟ้าจากสำนักอเวจี และไปยู่ชิงแห่งโถงพยัคฆ์ขาวจากสำนักอเวจีได้พาคนบุกโจมตีสำนักแห่งความบริสุทธิ์! ยู่ฮงยี่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ในครั้งนั้น"

คนอื่นๆ ที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็รู้สึกตกใจ

ยู่เฉิงไห่เจ้าสำนักอเวจี เป็นศิษย์คนแรกของศาลาปีศาจลอยฟ้า ใครจะคาดคิดว่าสำนักอเวจีจะเริ่มเคลื่อนไหวในช่วงเวลาที่หัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้

เมื่อเยี่ยนซานพูดจบตัวเขาก็เหลือบมองไปที่ลู่โจว ตัวเขากำลังกลัวว่าลู่โจวกำลังจะรู้สึกโกรธเพราะได้ฟังเรื่องของอดีตลูกศิษย์คนนี้

ลู่โจวยังคงดูสงบราวกับสายน้ำ ในตอนนั้นตัวเขาได้แต่ใช้ความคิดอยู่คนเดียว 'ด้วยความแข็งแกร่งของสำนักอเวจี การที่จะกวาดล้างสำนักแห่งความบริสุทธิ์ได้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ปัญหาเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ยังคงจะเป็นสายสัมพันธ์ สิบสุดยอดสำนักแห่งฝ่ายธรรมะเองก็มีความสัมพันธ์อันดีกับสำนักแห่งความบริสุทธิ์หนึ่งในสิบสุดยอดสำนักมาโดยตลอด การโจมตีสำนักแห่งความบริสุทธิ์ไปไม่ต่างอะไรจากการโจมตีสิบสุดยอดสำนักฝ่ายธรรมะเช่นกัน สำนักอเวจีจะมีพลังมากพอที่จะสู้กับอีกเก้าสำนักเลยอย่างงั้นหรอ? '

ต้วนมู่เฉิงได้โค้งคำนับก่อนที่จะพูดขึ้น "ท่านอาจารย์ ตอนนี้สำนักแห่งความบริสุทธิ์ตกอยู่ในความโกลาหล...ด้วยฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่ศิษย์คิดว่าเขาจะต้องสร้างปัญหาให้กับพวกเรามากขึ้นแน่"

"ยู่เฉิงไห่อยากที่จะได้อะไรจากการโจมตีกัน? " ลู่โจวได้ถามออกมา

"อืม...ข้าในฐานะคนนอกคงไม่อาจที่จะทราบได้" เยี่ยนซานตอบกลับมา

สำนักอเวจีได้ขยายพลังอำนาจในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สำนักฝ่ายอธรรมมากมายหลายสำนักต่างก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับสำนักอเวจีไป มีเพียงวิหารปีศาจเท่านั้นที่ไม่ยอมร่วมมือกับสำนักอเวจี แต่ในตอนนี้วิหารปีศาจก็ถูกศาลาปีศาจลอยฟ้าทำลายไปมากแล้ว ณ ตอนนี้ต้วนชิง ผู้ที่รับหน้าที่ดูแลวิหารปีศาจแทบที่จะไม่สามารถที่จะเอาชีวิตรอดได้ ในตอนนี้จึงไม่มีสำนักใดที่มีพลังเทียบเท่าได้กับสำนักอเวจีได้อีก

ลู่โจวจำความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองอันยางได้ ที่เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีคนแอบอ้างเป็นสำนักอเวจี คนพวกนั้นพยายามที่จะสังหารเหวยซู่หยานแม่ทัพหลวงแห่งพระราชสำนักให้ได้

เยี่ยนซานรีบพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด "ข้าทำดีที่สุดแล้วเพื่อที่จะช่วยงานของท่าน...ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ท่านผู้อาวุโส"

ลู่โจวมองไปที่เยี่ยนซานอย่างเยือกเย็น

จากแขนที่เยี่ยนซานเสียไป เท่ากับว่าเยี่ยนซานไม่สามารถที่จะทำสิ่งที่ถนัดได้มากที่สุดอย่างการขโมยได้อีกต่อไป ดูเหมือนว่าช่วงเวลาแห่งการเป็นหัวขโมยของเขาก็คงจะจบเพียงเท่านี้ บางทีนี่อาจจะเป็นโทษที่เยี่ยนซานสมควรจะได้รับแล้ว

ลู่โจวได้โบกแขนของตัวเองก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าไม่คิดที่จะถือโทษเจ้าแล้ว"

เยี่ยนซานในตอนนี้รู้สึกเหมือนกับได้รับนิรโทษกรรมสำหรับความผิดที่ตัวเขาเคยก่อ ตัวเขาได้คารวะลู่โจวก่อนที่จะพูดขึ้น "ขอบคุณท่านผู้อาวุโส! ขอบคุณท่านจริงๆ! " หลังจากนั้นโจวจี้เฟิงก็ได้ส่งเยี่ยนซานออกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าไป

ศาลาปีศาจลอยฟ้ากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นานลู่โจวก็ได้เอ่ยปากถามขึ้น "ผู้อาวุโสอยู่ไหนกัน? "

"ผู้อาวุโสฮั๊วได้ลงจากภูเขาไปแล้วครับ ตอนนี้เขาควรที่จะกลับมาแล้ว" ต้วนมู่เฉิงได้ตอบกลับมา

ในตอนนั้นเองฮั๊ววู่เด๋าก็ได้เดินมาอย่างสง่าผ่าเผย เมื่อเข้ามาถึงห้องโถงตัวเขาก็ได้คารวะลู่โจวในทันที "ท่านปรมาจารย์"

"ไม่จำเป็นจะต้องพิธีรีตองหรอก"

"ข้ามีคำถามท่านปรมาจารย์"

"พูดออกมาซะ"

"มีหญิงสาวนางหนึ่งคุกเข่าอยู่ที่เชิงเขา นางมีชื่อว่าฮั๊วยู่จิง ข้าเคยพบนางมาหลายครั้งแล้ว...นางเป็นผู้ที่มีฝีมือในการใช้ธนู ถ้าหากศาลาปีศาจลอยฟ้ายอมให้นางเข้าร่วมด้วย ข้าคิดว่ามันคงจะมีแต่ผลดีกับพวกเรามากกว่า"

ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างไร้เยื่อใย "ผู้อาวุโสฮั๊ว เจ้าเองมาจากสำนักหยุนก่อนที่จะเข้าร่วมศาลาปีศาจลอยฟ้า สำนักหยุน, สำนักเทียน และสำนักลั่วต่างก็มีสัมพันธ์ใกล้ชิดมาโดยตลอด เจ้าไม่กลัวว่านางจะตกที่นั่งลำบากจากการตัดสินใจอย่างงั้นหรอ? "

เมื่อเทียบกับฮั๊วยู่จิง สถานการณ์ในตอนนี้แตกต่างจากในตอนที่ฮั๊ววู่เด๋าเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้ามาก

ฮั๊ววู่เด๋าได้ถอนหายใจก่อนที่จะตอบกลับมา "นางไม่มีที่ให้ไปแล้ว"

เมื่อได้ยินแบบนั้นต้วนมู่เฉิงก็พูดออกมาอย่างไม่พอใจ "ผู้อาวุโสฮั๊ว ข้าไม่เห็นด้วยกับคำพูดของท่าหรอกนะ! เพียงแค่ไม่มีที่ให้ไปอย่างงั้นหรอ? และเพราะแบบนั้นศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างพวกเราถึงจะต้องยอมรับนางรึไงกัน? ท่านคิดว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าเป็นที่พักพิงของผู้ไร้บ้านอย่างงั้นสินะ? "

ฮั๊ววู่เด๋าตื่นตระหนกมากเมื่อได้ฟังแบบนั้น ตัวเขารีบโค้งคำนับให้อย่างรวดเร็ว "ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะหมายความว่าแบบนั้น..."

"หมายความว่ายังไงกัน!? ท่านน่ะมาจากสำนักหยุน เดิมทีท่านเองก็ไม่ได้เต็มใจที่จะเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้า ท่านพยายามที่จะก่อตั้งกลุ่มคนเป็นของตัวเองเพื่อก่อเหตุจลาจลอย่างงั้นสินะ? " ต้วนมู่เฉิงรีบถามออกไป

"ต้วนมู่เฉิง เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงขนาดนั้นหรอก...ข้าน่ะไม่ใช่คนไร้ยางอายแบบนั้น! "

ต้วนมู่เฉิงมักจะเป็นคนอารมณ์ร้อนมาโดยตลอด เมื่อตัวเขาได้ยินสิ่งที่ไม่ชอบ ตัวเขาก็พร้อมที่จะระเบิดอารมณ์ออกมาได้ทุกเมื่อ

ดูเหมือนว่าการทะเลาะเบาะแว้งจะเริ่มต้นขึ้นมาซะแล้ว

"พอได้แล้ว" เสียงของลู่โจวได้ดังก้องไปทั่วห้องโถง

ต้วนมู่เฉิงและฮั๊ววู่เด๋าต่างก็เงียบลงในทันที

ลู่โจวได้จับจ้องไปที่ฮั๊ววู่เด๋า "ฮั๊วยู่จิงแท้จริงแล้วเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ ถ้าหากนางเป็นเด็กที่ไม่มีความอดทนอะไรเลย เจ้าคิดจริงๆ หรอว่านางเหมาะที่จะเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้าน่ะ? "

ในตอนนั้นเองฮั๊ววู่เด๋าก็เริ่มที่จะสำนึกขึ้นได้ ตัวเขาได้โค้งคำนับให้ก่อนที่จะพูดอย่างเร่งรีบ "ข้าฮั๊ววู่เด๋า ขอสาบานด้วยชีวิต ถ้าหากฮั๊วยู่จิงแสดงท่าทีทรยศต่อศาลาปีศาจลอยฟ้า ข้าผู้นี้จะเป็นคนที่สังหารนางกับมือเอง"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 211 รวบรวมเศษเสี้ยวฟากฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว