เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 131 ทางเลือกของศิษย์คนที่สอง

ตอนที่ 131 ทางเลือกของศิษย์คนที่สอง

ตอนที่ 131 ทางเลือกของศิษย์คนที่สอง


ตอนที่ 131 ทางเลือกของศิษย์คนที่สอง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

สีวู่หยาได้ถือกล่องลึกลับเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว "พวกเราคงจะบอกเรื่องนี้กับใครไม่ได้ ข้าเกรงว่าพวกคนนอกคงจะอยากได้สมบัติจากศาลาปีศาจลอยฟ้าแน่"

ซู่ฮ่องกงศิษย์คนที่แปดได้พูดออกมาอย่างเฉยเมย "ศิษย์พี่เจ็ด มีคนแบบนั้นอยู่มากมาย ทุกคนในยุทธภพก็ล้วนแต่อยากได้สมบัติจากศาลาปีศาจลอยฟ้าอยู่แล้ว จะมีเพิ่มอีกสักคนก็คงจะไม่ต่างกัน"

"ไม่ ข้ากำลังพูดถึงแค่กล่องใบนี้เท่านั้น" ถ้าหากมันมีสมบัติวิเศษอยู่จริงๆ มันจะต้องทำให้ทั่วทั้งโลกโกลาหลอย่างแน่นอน สีวู่หยาได้ถือกล่องใบนั้นเดินออกจากหุบเขาพยัคฆ์โดยที่มีซู่ฮ่องกงคอยเดินตามหลังไป

ที่ที่สีวู่หยาเดินตรงไปมีรถม้าบินได้จอดเอาไว้อยู่ ที่ตรงนั้นเองมีผู้ฝึกยุทธหลายสิบคนกำลังยืนคุ้มกันอยู่ พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่ใส่ชุดคลุมสีอ่อน เมื่อสีวู่หยาปรากฏตัว ในตอนนั้นเองผู้ฝึกยุทธทั้งหมดก็ได้โค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียงกัน "ท่านเจ้าสำนัก! "

สีวู่หยาโยนกล่องลึกลับใบนั้นไปในรถม้าก่อนที่จะกระโดดเข้าไปในทันที "ไปเมืองอันยางซะ"

"ครับ! "

ผู้ฝึกยุทธหลายสิบคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ใช้พลังลมปราณของตัวเองออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน รถม้าขนาดใหญ่คันนั้นค่อยๆ ลอยขึ้นสู่กลางอากาศอย่างช้าๆ

สีวู่หยาที่อยู่ในรถม้าพูดออกมาอย่างใจเย็น "ศิษย์น้องแปด เจ้าอย่าทำอะไรเพื่อให้ตัวเองตกเป็นเป้าสนใจซะล่ะ ในตอนนี้ข้อตกลงระหว่างวิหารปีศาจและสำนักเที่ยงธรรมได้จบลงแล้ว เจ้าพวกนั้นคงไม่กล้ามาท้าทายศาลาปีศาจลอยฟ้าแน่ แต่เจ้าพวกนั้นคงจะมาเอาเรื่องที่เจ้าแทน"

เมื่อซู่ฮ่องกงได้ยินแบบนั้น เขาก็สั่นไปทั้งตัวก่อนที่จะพูดตอบกลับมา "ศิษย์พี่ ทั้งหมดเป็นความคิดของท่าน แล้วทำไมกัน ทำไมข้าถึงเป็นคนที่ได้รับโทษแบบนี้? "

สีวู่หยามองไปที่ทางที่มุ่งสู่เมืองอันยาง "แม้ว่าจางหยวนฉานจะยั่วยุศาลาปีศาจลอยฟ้ามาแล้วมากมายหลายครั้ง แต่ยังไงเจ้านั่นก็เป็นคนที่ขี้ขลาดอย่างแท้จริง เจ้านั่นน่ะกลัวตายกว่าสิ่งอื่นใด ถ้าหากเจ้านั่นไม่กลัวตายเจ้านั่นก็คงจะกลับไปยังแท่นบูชาหยกเขียวในตอนที่ท่านอาจารย์ปรากฏตัวแล้ว "

"ถึงแบบนั้นก็ไม่ยุติธรรมอยู่ดีที่ข้าจะต้องได้รับโทษแทน"

"ผู้ชายอย่างเจ้านั่นก็เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะกลัวผู้ที่แข็งแกร่งกว่าและเลือกที่จะสู้กับผู้ที่อ่อนแอกว่าแทน" ทันทีสีวู่หยาพูดจบ รถม้าก็ได้บินจากไป

ถ้าหากจะให้พูดในอีกความหมายหนึ่ง 'จางหยวนฉานคงคิดว่าหุบเขาพยัคฆ์เป็นผู้ก่อเหตุความวุ่นวายทั้งหมดแทนสินะ? ' ซู่ฮ่องกงที่เห็นรถม้าจากไปได้โค้งคำนับให้เล็กน้อยก่อนที่จะพูดบอกลา "ขอให้เดินทางปลอดภัยครับศิษย์พี่" หลังจากนั้นเขาก็ยืดร่างกายของตัวเองก่อนที่จะพูดเยาะเย้ยออกมา "ข้าไม่มีวันรับโทษนั่นแทนศิษย์พี่แน่"

สองชั่วโมงต่อมา

รถม้าของสีวู่หยาก็ได้จอดลงที่ใกล้ๆ กับเมืองอันยางอย่างช้าๆ สีวู่หยาได้ออกจากรถม้าของตนก่อนที่จะจ้องมองไปที่เมืองที่อยู่ตรงหน้า

หนึ่งในลูกน้องของสีวู่หยารีบเดินออกมาพูดกับเขาในทันที "ท่านเจ้าสำนัก พวกเขาจัดการพื้นที่โดยรอบแล้ว ไม่มีใครรู้แน่ว่าท่านเจ้าสำนักมาที่นี่"

สีวู่หยาพยักหน้า "รอข้าที่นี่ ข้าจะรีบกลับมา"

"ท่านเจ้าสำนัก ดาบปีศาจเพิ่งจะอยู่ในเมืองไม่นานมานี้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากดาบปีศาจโกรธที่ท่านเจ้าสำนักมาเยี่ยมเยียนตัวเขากัน? "

สีวู่หยาเหลือบมองไปที่ชายคนนั้นก่อนที่จะตอบกลับไป "เจ้าน่ะผิดแล้ว ศิษย์พี่รองข้า...ข้าจะตัดสินด้วยตัวเอง"

"เข้าใจแล้วท่านเจ้าสำนัก"

สีวู่หยายกแขนขึ้น ในตอนนั้นเองกล่องลึกลับจากในรถม้าก็ได้ลอยอยู่บนฝ่ามือของเขา

ในขณะเดียวกันที่ชั้นสามของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองอันยาง จากหน้าต่างของร้านอาหารที่นี่สามารถมองเห็นเมืองอันยางทั้งหมดได้

ในตอนนั้นเองชายผู้ใช้ดาบชุดเขียวกำลังรินเหล้าให้กับตัวเอง

ที่ร้านอาหารแห่งนี้ว่างเปล่า มันไม่มีแขกแม้แต่คนเดียว

เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับเขากำลังยืนตัวสั่นอยู่ เสี่ยวเอ้อได้เหลือบมองชายผู้ใช้ดาบชุดเขียวเป็นระยะๆ

ในตอนนั้นจู่ๆ ชายผู้ใช้ดาบก็ได้พูดขึ้น "อีกไกลแค่ไหนกัน? "

"จาก...หุบเขาตะวันฟ้า...ไปยังเมืองอันยาง...คงจะใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมง ในตอนนี้พวกเขา...คะคงจะมาถึงแล้ว" เสี่ยวเอ้อพูดออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ

"ไม่ต้องกลัวไป...ที่นี่ยังมีเหล้าและอาหารอีกเยอะ มานั่งดื่มกับข้าเถอะ" ชายผู้ใช้ดาบชุดเขียวได้พูดชักชวนออกมา

"ไม่ ไม่ ไม่...ข้าน้อยไม่กล้า ข้าจะยืนอยู่ตรงนี้...ตรงนี้เหมาะกับข้าดีที่สุดแล้ว..." เสี่ยวเอ้อถึงกับหนาวไปทั้งตัวเมื่อได้ยินคำเชิญของชายผู้ใช้ดาบที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่

ตึ๊ก! ตึ๊ก! ตึ๊ก!

มีใครบางคนกำลังเดินขึ้นบันไดมา

ผู้ฝึกยุทธหลายคนกำลังเดินมาที่ชั้นสาม มีผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ 1 คน และมีผู้ฝึกยุทธขั้นมหาราชครูอีก 2 คน ผู้ฝึกยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้อีก 6 คน และผู้ฝึกยุทธขั้นอื่นๆ อีก 3 คน

นอกเหนือจากผู้ใช้ดาบชุดเขียวและเสี่ยวเอ้อ ในห้องแห่งนี้มีเพียงโต๊ะ, เก้าอี้ อาหารและเหล้าเพียงสำหรับหนึ่งคนเท่านั้น

ชายผู้ใช้ดาบได้จ้องมองไปที่ผู้ฝึกยุทธทั้งหมดผู้มาใหม่ เขารินเหล้าตัวเองก่อนที่จะพูดออกมาอย่างใจเย็น "ปล่อยเจ้าพวกนี้เอาไว้ซะ คนอื่นๆ ถอยไปได้"

เสี่ยวเอ้อได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในตอนนี้ตัวเขารู้สึกราวกับนักโทษประหารที่ได้รับอภัยโทษแล้ว หลังจากนั้นเขาก็โค้งคำนับก่อนที่จะพูดขึ้น "ขอบคุณท่าน! ขอบคุณท่านจริงๆ! " เสี่ยวเอ้อได้วิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายต่างจ้องไปที่ชายผู้ใช้ดาบชุดเขียวอย่างงงงวย

ชายวัยกลางคนผู้เป็นผู้นำกลุ่มชาวยุทธสัมผัสได้ถึงพลังอันแปลกประหลาดจากชายผู้ใช้ดาบชุดเขียว ในตอนนั้นเขาทำท่าคารวะก่อนที่จะพูดขึ้น "ท่านเป็นใครกันแน่ ท่านจอมยุทธ? "

ชายผู้ใช้ดาบไม่ได้ตอบคำถามกลับไป ในตอนนั้นเขาเลือกที่จะถามออกมาแทน "พวกเจ้าทั้งหมดใช่โจรภูเขาแห่งหุบเขาตะวันฟ้าสินะ? "

"การที่จะเรียกว่าโจรภูเขามันอาจจะฟังดูแรงไปหน่อย...พวกเราก็แค่เป็นกลุ่มคนที่พยายามจะหาเลี้ยงชีพตัวเองก็เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้ร้านอาหารอยู่รอดต่อไปแบบนี้ ข้าหวังว่าท่านจอมยุทธจะไม่ทำให้พวกเราเดือดร้อนนะครับ"

"ถ้าหากเป็นแบบนั้น...เรื่องนี้ก็ง่ายเพียงนิดเดียว" ชายผู้ใช้ดาบได้ยกจอกเหล้าของตัวเองขึ้นก่อนที่จะดื่มมัน หลังจากที่ดื่มเหล้าเสร็จน้ำเสียงที่เยือกเย็นของเขาก็ได้เปลี่ยนไป "ข้าต้องขอโทษพวกเจ้าจริงๆ นะ แต่พวกเจ้าช่วยจบชีวิตของตัวเองลงที่นี่จะได้ไหม? ดาบของข้าไม่ชอบที่จะแปดเปื้อนเลือดของผู้ฝึกยุทธกระจอกๆ "

กลุ่มผู้ฝึกยุทธที่ได้ยินแบบนั้นได้ถอยหลังกลับไปตามสัญชาตญาณในทันที

"ท่านเป็นใครกันแน่"

ชายผู้ใช้ดาบได้ยิ้มจางๆ ก่อนที่จะพูดออกมา "ข้ายู่ฉางตง"

"..."

"ดาบปีศาจ!? "

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายไม่ได้ต้องการพิสูจน์ความจริงแต่อย่างใด พวกเขาทั้งหมดต่างก็หันหลังก่อนที่จะวิ่งหนี

ตึ๊ก! ตึ๊ก! ตึ๊ก!

แต่ที่บันไดทางลงนั้นเองมีม่านพลังที่สุดแสนน่ากลัวขวางทางเอาไว้ไม่ให้พวกเขาได้หลบหนีไปไหนได้

ชายผู้ใช้ดาบยังคงรินเหล้าให้ตัวเองก่อนที่จะดื่มมัน ยู่ฉางตงได้ทำตัวราวกับว่าไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้ฝึกยุทธกว่าเป็นสิบคนเริ่มตื่นตระหนก

ในตอนนั้นเองอาวุธพลังลมปราณที่ซ่อนอยู่ก็ได้จู่โจมเหล่าชาวยุทธโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือน มีเพียงแสงประกายสีทองจากขนนกยูงเท่านั้นที่เหล่าผู้ฝึกยุทธเห็นเป็นสิ่งสุดท้าย

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

อาวุธที่ว่าได้เจาะเข้าไปที่หน้าอกของผู้ฝึกยุทธแต่ละคนอย่างแม่นยำ มันทะลวงเข้าไปซ้ำๆ

ชายผู้ใช้ดาบไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง เขาได้แต่ส่ายหัวเบาๆ หลังจากนั้นเขาก็ได้วางจอกเหล้าลงก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป "ศิษย์น้อง เจ้าทำให้ข้าอารมณ์เสียนะ ข้ากำลังเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มพวกนี้อยู่ ข้าน่ะไม่ชอบกลิ่นเลือดเลยจริงๆ "

สีวู่หยาเดินขึ้นบันไดมาโดยเอามือไขว้หลัง ในตอนนั้นเองกล่องลึกลับได้ลอยอยู่ข้างๆ ตัวเขา ใบหน้าของสีวู่หยาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขานั่งลงตรงข้ามยู่ฉางตงก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าจะเลี้ยงท่านเพื่อเป็นการไถ่โทษเอง ศิษย์พี่..."

ยู่ฉางตงส่ายหัวตัวเองเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา "แค่เจ้าคิดแบบนั้นข้าก็พอใจแล้ว แต่ถึงแบบนั้นก็ยังเป็นอะไรที่น่าเสียดายยิ่งนัก ข้าสัญญากับเจ้าพวกนั้นเอาไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะให้พวกมันจบชีวิตตัวเอง"

"เป็นความผิดของข้าเอง...ข้าไม่ควรเข้าไปยุ่งเลยจริงๆ " สีวู่หยาพูดขึ้น "ศิษย์พี่น่ะเป็นคนที่มีวรยุทธลึกล้ำ ทำไมศิษย์พี่ถึงต้องลดตัวไปจัดการกับพวกกลุ่มโจรกระจอกพวกนั้นด้วยล่ะ? "

"ศิษย์น้องเล็กหยวนเอ๋อทั้งไร้เดียงสาและแสนบริสุทธิ์ ปัญหาของนางก็เหมือนปัญหาของข้านั่นแหละ" ยู่ฉางตงพูดออกมา

สีวู่หยาถึงกับผงะ "ท่านนี่รักศิษย์น้องเล็กจริงๆ เลยนะ"

"ข้าไม่ได้เรียกมันว่าความรักหรอกนะ..." ยู่ฉางตงพูดออกมาเบาๆ "ในตอนที่ศิษย์พี่ใหญ่กับข้าออกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าไป ศิษย์น้องเล็กยังไม่ได้เข้าร่วมศาลาปีศาจลอยฟ้าซะด้วยซ้ำ"

"แล้วทำไมท่านถึงทำแบบนั้นกัน? " สีวู่หยากวาดตาไปมองซากศพกลุ่มโจรภูเขาที่กำลังนอนอยู่

ยู่ฉางตงได้ยิ้มออกมา หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นก่อนที่จะเอามือไขว้หลังเอาไว้ ยู่ฉางตงได้เดินไปมองทิวทัศน์ที่ภายนอกร้านอาหารก่อนจะพูดตอบกลับมา "ข้าน่ะเคยพบกับศิษย์น้องเล็กหลายครั้งแล้ว ข้าคิดว่านางก็เหมือนกับข้า นางเป็นคนที่จริงใจต่อผู้อื่น"

"..." สีวู่หยาได้ไอออกมาเบาๆ ก่อนที่จะพูดต่อไป "ศิษย์พี่ข้ามีเรื่องที่จะคุยกับท่าน" ในตอนนั้นสีวู่หยาก็ได้โบกมือของตัวเอง กล่องลึกลับที่ติดตัวเขามาจึงได้ตกลงสู่โต๊ะ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 131 ทางเลือกของศิษย์คนที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว