เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 161 ข้ารู้แผนของเจ้าดี

ตอนที่ 161 ข้ารู้แผนของเจ้าดี

ตอนที่ 161 ข้ารู้แผนของเจ้าดี


ตอนที่ 161 ข้ารู้แผนของเจ้าดี

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

หยวนเอ๋อเองก็ไม่ไว้ใจเช่นกัน "ศิษย์เองก็คิดว่าเจ้านี่จะต้องวางแผนอะไรเอาไว้แน่"

ลู่โจวเองหยุดเดินกลางคันก่อนที่จะพูดขึ้น "แล้วเจ้าต้องการอะไร? "

หมิงซี่หยินโค้งคำนับลู่โจวก่อนที่จะเดินไปหาเหวยซู่หยาน "เหวยซู่หยาน เจ้าน่ะกล้าหาญมาก"

เหวยซู่หยานที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ถามกลับมา "ข้าไม่ค่อยความหมายที่ท่านพูดเท่าไหร่"

"เอาล่ะ...พอได้แล้ว ข้าน่ะรู้แผนการของเจ้าทั้งหมดแล้ว...แผนการของเจ้าน่ะมันน่าเบื่อเต็มทีแล้วล่ะ" หมิงซี่หยินส่ายหัว

"ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าท่านหมิงซี่หยินต้องการที่จะพูดถึงอะไรกัน" ท่าทางของเหวยซู่หยานในตอนนี้แตกต่างกับท่าทางตอนที่ตัวเขาเพิ่งจะมาถึงอย่างเห็นได้ชัด

"เจ้าน่ะเป็นถึงแม่ทัพหลวงผู้คุมทหารทั้ง 3 กองทัพเอาไว้ เป็นถึงชายผู้คุมอำนาจทางการทหารเอาไว้ เจ้าน่ะมาที่นี่ก็เพื่อที่จะไถ่บาปอย่างงั้นหรอ? " หมิงซี่หยินที่ได้พูดเสร็จก็ได้หัวเราะออกมา

เหวยซู่หยานส่ายหัวก่อนที่จะถอนหายใจออกมา "ทุกวันนี้ข้าได้กินนอนลำบากขึ้นทุกวัน ข้าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด สิ่งนี้ทำให้ข้าต้องเป็นกังวลอยู่ทุกค่ำคืน...ข้าน่ะไม่อาจที่จะฝืนขัดขืนมันได้เลย...เรื่องของหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์เป็นความผิดของข้าเพียงคนเดียว ข้าจะต้องแบกรับผลจากการกระทำของตัวเอง ศาลาปีศาจลอยฟ้าจะทรมานหรือจะเอาชีวิตข้าก็แล้วแต่เลย"

"..." หมิงซี่หยินผงะ 'เจ้านี้ทำเป็นพูดดี เขาพยายามที่จะทำให้ข้าไขว้เขวอย่างงั้นหรอ? ยิ่งไปกว่านั้นความตั้งใจของเจ้านี้ดูแน่วแน่มากอีกด้วย'

"เจ้าจะไม่คิดจะขอความเมตตาเลยอย่างงั้นหรอ? "

"ข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะขอความเมตตาหรอก ตั้งแต่ที่ข้ามาที่นี่ข้าก็ไม่ได้คิดเรื่องการมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วล่ะ แต่ไม่ว่าจะยังไงข้ามีคำขอที่จะขอ 1 ข้อ"

"เจ้าจะขออะไรกัน? "

"ช่วยจบชีวิตของข้าด้วย"

ความเงียบได้ปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ชาวศาลาปีศาจลอยฟ้าจะได้ยินคำขออะไรแบบนี้

นับตั้งแต่ที่พวกศาลาปีศาจลอยฟ้าขับไล่ยอดฝีมือทั้งสิบออกไปได้ ซู่จินฉานแห่งวิหารปีศาจ, ฝานซุยเหวินหัวหน้าอัศวินดำ, หรือฮั๊ววู่เด๋าที่มาที่นี่เพราะเจตจำนง ไม่มีใครสักคนที่ร้องขอเหมือนกับเหวยซู่หยานคนนี้

ความตั้งใจของเหวยซู่หยานได้ทำให้ทุกคนรู้สึกสับสน

ยิ่งเขาถ่อมตัวมากเท่าไหร่หมิงซี่หยินเองก็ยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้นเท่านั้น

หมิงซี่หยินได้เดินตรงไปที่เหวยซู่หยานก่อนที่จะพูดออกมาด้วยเสียงที่แหบห้าว "เจ้าน่ะเป็นยอดฝีมือผู้มีพลังร่างอวตารดอกบัว 7 กลีบ..."

"ทำไมท่านถึงคิดสงสัยแบบนั้น ท่านหมิงซี่หยิน? ศาลาปีศาจลอยฟ้าได้บอกให้ข้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะไถ่บาปกับสิ่งที่ได้ทำเอาไว้ ในตอนนี้ข้าก็มาแล้วนี่ไง! หรือว่า...การที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าบอกให้ข้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะให้ข้าร่วมมือกับศาลาปีศาจลอยฟ้าต่อสู้กับศัตรูของท่านอย่างงั้นหรอ? " เหวยซู่หยานเองก็ไม่เข้าใจว่าหมิงซี่หยินต้องการอะไรเช่นกัน 'ก็พวกเจ้าบอกเองว่าไม่ชอบที่จะให้ข้าต่อต้าน เพราะแบบนั้นข้าก็เลยทำตามทุกอย่าง แล้วมาถึงตอนนี้เจ้าพวกนี้ก็ยังมาถามหาแรงจูงใจของข้า ข้าจะต้องทำยังไงกันเพื่อให้เจ้าพวกนี้พอใจ? ' เหวยซู่หยานเองรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก

เหวยซู่หยานดูเหมือนจะไม่ได้มีอะไรปิดบังเอาไว้ หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่เกาหัว เขาไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ต้วนมู่เฉิงและหยวนเอ๋อเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน

ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่พวกเขาจะคิดสงสัยแบบนี้ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีคนมามอบตัวเองด้วยเหตุผลแบบนี้

ในท้ายที่สุดแล้วหยวนเอ่อก็ได้พูดออกมา "ศิษย์พี่สี่ บางทีเขาอาจจะตั้งใจมาที่นี่ก็เพราะตัวเขาเจอกับปัญหามานานแล้วก็ได้? "

"..."

"ศิษย์น้องหยวนเอ๋อ เจ้าน่ะไร้เดียงสาจนเกินไป ข้าไม่เชื่ออะไรที่ออกมาจากปากของเจ้านี่หรอก..." หมิงซี่หยินได้พูดขึ้น

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดแย้งขึ้น "แต่เจ้านี่...เต็มใจที่จะตาย"

ใช่แล้ว เหวยซู่หยานดูเหมือนพร้อมที่จะตายโดยที่ไม่มีความหวั่นใจใดๆ และเพราะแบบนั้นเองหมิงซี่หยินก็ได้พูดจาดูถูกเหยียดหยามออกมา "บางทีเจ้านี่อาจจะซ่อนเวทมนตร์คาถาที่แสนน่ากลัวเอาไว้ก็เป็นได้ เวทมนตร์คาถาที่เหมือนกับสิบคนทรงพวกนั้น! " หลังจากนั้นหมิงซี่หยินก็ได้พูดต่อไป "ใช่ ใช่แล้วมันจะต้องเป็นความจริงแน่ ทุกคน ถอยกลับไปซะ! เราจะปล่อยให้เจ้านี้ทำตามอำเภอใจไม่ได้! "

"..."

หมิงซี่หยินดูเหมือนจะหวาดระแวงเกินไปหน่อย แต่ถึงแบบนั้นเขาก็พอจะพูดมีเหตุผล

ตั้งแต่วินาทีที่เหวยซู่หยานเข้ามาก่อนที่จะคุกเข่าลง ทุกๆ คนก็คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอะไรที่แปลกประหลาดมาก เขาคนนี้ดูเหมือนจะตั้งใจที่จะทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนและดูรู้สึกผิดเป็นพิเศษ นี่ไม่ใช่วิธีการที่ผู้ที่จะเป็นแม่ทัพจะทำได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไม่นานมานี้เจียงอาเฉียนก็เพิ่งจะส่งข้อความไปให้เหวยซู่หยาน เจียงอาเฉียนได้บอกเอาไว้ว่าเหวยซู่หยานไม่ได้คิดอะไรมากนักเมื่อได้เห็นข้อความที่ถูกส่งไป แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้กัน ทำไมเหตุการณ์ถึงพลิกกลับคนละข้างแบบนี้?

ทุกๆ คนจ้องไปที่เหวยซู่หยานอีกครั้ง

เหวยซู่หยานพูดด้วยใบหน้าที่ตรงไปตรงมา น้ำเสียงของเขาปราศจากซึ่งความกลัว "เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่พวกท่านจะคิดว่าข้าจะพยายามหลอกพวกท่านอยู่ แต่ถึงแบบนั้นได้โปรดเถอะ ได้โปรดให้ข้าตายด้วย... "

"..."

สถานการณ์ในตอนนี้ดูน่าอึดอัดมากขึ้น

หมิงซี่หยินรู้สึกภูมิใจในความฉลาดของตัวเองมาโดยตลอด แต่ถึงแบบนั้นเขากลับมองเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าไม่ออก

ต้วนมู่เฉิงถอนหายใจก่อนที่จะส่ายหัวและพูดขึ้น "บางทีศิษย์น้องหญิงอาจจะพูดถูกแล้วก็ได้ บางทีเจ้านี่อาจจะมาด้วยความจริงใจ"

เหวยซู่หยานได้พูดออกมาอีกครั้ง "ถูกแล้ว ข้าน่ะสำนึกผิดไปแล้ว"

ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด การจะพูดว่าตัวเองสำนึกผิดหรือไม่ถ้าหากได้ยินจากปากของคนอื่นก็คงจะเชื่อถือได้มากกว่านี้

"พอได้แล้ว" ลู่โจวพูดขึ้น

ในตอนนั้นเองห้องโถงใหญ่ก็เงียบลง

หมิงซี่หยินถอยกลับไป สีหน้าของเขาในตอนนี้ดูอับอายเป็นอย่างมาก ตัวเขารู้สึกอับอายเกินกว่าที่จะพูดอะไรออกมาอีก

ลู่โจวได้เดินตรงไปหาเหวยซู่หยาน

เหวยซู่หยานที่ยังคุกเข่าอยู่ได้เงยหน้าขึ้นก่อนที่จะเหลือบมองลู่โจว ตัวเขาเห็นลู่โจวกำลังเดินตรงมาเรื่อยๆ

ว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างจิตวิญญาณของแต่ละคน จากการจ้องมองเหวยซู่หยาน ลู่โจวก็รู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไรเลย

ลู่โจวมองไปที่เหวยซู่หยานก่อนที่จะพูดขึ้น "เจ้าน่ะไม่กลัวจริงๆ อย่างงั้นหรอ? "

"ข้าไม่กลัวความตาย...มีอะไรกันที่จะทำให้ข้ารู้สึกกลัวได้? "

"จะเป็นยังไงกันถ้าหากเจ้าไม่ใช่คนเดียวที่ข้าอยากที่จะจัดการ? "

"..." เหวยซู่หยานที่ได้ยินแบบนั้นรู้สึกสับสน

ในตอนนั้นเองห้องโถงใหญ่ก็ได้เงียบลงอีกครั้ง ในคราวนี้มันเงียบเกินกว่าที่จะมีใครกล้ากลืนน้ำลายลงคอ

หมิงซี่หยิน, ต้วนมู่เฉิง และหยวนเอ๋อ ทั้งสามต่างก็หันไปมองผู้เป็นอาจารย์อย่างลู่โจว ความจริงแล้วพวกเขาทั้งสามคนอยากที่จะปรบมือชื่นชมผู้เป็นอาจารย์สำหรับความโหดเหี้ยม มีเพียงอาจารย์เท่านั้นที่จะรับมือกับคนแบบนี้ได้

"ทำไมท่านต้องพูดแบบนั้นกันท่านปรมาจารย์? "

"เพราะเจ้าไม่ซื่อสัตย์ยังไงล่ะ..."

เหวยซู่หยานรู้สึกผงะขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนแรกตัวเขาพยายามที่จะทำให้จิตใจว่างเปล่ามากที่สุด แต่ในตอนนี้ความรู้สึกหวาดหวั่นก็ได้เข้าปกคลุมจิตใจของเขาอีกครั้ง "นั้นไม่สำคัญ ทุกอย่างล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป ในเมื่อศาลาปีศาจลอยฟ้าอยากที่จะให้ข้าตาย จะพูดเรื่องอื่นไปก็คงจะไม่มีความหมายอะไร"

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะตอบกลับ "ไม่ มันมีความหมาย"

เหล่าศิษย์สาวกทั้งหมดต่างก็งุนงง

ลู่โจวจ้องไปที่เหวยซู่หยาน ตัวเขาได้ถอนหายใจก่อนที่จะพูดขึ้น "ตั้งแต่ที่เจ้าต้องการจะตาย เจ้าน่ะก็ได้เติมเต็มความปรารถนานั่นไปแล้ว"

"...ถูกแล้ว..." คำว่า 'ถูกแล้ว' ของเหวยซู่หยานฟังดูเหมือนไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

ลู่โจวยกมือขึ้นมาก่อนที่จะซัดเข้าใส่เหวยซู่หยานโดยที่ไร้สัญญาณเตือน พลังลมปราณของเขาลู่โจวได้อัดแน่นเข้าใส่เส้นพลังลมปราณทั้งแปดของเหวยซู่หยาน

พรึ๊บ!

ร่างของเหวยซู่หยานกระเด็นลอยไป!

"ท่านแม่ทัพ! "

"ท่านแม่ทัพ! "

เหล่าทหารทั้งหลายต่างก็อุทานออกมาด้วยความตื่นตกใจ

เหวยซู่หยานได้ล้มลงไปกับพื้น ตัวเขาในตอนนี้อยู่ท่ามกลางเหล่าทหารผู้ติดตาม

คนอื่นๆ ต่างก็จ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

ทุกๆ คนรู้ดีว่าปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าคนนี้น่ากลัวขนาดไหน เขาสามารถจัดการกับเร็นบู้ผิงได้ด้วยฝ่ามือเพียงฝ่ามือเดียว ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนท่าที่ลู่โจวได้ใช้ก็คือฝ่ามือทั้งเก้า พลังฝ่ามือทั้งเก้าเป็นพลังที่แม้แต่สวรรค์หรือพื้นโลกจะต้องสั่นสะเทือน แต่เพราะอะไรกันที่อาจารย์คนนี้ซัดเหวยซู่หยานจนกระเด็นไปเท่านั้น? เหวยซู่หยานในตอนนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

'นี่มันไม่ใช่พลังฝ่ามือ...มันอ่อนแรงจนเกินไป' ศิษย์สาวกทั้งหมดต่างก็รู้สึกสับสนเมื่อได้เห็นแบบนั้น เหวยซู่หยานในตอนนี้พยายามลุกขึ้นโดยที่เอามือกดลงไปที่หน้าอกของตัวเอง

ลู่โจวได้พูดออกมาอีกครั้ง "นี่คือเหวยซู่หยานผู้ที่มีพลังร่างอวตารดอกบัว 7 กลีบอย่างงั้นหรอ? "

เหวยซู่หยานพยายามอดกลั้นต่อความเจ็บปวดก่อนที่จะตอบกลับมา "ข้ามาที่นี่ก็เพื่อชดใช้บาป...ถ้าหากท่านต้องการที่จะฆ่าข้าจริงๆ ท่านก็ลงมือซะเถอะ"

"โง่เง่า" ลู่โจวพูดขึ้น

"ฮะ? " เหวยซู่หยานถึงกับตะลึง

เสียงของลู่โจวฟังดูดุดันมากขึ้น "พวกเราจะมาจบเรื่องกันเถอะ ข้าจะไม่ลงโทษเจ้าที่แอบอ้างเป็นเหวยซู่หยานหรอกนะ! "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 161 ข้ารู้แผนของเจ้าดี

คัดลอกลิงก์แล้ว