เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 160 การมาของเหวยซู่หยาน

ตอนที่ 160 การมาของเหวยซู่หยาน

ตอนที่ 160 การมาของเหวยซู่หยาน


ตอนที่ 160 การมาของเหวยซู่หยาน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวรีบรับจดหมายของเหวยซู่หยานมา หลังจากที่อ่านจบตัวเขาก็ได้โยนจดหมายฉบับนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

หมิงซี่หยินรีบคว้าจดหมายฉบับนั้นเอาไว้ก่อนที่จะอ่านเช่นกัน หลังจากที่อ่านจบตัวเขาก็ได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "ดูเหมือนการต่อสู้ระหว่างพวกเรากับสิบคนทรงจะถึงหูเจ้านั่นแล้ว ศิษย์คิดว่าเจ้านั่นจะต้องกลัวแล้วแน่นอน..."

"ศิษย์พี่ แล้วจดหมายนั่นมีอะไรเล่าเอาไว้อีก? " หยวนเอ๋อได้ถามออกมาอย่างสงสัย

"เหวยซู่หยานต้องการที่ขอขมาพวกเรา...เขาต้องการที่จะชดเชยเหตุการณ์ที่หมู่บ้านปลามังกรสวรรค์อีกด้วย นับตั้งแต่จากนี้อีกสองวันเจ้านั่นจะมาที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าเป็นการส่วนตัวเพื่อที่จะมาพูดคุยถึงความบาดหมางที่มีระหว่างพวกเรา"

เมื่อต้วนมู่เฉิงได้ยินแบบนั้นเขาก็ขมวดคิ้วก่อนที่จะพูดขึ้น "ข้ารู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นเจ้านั่นมีความตั้งใจที่สูงส่งแบบนี้" ถ้าหากเป็นคนอื่นๆ การที่เขาต้องการที่จะมาขอโทษก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดอะไร แต่เหวยซู่หยานคนนี้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ผู้ที่คุมกองทัพหลวงทั้งสามกองทัพเอาไว้ เขาคนนี้จะยอมก้มหัวเพื่อที่จะมาขอขมาง่ายๆ แบบนี้อย่างงั้นหรอ?

หมิงซี่หยินเองก็พูดขึ้นเช่นกัน "ความปรารถนาอันสูงสุดของศิษย์น้องยี่ก็คือการทิ่มแทงหัวใจของผู้เป็นศัตรูด้วยมือตัวเอง..."

"หยุดพูดอะไรไร้สาระได้แล้ว! " ต้วนมู่เฉิงรีบพูดขัดหมิงซี่หยินอย่างรวดเร็ว

หมิงซี่หยินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ปิดปากในทันที

ลู่โจวเองก็ไม่ได้คิดมากอะไร "ถ้าหากนางโชคดียังมีชีวิตอยู่ถึงตอนนั้นล่ะนะ" เมื่อพูดจบลู่โจวก็ได้กลับไปยังห้องลับในทันที

ทันทีที่ลู่โจวจะเข้าไปในห้องลับ ในตอนนั้นเองเขาก็เหลือบมองไปที่เมนูระบบซะก่อน

ชื่อ: ลู่โจว

เผ่า: มนุษย์

พลังวรยุทธ: ขั้นมหาราชครู

แต้มบุญ: 10,412

อวตาร: อวตารปัญจแห่งการเกิดใหม่

อายุขัยที่เหลือ: 5,992 วัน

ของที่มี: การ์ดการโจมตีของเพรชฆาต x1, การ์ดป้องกันไร้ที่ติ x2, การ์ดประกันชีวิต x7, กรงผนึกกักขัง x4, เครื่องรางขัดเกลา x2, การ์ดระเบิดจุดสุดยอด x1, วิซซาร์ด (พักผ่อน) , บี่เอี๊ยน

อาวุธ: อาวุธนิรนาม, ห่วงแห่งรัก (เจ้าของเดิม: ยี่เทียนซิน) , กระบี่ตัดชีวา, สายสะพายแห่งนิพพาน, ถุงมือนักสู้

เคล็ดวิชา: เคล็ดอักษรสวรรค์

หลังจากที่สังเกตเห็นแต้มบุญ ลู่โจวที่ได้รับชัยชนะจากการต่อสู้กับเหล่าสิบคนทรงมาไม่ได้รับแต้มบุญมากเท่าที่ควรจะได้ การที่ไม่ได้รับแต้มบุญมากพอถือว่าเป็นความสูญเสียสำหรับตัวเขา

"ฉันมีค่าความโชคดี 8 แต้ม..." ลู่โจวได้ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเลือกจับฉลากนำโชค

'ค่าความโชคดี 3 ครั้ง'

ลู่โจวในตอนนี้สัมผัสได้ว่าการจะจับฉลากนำโชคได้จะไม่สามารถได้ของรางวัลแน่ถ้าหากตัวเขายังคงทำตามอำเภอใจอยู่แบบนี้ ถ้าหากตัวเขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่มั่นใจมากพอลู่โจวก็จะไม่ลองจับฉลากอีกครั้ง ถ้าหากตัวเขาไม่ได้จับได้รางวัลใหญ่ขึ้นมาตัวเขาก็จะยิ่งอารมณ์ไม่ดีกว่าเดิมได้

'เก็บแต้มบุญที่เหลือเอาไว้ซื้อการ์ดวิเศษจะดีกว่า...และถ้าหากมีคะแนนมากพอค่อยซื่อพลังร่างอวตารใหม่'

"พลังร่างอวตารสัตตะดวงดาวแห่งวิญญาณ...15,000" ลู่โจวตรวจสอบราคาร่างอวตารในหน้าร้านค้า ในตอนนั้นเองตัวเขาได้นึกถึงยู่จง, ต้วนหยานฮง, วู่เฉิง หรือแม้แต่ผู้ฝึกยุทธชุดแดงทั้งหมดไป บางทีตัวเขาก็คงจะมีแต้มบุญมากพอที่จะซื้อร่างอวตารร่างใหม่แล้ว

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะเลิกใช้ความคิดไป ไม่มีใครรู้ว่าในอนาคตตัวเขาจะได้อะไรจากการจับฉลากนำโชคนี้ ผลของการจับฉลากทุกครั้งมันสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอด

"เคล็ดอักษรสวรรค์" ลู่โจวเริ่มใช้สมาธิอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ในตอนที่เขาอยู่บนรถม้าล่องเมฆา ในตอนนั้นเองพลังพิเศษของเคล็ดอักษรสวรรค์ก็ได้ช่วยให้ตัวเขาสามารถคลายเวทมนตร์คาถาแห่งมนตร์สะกดให้กับฝานซุยเหวินได้

ลู่โจวรู้สึกได้ว่าพลังพิเศษที่ได้มาจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์จะต้องสามารถต้านทานพลังอื่นๆ นอกเหนือจากพลังของบทสวดแห่งพราหมณ์ได้ นอกจากนี้พลังพิเศษยังช่วยทำให้ลู่โจวแข็งแกร่งขึ้นได้อีกด้วย ไม่ว่าจะยังไงตัวเขาก็จะต้องพึ่งพาพลังของเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์

สองวันผ่านมา

ลู่โจวได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่หลับตาเพื่อทำสมาธิไป เขาจำไม่ได้แล้วว่ากี่ครั้งที่พยายามทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่มีทางเลยที่จะเข้าใจความหมายของมันทั้งหมดได้ แต่ไม่ว่าจะต้องทำความเข้าใจอีกซะกี่รอบลู่โจวก็ไม่ได้รู้สึกที่จะไม่อยากอ่าน ตราบใดที่ตัวเขาสามารถรับพลังพิเศษมาได้ ความน่าเบื่อของมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับลู่โจว

หยวนเอ๋อได้รีบวิ่งอย่างร้อนรนก่อนที่จะพูดขึ้น "ท่านอาจารย์...เหวยซู่หยานมาถึงแล้ว! " น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หยวนเอ๋อไม่อยากจะเชื่อว่าคนคนนี้จะมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดขึ้น "เจ้านั่นน่ะมีไหวพริบ...ข้าไม่คิดว่าเจ้านั่นจะโง่งมถึงมาที่นี่โดยที่ไม่ได้เตรียมการอะไร"

"เจ้านั่นไม่กลัวท่านอาจารย์จัดการตัวเขาเลยอย่างงั้นหรอ? " หยวนเอ๋อได้เกาหัวเล็กน้อย

หยวนเอ๋อตัวน้อยเองก็ไม่ใช่คนที่โง่งมเช่นกัน การมาเยี่ยมเยียนศาลาปีศาจลอยฟ้าถึงที่ก็ไม่ต่างกับการเอาชีวิตมาทิ้ง มีคนไม่มากนักที่จะมาหาที่ตายถึงที่แบบนี้

ลู่โจวยังคงนิ่งเงียบ เขายังคงนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ก่อนที่จะมองไปที่ด้านนอกอย่างสบายๆ ในตอนนี้ตัวเขาคิดไม่ออกเลยว่าเหวยซู่หยานมาที่นี่เพื่ออะไรกัน แต่ถึงแบบนั้นเมื่อตัวเขามาถึงเรื่องทุกอย่างก็จะถูกเฉลยเอง เป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ถ้าหากจะคาดเดาแบบนี้ต่อไป

หมิงซี่หยิน ต้วนมู่เฉิง และคนอื่นๆ ใช้เวลาไม่มากนักก็มาถึงห้องโถงใหญ่แล้วเช่นกัน

มีทหารที่สวมใส่ชุดแตกต่างกัน 2 ชุดติดตามเหวยซู่หยานมาอย่างใกล้ชิด ทหารทั้งหมดล้วนแต่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี พวกเขาทั้งหมดได้เดินกันอย่างพร้อมเพรียงกันจนมาถึงห้องโถงใหญ่ได้

เหวยซู่หยานได้ปรากฏตัวขึ้น ที่มือของเขามีกระบี่ติดประดับตกแต่งอยู่ แม่ทัพคนนี้สวมใส่ชุดเกราะสีดำที่ดูหนัก ส่วนด้านหลังของเขาถูกปกคลุมไปด้วยผ้าคลุมสีแดง สายตาของเหวยซู่หยานดูเปล่งประกายและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะมาที่นี่โดยที่ไร้ความกลัว ทุกๆ ก้าวที่เหวนซู่หยานก้าวเดินไม่เร็วไม่ช้าจนเกินไป เขาก้าวเดินได้อย่างมั่นคงและมีพลัง

เหล่าสาวกศาลาปีศาจลอยฟ้าทั้งหลายเมื่อได้เห็นแบบนั้นต่างก็รู้สึกตกใจ ท้ายที่สุดแล้วคนส่วนมากที่มีโอกาสมาถึงศาลาปีศาจลอยฟ้าแห่งนี้มักจะอยู่ไม่สุขไม่ก็มองๆ รอบๆ อย่างไม่สบายใจ บางคนถึงกับก้มหน้าก้มตาอย่างเดียวด้วยใบหน้าที่เปียกไปด้วยเหงื่อ แม้ว่าฝานซุยเหวิน ผู้นำของเหล่าอัศวินดำเองก็ดูมีท่าทีที่น่าเกรงขามน้อยลง แต่ถึงแบบนั้นเหวยซู่หยานกลับไม่เป็นอะไรเลย สิ่งนี้พิสูจน์ได้อย่างดีว่าแม่ทัพหลวงคนนี้มีจิตใจที่แข็งแกร่งแค่ไหน ยิ่งสุขุมและเยือกเย็นมากเท่าไหร่ เหวยซู่หยานก็จะยิ่งดูพิเศษขึ้นมาอย่างแท้จริง

"แม่ทัพเหวย...นี่เป็นการมาที่ฉลาดมาก" หมิงซี่หยินรีบพูดต่อไป "บอกความจริงมาซะ เจ้าน่ะมาที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าเพื่อที่จะมาหาพวกเราที่เป็นศัตรูแบบนี้ทำไมกัน? สำหรับเจ้าการที่จะรอให้พวกเราบุกไปโจมตีก่อนคงจะได้เปรียบกว่าแท้ๆ "

เหวยซู่หยานยังมีสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงไป ตัวเขาที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ตอบกลับมา "ลูกผู้ชายตัวจริงจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ข้าน่ะได้ทำผิดไปแล้ว เพราะงั้นข้าก็เลยจะต้องมาที่นี่ก็เพื่อแบกรับผลกรรม"

"เจ้าพูดได้เหมือนกับใครสักคนที่ข้าเคยรู้จัก...ถ้าจะให้พูดตามตรงเจ้าน่ะดูเหมือนจะมาจากสำนักฝ่ายธรรมะ...เจ้าน่ะมาจากสำนักไหนกันแน่? " หมิงซี่หยินได้ถามขึ้น

"ข้าไม่เคยเข้าร่วมสำนักไหน"

"ไม่จำเป็นจะต้องทำตัวเองให้ดูสูงส่งหรอก....เจ้าน่ะมาที่นี่ก็เพื่อที่จะมาขอขมา เจ้าน่ะควรเลิกทำแบบนั้นได้แล้ว"

"ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น ท่านหมิงซี่หยิน"

ลู่โจวได้จ้องมองไปที่เหวยซู่หยานก่อนที่จะลูบเคราตัวเอง

เหวยซู่หยานที่เข้ามาถึงห้องโถงใหญ่ได้คุกเข่าลงก่อนที่จะคารวะลู่โจว เหวยซู่หยานได้ทำความเคารพอย่างไม่ลังเล ในตอนที่ตัวเขาคุกเข่าเพื่อคารวะมันดูจริงใจมากกว่าจะไม่เต็มใจ ทหารทั้ง 20 คนที่ตามมาเองก็คุกเข่าลงก่อนที่จะทำตามเช่นกัน พวกทหารทั้งหมดเคลื่อนไหวได้อย่างพร้อมเพรียงกันราวกับว่าได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

หมิงซี่หยินและต้วนมู่เฉิงที่เห็นแบบนั้นถึงกับผงะ ชายผู้มีเกียรติยศอันสูงส่งกับเต็มใจที่จะทำความเคารพแบบนี้ นี่มันไม่ดูแปลกเกินไปอย่างงั้นหรอ?

ในความคิดถ้าหากหมิงซี่หยินเป็นแม่ทัพเหวยซู่หยานตัวเขาก็คงจะไม่ทำแบบนี้แน่ แม้ว่าตัวเขาจะเอาชนะศัตรูไม่ได้แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็เลือกที่จะวิ่งหนีไป ตัวเขาจะไม่ยอมจำนนให้ใครยกเว้นอาจารย์

ไม่มีใครคาดคิดว่าเหวยซู่หยานจะทำตัวแบบนี้ นี่แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่าทำไมชายคนนี้สมควรที่จะกลายเป็นแม่ทัพหลวงที่บัญชากองทัพใหญ่ทั้ง 3 กองทัพได้

'แต่ช่างน่าเสียดายที่เขาได้ทำให้ท่านอาจารย์ขุ่นเคืองใจและนอกจากนี้เขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังผู้ที่ลงมือสังหารญาติพี่น้องของศิษย์น้องยี่เทียนซินอีก บาปนี้ไม่อาจที่จะให้อภัยได้'

"คนบาปเหวยซู่หยานคนนี้มาที่นี่ก็เพื่อชดใช้บาปแล้ว"

"เหวยซู่หยาน? " ลู่โจวพูดออกมาเบาๆ

เหวยซู่หยานเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะจ้องมองหน้าของลู่โจวตรงๆ ตัวเขาได้ผสานมือกันก่อนที่จะพูดออกมา "เหวนซู่หยานคนบาปคนนี้มาเพื่อชดใช้บาปตามที่สัญญา! " เหวยซู่หยานได้พูดซ้ำออกมาอย่างเด็ดขาและโผงผาง!

นอกเหนือจากลู่โจวแล้วทุกคนที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ต่างก็พูดคุยแปลกเปลี่ยนความเห็นกัน

'ยอมรับผิดแต่โดยดีอย่างงั้นเนี่ยนะ? '

'เจ้านี่ไม่แม้แต่จะอ้อนวอนขอความเมตตา! '

'นี่มันช่างไม่สมเหตุสมผลจริงๆ '

'การที่เหวยซู่หยานยอมอดทนจนมาถึงที่นี่เป็นกับดักเหมือนกับกับดักที่เหล่าลูกหลานของสิบคนทรงทำขึ้นไหมนะ? '

ลู่โจวในตอนนั้นเองได้ลุกขึ้นก่อนที่จะก้าวเดินลงจากบันไดอย่างช้าๆ ในขณะที่เอามือไขว้หลังเอาไว้

หมิงซี่หยินในตอนนั้นเองก็ได้ชิงพูดขึ้นมาซะก่อน "ท่านอาจารย์ ขอให้ศิษย์ได้พูดอะไรก่อนเถอะ"

"ฮืม? "

"ศิษย์คิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง" หมิงซี่หยินได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 160 การมาของเหวยซู่หยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว