เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 166 ไม่มีใครทำอะไรข้าได้

ตอนที่ 166 ไม่มีใครทำอะไรข้าได้

ตอนที่ 166 ไม่มีใครทำอะไรข้าได้


ตอนที่ 166 ไม่มีใครทำอะไรข้าได้

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

"ถ้าหากตัดสินจากอารมณ์ของปรมาจารย์มหาวายร้ายนั่น เขาคงจะฆ่าเหวยซู่เหลนอย่างไม่ลังเลแน่นอน...แต่ถึงแบบนั้นพวกเราก็ควรจะเตรียมการรับมือกับเรื่องที่ไม่คาดฝันด้วย" หญิงสาวคนนั้นพูดเสนอแนะขึ้น

เหวนซู่หยานที่ได้ฟังแบบนั้นได้พูดออกมาอย่างร่าเริง "ไม่จำเป็นจะต้องกังวลไปหรอก ข้าน่ะเป็นถึงแม่ทัพสูงสุดของสามกองทัพ ถ้าหากข้าตายไปทุกคนเองก็จะต้องตายไปกับข้าด้วย! " ถ้าหากตัดสินใจจากคำพูดของเหวนซู่หยาน เขาคนนี้จะต้องยอมทำทุกทางเพื่อที่จะหาทางรอด แม้ว่าจะต้องเบียดเบียนคนอื่นมากแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้วเหวยซู่หยานก็จะทำ

เหวยซู่หยานหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ "จิงอี้ เจ้าน่ะอยู่กับข้ามานานหลายปีแล้ว ข้ารู้ดีว่าเจ้าน่ะเป็นคนระมัดระวังตัวแค่ไหน การระมัดระวังตัวมันก็ดีอยู่หรอกแต่เจ้าน่ะระมัดระวังตัวมากเกินไปแล้วนะ..."

"ท่านพูดถูกแล้วท่านแม่ทัพ"

"เจ้าน่ะลืมบทเรียนก่อนหน้านี้ไปแล้วอย่างงั้นหรอ? ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายองค์ที่สองกับม่อหลี่นั้นไม่ธรรมดาเลย" เหวยซู่หยานได้พูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

"ข้าคงจะคิดมากไปเอง"

เหวยซู่หยานรีบลุกขึ้นยืนก่อนที่จะสำรวจทะเลสาบที่อยู่ตรงหน้า "เหลือเวลาอีกกี่ปีกันที่ปรมาจารย์มหาวายร้ายนั่นจะสิ้นอายุขัย? ข้าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ฝึกฝนตัวเองอย่างสันโดษที่ใจกลางทะเลสาบตะวันฟ้าแห่งนี้ เมื่อถึงตอนนั้นเวลากว่า 10 ปีก็จะผ่านพ้นไปเพียงพริบตา ยังไงซะปรมาจารย์มหาวายร้ายนั่นจะต้องยุ่งอยู่กับเรื่องตัวเองกับอายุขัยที่เหลืออยู่ เจ้านั่นคงไม่มีเวลามาตามหาตัวข้าแน่"

มีข่าวลือที่ว่ากันว่าปรมาจารย์มหาวายร้ายจะมีอายุขัยอยู่ได้ไม่เกิน 10 ปี ยิ่งไปกว่านั้นพลังวรยุทธของเขาก็จะยิ่งเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ ตามอายุขัยที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีใครจากยุทธภพบุกขึ้นศาลาปีศาจลอยฟ้าในตอนนั้น ที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่ามากมาย เมื่อเวลานั้นมาถึงศาลาปีศาจลอยฟ้าก็จะล่มสลายและไม่สามารถไปต่อได้

เหวยซู่หยานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "แค่สิบปีเท่านั้น! รอเอาไว้ได้เลย! ไม่มีใครทำอะไรข้าได้แน่! " เสียงของเหวยซู่หยานที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยพลังลมปราณ เพราะแบบนั้นเองที่ผิวน้ำของทะเลสาบแห่งนี้จึงกระเพื่อมไปมา

"เป็นแผนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ท่านแม่ทัพ" หลี่จิงอี้ได้โค้งคำนับให้เล็กน้อย

เหวยซู่หยานได้เหลือบมองไปที่หลี่จิงอี้ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยความยินดี "แล้วมีเรื่องอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับองค์ชายองค์ที่สองไหม? "

"ฝ่าบาททรงเสียพระทัยมากที่ได้ยินว่าท่านเดินทางไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้าก็เพื่อที่จะยอมรับผิด พระองค์อยากที่จะจัดตั้งกองทัพปราบศาลาปีศาจลอยฟ้าอีกครั้งแต่ถึงแบบนั้นม่อหลี่ก็ได้ห้ามฝ่าบาทเอาไว้ก่อน"

"แสดงละครได้ดีเลยนิ" เหวยซู่หยานได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "แล้วมีใครรู้เรื่องที่อยู่ของพวกเราอีกไหม? " เรื่องนี้เองเป็นเรื่องที่เหวยซู่หยานเป็นกังวลมากที่สุด

หลี่จิงอี้ตอบกลับไป "ไม่ต้องกังวลไปท่านแม่ทัพ นอกเหนือจากทหารคนสนิทของท่านทั้งสี่, ตัวท่านแล้วก็ข้า ไม่มีใครรู้ที่อยู่ของท่านได้อย่างแน่นอน! "

"ดีมาก" เหวยซู่หยานได้พยักหน้าก่อนที่จะพูดต่อไป "แม้ว่าจะมีคนมาหาข้าถึงที่ทะเลสาบตะวันฟ้าแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ข้าก็เหมือนกับเสือที่ติดปีก..." ที่เหวยซู่หยานพูดแบบนี้เป็นเพราะตัวเขามั่นใจในพลังวรยุทธที่มีมาก พลังร่างอวตารดอกบัว 7 กลีบของเหวยซู่หยานจะต้องไม่แพ้ใครง่ายๆ แน่

เหวยซู่หยานรู้สึกพึงพอใจในแผนการของตัวเขามาก เขาชี้ไปยังที่ท้องฟ้าอันไกลโพ้นก่อนที่จะพูดออกมา "จิงอี้ เจ้าไม่คิดว่าวิวทิวทัศน์ที่นี่มันน่าจ้องมองมากไปหน่อยอย่างงั้นหรอ? "

"ถูกแล้วค่ะท่านแม่ทัพ"

"ดูนั่นสิแม้แต่ดาวตกเองก็ยังตกลงมาหาพวกเรา..."

ในท้องฟ้าไกลแสนไกล ในตอนนั้นเองก็ได้มีแสงอะไรบางอย่างพุ่งตรงมาหาพวกเขา

หลี่จิงอี้เงยหน้าขึ้นมอง ถึงแม้ว่าเธอจะชอบวางแผนแต่ถึงแบบนั้นเธอก็เหมือนกับเด็กผู้หญิงทั่วไป ในฐานะที่เป็นเด็กผู้หญิงเธอเองก็อยากที่จะเห็นดาวตกเช่นกัน แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเธอก็ได้แต่ขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

ดาวตกที่เห็นเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดาวตกที่เห็นดูไม่เหมือนกับอุกกาบาตธรรมดาๆ ท้ายที่สุดแล้วถ้าหากเป็นอุกกาบาตธรรมดามันจะต้องหายไปอย่างรวดเร็วแล้ว

หลี่จิงอี้ได้พูดพร้อมกับขมวดคิ้ว "ท่านแม่ทัพ มีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง"

"ฮะ? "

"นั่นมันดูเหมือนกับรถม้าลอยฟ้ามากกว่า..."

"รถม้าลอยฟ้าอย่างงั้นหรอ? " ดวงตาของเหวยซู่หยานเบิกกว้างทันทีเมื่อหันกลับไปมอง ในตอนนี้ดาวตกที่ตัวเขาเคยคิดเอาไว้ได้เข้าใกล้มาแล้ว สุดท้ายแล้วดาวตกที่เห็นมันไม่มีจริง ที่เห็นมาโดยตลอดก็คือรถม้าลอยฟ้านั่นเอง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมีรถม้าลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่แบบนี้ได้ รถม้าลอยฟ้าที่ท่องไปทั่วยุทธภพมาแล้ว

ในตอนนั้นเองทหารคนหนึ่งก็ได้ออกมาจากกระท่อมก่อนที่จะโค้งคำนับ "ท่านแม่ทัพ พวกเราตรวจพบรถม้าลอยฟ้าของศาลาปีศาจลอยฟ้า...ท่านแม่ทัพโปรดทำตามแผนอพยพของพวกเราด้วย! "

เหวยซู่หยานได้ส่ายหัวก่อนที่จะพูดขึ้น "ไม่จำเป็นหรอก"

"ท่านแม่ทัพ? "

"ศาลาปีศาจลอยฟ้ารู้ที่อยู่ของข้าได้ยังไงกัน? การจะมาที่หุบเขาตะวันฟ้าได้เจ้าพวกนั้นจะต้องเดินทางมาที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ก่อนสิ..." เหวยซู่หยานได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ

หลี่จิงอี้ได้โค้งคำนับก่อนที่จะพูดขึ้น "ข้าคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติไป การจะซ่อนตัวเอาไว้ไม่ให้ใครเห็นก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่ซะทีเดียวท่านแม่ทัพ..."

"เจ้าคิดว่าข้ากลัวศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างงั้นหรอ?! "

จากจุดที่ทั้งสองคนยืนอยู่ในตอนนี้รถม้าลอยฟ้ายังอยู่อีกไกลมาก ไม่ว่าจะสายตาดีแค่ไหนก็เป็นไปได้เลยที่จะมองเห็นรายละเอียดรถม้าจากระยะนี้

ยิ่งไปกว่านั้นเหวยซู่หยานยังเป็นผู้มีพลังร่างอวตารดอกบัว 7 กลีบ ถ้าหากปรมาจารย์มหาวายร้ายไม่ได้อยู่รถม้าแล้วตัวเขาคิดที่จะหนีจริงๆ ในฐานะที่เป็นแม่ทัพใหญ่ตัวเขาจะไปมีหน้าสั่งการกองทัพทั้งสามทัพใหญ่ต่อไปในอนาคตได้ยังไงกัน? ด้วยเหตุนี้เองทำให้เหวยซู่หยานคิดที่จะยืนรอต่อไปอย่างภาคภูมิใจ

รถม้าล่องเมฆาได้ชะลอตัวลง

เหวยซู่หยานได้ชี้ไปยังรถม้าก่อนที่จะพูดขึ้น "ตามที่ข้าได้คาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด"

"ท่านแม่ทัพฉลาดหลักแหลมจริงๆ! "

"ท่านแม่ทัพฉลาดหลักแหลมจริงๆ! "

ลูกน้องทั้งสองคนของเหวยซู่หยานต่างก็โค้งคำนับพร้อมกับพูดเยินยอให้กับผู้เป็นเจ้านาย

รถม้าล่องเมฆาชะลอตัวลงและก็ไม่คิดที่จะลดระดับลงสู่พื้นดิน

ในขณะที่พรรคพวกของเหวยซู่หยานกำลังถอนหายใจกัน ในตอนน้้นเองกลุ่มแสงสีทองที่ได้เคลือบรถม้าล่องเมฆาเอาไว้ก็ได้ส่องสว่างขึ้นมา

หนึ่งในลูกน้องของเหวยซู่หยานได้หรี่ตาลงก่อนที่จะพูดขึ้น "นั่นมันอะไรกัน? "

แสงสีทองที่ดูเหมือนกับใบไม้ได้ร่วงหล่นลงสู่ทะเลสาบหุบเขาตะวันฟ้า ในเวลาเดียวกันนั้นเองก็มีพลังแสงสีทองที่ดูเหมือนกับใบไม้ใบอื่นๆ ร่วงหล่นตามมา

"นี่มันแย่แล้ว! นี่มันผนึกแห่งเต๋า! "

แสงสีทองแสงแรกได้ขยายใหญ่ขึ้นมาเรื่อยๆ ในตอนนี้มันสูงเทียบเท่ากับความสูงของต้นไม้แล้ว ในที่สุดพลังแสงสีทองก็ได้เปิดเผยให้กับทุกๆ คนได้เห็นว่ามันคืออะไร

พลังแสงสีทองได้ล้อมรอบร่างกายของชายคนหนึ่งเอาไว้ ตัวหนังสือที่ล้อมรอบผู้ชายคนนั้นแสดงให้เห็นถึง 'พลัง' ของชายที่อยู่ตรงหน้าได้เป็นอย่างดี เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของผู้มาเยือนก็คือเหวยซู่หยานนั่นเอง

เหวยซู่หยานรู้สึกตกใจมาก นั่นหมายความว่าแผนการทั้งหมดที่ตัวเขาได้อุส่าวางแผนมาล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า เหวยซู่หยานรีบยกมือขึ้นมาก่อนที่จะป้องกันการโจมตีเอาไว้ด้วยพลังวรยุทธที่มี

ตู๊ม!

พลังผนึกมณีโดดเดี่ยวได้ทำให้เหวยซู่หยานลอยกระเด็นกลับไป

ตู๊ม!

เหวยซู่หยานได้พุ่งไปชนกับกระท่อมกลางทะเลสาบ ในตอนนั้นเองมันก็ได้พลังทลายลงมาในทันที

ในเวลาเดียวกันลูกน้องทั้งสองคนของเหวยซู่หยานเองก็ถูกโจมตีจนกระเด็นลอยไปด้วยเช่นกัน

ก่อนที่จะได้ทำอะไรเหวยซู่หยานก็ถูกพลังสีทองล้อมรอบเอาไว้ซะก่อน พลังที่ล้อมรอบตัวเขาเอาไว้ก็คือพลังผนึกสมบัติสายฟ้าแลบ

ตู๊ม!

เหวยซู่หยานกระเด็นถอยห่างไปอีกครั้ง ในตอนนี้สีหน้าของเขาโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทุกที ตัวเขาได้รวบรวมพลังลมปราณตัวเองครั้งใหญ่

พลังร่างอวตารแห่งร้อยวิถี!

เมื่อเหวยซู่หยานตัดสินใจใช้พลังร่างอวตาร ในตอนนั้นเองพลังร่างอวตารแห่งร้อยวิถีก็ได้ปรากฏตัวขึ้น

"ท่านแม่ทัพ! "

"ท่านแม่ทัพ! "

เหล่าทหารทั้งสี่รวมไปถึงหลี่จิงอี้ที่เห็นเหวยซู่หยานถูกโจมตีจนต้องกระเด็นลอยไปต่างก็มีสีหน้าที่หวาดกลัวขึ้นมาทันที พวกเขาทั้งหมดไม่อยากจะเชื่อว่าเหวยซู่หยานแม่ทัพหลวงคนนี้จะถูกโจมตีอย่างง่ายดายแบบนี้

"ยังมีอีก! รับนี่ไปซะ! " ใครบางคนได้ตะโกนกู่ร้องออกมา

พลังผนึกแห่งเต๋าได้เริ่มหลอมรวมกันจนดูคล้ายกับ 'ใบไม้' อีกครั้ง มันเริ่มเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบราวกับฝูงนกกระเรียนที่กำลังเรียงรายเพื่อที่จะอพยพไปยังดินแดนทางใต้

พลังผนึกที่อยู่ในรูปของใบไม้ได้เรียงตัวกัน จากหนึ่งใบเป็นสองใบ จากสองใบเป็นสามใบ จนท้ายที่สุดแล้วมันก็รวมตัวกันได้จนมีมากถึง 7 ใบ ใบไม้แต่ละใบเป็นตัวแทนของพลังพลังผนึกทั้ง 7 ที่ทรงพลังมหาศาลนั่นเอง มันมีทั้งผนึกแห่งความลึกลับภายนอก, ผนึกทั้งแปดภายใน, ผนึกไร้พันธนาการ, ผนึกแห่งอนุสรณ์, ผนึกแปดทิศ, ผนึกน้ำเต้าวิเศษ และผนึกแห่งดวงตะวัน

พลังผนึกทั้ง 9 ดูเหมือนจะมีดวงตาเป็นของตัวเอง พลังทั้งหมดไม่ได้สนใจอะไรเหล่าทหารรวมไปถึงหลี่จิงอี้ พลังทั้งหมดได้ตรงไปที่กระท่อมที่ถูกพังทลายไปเมื่อครู่นี้

ตู๊ม!

"พลังฝ่ามือทั้งเก้า! นี่มันปรมาจารย์นักบวชชาวพุทธอย่างงั้นหรอ? " ทหารทั้งสี่ต่างก็ตกใจกลัว แม้ว่าพวกเขาจะเป็นทหารระดับสูงแต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็ไม่อาจที่จะต้านทานสุดยอดกระบวนท่าอย่างพลังฝ่ามือทั้งเก้าได้ ในโลกของยุทธภพแห่งนี้ใครกันที่จะกล้าขวางทางพลังฝ่ามือทั้งเก้าได้?

"ตามไปเร็วเข้า! พวกเราจะปล่อยให้ท่านแม่ทัพตายไม่ได้! " หลี่จิงอี้เป็นคนแรกที่รู้สึกตัวได้ทัน เธอรีบวิ่งไปยังจุดที่พลังฝ่ามือทั้งเก้ากำลังจะบินไป

ที่ทะเลสาบตะวันฟ้าถูกล้อมรอบไปด้วยป่าทึบ เหวยซู่หยานในตอนนี้ถูกซัดจนกระเด็นลอยหายไปในป่า

ถ้าหากไม่มีคนเห็นสิ่งนี้กับตาตัวเองก็คงจะไม่มีใครเชื่อว่าสิ่งที่เห็นนี้เป็นเพียงแค่พลังของคนคนเดียว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 166 ไม่มีใครทำอะไรข้าได้

คัดลอกลิงก์แล้ว