เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 193 นางน่ะไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว

ตอนที่ 193 นางน่ะไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว

ตอนที่ 193 นางน่ะไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว


ตอนที่ 193 นางน่ะไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวถึงกับพูดไม่ออก ดูเหมือนว่าโจวจี้เฟิงจะถูกกลั่นแกล้งจนมีแผลภายในจิตใจ และเมื่อเห็นแบบนั้นลู่โจวก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อย "หยวนเอ๋อ เจ้านั่นแหละคุกเข่าลงซะ"

หยวนเอ๋อสั่นไปทั้งตัวก่อนที่จะคุกเข่าลง

โจวจี้เฟิงที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ลำบากใจ ในตอนนี้ตัวเขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โจวจี้เฟิงที่รู้แบบนั้นแล้วรีบถอยกลับไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว

ลู่โจวได้พูดขึ้น "เจ้าน่ะจะอายุ 16 แล้วหยวนเอ๋อ เจ้าน่ะไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้วนะ เมื่อไหร่กันที่เจ้าจะปฏิบัติตัวต่อผู้ที่มีอายุมากกว่าด้วยความเคารพกัน? "

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังคำติเตียนได้แต่หน้ามุ่ย

การสั่งสอนศิษย์คนอื่นเป็นปัญหาใหญ่ตั้งแต่สมัยอดีตกาล จีเทียนเด๋ามักจะเป็นคนที่ละเลยเรื่องนี้มาโดยตลอด บางทีตัวเขาอาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่จะรับศิษย์วายร้ายทั้งหมดแบบนี้มา แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวจะไม่ยอมทำผิดซ้ำสองเหมือนกับที่จีเทียนเด๋าทำแน่ ลู่โจวที่คิดได้แบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างจริงจัง "ขอโทษเขาซะ"

หยวนเอ๋อที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้หันหลังกลับไปอย่างเชื่อฟัง "ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว..."

ต้วนมู่เฉิงได้แต่โบกมืออย่างไม่ถือสา "ไม่เป็นไร ข้าน่ะไม่เป็นไร เป็นหน้าที่ของผู้เป็นศิษย์พี่อย่างข้าอยู่แล้ว ศิษย์น้องเล็ก"

ใบหน้าที่ดูผิดธรรมชาติปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซู่ฮ่องกง "ท่านอาจารย์ ศิษย์น้องเล็กเอ่อ...ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงกับข้าเลย" ซู่ฮ่องกงที่เห็นสายตาของหมิงซี่หยินกำลังจับจ้องได้แต่รู้สึกกังวลใจ

ซู่ฮ่องกงที่กำลังจะพูดต่อก็ได้เอามือปิดปากไปในทันที...ตัวเขาได้แต่สงสัยว่าสิ่งที่พูดไปผิดอะไรไปรึเปล่า?

ลู่โจวไม่ได้รู้สึกเกลียดอะไรคำพูดของซู่ฮ๋องกง มันเป็นเรื่องดีกว่าที่ผู้เป็นศิษย์พี่จะคอยดูแลสั่งสอนผู้เป็นศิษย์น้องแบบนาง

หลังจากที่เสร็จสิ้นการขอโทษ ลู่โจวก็ได้พูดออกมาอีกครั้ง "บทลงโทษของเจ้าก็คือการฝึกฝนเคล็ดวิชาหยกแห่งความบริสุทธิ์เพิ่มเติมอีก 200 ครั้ง หลังจากนั้นก็ไปอยู่ในถ้ำแห่งเงาสะท้อนเพื่อทบทวนตัวเองซะ"

"..."

คนอื่นๆ ที่ได้ยินแบบนั้นได้แต่ตกใจ

'ท่านอาจารย์เปลี่ยนไปแล้ว'

'ท่านอาจารย์ที่ไม่เคยลงโทษศิษย์น้องเล็กมาก่อน วันนี้ท่านอาจารย์ได้เปลี่ยนไปแล้ว'

หยวนเอ๋อที่ได้ยินแบบนั้นก็ผงะเช่นกัน หยวนเอ๋อเป็นเด็กที่ไม่เคยถูกลงโทษสถานหนักมาก่อนเลยนับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่ศาลาปีศาจลอยฟ้า เป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะรู้สึกเสียใจ แต่ถึงแบบนั้นหยวนเอ๋อก็ได้แต่ยอมรับอย่างเชื่อฟัง "ศิษย์...ยอมรับแต่โดยดี" นางได้ลุกขึ้นมาก่อนที่จะออกจากห้องโถงใหญ่ไปยังศาลาทางทิศใต้

ลู่โจวเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะจ้องมองสีหน้าของทุกคนที่ผิดเพี้ยนไป "พวกเจ้ามีปัญหาอะไรอย่างงั้นหรอ? "

"ท่านอาจารย์ ศิษย์น้องเล็กยังเด็กนัก..."

"หยวนเอ๋อน่ะไม่ใช่เด็กอีกต่อไป" ลู่โจวยกมือขึ้นมาเพื่อตัดคำพูดของหมิงซี่หยิน

เด็กที่มีอายุ 16 ปีไม่ถือว่าเป็นเด็กอีกต่อไป ไม่ว่าจะยุคไหนหรือในสมัยไหนก็ตามที

เมื่อคนอื่นๆ เห็นลู่โจวเป็นแบบนั้น พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรเพื่ออ้อนวอนขอร้องให้หยวนเอ๋ออีกต่อไป

ลู่โจวกวาดสายตาเพื่อมองไปรอบๆ ก่อนที่จะถามขึ้นมา "แล้วผู้อาวุโสฮั๊วล่ะ? "

"ศิษย์จะรีบไปพาตัวเขามาเอง" หมิงซี่หยินได้วิ่งออกจากห้องโถงใหญ่ไป ตัวเขาตั้งใจที่จะวางแผนเฉลิมฉลองให้กับหยวนเอ๋อ แต่ในตอนนี้จากสถานการณ์ต่างๆ ที่หมิงซี่หยินเจอบังคับให้ตัวเขาลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปก่อน

ไม่นานหลังจากนั้นหมิงซี่หยินก็ได้พาฮั๊ววู่เด๋าเข้ามายังห้องโถงใหญ่

ฮั๊ววู่เด๋าได้โค้งคำนับลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านปรมาจารย์เรียกหาตัวข้ามีธุระอะไรกัน? "

ลู่โจวได้โบกมือก่อนที่เศษเสี้ยวจากฟากฟ้าจะปรากฏขึ้น "เจ้ารู้จักของสิ่งนี้ได้ไหม? "

"เศษเสี้ยวจากฟากฟ้าอย่างงั้นหรอ? " ฮั๊ววู่เด๋าได้พูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม "เดิมทีของชิ้นนี้มันเป็นของท่านอยู่แล้ว ท่านปรมาจารย์...ว่ากันว่าในวันที่ม่านพลังของภูเขาทองถูกทำลายไป ในวันนั้นเองของชิ้นนี้ก็ได้ถูกขโมยมาโดยเจ้าสำนักเยี่ยนซาน แต่ถึงแบบนั้นข้าก็ไม่อาจที่จะรู้ได้เลยว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่" สีหน้าของฮั๊ววู่เด๋าเต็มไปด้วยความสงสัย ตัวเขาต้องการที่จะยืนยันความคิดนี้กับลู่โจวนั่นเอง

ลู่โจวได้ตอบกลับมาตรงๆ "เดิมทีข้าไม่เคยสนใจของสิ่งนี้ ข้าได้ทิ้งมันไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไร เป็นเรื่องธรรมดาที่มันจะถูกขโมยไปแบบนี้"

"..." ฮั๊ววู่เด๋าเบิกตากว้าง แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้เลือกที่จะพูดอะไรออกมา

สมบัติที่คนอื่นๆ ต่างก็ตามหาเพื่อให้ได้มาครอบครองเป็นเพียงแค่ขยะสำหรับปรมาจารย์คนนี้ บางทีอาจจะมีแค่ลู่โจวคนเดียวเท่านั้นที่พูดอะไรแบบนี้ออกมาได้

"ทำไมถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมากันล่ะท่านปรมาจารย์? " ฮั๊ววู่เด๋าได้ถามออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็น

"ข้ากำลังตามหาของพวกนั้น"

"..."

'ทำไมเขาถึงจะต้องตามหาของที่ได้ทิ้งไปด้วยล่ะ? ' แม้ว่าจะสงสัยแค่ไหนแต่ฮั๊ววู่เด๋าก็เลือกที่จะไม่ถามความคิดนี้ออกไป ตัวเขากลับเลือกพูดอย่างอื่นออกมาแทน "มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าเศษเสี้ยวฟากฟ้าพวกนี้มีทั้งหมด 8 ชิ้นด้วยกัน ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าของพวกนี้ตกไปอยู่ในมือใคร ข้าเกรงกว่าการจะตามหาเศษเสี้ยวทั้งหมดกลับมาได้คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากแน่"

ลู่โจวพยักหน้าเห็นด้วย ตัวเขาเองก็คาดการณ์เอาไว้แล้วเหมือนกัน เป็นเรื่องปกติที่ฮั๊ววู่เด๋าจะคิดแบบเขา

"แทนที่จะงมเข็มในมหาสมุทร การที่จะจับโจรที่ขโมยของไปตั้งแต่แรกคงจะเป็นวิธีที่ได้ผลมากกว่า"

"เยี่ยนซานสินะ? "

"ถูกต้องแล้วท่านปรมาจารย์ แม้ว่าท่านจะมองว่ามันเป็นของไร้ค่า แต่ที่โลกภายนอกเศษเสี้ยวฟากฟ้าเป็นของที่ล้ำค่ามาก มันจะต้องเป็นของที่มีผู้คนเก็บเอาไว้อย่างแน่นอน" ฮั๊ววู่เด๋าตอบกลับมา

หลังจากที่ครุ่นคิดได้พักหนึ่ง ลู่โจวก็ได้เอ่ยปากพูดออกมา "หมิงซี่หยิน..."

"ครับท่านอาจารย์"

"เจ้าจงใช้ข้อมูลที่เจ้าเจ็ดมีเพื่อตามหาเยี่ยนซานมาซะ" ลู่โจวได้สั่งการขึ้น

"เอ่อ..." หมิงซี่หยินรู้สึกประหม่าเล็กน้อย สีวู่หยาศิษย์คนที่เจ็ดได้จากศาลาปีศาจลอยฟ้าไปนานแล้ว ในตอนนี้เท่ากับว่าสีวู่หยาไม่ได้ต่างอะไรไปจากศิษย์ทรยศ การขอร้องให้ศิษย์ทรยศช่วยแบบนี้สำหรับหมิงซี่หยินแล้วมันเป็นเรื่องที่ดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก

"ท่านอาจารย์...ถ้าหากศิษย์น้องเจ็ดปฏิเสธที่จะช่วยเหลือล่ะ? "

"เจ้านั่นน่ะฉลาดเฉลียว"

"ปัญหาของศิษย์ก็คือ...จะหาศิษย์น้องเจ็ดคนนั้นเจอได้จากไหน" หมิงซี่หยินเกาหัวในขณะที่ถาม

ซู่ฮ่องกงที่ฟังอยู่นานได้ยกมือขึ้นมา "ข้ารู้ศิษย์พี่..."

"..."

"สำนักแห่งความมืดของศิษย์พี่เจ็ดตั้งอยู่ทั่วทุกมุมของยุทธภพ...พวกเขาเองมีฐานที่มั่นอยู่ที่เมืองอันยางด้วยเช่นกัน" ซู่ฮ่องกงได้พูดออกมา

สีวู่หยาเป็นคนที่ฉลาดแกมโกง เมื่อทุกคนได้ฟังจากปากของซู่ฮ่องกงแบบนั้นทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่าซู่ฮ่องกงคงจะรู้จักฐานที่มั่นของศิษย์พี่คนนี้แค่แห่งเดียวแน่ ไม่มีทางเลยที่คนเจ้าเล่ห์อย่างสีวู่หยาจะบอกศิษย์น้องคนนี้ทุกอย่าง

หมิงซี่หยินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดขึ้น "ศิษย์จะรีบส่งจดหมายเดี๋ยวนี้" หลังจากที่พูดแบบนั้นตัวเขาก็ได้หันไปหาซู่ฮ่องกง "ศิษย์น้องแปด เจ้ากำลังยืนบื้อทำไมกันล่ะ? "

ฮั๊ววู่เด๋าได้ยิ้มออกมาอย่างสดใสก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าเคยได้ยินมาก่อนว่าศิษย์คนที่เจ็ดจากศาลาปีศาจลอยฟ้าเป็นผู้ที่มีไหวพริบเฉลียวฉลาดมากแค่ไหน ดูเหมือนข่าวลือนั่นจะเป็นจริงสินะ ถ้าหากหมิงซี่หยินหาตัวเขาไม่พบ ก็คงจะไม่มีใครในนี้หาตัวเขาพบได้อีกแล้วล่ะ"

"สีวู่หยาเป็นคนที่เฉลียวฉลาด" ลู่โจวพูดออกมาก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วย

"ข้าน่ะอยากรู้อยากเห็นมาโดยตลอด...จากที่ข้าได้สังเกตมา ท่านไม่ใช่คนที่ชอบออกไปก่อความวุ่นวายเลยท่านปรมาจารย์ การกระทำของท่านมันตรงข้ามกับข่าวลือทุกอย่าง แม้ว่าจะมีหลายอย่างที่ข้าไม่เห็นด้วย แต่ถึงแบบนั้นข้าก็ยังสนับสนุนท่านอยู่เสมอ ทำไมท่านถึงขับไล่เหล่าศิษย์สาวกออกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าตั้งแต่แรกกันล่ะ? " ฮั๊ววู่เด๋าได้ถามความในใจออกมา

สีหน้าของลู่โจวสงบเช่นเคย

ทันทีที่ฮั๊ววู่เด๋าพูดจบ คนอื่นๆ ก็ได้หันไปจับจ้องแต่ลู่โจว

ต้วนมู่เฉิงและจ้าวยู่ต่างก็ดูกระตือรือร้นที่จะฟังคำตอบเป็นพิเศษ

"ฮั๊ววู่เด๋า วันนี้เจ้าพูดเก่งซะจริงนะ" ลู่โจวได้แสดงความคิดเห็นออกมา

ฮั๊ววู่เด๋าสังเกตเห็นว่ากำลังยุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่อง ในตอนนั้นตัวเขาจึงรีบคารวะลู่โจวก่อนที่จะเดินถอยหลังกลับไป

เมื่อลู่โจวเห็นฮั๊ววู่เด๋าออกจากห้องโถงใหญ่ไป ในตอนนั้นลู่โจวก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้น "ส่งจดหมายไปหาเจียงอาเฉียนซะ...บอกเจ้านั่นให้ไปหาที่อยู่ของเยี่ยนซานมา"

"ท่านอาจารย์...มีจดหมายมาจากเจียงอาเฉียน"

หมิงซี่หิยนและซู่ฮ่องกงได้เดินกลับมา

ลู่โจวรู้สึกสงสัยอยู่เสมอ 'สหายคนนี้มักจะปรากฏตัวขึ้นในเวลาที่เหมาะเจาะทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ด้วยอย่างงั้นหรอ? '

"อ่านซะสิ"

หมิงซี่หยินได้คลี่จดหมายออกมาก่อนที่จะเริ่มอ่านออกเสียง "ท่านผู้อาวุโสจี ข้ายังคงคิดถึงเสมอในยามที่พวกเราได้พบกันในครั้งนั้น ข้ารู้สึกประทับใจวิธีการอันแยบยลในการขโมยสมบัติของท่านจริงๆ ข้าอดที่จะปรบมือให้กับท่านไม่ได้เลย..."

แปะ แปะ แปะ!

หมิงซี่หยินได้ถือจดหมายด้วยมือข้างหนึ่งก่อนที่จะปรบมือออกมา

เหล่าศิษย์สาวกคนอื่นๆ ต่างก็จ้องมองหมิงซี่หยินราวกับว่าเขาเป็นคนบ้า

'การอ่านจดหมายทำให้คนคนหนึ่งมีความกล้าถึงกับปรบมือออกมาได้เลยอย่างงั้นหรอ? '

ลู่โจวไม่ได้รู้สึกชิงชังอะไรที่เห็นแบบนั้น ตัวเขาได้พูดต่อไป "อ่านต่อไปซะ"

"เมื่อสามวันก่อน เหวยซู่หยานได้ออกคำสั่งให้หยุดความบาดหมางในเมืองอันยาง ม่อหลี่และพระชายาเริ่มออกเคลื่อนไหวอีกครั้ง...เรื่องราวที่ได้ผ่านพ้นไปเป็นเหมือนกับดวงดาวที่กำลังเรียงรายอยู่บนฟากฟ้า ข้าคงจะไม่สามารถที่จะถ่ายทอดข้อความทั้งหมดมาให้กับท่านได้ ท่านผู้อาวุโส ข้าหวังว่าจะได้พบกันท่านอีก...ข้าจะรอจดหมายตอบกลับของท่าน"

เมื่อหมิงซี่หยินอ่านจบ ตัวเขาก็ได้เสนอความคิดเห็นออกมา "เจ้าเจียงอาเฉียนนี้คิดว่าตัวเองสูงส่งแค่ไหนกัน...การจะพบกับท่านอาจารย์ได้ แค่ความต้องการเพียงอย่างเดียวมันไม่เพียงพอซะหรอก"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 193 นางน่ะไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว