เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 195 16 ปี

ตอนที่ 195 16 ปี

ตอนที่ 195 16 ปี


ตอนที่ 195 16 ปี

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ในช่วงเวลาสามวันมานี้หยวนเอ๋อได้แต่ท่องจำเคล็ดวิชาหยกแห่งความบริสุทธิ์ตลอดทั้งวันทั้งคืน ท้ายที่สุดแล้วนางก็ฝึกฝนตัวเองจนเจ็บไปทั้งตัว ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้หยวนเอ๋อยังคงถูกลงโทษให้อยู่ในถ้ำแห่งเงาสะท้อน แม้ว่าหยวนเอ๋อจะยอมรับโทษได้โดยดี แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีศิษย์พี่คนไหนเลยที่จะสามารถช่วยเหลืออะไรนางได้ จะมีก็แต่ศิษย์พี่อย่างจ้าวยู่เท่านั้นที่คอยปลอบโยนหยวนเอ๋อมาโดยตลอด

"ศิษย์พี่หญิง...ท่านอาจารย์โกรธข้าจริงๆ อย่างงั้นหรอ? " หยวนเอ๋อได้ถามออกมาในขณะที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาหยกแห่งความบริสุทธิ์

"ท่านอาจารย์ให้เจ้าทำก็เพื่อประโยชน์ของเจ้าเอง...เจ้าน่ะจะได้ไม่ต้องทำผิดแบบเดิมซ้ำสองในอนาคตอีก"

หยวนเอ๋อพยักหน้าก่อนที่จะพึมพำออกมา "แล้วข้าจะฝึกใช้สายสะพายแห่งนิพพานได้ยังไงกัน? "

"เจ้ายังฝึกใช้อาวุธชิ้นนั้นได้ เพียงแต่ว่าเจ้าจะต้องรู้จักกาลเทศะ โดยปกติแล้วการที่เจ้าทำให้โจวจี้เฟิงและฝานซงบาดเจ็บไปท่านอาจารย์ก็คงจะพอทนได้ แต่ในตอนนี้เจ้ากลับท้าทายผู้เป็นศิษย์พี่ของเจ้าเอง เพราะแบบนั้นท่านอาจารย์ก็เลยโกรธเจ้าน่ะ"

"ศิษย์พี่พูดถูกแล้ว ข้าจะใช้ความรุนแรงให้น้อยลง"

"..."

หลังจากที่ถึงเวลาที่กำหนด จ้าวยู่ก็เริ่มเตรียมจะเดินจากไป "พวกเราไปกันได้แล้วล่ะ"

"อืม...รอข้าก่อนนะศิษย์พี่ ข้าเริ่มที่จะควบคุมสายสะพายแห่งนิพพานได้แล้ว! "

"..." จ้าวยู่ที่ได้ฟังแบบนั้นก็รีบเดินนำไป

หยวนเอ๋อได้เดินไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า นางได้เดินไปตามทางเดินเล็กๆ ก่อนที่จะถึงห้องโถงใหญ่ของศาลาปีศาจลอยฟ้าได้

หยวนเอ๋อที่เห็นผู้เป็นอาจารย์กำลังใช้ความคิดอยู่ ในตอนนั้นหยวนเอ๋อก็ได้เดินไปหาลู่โจวพร้อมกับรอยยิ้ม "ท่านอาจารย์ ศิษย์กลับมาแล้ว! ศิษย์ได้ฝึกฝนตามที่ท่านอาจารย์บอกไปถึง 100 ครั้งแล้ว"

ลู่โจวได้หันมาก่อนที่จะเหลือบมองหยวนเอ๋อ "เจ้าได้ไตร่ตรองเรื่องที่ทำแล้วรึยัง? "

หยวนเอ๋อได้ประกาศตอบกลับมา "ศิษย์ได้คิดทบทวนตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว ศิษย์จะเคารพศิษย์พี่ให้มากกว่านี้และให้เกียรติท่านอาจารย์ยิ่งขึ้น! "

"ดีมาก ดีแล้วที่เจ้าคิดได้แบบนั้น...ถ้าหากเจ้าทำผิดซ้ำซากแม้แต่เจ้าเองก็จะไม่ได้รับความเมตตาเช่นกัน" ลู่โจวได้พูดออกไป

"ศิษย์เข้าใจแล้ว"

ถ้าหากหยวนเอ๋อไม่เคารพต่อผู้เป็นศิษย์พี่ในศาลาปีศาจลอยฟ้า ยังไงซะเหล่าสาวกทั้งหลายก็คงจะไม่สามารถปิดบังเรื่องนี้ได้แน่ เมื่อถึงเวลาที่เหล่าสาวกทั้งหมดจะต้องออกไปจากศาลาปีศาจลอยฟ้า เมื่อถึงตอนนั้นหยวนเอ๋อก็ยังคงมีผู้เป็นศิษย์พี่ทั้งหลายคอยปกป้องต่อไป เหล่าสาวกจะต้องปกป้องกันเองต่อหน้าพวกผู้ฝึกยุทธผู้ชั่วร้าย

แล้วฉันจะเหลือเวลาอีกเท่าไหร่กัน? 10 ปี? 100 ปี? หรือว่าอีก 1,000 ปีกัน?

ลู่โจวไม่แน่ใจว่าตัวเขาจะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบไปได้อีกนานแค่ไหน ตัวเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะมีชีวิตอยู่ตลอดกาลเหมือนกับที่ตัวเขาจินตนาการได้ไหม...นับตั้งแต่ที่ลู่โจวพบว่าการ์ดที่ขายมีราคาสูงขึ้น ตัวเขาก็ได้แต่ระมัดระวังตัวและใช้การ์ดที่มีในยามจำเป็นเท่านั้น ในตอนนี้การใช้ชีวิตอย่างประมาทคงจะไม่ใช่เรื่องดีกับลู่โจวแน่

เมื่อหยวนเอ๋ออายุ 16 ปี เส้นทางการฝึกยุทธที่แท้จริงของหยวนเอ๋อเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เป็นหน้าที่ของผู้เป็นอาจารย์อย่างลู่โจวที่จะสั่งสอนทั้งการฝึกยุทธและระเบียบวินัยให้กับผู้เป็นลูกศิษย์ คำแนะนำที่ลู่โจวได้ใช้แนะนำศิษย์ทุกคนล้วนแต่มีเหตุมีผลด้วยกันทั้งนั้น

"หยวนเอ๋อ เจ้าน่ะอายุ 16 ปีแล้ว...เจ้าน่ะมีความปรารถนาอะไรบ้างไหม? " ลู่โจวได้ถามในขณะที่ลูบเคราของตัวเอง

"ศิษย์ไม่ได้ต้องการอะไร...ศิษย์ต้องการให้อายุของท่านอาจารย์ยืนยาวเท่านั้น! "

คำตอบนี้ได้ทำให้ลู่โจวรู้สึกประหลาดใจ "ทำไมกันล่ะ? "

"ทุกๆ คนต่างก็บอกว่าเวลาของท่านอาจารย์น่ะใกล้หมดลงแล้ว อย่างมากท่านก็คงจะมีอายุได้อยู่เพียงแค่สิบปีเท่านั้น ศิษย์ไม่คิดที่จะเชื่อพวกเขาเลย...ศิษย์อยากจะอยู่ใกล้ๆ กับท่านอาจารย์ต่อไปจนกว่าศิษย์จะตายเพราะความแก่ชราไป..." หยวนเอ๋อได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ

เห็นได้ชัดว่าสาวน้อยคนนี้พื้นเพไม่ได้มีนิสัยที่ไม่ดีเลย นอกจากนี้หยวนเอ๋อยังต้องการความช่วยเหลือจากตัวของเขาเอง ตอนนี้หยวนเอ๋อได้ฝึกฝนตัวเองจนไปถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว นอกจากนี้หยวนเอ๋อยังครอบครองสายสะพายแห่งนิพพานเอาไว้ ลู่โจวไม่สามารถปล่อยให้ศิษย์คนนี้หลงเดินทางผิด ถ้าหากลู่โจวได้ชี้แนะหยวนเอ๋ออย่างเหมาะสม อนาคตของนางจะต้องพบกับอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน

"หยวนเอ๋อ เจ้าเคยคิดถึงคนในครอบครัวของเจ้าบ้างไหม? " ลู่โจวได้ถามออกมา

หยวนเอ๋อส่ายหัว นางไม่เคยคิดถึงบ้านมาก่อน บางทีอาจจะเป็นเพราะหยวนเอ๋อได้ใช้ชีวิตวัยเด็กไปกับศาลาปีศาจลอยฟ้าแห่งนี้ และเพราะแบบนั้นหยวนเอ๋อจึงเคยชินกับการใช้ชีวิตที่นี่ไปซะทุกอย่างแล้ว

"ท่านอาจารย์ตั้งแต่ที่ศิษย์เข้าร่วมศาลาปีศาจลอยฟ้าไป ศิษย์ก็รู้เรื่องกฎเกณฑ์ดี" หยวนเอ๋อได้ตอบกลับมา

ลู่โจวได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ "เจ้าน่ะแตกต่างจากศิษย์พี่ของเจ้ามาก...ศิษย์พี่ของเจ้าล้วนแต่อยู่ตามลำพังและไม่มีใครที่จะให้พึ่งพาตั้งแต่เด็ก เพราะแบบนั้นศิษย์พี่ของเจ้าจึงไม่ได้ยึดติดอะไรกับเรื่องทางโลก"

เมื่อลู่โจวกำลังพูดถึงศิษย์สาวกคนอื่นๆ หมิงซี่หยินและซู่ฮ่องกงก็ได้เดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่

ศิษย์ทั้งสองได้โค้งคำนับให้กับลู่โจวก่อนที่จะพูดทักทายออกมา

"ท่านอาจารย์ เป็นอย่างที่ท่านพูดจริงๆ ศิษย์น้องเจ็ดได้ตอบกลับมาแล้ว เขายินดีที่จะช่วยตามหาเยี่ยนซานให้" หมิงซี่หยินได้รายงานความคืบหน้าที่เกิดขึ้น

"ดีมาก" ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างเยือกเย็น

หมิงซี่หยินได้เหลือบมองไปที่หยวนเอ๋อก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านอาจารย์มีเรื่องเกี่ยวกับศิษย์น้องเล็กอีกด้วย..."

ลู่โจวได้ยกมือขึ้นมาก่อนที่จะตัดบทสนทนา "ส่งจดหมายไปหาเจียงอาเฉียนซะ"

หมิงซี่หยินรีบโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว

"ให้เจ้านั่นมาพบกับข้าที่เมืองอันยางซะ" ลู่โจวได้พูดต่อไป

หมิงซี่หยินรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก ตัวเขารีบพูดตอบกลับไปอย่างเร่งรีบ "ศิษย์น้องเล็ก เจ้าจะยืนเฉยอยู่ทำไมกัน? ทำไมไม่รีบขอบคุณท่านอาจารย์อีก? "

หยวนเอ๋อยังคงสับสน แต่ถึงแบบนั้นนางก็ทำตามที่ศิษย์พี่บอกแต่โดยดี "ขอบคุณค่ะ ท่านอาจารย์..."

ลู่โจวโบกแขนเสื้อก่อนที่จะหันไปมองรอบๆ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้เดินกลับไปยังห้องลับ ในตอนนี้สิ่งที่ลู่โจวจะทำได้มีเพียงการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์และลองจับฉลากนำโชคเท่านั้น

หลังจากนั้นไม่นานลู่โจวก็ได้คิดถึงความโชคร้ายที่ตัวเขามี ในตอนนี้ตัวเขามีค่าความโชคดีอยู่ที่ 89 แต้มแล้ว ตัวเขายังไม่ได้รับรางวัลอะไรเลยจากการจับฉลาก เพราะแบบนั้นการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ต่อไปคงจะดีกว่าการเอาแต้มบุญไปทิ้งกับการจับฉลากนำโชค

ลู่โจวปิดเมนูระบบไปก่อนที่จะเริ่มทำความเข้าใจอันแสนน่าเบื่อหน่ายต่อ

ลู่โจวได้ทำความเข้าใจสัญลักษณ์ที่สุดแสนจะยาก สัญลักษณ์ทั้งหมดอัดแน่นไปด้วยชีวิตชีวาที่มากเป็นพิเศษ

ในตอนที่อ่านเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์เวลาก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลู่โจวจะรู้ตัวอีกครั้งเวลาก็ได้ผ่านพ้นไปหนึ่งคืนแล้ว

"ติ้ง! อ่านเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ส่วนแรกครบ 100 ครั้ง ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 100 "

ลู่โจวที่เห็นการแจ้งเตือนนั้นได้แต่เบิกตากว้าง ตัวเขาได้อ่านเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์มากว่าหลายครั้งแล้ว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ยังไม่รู้ตัวเองว่าอ่านเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ในส่วนแรกจบแล้ว ลู่โจวยังคิดอยู่เสมอว่าการที่จะทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์นี้ได้เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ถึงแบบนั้นเมื่อได้อ่านทำความเข้าใจมัน ลู่โจวได้พบว่าสภาพจิตใจของเขากลับไปชัดเจนมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน สภาพจิตใจของลู่โจวในตอนนี้ราวกับกำลังถูกย้อนเวลากลับไป ย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาที่ตัวเขายังเด็ก ในช่วงเวลาที่ตัวเขายังมีจิตใจที่แสนบริสุทธิ์

ลู่โจวลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนที่จะยืดเส้นยืดสาย ตัวเขาได้ตรวจสอบร่างกายของตัวเองอีกครั้ง ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากจะพูดให้ถูกเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์คงจะส่งผลต่อสภาพจิตใจของลู่โจวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ลู่โจวยังจำได้ดีว่าพลังของเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์สามารถต้านทานเวทมนตร์คาถารวมไปถึงบทสวดพระสูตรแห่งพราหมณ์ได้ เพราะแบบนั้นพลังของเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์นี้คงจะเกี่ยวข้องกับจิตใจของเขาโดยตรง

ลู่โจวได้หันไปมองระบบ ทุกอย่างในตอนนี้ยังคงดูปกติดี

"หืม? "

ลู่โจวเห็นการแจ้งเตือนสั้นๆ จากหัวข้อการ์ดวิเศษ ราคาของการ์ดจะปรับเปลี่ยนไปตามพลังวรยุทธรวมไปถึงความถี่ในการซื้อ และเมื่อมองไปยังการ์ดทั้งหลาย...ทุกอย่างเป็นไปตามคาด การ์ดมีราคาเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง

การ์ดการโจมตีของเพชฌฆาตในตอนนี้ถูกขายในราคา 800 แต้มบุญ การ์ดป้องกันไร้ที่ติดถูกขายในราคา 600 แต้มบุญ ส่วนการ์ดคลื่นพลังสายฟ้าฟาดถูกขายในราคา 400 แต้มบุญ

หัวใจของลู่โจวที่เห็นแบบนั้นถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ

'นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? '

เห็นได้ชัดว่าราคาของการ์ดไม่ได้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการซื้อเพียงอย่างเดียว มันยังเกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งที่ลู่โจวมีอีกด้วย ลู่โจวในตอนนี้เข้าใจผิดมาโดยตลอด

เงื่อนไขอันแสนสำคัญทั้งสองเงื่อนไขนี้คงจะป้องกันไม่ให้ตัวเขาพึ่งพาของวิเศษมากจนเกินไป นอกจากนี้มันยังกระตุ้นให้ลู่โจวรีบเพิ่มพลังความแข็งแกร่งของตัวเองให้เร็วมากยิ่งขึ้น ในตอนนี้วิธีการป้องกันตัวเองเพียงหนึ่งเดียวกำลังจะถูกทำลายไปอย่างช้าๆ

'ระบบนี่ไม่คิดที่จะปล่อยช่องโหว่อะไรให้ฉันเลยสินะ...'

ลู่โจวที่กำลังจะสิ้นหวังได้เหลือบไปเห็นราคาของการ์ดพลังชีวิต...ในตอนนี้มันยังคงมีราคาอยู่ที่ 500 แต้มบุญ

'โชคดีที่การ์ดพลังชีวิตยังไม่หายไปไหน' สำหรับลู่โจว มีแต่การ์ดพลังชีวิตเท่านั้นที่ยังไงตัวเขาก็จะต้องพึ่งพาต่อไป ถ้าหากราคามันเพิ่มขึ้นจริงๆ การใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้คงจะต้องยากขึ้นแน่

ความพยายามและความอดทนในการอ่านเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ของลู่โจวในตอนนี้ได้กลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ไปซะแล้ว

ลู่โจวที่คิดทบทวนเรื่องนี้เป็นอย่างดี ตัวเขาตัดสินใจที่จะซื้อการ์ดวิเศษทั้งหลายก่อนที่จะเริ่มทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์

ในตอนนั้นเองเสียงของหมิงซี่หยินก็ได้ดังมาจากด้านนอก "ท่านอาจารย์ รถม้าลอยฟ้าเตรียมพร้อมแล้วครับ"

"ดีมาก"

ลู่โจวได้โบกแขนของตัวเอง ในตอนนั้นเมนูระบบทั้งหมดก็ได้จางหายไป ตัวเขาได้เดินออกมาจากห้องลับที่ซ่อนอยู่หลังห้องโถงใหญ่อย่างช้าๆ

"ท่านอาจารย์! "

"ท่านปรมาจารย์! "

ลู่โจวได้เหลือบมองทุกคนก่อนที่จะพูดออกมาอย่างห้วนๆ "พวกเราจะไปเมืองอันยางให้เงียบที่สุด เพราะแบบนั้นพวกเราจะใช้รถม้าลอยฟ้าไม่ได้"

หมิงซี่หยินที่ได้ยินแบบนั้นตะลึงเล็กน้อย "แต่ท่านอาจารย์...สมาชิกของเราในตอนนี้..."

"นั่นคือเหตุผลที่พวกเราจะไม่เดินทางกลุ่มใหญ่กัน" ลู่โจวรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มใหญ่จะดึงดูดความสนใจของเหล่าศัตรูมากกว่า ท้ายที่สุดแล้วตัวเขาก็แค่อยากที่จะพูดคุยกับเจียงอาเฉียนด้วยตัวเองก็เท่านั้น

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 195 16 ปี

คัดลอกลิงก์แล้ว