เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 192 อาจารย์ที่ดีและการปลดปล่อยตัวตน

ตอนที่ 192 อาจารย์ที่ดีและการปลดปล่อยตัวตน

ตอนที่ 192 อาจารย์ที่ดีและการปลดปล่อยตัวตน


ตอนที่ 192 อาจารย์ที่ดีและการปลดปล่อยตัวตน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวที่มองออกไปเห็นฝานซงกำลังถูกสายสะพายนิพพานพันธนาการเอาไว้ และเพราะแบบนั้นลู่โจวจึงได้ตะโกนออกไป "หยุดเล่นซนได้แล้ว"

หยวนเอ๋อที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเจ็บปวดเล็กน้อย "ค่ะ..."

ลู่โจวได้ส่ายหัว หลังจากนั้นเขาก็กลับไปยังห้องลับเพื่อที่จะทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ต่อไป

ภายนอกห้องโถงใหญ่

ใบหน้าของฝานซงในตอนนี้ฟกช้ำและบวมเปล่งหลังจากที่ถูกสายสะพายแห่งนิพพานเข้าทำร้าย

ภายใต้การควบคุมของหยวนเอ๋อ สายสะพายชิ้นนี้ได้ปลดปล่อยฝานซงออกจากพันธนาการก่อนที่จะคืนตัวเขาสู่อิสรภาพ

สายสะพายได้กลับมาพันรอบตัวของหยวนเอ๋ออีกครั้งก่อนที่จะหายไปในเสื้อคลุมสีดำที่นางใส่

หยวนเอ๋อได้แต่เกาหัวก่อนที่จะพูดออกไป "พวกเรา...มาประลองกันที่หลังภูเขาเถอะ ข้าน่ะยังไม่คุ้นชินกับการใช้อาวุธชิ้นใหม่เลย"

ฝานซงที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้โบกมืออย่างลนลานก่อนที่จะตอบกลับไป "ท่านหยวนเอ๋อ ข้าในตอนนี้สู้ท่านไม่ได้หรอก..." ฝานซงได้แต่ร้องขอความเมตตาออกไป ตัวเขาไม่ได้เต็มใจเลยที่จะประมือกับหยวนเอ๋อ ถึงแม้ว่าหยวนเอ๋อจะไม่ได้พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดแต่ถึงแบบนั้นฝานซงก็ยังไม่อาจที่จะสู้กับหยวนเอ๋อได้อยู่ดี

"เจ้านี่มันน่าเบื่อซะจริง" หยวนเอ๋อได้วางมือบนเอวก่อนที่จะปริปากบ่นออกมา

เมื่อฝานซงได้ฟังแบบนั้นเขาก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา "ท่านหยวนเอ๋อ...พี่โจวจี้เฟิงกำลังจะฝึกดาบในเร็วๆ นี้ ดูเหมือนว่าฝีมือดาบของเขาจะรุดหน้าเป็นอย่างมาก เขาเป็นถึงกับศิษย์คนแรกของสำนักดาบสวรรค์ แน่นอนว่าเขาเป็นหนึ่งในอัจริยะเช่นเดียวกับท่านอย่างไม่ต้องสงสัย"

"เจ้านั่นอยู่ไหนกัน? "

"ที่หลังภูเขา" ฝานซงได้ชี้ไปยังหลังภูเขาอย่างไม่ลังเล ตัวเขาตั้งใจที่จะพูดชื่นชมโจวจี้เฟิงให้มากกว่านี้ แต่เมื่อหันกลับมาหยวนเอ๋อก็ได้จากไปซะแล้ว นางรีบไปที่ด้านหลังภูเขาอย่างรวดเร็ว

ฝานซงได้แต่ถอนหายใจก่อนที่จะส่ายหัว ตัวเขาอดที่จะพึมพำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "ข้าต้องขอโทษด้วยนะพี่โจว" หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้แต่สัมผัสบาดแผลที่มีอยู่บนใบหน้า 'โชคดีแค่ไหนที่นางไม่ได้เอาจริง'

ในตอนนั้นเองหมิงซี่หยินก็ได้บินผ่านมา ตัวเขาได้สังเกตเห็นใบหน้าของฝานซงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ "ฝานซง เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากัน? "

ฝานซงได้โค้งคำนับก่อนที่จะตอบกลับไป "ศิษย์พี่สี่...ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็แค่สะดุดล้มในระหว่างที่กำลังเดินอยู่ก็เท่านั้น"

หมิงซี่หยินไม่ใช่คนโง่แต่อย่างใด ไม่มีใครที่จะหกล้มจนทำร้ายตัวเองได้เท่ากับฝานซงในตอนนี้ "ศิษย์น้องเล็กของข้าอยู่ไหนกัน? "

ฝานซงได้มองไปที่ด้านหลังภูเขาก่อนที่จะพูดออกมา "ศิษย์พี่เก้าได้รับอาวุธระดับสรวงสวรรค์สายสะพายแห่งนิพพานมา ในตอนนี้นางกำลังหาใครสักคนที่จะมาประมือด้วยอยู่ ข้าคิดว่านางคงจะไปหาโจวจี้เฟิงแล้ว"

"อะไรนะ? อาวุธระดับสรวงสวรรค์ สายสะพายแห่งนิพพาน? " หมิงซี่หยินได้พูดซ้ำออกมาอย่างงงงวย

"ข้าลืมเรื่องของศิษย์พี่สามศิษย์พี่สี่ได้ยังไงกัน...พลังวรยุทธที่พวกศิษย์พี่มีลึกล้ำและยังมีอาวุธระดับสรวงสวรรค์ด้วย ศิษย์พี่ทั้งสองคนคงเหมาะที่จะประมือกับศิษย์พี่เก้ามากที่สุดแล้ว" ฝานซงได้พูดออกมาในขณะที่เอามือก่ายหน้าผากตัวเอง

หมิงซี่หยินได้ร่อนลงบนพื้นก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเฉยเมย "มันจะดีกว่าถ้าหากเจ้าบอกให้ศิษย์น้องเล็กไปหาศิษย์พี่สาม...ถ้าหากเจอนางก็บอกว่าข้ายุ่งมาก" ทันทีที่พูดจบหมิงซี่หยินก็ได้หายตัวไปด้วยความไวแสง

ฝานซงได้แต่เกาหัวของตัวเอง 'ยุ่งมากอย่างงั้นหรอ? ท่านไม่ได้ตามหาศิษย์พี่เก้าอยู่หรอไงกัน? '

ในตอนนั้นเองเสียงครวญครางก็ได้ดังมาจากหลังภูเขา เสียงอันแสนโหยหวนได้ทำให้ฝานซงตัวสั่นไปทั้งตัว และเพราะความสำนึกผิดจึงทำให้ตัวเขาได้คิดอะไรขึ้นมาได้ 'ข้าจะต้องรีบไปซะแล้ว'

ห้าวันผ่านไป

ภูเขาทองทั้งลูกตกอยู่ในความวุ่นวาย ทุกๆ ที่ของภูเขาทองมักจะมีภาพของสายสะพายแห่งนิพพานอยู่ทั่วทุกที่

ภายในห้องลับของศาลาปีศาจลอยฟ้า

ลู่โจวที่กำลังทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์อยู่ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอกกันแน่

ในตอนนี้พลังวรยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ระดับพื้นฐานแห่งเต๋าของลู่โจวมั่นคงแล้ว

และเพราะแบบนั้นเองตัวเขาจึงได้เปิดเมนูของระบบขึ้นมา

ชื่อ: ลู่โจว

เผ่า: มนุษย์

พลังวรยุทธ: ขั้นศักดิ์สิทธิ์ ระดับพื้นฐานแห่งเต๋า

แต้มบุญ: 12,820

พลังอวตาร: สัตตะดวงดาวแห่งวิญญาณ

อายุขัย: 6,249 วัน

ของที่มี: การ์ดการโจมตีของเพรชฆาต x1, การ์ดป้องกันไร้ที่ติ x1, การ์ดประกันชีวิต x7, ผนึกกรงกักขัง x4, เครื่องรางขัดเกลา x2, การ์ดระเบิดจุดสุดยอด x1, วิซซาร์ด (พักผ่อนเสร็จสิ้น) , บี่เอี๊ยน, เศษเสี้ยวฟากฟ้า x1

อาวุธ: อาวุธนิรนาม, กระบี่ตัดชีวา, ถุงมือนักสู้

เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาอักษรสวรรค์

ลู่โจวได้สังเกตเห็นว่าวิซซาร์ดพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ตัวเขาได้ทำการคำนวณอะไรบางอย่างก่อนที่จะพบว่าวิซซาร์ดได้ใช้เวลาพักผ่อนไปกว่า 5 วันด้วยกันหลังจากที่ปล่อยพลังช่วยเหลือตัวเขาในครั้งนั้นมา นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับลู่โจว

ลู่โจวตัดสินใจที่จะดูร้านค้า ตัวเขาอยากที่จะมองหาการ์ดวิเศษใบใหม่ๆ แต่น่าเสียดาย...การ์ดทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

ไม่ว่าจะยังไงตราบใดที่ราคาของการ์ดไม่ได้สูงขึ้น ลู่โจวก็รู้สึกพอใจมากแล้ว

"เศษเสี้ยวฟากฟ้า..." ลู่โจวได้ตรวจสอบภารกิจอีกครั้ง

ภารกิจในการฝึกฝนเหล่าลูกศิษย์ยังคงอยู่เช่นเดิม ถึงแม้ว่ามันจะปรากฏในภารกิจแต่ลู่โจวก็ไม่รู้ว่าจะต้องฝึกฝนและสั่งสอนยังไงถึงจะได้แต้มบุญ ตัวเขาไม่สามารถมองหาข้อผิดพลาดได้ถ้าหากไม่มีเหตุผลที่ดีมากพอ ยิ่งไปกว่านั้นระบบที่ลู่โจวมีก็คงจะไม่ปล่อยให้ตัวเขาอาศัยข้อผิดพลาดนี้ในการหาแต้มบุญเพิ่มได้แน่

ลู่โจวได้พยายามนึกย้อนกลับไปเพื่อหาเศษเสี้ยวฟากฟ้าจากในความทรงจำ แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็น่าเสียดาย จีเทียนเด๋าไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับเศษเสี้ยวฟากฟ้านี้ เพราะแบบนั้นมันจึงไม่มีเบาะแสเลยนั่นเอง

"บางทีผู้อาวุโสฮั๊วอาจจะรู้อะไรบางอย่างก็เป็นได้" ลู่โจวที่คิดแบบนั้นได้ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ

ทันใดนั้นเองลู่โจวก็ได้คิดอะไรขึ้นมาในใจ ตัวเขาได้โบกมือขวาของตัวเองออกมาก่อนที่อาวุธนิรนามจะปรากฏขึ้นในมือของเขา หลังจากนั้นลู่โจวก็ได้โบกมือซ้ายขึ้นมาเช่นกัน เศษเสี้ยวฟากฟ้าได้ปรากฏขึ้นที่มือซ้ายของตัวเขา

'เศษเสี้ยวฟากฟ้าเป็นของที่ภารกิจให้ตามหา ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงอาวุธนิรนามจะทำลายมันได้ไหม? '

ลู่โจวเองก็ไม่สามารถอธิบายความต้องการนี้ออกมาได้ ตัวเขากำลังพยายามที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของอาวุธนิรนามอยู่นั่นเอง

ลู่โจวได้ยกมือขึ้นมา ในตอนนั้นเองประกายอันเย็นยะเยือกก็ได้ฉายผ่านตัวเขาไป

แคล๊ง!

ลู่โจวรู้สึกประหลาดใจ เศษเสี้ยวฟากฟ้าในตอนนี้ได้แตกก่อนจะตกลงสู่พื้น

อาวุธนิรนามไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่อย่างน้อย

"นี่มันก็แค่ขยะจริงๆ สินะ" ลู่โจวได้มองไปที่เศษเสี้ยวฟากฟ้าอย่างสงสัย แม้ว่าตัวเขาจะเก็บรวบรวมเศษเสี้ยวทั้งหมดให้ครบ 8 ชิ้น แต่ถึงแบบนั้นมันก็คงจะเป็นแค่กองขยะเท่านั้น

'แล้วจะรวบรวมมันไปเพื่ออะไรล่ะ? ' ลู่โจวกำลังคิดล้อเลียนอยู่ภายในใจ แต่ในตอนนั้นเองเศษเสี้ยวฟากฟ้าที่แตกหักออกค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม

'นี่มันอะไรกัน? ซ่อมแซมตัวเองอย่างงั้นหรอ? '

ลู่โจวได้ใช้พลังของตัวเองเพื่อที่จะหยิบเศษเสี้ยวฟากฟ้าขึ้นมา ตัวเขาได้พินิจพิเคราะห์มันอย่างละเอียดจนพบว่าที่เศษเสี้ยวฟากฟ้าไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของความเสียหาย

'น่าสนใจจริงๆ '

ลู่โจวได้เก็บเศษเสี้ยวฟากฟ้าไปก่อนที่จะเดินออกจากห้องลับไป ตัวเขาได้มุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่

ทันทีที่เดินเข้าไป ในตอนนั้นเองตัวเขาก็เห็นหมิงซี่หยินกำลังเดินอยู่รอบๆ ห้องโถงใหญ่อยู่ก่อนแล้ว

เมื่อหมิงซี่หยินสังเกตเห็นผู้ที่เป็นอาจารย์ ในตอนนั้นเขาก็ได้โค้งคำนับอย่างรวดเร็ว "ท่านอาจารย์ ขอให้ท่านมีชีวิตยืนยาวเป็นพันเป็นหมื่นปี! "

"..."

'หมิงซี่หยินเลียนแบบสิ่งนี้มาจากเจ้าแปดสินะ' ลู่โจวได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ก่อนที่จะเอ่ยปากถามออกไปอีกครั้ง "มีอะไรอย่างงั้นหรอ? "

หมิงซี่หยินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ตอบกลับไป "มีสองเรื่องที่ศิษย์อยากที่จะรายงาน เรื่องแรกฝานซงจะกลับไปที่บ้านเกิดก็เพื่อที่จะไหว้บรรพบุรุษ ศิษย์เห็นท่านอาจารย์กำลังพักผ่อนอยู่ก็เลยให้เขาไปได้"

"ไหว้บรรพบุรุษอย่างงั้นหรอ? "

"นับตั้งแต่ฝานซงฝึกฝนเคล็ดวิชาหยินทั้งสามเขาดูมีสภาพที่แย่มาก ด้วยเหตุนี้เองตัวเขาจึงไม่ได้กลับบ้านมานานกว่า 3 ปีแล้ว ในตอนนี้ฝานซงได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาหยางทั้งหก ตัวเขาในตอนนี้จึงมีสภาพร่างกายที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก" หมิงซี่หยินได้พูดต่อไป "อย่างไรก็ตามตัวเขาก็มาจากสำนักแห่งความบริสุทธิ์ ศิษย์ได้แต่กังวลว่าสำนักแห่งความบริสุทธิ์จะไม่ปล่อยให้ฝานซงกลับมาง่ายๆ "

ตั้งแต่ที่ฝานซงเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้าเขาก็ถูกคนทั้งโลกมองว่าเป็นวายร้ายไปแล้ว สำนักแห่งความบริสุทธิ์เองที่ไม่สามารถจับศิษย์คนที่แปดในก่อนหน้านี้ได้ ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะยอมปล่อยให้ตัวของฝานซงหลุดมือไปไหน

ลู่โจวที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พยักหน้าก่อนจะตอบกลับมา "สำนักแห่งความบริสุทธิ์ได้ร่วมมือกับสำนักเที่ยงธรรมแล้ว ไม่มีอะไรเกินความคาดหมาย...สำนักแห่งความบริสุทธิ์ทำงานให้กับองค์ชายคนที่สอง ข้าคิดว่าม่อหลี่จะต้องเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดนี้แน่"

"ท่านอาจารย์...ม่อหลี่ทำตัวเป็นปรปักษ์กับพวกเรามาโดยตลอด...ทำไมท่านถึงไม่ไปที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะจัดการนางทิ้งโดยตรงเลยล่ะ? "

"เหล่าราชวงศ์ไม่ใช่พวกกระจอกอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ" ลู่โจวได้ตอบกลับไป "แล้วเรื่องที่สองล่ะ? "

"เป็นเรื่องของศิษย์น้องเล็ก" หมิงซี่หยินได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "ในอีกสามวันข้างหน้านี้นางจะมีอายุ 16 ปี ในช่วงอายุ 16 ปีเป็นช่วงเวลาที่ศิษย์คิดว่าน่าจดจำมาก ศิษย์ได้พูดคุยกับศิษย์พี่สาม, ศิษย์น้องห้า และศิษย์น้องแปดแล้ว พวกเราจะทำอะไรบางอย่างกันเพื่อให้ศิษย์น้องเล็กมีความสุข"

ลู่โจวได้ถอนหายใจออกมา 'เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวหยวนเอ๋อก็ได้กลายเป็นวัยรุ่นแล้วสินะ'

ในตอนนั้นเองหยวนเอ๋อก็ได้เข้ามายังศาลาปีศาจลอยฟ้าพร้อมกับคนอื่นๆ

"ท่านอาจารย์"

"ท่านปรมาจารย์"

ลู่โจวได้เหลือบมองพวกเขาทั้งหมด ตัวเขาได้ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นโจวจี้เฟิง "เจ้าไปทำอะไรมากันถึงได้บาดเจ็บแบบนั้น? "

โจวจี้เฟิงรีบโค้งคำนับก่อนที่จะตอบกลับมา "ข้าล้มลง"

ลู่โจวมองไปที่ต้วนมู่เฉิง ตัวเขาไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงแบบนั้นเสื้อผ้าที่ตัวเขาใส่อยู่กับฉีกขาดเสียหาย

ผู้ฝึกยุทธหญิงคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ก็กลัวกว่าที่จะพูดอะไรออกมา

หยวนเอ๋อได้ก้มหัวลงก่อนที่จะยักไหล่และแลบลิ้นออกมาชั่วครู่

"เจ้าเองอย่างงั้นสินะ เจ้าตัวปัญหา! "

หยวนเอ๋อรีบพูดออกมาอย่างหวาดกลัว "ศิษย์ผิดไปแล้วท่านอาจารย์"

ลู่โจวได้แต่ส่ายหัว 'นางจะอายุ 16 ในอีกในไม่ช้านี้ ทำไมนางถึงไม่เคารพผู้ที่มีอายุมากกว่ากัน...เรื่องแบบนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น หลังจากที่ได้อาวุธไปนางก็ทำตัวอุกอาจไม่สนใจอะไร หยวนเอ๋อทั้งขาดความยับยั้งชั่งใจและระเบียบวินัย แม้ว่าพลังวรยุทธที่นางมีจะเอาชนะต้วนมู่เฉิงไม่ได้ แต่ถึงแบบนั้นนางก็ไม่ได้เคารพพวกศิษย์พี่เลย ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปหยวนเอ๋ออาจที่จะไม่เคารพตัวฉันด้วยก็เป็นได้! '

"คุกเข่าลงซะ" ลู่โจวได้พูดออกมา

พรึ๊บ!

โจวจี้เฟิงเป็นผู้ที่คุกเข่าคนแรก เขาได้หันไปทางหยวนเอ๋อก่อนที่จะพูดออกมา "ศิษย์พี่...ข้า ข้าขอโทษจริงๆ "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 192 อาจารย์ที่ดีและการปลดปล่อยตัวตน

คัดลอกลิงก์แล้ว