เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 210 ขอทานนิรนามและการกลับมาของเยี่ยนซาน

ตอนที่ 210 ขอทานนิรนามและการกลับมาของเยี่ยนซาน

ตอนที่ 210 ขอทานนิรนามและการกลับมาของเยี่ยนซาน


ตอนที่ 210 ขอทานนิรนามและการกลับมาของเยี่ยนซาน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ฮั๊วยู่จิงได้หันกลับไป นางได้มองลงไปที่พื้นก่อนที่จะพูดขึ้น "ทำไมข้าจะต้องกลัวกัน? ข้าจะต้องเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้าให้ได้"

เมื่อได้ยินแบบนั้นขอทานชราก็เหมือนจะมีสติขึ้นมาเล็กน้อย ตัวเขาได้ยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา "ทุกคนที่อยู่ภายใต้โลกใบนี้ต่างก็เกรงกลัวศาลาปีศาจลอยฟ้าที่แสนจะช่วยร้าย ทุกๆ คนล้วนแต่ทำทุกวิถีทางก็เพื่อที่จะ..." ขอทานชราหยุดพูดไปชั่วครู่ก่อนที่จะพูดต่อไป "...อยู่ให้ห่างจากที่แห่งนี้...เจ้านี่มันน่าขันซะจริง"

"ไม่มีที่ให้ข้าไปได้อีกแล้ว" ฮั๊วยู่จิงได้พูดออกมาอีกครั้งในขณะที่ส่ายหัว "แล้วทำไมข้าจะต้องบอกเรื่องนี้กับขอทานด้วยล่ะ? เจ้าน่ะควรจะอยู่ในที่ของเจ้ามากกว่า ถ้าหากมีคนลงมาจากภูเขาและจัดการเจ้าจริง เมื่อถึงเวลานั้นอย่ามาหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน"

ท่าทีของขอทานชรายังคงเฉยเมย ตัวเขาได้เดินไปที่ฮั๊วยู่จิงก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ กับนาง ชายชราได้ยกน้ำเต้าขึ้นมาเพื่อดื่ม แต่ก็พบว่ามันมีแต่ความว่างเปล่า ขอทานเฒ่าได้เขย่าน้ำเต้าอย่างสุดแรงเพื่อที่จะดื่มด่ำกับเหล้าหยดสุดท้าย หลังจากที่ได้ดื่มแล้วเขาก็ได้หันไปทางฮั๊วยู่จิงอีกครั้ง "แม่นาง เจ้าดูใจดีกับข้าจริงๆ ข้าขออะไรแนะนำเจ้าสักอย่าง เจ้าน่ะไม่เหมาะกับศาลาปีศาจลอยฟ้าหรอก" ทันทีที่พูดจบขอทานเฒ่าก็ได้เรอออกมา กลิ่นของแอลกอฮอล์ได้ลอยคละคลุ้งไปทั่ว

ฮั๊วยู่จิงได้ปิดจมูกของตัวเองก่อนที่จะขยับไปที่ข้างๆ นางได้แต่ใช้ความคิดกับตัวเอง 'ข้าจะเข้าร่วมศาลาปีศาจลอยฟ้าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้านี่กัน ช่างยุ่งไม่เข้าเรื่องซะจริง! '

ขอทานชราได้พูดต่อไป "แม่นาง คุยกับข้า..."

"อะไรกัน? "

"ทำไมเจ้าถึงอยากที่จะเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้ากัน? "

ฮั๊วยู่จิงได้มองไปที่ขอทานเฒ่าคนนั้น นางจำสิ่งที่เกิดขึ้นที่สำนักลั่วได้ดี และเพราะแบบนั้นนางจึงส่ายหัวไป "ข้าไม่มีที่อื่นให้ไปแล้ว"

คำพูดของนางได้ทำให้ขอทานเฒ่าอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ ไม่มีที่ให้ไปอย่างงั้นหรอ? ทุกมุมโลกเปรียบเหมือนกับบ้านของตัวเขา มีท้องฟ้าเป็นผืนผ้าห่ม มีพื้นโลกเป็นเหมือนกับเตียงนอน หาเลี้ยงชีพด้วยการขอทาน เมื่อลองมองย้อนกลับมาที่หญิงสาวนางนี้...ดูเหมือนว่านางจะแตกต่างจากตัวเขาเกินไป ขอทานเฒ่าได้จ้องไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าก่อนที่จะครุ่นคิดอะไรบางอย่างต่อไป

หลังจากนั้นไม่นานขอทานเฒ่าก็ได้ถามออกมาด้วยท่าทางที่งุนงง "แม่นาง ที่นี่คือภูเขาทองสินะ? "

ฮั๊วยู่จิงที่ได้ฟังแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก "เจ้าอย่าคิดที่จะรบกวนข้าเลย ได้โปรดไปที่อื่นเถอะ! "

"ข้าจะไม่ไปไหนหรอกนะ" ขอทานเฒ่าได้ยกน้ำเต้าขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณ หลังจากนั้นตัวเขาก็จำได้ว่าเหล้าของเขามันหมดลงแล้ว "ชีวิตที่ไม่มีสุราก็เหมือนกับชีวิตที่ขาดสีสัน ช่างน่าเบื่ออะไรเช่นนี้"

ฮั๊วยู่จิงกลอกตาของนางไปมอง 'ไม่เพียงแต่เป็นขอทานเท่านั้น เจ้านี่ยังเป็นพวกติดสุราอีกสินะ ช่างสิ้นหวังอะไรเช่นนี้! '

ขอทานเฒ่าได้หันไปมองที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า "ข้าสงสัยจริงๆ ว่าภูเขาทองจะมีเครื่องดื่มรสเริศไหม"

"เห็นทีข้าจะต้องไปดูด้วยตัวเองซะแล้วล่ะ ถ้าหากข้าพบสุราชั้นยอด บางทีข้าอาจจะหลุดพ้นจากชีวิตที่แสนน่าเบื่อแบบนี้ซะที" ขอทานเฒ่าได้ลุกขึ้นยืนอย่างเงอะงะก่อนที่จะตบฝุ่นออกจากตัวเอง

สถานการณ์ในอตนนี้มันดูน่าอึดอัดเป็นอย่างมาก

ยังไงซะขอทานก็ยังเป็นขอทาน เขาคนนี้คงจะไม่ได้อาบน้ำมานานแล้ว และในตอนนี้ชายชราก็กำลังปัดฝุ่นออกมาจากตัวเองอยู่

ขอทานเฒ่าได้เดินตรงไปยังม่านพลังของภูเขาทอง ตัวเขาคิดว่าจะเดินผ่านมันไปได้อย่างง่ายๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วหนทางของเขาก็สิ้นสุดลงเมื่อเดินชนเข้ากับม่านพลัง ขอทานเฒ่าได้เดินเซถอยหลังกลับมาจากแรกกระแทกก่อนที่จะล้มลง

ฮั๊วยู่จิงที่เห็นแบบนั้นรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ นางพยายามที่จะปิดตาลง

ขอทานเฒ่าได้ร้องออกมาก่อนที่จะเอามือปิดจมูกและกลิ้นไปตามพื้น

ฮั๊วยู่จิงส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "ทำไมเจ้าจะต้องทำแบบนั้นด้วย? "

ในขณะนั้นเองก็ได้มีผู้ฝึกยุทธหญิงคนหนึ่งลงมาที่เชิงเขา นางรีบเดินลงมาก่อนที่จะไปยังทางเข้า "ท่านต้วนมู่เฉิงได้ฝากข้อความมา ในตอนนี้ท่านอาจารย์กำลังเก็บตัวฝึกฝนตัวเองอยู่ เขาคงจะไม่ได้พบเจ้าแน่ เพราะแบบนั้นเจ้าควรจะไปซะดีกว่า"

สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธหญิงพูดออกมาไม่ได้ฟังดูแย่เลย ฮั๊วยู่จิงที่ได้ยอนแบบนั้นรู้สึกสบายใจมากขึ้น นางได้โค้งคำนับให้กับผู้ฝึกยุทธหญิงคนนั้น "พี่สาว ได้โปรดรับฝากข้อความของข้าไปที บอกว่าฮั๊วยู่จิงคนนี้จะไม่ไปไหนจนกว่าจะถูกยอมรับจากศาลาปีศาจลอยฟ้า"

"ทำไมท่านถึงต้องทำแบบนี้กัน..."

"ได้โปรดช่วยข้าทีเถอะพี่สาว"

ผู้ฝึกยุทธหญิงคนนั้นได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

"ช้าก่อน" ขอทานเฒ่าได้ลุกขึ้นยืน มือของเขายังคงปิดจมูกของตัวเองเอาไว้ ตัวเขาได้เดินมาอย่างช้าๆ ก่อนที่จะยกน้ำเต้าขึ้นมา "ข้าอยากที่จะดื่ม..."

ผู้ฝึกยุทธหญิงที่เห็นแบบนั้นขมวดคิ้ว

ในตอนนั้นเองสายสะพายสีแดงก็ได้ลอยออกมาจากม่านพลังป้องกันภูเขาทอง

ขอทานเฒ่าที่เห็นแบบนั้นถึงกับเสียการทรงตัวจนล้มลง

หยวนเอ๋อตัวน้อยกำลังบินอยู่ที่กลางอากาศ นางได้ชี้ไปยังขอทานเฒ่าคนนั้น "พวกเราไม่มีสุราหรอกนะ ไสหัวไปซะ! "

"สาวน้อยคนนี้เหตุใดกันถึงดุร้ายเช่นนี้! " ขอทานเฒ่าได้อุทานออกมาด้วยความหวาดกลัว

หยวนเอ๋อดึงสายสะพายนิพพานกลับมาก่อนที่จะคล้องเอาไว้รอบตัวเอง "และเจ้า...ไสหัวไปได้แล้ว! ถ้าหากท่านอาจารย์พูดว่าจะไม่รับเจ้า ยังไงเขาก็ไม่รับเจ้า"

"ข้ายินดีที่จะรอ" น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน ฮั๊วยู่จิงตัดสินใจที่จะรอต่อไป

"งั้นเจ้าก็รอไปก็แล้วกัน" หยวนเอ๋อที่พูดจบก็ได้กลับศาลาปีศาจลอยฟ้าไปพร้อมๆ กับผู้ฝึกยุทธหญิง

ขอทานเฒ่าได้ส่ายหัว ตัวเขาได้แตะจมูกที่บวมเปล่งอย่างไม่แน่ใจก่อนที่จะนอนลงบนพื้น "ข้าเหนื่อยจริงๆ ...เห็นทีจะต้องงีบหลับก่อนที่จะออกเดินทางซะแล้ว" ไม่นานหลังจากนั้นขอทานเฒ่าก็ได้ส่งเสียงกรนออกมา

สามวันต่อมา

ที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า

ลู่โจวได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ตัวเขารู้สึกได้ถึงพลังวิเศษที่มาจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์นี้

ตัวเขาไม่ได้ไปเมืองอันยางอย่างเปล่าประโยชน์ อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ลู่โจวก็เข้าใจเรื่องพื้นฐานที่เกี่ยวกับเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์แล้ว

เคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ทั้งสามส่วนล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่แตกต่างกันทั้งหมด

หลังจากที่ทำความเข้าใจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดลู่โจวก็เข้าใจวิธีการฝึกฝนมันแล้ว...

การจะทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ได้มันคล้ายกับการรับรู้ถึงพลังลมปราณ การที่จะได้รับพลังวิเศษนี้มันคล้ายกับการดูดซับพลังลมปราณก่อนที่จะรวบรวมมันจนกลายเป็นพลังไป แม้ว่าจะคล้ายคลึงแต่ดูเหมือนว่าพลังนี้เองจะพิเศษกว่าพลังทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ลู่โจวจำพลังแห่งคำพูดที่ได้ปล่อยไปในเมืองอันยางได้ดี ตัวเขาที่นึกออกได้พยักหน้าออกมาอย่างพึงพอใจ สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคสำหรับลู่โจวนั่นก็คือตัวเขาสามารถใช้มันได้เพียงแค่ครั้งเดียวนับตั้งแต่ทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์มาอย่างเนิ่นนาน...สำหรับลู่โจวแล้วตัวเขารู้สึกเสียดาย

ลู่โจวสลัดความคิดฟุ้งซ่านที่มีทิ้งไป ในตอนนี้การจะคิดถึงแต่เรื่องนั้นมันไม่ได้มีความหมายอะไร ตัวเขาสามารถทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ต่อไปได้เท่านั้น ไม่มีความทรงจำใดรวมไปถึงประสบการณ์อะไรที่ช่วยลู่โจวในเรื่องนี้ได้เลย

ตัวเขาได้เหลือบมองไปที่แต้มบุญที่มีอยู่ 6,970 แต้มบุญ

ค่าความโชคดีเองมีถึง 89 แต้มแล้ว

'ครั้งแรกใช้ค่าความโชคดีไปที่ 33 แต้ม ครั้งที่สองใช้ค่าความโชคดีที่ 66 แต้ม ถ้าหากรูปแบบไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจริง บางทีครั้งที่สามจะต้องใช้ค่าความโชคดีอยู่ที่ 99 แต้มสินะ? '

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 คุณได้รับค่าความโชคดี 1 แต้ม"

ตัวเขาเหลือจับฉลากนำโชคอีกเพียง 9 ครั้งเท่านั้นก็จะมีค่าความโชคดีอยู่ที่ 99 แต้ม

ลู่โจวหยุดไปกลางคัน ว่ากันตามตรงตอนนี้ตัวเขารู้สึกประหม่า แม้ว่าตัวเขาจะเป็นจีเทียนเด๋าผู้ที่ผ่านโลกมาแล้วกว่าหลายร้อยปี แต่ถึงแบบนั้นวิธีคิดรวมไปถึงการใช้ชีวิตของชีวิตลู่โจวก่อนหน้านี้ก็ช่างแตกต่างจากวิถีชีวิตแบบนี้อย่างสิ้นเชิง ตัวเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนุ่มแน่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อจะต้องเผชิญหน้ากับจับฉลากนำโชคแบบนี้

ลู่โจวหายใจเข้าลึกๆ

"จับฉลากนำโชค! "

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 คุณได้รับค่าความโชคดี 1 แต้ม"

ตัวเขาได้จับฉลากนำโชคไปถึง 9 ครั้งอย่างรวดเร็ว

ลู่โจวเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ยังสงบนิ่ง โชคดีที่ลู่โจวเตรียมใจเอาไว้แล้ว...

ดูเหมือนจะใช้วิธีทางคณิตศาสตร์ไม่ได้สินะ

"จับฉลากนำโชค! "

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 ค่าความโชคดีถึง 100 แต้มแล้ว คุณได้รับการ์ดกรงผนึกกักขังโฉมใหม่ x5, การ์ดรักษาฉุกเฉินโฉมใหม่ x3, และการ์ดพลังชีวิต x5"

"การ์ดกรงผนึกกักขังโฉมใหม่ อัตราการใช้สำเร็จ 100% ไม่มีขาย"

"การ์ดรักษาฉุกเฉินโฉมใหม่ อัตราการรักษา 100% ไม่มีขาย"

ลู่โจวกำลังคำนวณอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ ค่าความโชคดี 100 แต้ม จะต้องใช้แต้มบุญทั้งหมด 5,000 แลกมา ถ้าหากลู่โจวไม่ได้คำนวณ ตัวเขาก็คงจะคิดว่าได้รางวัลก้อนโตไปแล้ว อย่างน้อยๆ ลู่โจวก็ไม่ได้พบกับความสูญเสียจนเกินไป ตัวเขารู้สึกพอใจกับการ์ดโฉมใหม่แล้ว นอกจากนี้การ์ดพวกนั้นยังไม่สามารถที่จะซื้อได้อีกด้วย ด้วยความผิดหวังเล็กๆ ทำให้ลู่โจวตัดสินใจที่พักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน 'ปล่อยเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน'

ในขณะนั้นเองเสียงของจ้าวยู่ก็ได้ดังออกมาจากห้อง "ท่านอาจารย์ เยี่ยนซานมาที่นี่ค่ะ"

"สถานการณ์ในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? " ลู่โจวถามขึ้นมา ถ้าหากเยี่ยนซานทำภารกิจไม่สำเร็จ เขาก็คงจะมาไม่ถึงที่นี่แน่

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 210 ขอทานนิรนามและการกลับมาของเยี่ยนซาน

คัดลอกลิงก์แล้ว