เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 153 สิบคนทรงรวมพลัง

ตอนที่ 153 สิบคนทรงรวมพลัง

ตอนที่ 153 สิบคนทรงรวมพลัง


ตอนที่ 153 สิบคนทรงรวมพลัง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เมื่อเร็นบู้ผิงแห่งวิหารปีศาจเห็นแบบนั้น เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก "ลั่วฉีซานสามารถโจมตีโดยที่สิบคนทรงยังใช้เวทมนตร์คาถาโจมตีอยู่ได้อย่างงั้นหรอ? " ในตอนนั้นเองยอดฝีมือลำดับที่สามของวิหารปีศาจก็มาถึงเช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ทันได้สังเกตมองอะไร

"ท่านเจ้าสำนัก"

"ต้วนชิง? เจ้ามาทันได้ทันเวลาพอดี! " เร็นบู้ผิงได้พูดออกมาอย่างร่าเริง

"ข้าได้เดินทางไปทั่วเพื่อหานักบุญแห่งดาบลั่วฉีซาน โชคดีจริงๆ ที่ข้ามาได้ทันเวลา...ข้าเคยได้ร่วมมือกับวู่เฉิงมาก่อน รอบนี้พวกเราจะไม่เสียใครไปแน่นอนท่านเจ้าสำนัก" ต้วนชิงพูดขึ้น

"วิเศษจริงๆ! " เร็นบู้ผิงรู้สึกสบายใจมากขึ้นมาก เขาได้จ้องมองไปที่ดาบของลั่วฉีซานอย่างตื่นตกใจ มันเป็นการใช้ดาบที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติจริงๆ

ลั่วฉีซานเป็นพี่น้องกับลั่วฉางชิง เขาเป็นหนึ่งในสามผู้คลั่งไคล้ดาบผู้ยิ่งใหญ่ แต่ถึงแบบนั้นลั่วฉีซานก็ได้สร้างชื่อให้กับตัวเองจนได้รับฉายานักบุญแห่งดาบไป ตัวเขาได้ใช้เวลาไปกับการฝึกฝนวรยุทธมาโดยตลอด แม้ว่าชื่อเสียงของลั่วฉางชิงจะดังจนเข้ามาแทนที่ตัวเขาไป แต่ถึงแบบนั้นพลังวรยุทธของชายคนนี้ก็ยังคงแข็งแกร่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำให้ทุกคนตื่นตกตะลึงในทันที

หมิงซี่หยินเป็นคนที่กำลังควบคุมรถม้าลอยฟ้าอยู่ เพราะแบบนั้นตัวเขาจึงไม่สามารถไปไหนได้...ถ้าหากตัวเขาเคลื่อนไหวในตอนนี้ รถม้าล่องเมฆาจะต้องร่วงหล่นลงสู่พื้นแน่ หยวนเอ๋อก็เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เธอไม่สามารถที่จะต่อกรกับผู้ฝึกยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้แน่ ฝานซงและโจวจี้เฟิงเองก็เป็นเช่นกัน และแน่นอนไม่ต้องพูดถึงพวกผู้ฝึกยุทธหยิงคนอื่นๆ เลย ต้วนมู่เฉิงเองก็เพิ่งจะไปสู้กับสิบคนทรงมา ในตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยฮั๊ววู่เด๋าได้อีกต่อไป

"ผู้อาวุโสฮั๊ว"

มีเพียงคนเดียวที่ช่วยฮั๊ววู่เด๋าได้ นั่นก็คือลู่โจวนั่นเอง

"ท่านอาจารย์! " แม้ว่าหมิงซี่หยินจะไม่ได้ชอบหน้าอะไรฮั๊ววู่เด๋ามากนัก แต่ถึงแบบนั้นฮั๊ววู่เด๋าก็ได้กลายเป็นสมาชิกของศาลาปีศาจลอยฟ้าไปแล้ว ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาจริง มันก็เท่ากับว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าได้ถูกลบหลู่ต่อหน้าต่อตา!

มือของลู่โจวในตอนนี้ยังคงไขว้อยู่ด้านหลัง ในตอนนั้นเองมือของเขาก็ได้กำอะไรไว้บางอย่าง ของที่อยู่ในมือของลู่โจวก็คือการ์ดนั่นเอง ในตอนนี้ลู่โจวกำลังจะเคลื่อนไหวแล้ว...

ฮั๊ววู่เด๋าที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดขึ้น "ได้โปรดหนีไปเถอะท่านปรมาจารย์! "

'ฮั๊ววู่เด๋ายังคงทนได้อย่างงั้นหรอ? '

ตัวหนังสือรอบตัวของฮั๊ววู่เด๋าได้ขยายตัวขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง...

ตู๊ม!

ดาบเล่มหนึ่งก็ได้แทงไปที่ผนึกตราประทับทั้งหก

ฮั๊ววู่เด๋าจำเจ้าของดาบเล่มนั้นได้ดี "ลั่วฉีซาน! "

"เจ้าคนทรยศ! " ดวงตาของลั่วฉีซานในตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

สายตาของทั้งคู่ได้ผสานกัน ในตอนนี้ต่างฝ่ายต่างก็มองเห็นอีกฝ่ายหนึ่งกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจไปซะแล้ว

คนอื่นๆ ที่เห็นแบบนั้นต่างก็ตกตะลึง

ผนึกตราประทับทั้งหกเป็นกระบวนท่าที่ทรงพลังอย่างแท้จริง แม้ว่าจะต้องรับการโจมตีจากสิบคนทรงอย่างฝนดาวตกไป แต่ถึงแบบนั้นฮั๊ววู่เด๋าก็ยังสามารถต้านทานการโจมตีกะทันหันของนักบุญแห่งดาบลั่วฉีซานได้ พลังของฮั๊ววู่เด๋าแท้จริงแล้วแข็งแกร่งมากถึงแค่ไหนกัน?

ผมสีเงินของลั่วฉีซานได้ปลิวไสวไปตามลม ในตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ที่ด้านนอกพลังผนึกตราประทับทั้งหก

การ์ดบนมือของลู่โจวได้หายไป ในตอนนี้เขาได้เหลือบมองไปที่ลั่วฉีซานอย่างไม่แยแส ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรีบเคลื่อนไหวในตอนนี้ ลู่โจวในตอนนี้กำลังรอคอยโอกาสที่เหมาะสมมากที่สุดอยู่ ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาดการ์ดการโจมตีของเพรชฆาตสามารถจัดการลั่วฉีซานได้ในทันที แต่ถึงแบบนั้นการใช้การ์ดอย่างไม่ยั้งคิดคงจะเป็นอะไรที่เสียมากกว่าได้ และถ้าหากต้องใช้การ์ดระเบิดจุดสุดยอดไปนั่นคงจะเป็นอะไรที่แย่ที่สุดแล้ว

ในตอนนี้มีทั้งสิบคนทรง, เร็นบู้ผิง, ลั่วฉีซาน, ต้วนชิง และม่อหลี่ ทุกคนในตอนนี้จับตามองการต่อสู้นี้อยู่ รอบตัวของลู่โจวมีศัตรูมากเกินไป หากเขาใช้การ์ดวิเศษไปโดไม่คิดให้ดี ลู่โจวในอนาคตจะต้องลำบากมากกว่านี้แน่

โชคดีที่ฮั๊ววู่เด๋าในตอนนี้ยังคงมีพลังเหลือมากพอ ฮั๊ววู่เด๋าได้ตะโกนออกมาอย่างชัดเจน "ลั่วฉีซาน ข้าน่ะออกจากตำแหน่งผู้อาวุโสมานานแล้ว เจ้ายังจะกล้าเรียกข้าว่าคนทรยศอีกอย่างงั้นหรอ? "

"ทันทีที่เจ้าออกจากสำนักหยุนเจ้าก็เข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้าเลย ฮั๊ววู่เด๋า...แบบนี้น่ะเจ้ามันต่างอะไรจากคนทรยศกัน? " ลั่วฉีซานมองไปที่รถม้าลอยฟ้าที่กำลังถูกพลังผนึกตราประทับทั้งหกป้องกันเอาไว้ ความโกรธได้อัดแน่นอยู่ในอ้อมอกของชายผู้ใช้ดาบคนนี้ "ไม่ต้องพูดอะไรให้เปลืองน้ำลายแล้วล่ะ ที่ข้ามาที่นี่เพราะคำสั่งของเจ้าสำนัก ข้าจะสะสางเรื่องทั้งหมดเอง! "

ซู่ววว!

ดาบของลั่วฉีซานได้ห่อหุ้มไปด้วยพลัง

ผู้นำของสิบคนทรงวู่เซียนได้จ้องมองไปที่ลั่วฉีซานเช่นกัน และเพราะว่าตอนนี้เขากำลังครอบครองร่างของวู่เฉิงอยู่ เพราะแบบนั้นเขาจึงรู้โดยสัญชาตญาณว่าลั่วฉีซานไม่ใช่ศัตรูของตัวเขา

วู่เซียนเหลือบมองไปที่ม่านพลังป้องกันที่ยังคงอยู่ ในตอนนี้มันยังคงดูดซับพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ พลังของสิบคนทรงใกล้ที่จะถึงขีดจำกัดเข้าไปทุกที

ในตอนนี้ถึงเวลาของช่วงชี้ชะตาแล้ว!

วู่เซียนได้ยกมือขึ้นมาอีกครั้ง เสื้อคลุมสีแดงที่อยู่ด้านหลังของเขาปลิวไสวไปกับสายลม ผมของตัวเขาเองก็ปลิวไปด้วยเช่นกัน "ชะตาแห่งความมืด! "

อธิษฐาน, สรรเสริญ, เสียสละ และชะตาแห่งความมืด เมื่อพูดเสร็จบริเวณโดยรอบก็ยิ่งมืดมิดมากยิ่งขึ้น มันมืดจนราวกับโลกทั้งใบได้จมดิ่งสู่ความมืดมิดไป

"พวกเจ้ารีบถอยไปซะ! " ฮั๊ววู่เด๋าในตอนนี้รู้สึกกดดันมากขึ้น ในตอนนั้นเองลมแรงก็ได้พัดผ่านไปที่ผนึกตราประทับทั้งหก

ลู่โจวในตอนนี้ยังคงไม่เคลื่อนไหวไปไหน ยิ่งสถานการณ์วุ่นวายมากแค่ไหนตัวเขาก็จะต้องยิ่งสงบเสงี่ยมให้ได้มากกว่านี้

เสียงของลั่วฉีซานได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง "ดาบสิบสามหน้า! " ในตอนนั้นเองดาบของเขาก็ได้แยกออกมาจนมีจำนวนมากถึง 13 เล่มด้วยกัน นี่ถือว่าเป็นกระบวนท่าอันสมบูรณ์แบบที่ทำให้ลั่วฉีซานได้รีบฉายานักบุญแห่งดาบมาได้

ดาบพลังลมปราณทั้งหมดได้ถูกสร้างขึ้นก่อนที่จะพุ่งไปหาฮั๊ววู่เด๋า

ผนึกตราประทับทั้งหกทรงพลังมาก แต่ถึงแบบนั้นมันก็เป็นเพียงเคล็ดวิชาที่ใช้สำหรับการป้องกันเท่านั้น ถ้าหากยังป้องกันต่อไปแบบนี้ยังไงซะการป้องกันก็คงจะต้องถูกเจาะทะลวงมาได้แน่

ตู๊ม!

ตัวอักษร 'ไฟ' ตัวอักษรตัวแรกได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

สีหน้าของฮั๊ววู่เด๋าเปลี่ยนไปในทันที

พลังทำลายล้างของสิบคนทรงเป็นพลังที่แข็งแกร่งจนเกินไป โชคดีที่พวกสิบคนทรงไม่มีทักษะการต่อสู้ระยะประชิดเหมือนกับต้วนมู่เฉิง นอกเหนือจากนี้ครึ่งหนึ่งของสิบคนทรงกำลังใช้เวทมนตร์คาถาสนับสนุนอยู่ ถ้าหากไม่เป็นแบบนั้นฮั๊ววู่เด๋าก็คงจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีจนมาถึงตอนนี้ได้ แต่เมื่อเห็นดาบ 13 เล่มที่กำลังใกล้เข้ามา ฮั๊ววู่เด๋าเองก็ได้แต่สิ้นหวังเท่านั้น

ลู่โจวโบกแขนขึ้นก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก "รวมหัวกันเพื่อโจมตีคนเพียงคนเดียว ข้าน่ะรับไม่ได้จริงๆ! " ในตอนนั้นเองที่มือของลู่โจวก็ได้มีแสงสว่างสีฟ้าส่องออกมา

สายตาของทุกคนได้จับจ้องไปที่ลู่โจวแทนในทันที เหล่าผู้ฝึกยุทธทุกคนที่มารวมตัวกันตรงนี้มาก็เพื่อจัดการกับศาลาปีศาจลอยฟ้า เพราะแบบนั้นจะห้ามไม่ให้ผู้ฝึกยุทธทั้งหมดจับตามองปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าคนนี้ได้ยังไงกัน?

ลั่วฉีซานรู้ได้ทันทีว่าตัวเองได้ทำพลาดไปแล้ว ด้วยการช่วยเหลือของสิบคนทรงทำให้ตัวเขารู้สึกมั่นใจมากว่าจะเอาชนะฮั๊ววู่เด๋าได้แน่ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็มัวแต่สนใจฮั๊ววู่เด๋าจนมองข้ามชายชราคนหนึ่งที่อยู่ด้วยไปซะสนิท ชายชราผู้ที่มีผมขาวโพลนคนนี้ก็คือจีเทียนเด๋า ปรมาจารย์มหาวายร้ายแห่งศาลาปีศาจลอยฟ้านั่นเอง

แสงสีฟ้าได้พุ่งเข้าใส่ตัวของลู่ฉินซานโดยตรง

"คลื่นพลังสายฟ้าอย่างงั้นหรอ? "

เร็นบู้ผิงเองก็เห็นแบบนั้นเช่นกัน ตัวเขาที่เห็นแบบนั้นจึงได้พูดออกมาด้วยความตกใจ "ศิษย์คนที่แปดของศาลาปีศาจลอยฟ้าเองก็เชี่ยวชาญการใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าหายนะทั้งเก้า แต่ถึงแบบนั้นเจ้านั่นก็ยังไม่สามารถปล่อยคลื่นสายฟ้าออกมาตรงๆ ได้แบบนี้ จีเทียนเด๋าฝึกฝนตัวเองอย่างเชี่ยวชาญจนถึงกับปล่อยคลื่นสายฟ้าอันบริสุทธิ์แบบนี้ได้ยังไงกัน? "

ต้วนชิงเองที่เห็นลู่โจวก็ได้ขมวดคิ้ว 'คนคนนั้นแอบอ้างว่าเป็นนักบวชผู้อาวุโสจริงๆ สินะ? ' หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แท่นบูชาหยกเขียว ในตอนนั้นสำนักเที่ยงธรรมก็ได้ตำหนิวิหารปีศาจเกี่ยวกับเรื่องในครั้งนั้น และนั่นเองเป็นเหตุให้ชาววิหารปีศาจถูกพวกสำนักเที่ยงธรรมตัดขาดความสัมพันธ์ไป ในตอนแรกที่ต้วนชิงรู้เรื่องตัวเขาแทบที่จะไม่เชื่อ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาที่เห็นความจริงด้วยตาของตัวเองก็ยังรู้สึกตกใจมากอยู่ดี

คลื่นพลังสายฟ้าของลู่โจวได้ระเบิดพลังออกมาจนกลายเป็นสายฟ้าฟาดที๋โกรธเกรี้ยว ปรากฏการณ์ที่ดูเหนือธรรมชาตินี้ดูราวกับสายฟ้าที่มาจากสรวงสวรรค์

ตู๊ม!

คลื่นพลังสายฟ้าสามารถหยุดลั่วฉีซานเอาไว้ได้ ดาบพลังลมปราณทั้ง 13 เล่มในตอนนี้ได้หายไปแล้ว ลั่วฉีซานที่ถูกการโจมตีไปได้หมุนตัวก่อนที่จะกระเด็นถอยกลับ

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัว 'โชคร้ายจริง! ดูเหมือนว่าการโจมตีจากคลื่นสายฟ้าจะไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากนัก 100 แต้มบุญได้เสียเปล่าไปแล้ว ฉันควรจะใช้การ์ดอีกใบโจมตีต่อเลยดีไหม? ' ในท้ายที่สุดแล้วลู่โจวก็ตัดสินใจโจมตีออกไป การโจมตีของเขาเป็นการเปิดช่องว่างนั่นเอง

ฮั๊ววู่เด๋าที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในตอนนี้ตัวเขาดูมั่นใจมากขึ้นแล้ว "ขอบคุณมากท่านปรมาจารย์"

"ไม่เป็นไร"

ต้วนมู่เฉิงในตอนนี้ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป พลังลมปราณรอบๆ หอกราชันย์ของเขากำลังเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ต้วนมู่เฉิงได้ใช้หอกราชันย์โจมตีใส่สิบคนทรงเป็นครั้งที่สอง ในครั้งนี้ตัวเขาได้หมุนตัวเองกลับมากว่า 180 องศาด้วยกัน ในตอนนั้นเองภาพเงาของหอกมากมายหลายเล่มก็ได้ถาโถมเข้าใส่สิบคนทรงอีกครั้ง

วู่เซียนที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างเยือกเย็น "ไปให้พ้น! "

พลังของสิบคนทรงได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง มันปะทุขึ้นมาพร้อมกับพลังสีม่วงอันแปลกประหลาด พลังสีม่วงได้ล้อมรอบพลังของต้วนมู่เฉิงทั้งหมดเอาไว้ก่อนที่จะปัดป้องการโจมตีของหอกราชันย์จนต้วนมู่เฉิงกระเด็นกลับไป

ตู๊ม!

ต้วนมู่เฉิงไม่สามารถต้านทานอะไรได้! ตัวเขาไม่ใช่คู่มือของสิบคนทรง

สิบคนทรงแข็งแกร่งจนเกินไป

วงเวทมนตร์คาถาทั้ง 10 ยังคงส่องสว่างอยู่บนพื้น และเพราะแบบนั้นเองสิบคนทรงจึงยังเปี่ยมไปด้วยพลังแบบนี้ได้...อันที่จริงแล้วพลังความแข็งแกร่งของสิบคนทรงกำลังเพิ่มขึ้นไปอีก!

เมื่อเร็นบู้ผิงเห็นลู่โจว ตัวเขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนนั้นเองเขาจึงพูดตักเตือนไป "ท่านวู่เซียน อย่าได้ปรานีอีกต่อไปเลย! ในตอนนี้ถึงเวลาแล้ว จัดการพวกมันซะเถอะ! "

สิบคนทรงเองก็รู้ดีเช่นกัน การใช้สุดยอดเวทมนตร์คาถาเพื่ออัญเชิญพวกเขามาสามารถอยู่ได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

พลังฝนดาวตกเป็นพลังที่จะต้องใช้เวลาในการเตรียมการ

พลังผนึกตราประทับทั้งหกในตอนนี้ก็ยังคงต้านทานพลังฝนดาวตกสีม่วงต่อไป

เมื่อเวทมนตร์คาถาที่สิบคนทรงใช้ถูกเตรียมการจนสำเร็จ เมื่อนั้นพลังผนึกตราประทับทั้งหกก็คงไม่อาจที่จะต้านทานการโจมตีได้

ในตอนนั้นเองหยวนเอ๋อก็รีบวิ่งไปหาหมิงซี่หยิน "ศิษย์พี่สี่ ให้ข้าขับเคลื่อนรถม้านี้แทนท่านเถอะ ศิษย์พี่ควรจะ..."

"ได้เลย! " หมิงซี่หยินตอบรับก่อนที่จะกระโจนออกไปในทันที

แม้ว่าหยวนเอ๋อจะเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาๆ เมื่อหมิงซี่หยินจากไป หยวนเอ๋อก็ได้ใช้พลังลมปราณของตัวเองควบคุมรถม้าคันนี้จนลอยฟ้าได้เหมือนเก่า ในตอนนี้หน้าที่การควบคุมรถม้าไม่ใช่หน้าที่จะต้องมาเกี่ยงกันอีกต่อไป ถ้าหากมีความจำเป็นจริงๆ หยวนเอ๋อจะต้องเป็นคนควบคุมรถม้าคันนี้ก่อนที่จะพาทุกคนหนีจากสุดยอดเวทมนตร์คาถาที่กำลังจะถูกใช้ออกมาให้ได้

ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว!

เสียงของฝนดาวตกในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน

"เวทมนตร์ที่พวกเขากำลังจะใช้ใกล้ที่จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว! "

หลังจากที่ลู่ฉีซานถูกซัดจนกระเด็นไป ในตอนนั้นเองเร็นบู้ผิงก็ได้มองไปที่ลู่โจวที่อยู่บนรภม้าอย่างตื่นตกใจ หลังจากนั้นเขาก็หันกลับไปมองวู่เซียนอีกครั้ง "ท่านวู่เซียนได้โปรดให้พวกเราได้ยืมพลังด้วย! "

วู่เซียนโบกมือขึ้นโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

ฝนดาวตกสีม่วงบนท้องฟ้าทั้งหมดได้รวมตัวกันก่อนที่จะพุ่งไปยังผนึกตราประทับทั้งหก

"ระวัง! ข้าจะช่วยทุกคนให้ได้เอง! " หมิงซี่หยินได้เคลื่อนที่จนเร็วดุจดั่งสายฟ้า

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 153 สิบคนทรงรวมพลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว