เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 168 ทางเลือกของศิษย์คนที่แปด

ตอนที่ 168 ทางเลือกของศิษย์คนที่แปด

ตอนที่ 168 ทางเลือกของศิษย์คนที่แปด


ตอนที่ 168 ทางเลือกของศิษย์คนที่แปด

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ซู่ฮ่องกง ศิษย์คนที่แปดมีค่าสำหรับลู่โจวเช่นกัน ตัวเขาสามารถหาแต้มบุญได้จากศิษย์คนนี้ด้วยการสั่งสอนรวมไปถึงการลงโทษ นอกจากนี้แล้วศิษย์คนที่แปดคนนี้ยังแทบไม่เคยก่อกรรมด้วยตัวเองมาก่อน โดยปกติแล้วจะมีแต่ศิษย์คนที่เจ็ดอย่างสีวู่หยานเท่านั้นที่ยุยงให้ศิษย์คนที่แปดคนนี้ทำผิด มีข่าวลือมาว่าสำนักแห่งความมืดมีหน่วยข่าวกรองอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เพราะแบบนั้นการจะจับศิษย์คนที่เจ็ดได้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นลู่โจวในตอนนี้มีเรื่องเร่งด่วนอื่นที่จะต้องทำ ตัวเขาจำเป็นจะต้องเพิ่มพลังวรยุทธของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้ง มีข่าวลือมากมายหลายอย่างว่าตัวเขากำลังจะสิ้นอายุขัยในอีก 10 ปีต่อจากนี้ ทุกคนที่รอให้เขาใกล้ตายจะต้องบุกมาอีกแน่

ในความเป็นจริงแล้วเป็นเพราะความโลภของมนุษย์ จะต้องมีคนที่ไม่รอให้ถึง 10 ปีซะด้วยซ้ำ เป็นไปได้ว่าจะต้องมีใครอีกหลายคนด้วยกันลงมือโจมตีศาลาปีศาจลอยฟ้าเพื่อที่จะหวังครอบครองสมบัติล้ำค่าทั้งหมดไป บางทีอาจจะเป็น 5 ปี 7 ปี หรือ 8 ปีต่อจากนี้ ท้ายที่สุดแล้วคนส่วนใหญ่จะต้องคิดว่าพลังวรยุทธของปรมาจารย์มหาวายร้ายคนนี้กำลังถดถอยลงจนไร้เรี่ยวแรง

ดังนั้นในตอนนี้ลู่โจวจะต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองซะก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในอนาคตจะมีผู้ฝึกยุทธอีกกี่คนหลั่งไหลมาหาตัวเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อถึงเวลานั้นการจะพึ่งพาของอย่างการ์ดวิเศษพวกนี้คงจะไม่เพียงพอแน่

หลังจากนั้นไม่นานลู่โจวก็ได้เหลือบมองไปที่หมิงซี่หยินก่อนที่จะพูดขึ้น "เจ้านั่นโชคดีที่หนีออกมาจากแท่นบูชาหยกเขียวได้ ข้าคิดว่าเจ้าเจ็ดจะต้องวางแผนอะไรบางอย่างถึงส่งจดหมายนั่นมา เจ้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ซะ"

เมื่อหมิงซี่หยินได้ยินแบบนั้นเขาก็ได้ตอบรับในทันที "ครับท่านอาจารย์! ศิษย์จะทำงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงเอง"

"ศิษย์น้องสี่ ข้าคิดว่าคงจะดีกว่าถ้าหากให้ข้าไปกับเจ้าด้วย แม้ว่าศิษย์น้องแปดอาจจะดูโง่ แต่ถึงแบบนั้นเจ้านั่นก็ยังมีเล่ห์เหลี่ยมมากอยู่ดี"

"ไม่จำเป็นจะต้องแหวกหญ้าให้งูตื่นหรอกศิษย์พี่ ข้าจะลองตรวจสอบเรื่องราวของศิษย์น้องเจ็ดไปด้วย...ถ้าหากโอกาสอันดีมาถึงพวกเราจะต้องจับศิษย์น้องทั้งสองคนกลับมาได้แน่" หมิงซี่หยินได้ตอบกลับไป

ต้วนมู่เฉิงที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างหดหู่ "ถ้าหากเจ้าไปแล้วละก็ ข้าก็คงจะไม่มีคู่ซ้อมมือ..." ผู้อาวุโสฮั๊วในตอนนี้ได้รับบาดเจ็บและยังพักฟื้นอยู่ เพราะแบบนั้นต้วนมู่เฉิงจึงไม่กล้าที่จะไปท้าประลองด้วย ส่วนศิษย์น้องอย่างหยวนเอ๋อยังมีวรยุทธอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น นอกจากนี้นางยังไม่มีอาวุธระดับสรวงสวรรค์อีกด้วย เพราะแบบนั้นคงจะไม่เหมาะเท่าไหร่ นอกจากนี้ฝานซง, โจวจี้เฟิง พวกเขาทั้งสองก็ไม่ต่างอะไรจากหยวนเอ๋อ ส่วนสาวกศาลาปีศาจลอยฟ้าคนใหม่อย่างเล้วลั่ว อดีตผู้นำของเหล่าอัศวินดำในตอนนี้บาดเจ็บสาหัส การประลองกับเขาคงจะไม่มีความหมายอะไร

หมิงซี่หยินได้กลอกตากลับมาก่อนที่จะพูดขึ้น "ไม่มีใครเหมาะสมที่จะประมือกับศิษย์พี่อีกแล้ว ข้าว่านอกเหนือจากการฝึกฝนการต่อสู้ก็ยังจะพอมีสิ่งอื่นให้ฝึก ศิษย์พี่ลองฝึกใช้สมองให้บ่อยขึ้นจะดีกว่า! "

รถม้าล่องเมฆาใช้เวลาไม่นานมากนักก็กลับมาถึงศาลาปีศาจลอยฟ้าได้

หมิงซี่หยินที่มาถึงได้ออกจากภูเขาทองไปตามคำสั่งของลู่โจว ตัวเขาในตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังหุบเขาพยัคฆ์นั่นเอง

ภายในฐานที่มั่นของหุบเขาพยัคฆ์

ซู่ฮ่องกงในตอนนี้กำลังนั่งหลับสนิทอยู่บนเก้าอี้ตัวโปรด

หมิงซี่หยินคุ้นเคยกับพื้นที่โดยรอบของหุบเขาพยัคฆ์แล้วหลังจากที่ได้มาเยือนในครั้งก่อน ตัวเขาที่มาถึงได้ตะโกนออกมาจากด้านนอกของฐานที่มั่น "ศิษย์น้องแปด! ข้ากลับมาแล้ว! " เสียงของหมิงซี่หยินได้ดังไปทั่วทั้งภูเขา

ซู่ฮ่องกงที่กำลังหลับสนิทได้ยินเสียงก็ได้สะดุ้งตื่นตกใจ ซู่ฮ่องกงเกือบที่จะตกเก้าอี้

"ใคร...ใครกัน? อาจารย์อย่างงั้นหรอ? ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่อย่างงั้นหรอ? " ซู่ฮ่องกงรีบลุกขึ้นมาก่อนที่จะมองไปรอบตัว

เหล่าสาวกของหุบเขาพยัคฆ์ต่างก็วิ่งเข้ามาหาผู้เป็นหัวหน้า

"ท่านหัวหน้า! "

"หนีเร็วเถอะครับ ท่านหัวหน้า! "

พลังวรยุทธของเหล่าสาวกหุบเขาพยัคฆ์นั้นตื้นเขินจนเกินไป พวกเขาทั้งหมดไม่ใช่คู่มือของหมิงซี่หยินด้วยซ้ำไป แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีคนที่จดจำหมิงซี่หยินได้อยู่ สาวกคนนั้นไม่ได้วิ่งหนีหายไปไหน

หมิงซี่หยินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปรากฏตัวต่อหน้าทุกๆ คน "หลีกทางไปซะ"

ฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดกันได้หลีกทางไปในทันที

"ศิษย์พี่สี่อย่างงั้นหรอ? " ซู่ฮ่องกงขยี้ตา หลังจากฟื้นคืนสติได้เขาก็ได้พูดออกมาอย่างมั่นใจอีกครั้ง "ลมอะไรพัดพาให้ศิษย์พี่เดินทางมาถึงที่นี่ได้? "

หมิงซี่หยินเดินตรงมาหา ในตอนนั้นซู่ฮ่องกงก็รีบลุกจากเก้าอี้

หมิงซี่หยินได้พูดขึ้น "เจ้าไม่คิดที่จะต้อนรับแขกอย่างข้าหน่อยหรอ? "

"มันก็แค่พิธีรีตองเท่านั้นศิษย์พี่...ศิษย์พี่อย่าได้คิดมากไปเลย" ซู่ฮ่องกงได้ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม

หมิงซี่หยินไม่รีบร้อนอะไร ตัวเขาได้หันไปมองรอบๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น "ฐานที่มั่นของเจ้าดูเหมือนจะกลับมาเป็นเหมือนกับฐานที่มั่นก่อนหน้านี้แล้วสินะ"

"แน่นอนศิษย์พี่! สาวกของข้ามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ" ซู่ฮ่องกงได้ตอบกลับมาในทันที

"ศิษย์น้องเจ็ดได้ส่งจดหมายมาให้ท่านอาจารย์ เจ้านั่นได้บอกเอาไว้ว่าสำนักแห่งความบริสุทธิ์กำลังจะโจมตีเจ้า เจ้าไม่กลัวเลยอย่างงั้นหรอ? "

ซู่ฮ่องกงตกใจ ในตอนนั้นเขาก็รีบพูดขึ้นมาในทันที "ไม่มีทาง! เจ้าพวกนั้นมาตามล่าข้าเนี่ยนะ? "

"ทำไมเจ้าถึงประหลาดใจกัน? เจ้าเป็นคนที่สังหารจางฉุนไหลผู้อาวุโสจากสำนักเที่ยงธรรมไปกับมือ เจ้าคิดว่าสำนักฝ่าธรรมะพวกนั้นจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ อย่างงั้นหรอ? "

"แต่ท่านเองก็ฆ่าผู้อาวุโสจากสำนักเที่ยงธรรมจางฉิวชูไปไม่ใช่หรอ? "

"หยุดเล่นลิ้นได้แล้ว! " หมิงซี่หยินที่พูดจบก็ได้เตะไปที่ซู่ฮ่องกง

ซู่ฮ่องกงไม่คิดที่จะหลบหรือตอบโต้แต่อย่างใด ตัวเขาได้แต่คุกเข่าลงอย่างเชื่อฟัง

ในตอนนั้นเองที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า

"ติ้ง! สั่งสอนศิษย์คนที่แปดสำเร็จ ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 100"

ลู่โจวได้พยักหน้าออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนเมื่อครู่

ย้อนกลับไปที่หุบเขาพยัคฆ์

"แม้ว่าสำนักเที่ยงธรรมจะแห่งกันมาทั้งหมดแต่เจ้าพวกนั้นกลับทำอะไรเจ้าไม่ได้...เจ้าให้ใครช่วยปกป้องตัวเจ้ากันแน่? ศิษย์พี่ใหญ่อย่างงั้นหรอ? หรือศิษย์พี่รองล่ะ? หรือว่าศิษย์น้องเจ็ดที่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในที่ไหนสักแห่งภายในโลกแห่งนี้? " หมิงซี่หยินได้ถามซู่ฮ่องกงออกมารั่วๆ

ใบหน้าของซู่ฮ่องกงก้มต่ำลง ในตอนนั้นเองตัวเขาก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา แม้ว่าตัวเขาจะต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเป็นบางครั้งแต่ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็ยังดูถูกตัวเขาอยู่ดี

หมิงซี่หยินที่ไม่ได้คำตอบอะไรได้ส่ายหัวก่อนที่จะพูดต่อไป "ศิษย์น้องแปด บอกความจริงข้ามาจะดีกว่า...คราวนี้เจ้าวางแผนอะไรกับศิษย์น้องเจ็ดเอาไว้? "

"ไม่มีอะไร! ไม่มีอะไรเลยจริงๆ! ให้ข้าสาบานต่อหน้าสวรรค์ก็ย่อมได้" ซู่ฮ่องกงพูดออกมาอย่างเร่งรีบ

ทำไมภาพแบบนี้ถึงดูคุ้นตาจริงๆ?

'เจ้านี่สาบานไปแล้วกี่ครั้งกัน? '

"ศิษย์น้องแปด ถ้าหากบอกทุกอย่างมามันก็จะดีกับตัวเจ้าเอง ในตอนนี้สถานการณ์ที่เจ้ากำลังเจออยู่อันตรายมาก...ถ้าหากศิษย์น้องเจ็ดไม่ช่วยเจ้า ครั้งนี้เจ้าก็คงจะไม่สามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ตอนนี้พวกเรากำลังพูดถึงสำนักแห่งความบริสุทธิ์ นอกเหนือจากศาลาปีศาจลอยฟ้าแล้วก็คงจะไม่มีใครช่วยเจ้าได้อีกต่อไป ฟังคำแนะนำของข้าซะ เจ้าน่ะกลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าและกลับเนื้อกลับตัวซะ" หมิงซี่หยินได้พูดขึ้น

"กลับตัวกลับใจ? " ซู่ฮ่องกงสั่นไปทั้งตัว ใบหน้าของเขาในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ถ้าหากข้าทำแบบนั้นจริง ท่านอาจารย์คงไม่ถลกหนังข้าออกมาทั้งตัวเลยอย่างงั้นหรอ? "

หมิงซี่หยินได้เอามือไขว้หลังก่อนที่จะพูดออกมา "เป็นไปได้เหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าทุกวันนี้ท่านอาจารย์กำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อเป็นแบบนั้นจริงมันก็ขึ้นอยู่กับโชคของเจ้าแล้วล่ะ ถ้าหากท่านอาจารย์อารมณ์ไม่ดีขึ้นมาในตอนที่เจ้ากลับไป ข้าก็คงจะช่วยอะไรเจ้าไม่ได้"

หมิงซี่หยินนึกถึงตอนที่ซู่จินฉานมาเยือนในตอนนั้นลี่ฉิงหนึ่งในสามเทพแห่งมือธนูผู้ที่เป็นสมาชิกของอัศวินดำ เขาคนนั้นถูกผู้เป็นอาจารย์จัดการไปโดยใช้แค่ฝ่ามือเดียว

"เอ่อ...ถ้าหากรู้แบบนั้นแล้วท่านยังจะโน้มน้าวให้ข้ากลับไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้าเพื่อกลับตัวกลับใจอีกอย่างงั้นหรอ? "

"เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องนี้! " หมิงซี่หยินพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม "เจ้าไม่ควรจะรอให้อาจารย์ต้องเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง...เร็นบู้ผิง เจ้าสำนักของวิหารปีศาจถูกท่านอาจารย์สังหารโดยใช้เพียงแค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้น"

"อะไรกัน!? " ซู่ฮ่องกงยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้นเมื่อได้ยินเรื่องนี้ ถ้าหากเขากลับไปจริงๆ ตัวเขาจะไม่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เลยอย่างงั้นหรอ?

หมิงซี่หยินยังคงพูดต่อไป ตัวเขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าซู่ฮ่องกงจะดื้อด้านได้ถึงขนาดนี้ ดูเหมือนว่าศิษย์น้องเจ็ดจะสามารถล้างสมองศิษย์น้องคนนี้จนสำเร็จได้

"ถ้าหากเจ้าไม่อยากที่จะกลับไปกับข้าก็ไม่เป็นไร บอกมาซะว่าที่ตั้งสำนักแห่งความมืดตั้งอยู่ที่ไหนกัน..."

"มณฑลยี่"

"พูดให้มันแคบกว่านี้สิเจ้าโง่! " หมิงซี่หยินได้พูดออกมาอย่าหงุดหงิดก่อนที่จะเตะไปที่ซู่ฮ่องกงอีกครั้ง

"ข้าเองก็ไม่รู้ ศิษย์พี่เจ็ดมักจะปกปิดการเคลื่อนไหวของตัวเอง ถ้าหากข้าสามารถหาศิษย์พี่เจ็ดเจอได้ง่ายๆ จริง ข้าก็คงไม่ต้องกลัวสำนักแห่งความบริสุทธิ์หรอกศิษย์พี่" ซู่ฮ่องกงได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียใจ

"ฝันไปเถอะ เจ้าคิดว่าศิษย์น้องเจ็ดสามารถทำได้ทุกอย่างเลยอย่างงั้นหรอ? "

เสียงของหมิงซี่หยินได้ดังไปทั่วทั้งฐานที่มั่น

ในระหว่างที่ความเงียบงันกำลังเกิดขึ้น ในตอนนั้นเองหมิงซี่หยินก็ได้หันกลับไปมองผู้มาเยือนคนใหม่

"ศิษย์? "

"ศิษย์น้องเจ็ดอย่างงั้นหรอ? "

สีวู่หยาได้ยิ้มให้กับทั้งสองคนในระหว่างที่เดินมา ตัวเขาได้สวมเสื้อคลุมยาว บนหัวของเขาสวมใส่มงกุฎสีทองอยู่ ชุดที่สีวู่หยาได้สวมใส่ดูเป็นพิธีการมากกว่าครั้งไหนๆ สีวู่หยาที่เดินมาถึงก็ได้คารวะหมิงซี่หยินในทันที "สวัสดีครับศิษย์พี่สี่..."

หมิงซี่หยินไม่ได้รู้สึกชอบหน้าสีวู่หยามากนัก ตัวเขามองไปที่สีวู่หยาก่อนที่จะนั่งลง "เจ้ากล้ามากที่มาถึงที่นี่และแสดงตัวเองออกมาแบบนี้? "

"ถ้าหากท่านอาจารย์ไม่มาที่นี่ ก็ไม่มีเหตุผลเลยที่ข้าจะไม่แสดงตัว เพราะเป็นศิษย์พี่สี่ ข้าก็เลยแสดงตัวออกมายังไงล่ะ..."

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 168 ทางเลือกของศิษย์คนที่แปด

คัดลอกลิงก์แล้ว