เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 123 ความขัดแย้งและกองกระดูก

ตอนที่ 123 ความขัดแย้งและกองกระดูก

ตอนที่ 123 ความขัดแย้งและกองกระดูก


ตอนที่ 123 ความขัดแย้งและกองกระดูก

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ความนิ่งสงบได้แผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงใหญ่ของศาลาปีศาจลอยฟ้าอีกครั้ง

คำพูดของลู่โจวเมื่อครู่นี้ทำให้ทุกคนตื่นตกใจ

'เจ้าบ้าคนนี้น่ะหรอเป็นเจ้าชายองค์ที่สาม? '

'ท่านอาจารย์เลอะเลือนไปรึเปล่า? '

เหล่าสาวกทั้งหลายต่างก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยธรรมชาติแล้วไม่มีใครที่จะกล้าพอที่จะพูดความคิดนี้ออกมา

เจียงอาเฉียนรู้สึกตกตะลึงไปชั่วขณะ และเมื่อตัวเขาได้สติอีกครั้ง เขาก็ได้เริ่มพูดออกมา "ท่านผู้อาวุโส ท่านก็มีอารมณ์ขันเหมือนกันนะ! ข้าจะไปเป็นเจ้าชายองค์ที่สามได้ยังไงกัน? "

ลู่โจวคิดอยู่แล้วว่าเจียงอาเฉียนจะไม่ได้ยอมรับในทันที ในตอนนั้นเขาจึงพูดออกมาอย่างเยือกเย็น "ศิษย์ทรยศของข้ายี่เทียนซินได้ใช้เวลาถึง 5 ปีด้วยกันกว่าที่จะแทรกซึมไปที่หอจดหมายเหตุในพระราชวังได้ ผลสุดท้ายแล้วสิ่งที่นางหาเจอมีเพียงเบาะแสเดียว เบาะแสที่ข้าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเหตุกวาดล้างในหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ แต่ถึงแบบนั้นผู้ฝึกยุทธอย่างเจ้ากลับพบความจริงได้ในเวลาอันสั้น เจ้าทำแบบนั้นได้ยังไงกัน? "

เจียงอาเฉียนที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ตอบกลับมา "ข้าบอกท่านไปแล้วไง ว่าข้ามีสหายอยู่ที่พระราชวัง"

ฮั๊ววู่เด๋าที่เพิ่งเข้ามาในห้องโถงได้เริ่มเอ่ยปากถามขึ้น "สหายแบบไหนกันที่จะหาข้อมูลลับสุดยอดแบบนั้นมาได้? "

"..." เจียงอาเฉียนถึงกับพูดไม่ออก

ฮั๊ววู่เด๋ายังคงพูดต่อไป "สวัสดีฝ่าบาท" ฮั๊ววู่เด๋าเป็นชายผู้ที่มาจากสำนักหยุน และเพราะแบบนั้นเขาจึงไม่เข้าใจมารยาทและพิธีรีตองอันซับซ้อนของเหล่าราชวงศ์

เมื่อเห็นแบบนั้นด้วยความเคยชินที่เจียงอาเฉียนมีก็ทำให้เข้าเผลอพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม "ท่านเรียกผิดไปตามพิธีการนะ" แต่เมื่อเจียงอาเฉียนรู้ตัว เขาก็ได้เอามือปิดปากของตัวเองในทันที หลังจากนั้นเขาก็รีบพูดออกมาอย่างเร่งรีบ "เข้าใจผิดน่ะ! แค่เข้าใจผิดเท่านั้น! ทุกท่านอย่าได้เข้าใจผิดไป..." จนท้ายที่สุดแล้วเจียงอาเฉียนก็ได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดขึ้น "ก็ได้..."

ฮั๊ววู่เด๋าที่เห็นแบบนั้นก็ได้ยืนตรงขึ้นด้วยความเคารพ

ลู่โจวพยักหน้าก่อนที่จะพูดออกไป "ข้าน่ะมีเวลาล้นหลาม ข้าไม่ได้กังวลไปหรอกว่าเจ้าจะไม่ยอมรับมัน"

เจียงอาเฉียนพูดออกมาก่อนที่จะถอนหายใจ "ข้าน่ะต้องเจอปัญหามากแค่ไหนกว่าที่จะส่งข่าวมายังศาลาปีศาจลอยฟ้าได้ ท่านผู้อาวุโส ตัวข้าได้พลาดไปจริงๆ "

หมิงซี่หยินที่ได้ยินแบบนั้นได้พูดแทรกขึ้น "เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว! เจ้าชายอย่างเจ้าก็เป็นได้แค่อุปสรรคของพวกเราชาวศาลาปีศาจลอยฟ้า! "

เห็นได้ชัดว่าเจียงอาเฉียนได้หลอกใช้ศาลาปีศาจลอยฟ้า ในโลกนี้จะมีใครกล้าพอที่จะทำแบบนั้นได้? แม้แต่ยู่เฉิงไห่จากสำนักทางใต้เองก็ยังไม่แม้แต่จะกล้าทำ

เจียงอาเฉียนรีบโบกมือก่อนที่จะพูดออกมา "ช่างน่ารังเกียจ น่ารังเกียจอะไรแบบนี้! ข้าอยากที่จะบอกกับท่านผู้อาวุโสมาโดยตลอด ข้าน่ะเกลียดแผนการอันชั่วร้ายและการหลอกลวงภายในพระราชวังมาก และเพราะแบบนั้นนั่นคือเหตุผลที่ข้าออกจากพระราชวังมาเพื่อทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ ไม่ว่าข้าจะเจออุปสรรคมากมายสักแค่ไหน ข้าก็ไม่อยากที่จะกลับไปเป็นเจ้าชายอีกต่อไป"

ฮั๊ววู่เด๋าที่ฟังแบบนั้นก็ได้พูดขึ้น "องค์ชาย ทำไมท่านถึงต้องการตัดสัมพันธ์กับทางพระราชวังกันล่ะ? "

เจียงอาเฉียนถอนหายใจออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินคำถามของฮั๊ววู่เด๋า "แม้ว่าข้าจะเป็นเจ้าชายก็จริง แต่ถึงแบบนั้นข้าก็มีเพื่อนดีๆ เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ท่านอยากที่จะหัวเราะข้าก็เชิญเลย แต่ตัวข้าน่ะชอบใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปมากกว่า แต่ถึงแบบนั้นการจะเอาตัวรอดในโลกยุทธภพได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะแบบนั้นข้าเลยเลือกใช้นามแฝงเจียงอาเฉียนเพื่อที่จะเป็นชาวยุทธในโลกยุทธภพแห่งนี้"

"ผู้คลั่งไคล้ดาบทั้งสามล้วนแต่มีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ด้วยกันทั้งนั้น เป็นที่น่าประทับใจมากที่องค์ชายสามารถฝึกฝนตัวเองไปถึงขั้นนั้นได้" ฮั๊ววู่เด๋าพูดออกมาอย่างเคารพนับถือ

"นั่นก็เป็นแค่ชื่อเสียงจอมปลอมเท่านั้นแหละ..." เจียงอาเฉียนพูดออกมา

"ช่างเป็นคำพูดที่ยอดเยี่ยมซะจริง! " ลู่โจวได้พูดขัดจังหวะขึ้น "มันจะยอดเยี่ยมกว่านี้มากถ้าหากเขาไม่ได้ทรยศพี่ชายของตัวเองแบบนี้น่ะ? "

เจียงอาเฉียนถึงกับผงะ

'ผู้ที่บงการเบื้องหลังเหตุกวาดล้างหมูบ้านปลามังกรสวรรค์ก็คือองค์ชายคนที่สอง ไม่เพียงแต่องค์ชายคนนี้จะไม่ปกป้องพี่ชายของตัวเอง ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามแทงข้างหลังผู้เป็นพี่อีกด้วย ใครจะไปเชื่อกันว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำเพราะเหตุผลส่วนตัวน่ะ? '

สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่เจียงอาเฉียน สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับในตอนนี้ศาลผู้พิพากษากำลังพิจารณาความผิดของจำเลยอยู่ เจียงอาเฉียนเป็นตัวละครที่กลายเป็นจำเลยไป

เจียงอาเฉียนถอนหายใจก่อนที่จะพูดขึ้น "คนที่เหลาะแหละมากที่สุดในใต้หล้านี้ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกนอกซะจากเจ้าชายอย่างข้า"

ภายในกำแพงพระราชวัง นอกเหนือจากระเบียบการและกฎเกณฑ์ต่างๆ แล้วก็ไม่มีอะไรสำคัญนอกเหนือไปจากพลังและสถานะอีกต่อไป พระราชวังไม่ใช่สถานที่ที่จะมีความสัมพันธ์กันในครอบครัว

ลู่โจวได้ลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพูดออกมา "พวกเรามากลับเข้าเรื่องกันเถอะ ทำไมเจ้าถึงรู้ว่าตัวข้ากำลังต้องการที่จะตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์กันล่ะ? "

"ก็เพราะศิษย์คนที่หกของท่านไม่ใช่หรอไง? " เจียงอาเฉียนพูดออกมาอย่างสับสน

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "นั่นไม่ใช่ทั้งหมดแน่...เจ้ารู้จักฝานเชียวสินะ? "

ฮั๊ววู่เด๋าได้ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของฝานเชียว "ฝานเชียวเป็นหนึ่งในสมาชิกสำนักหยุนของข้าเอง"

หมิงซี่หยินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดโต้กลับไป "ผู้อาวุโสฮั๊ว คิดถึงจุดยืนของท่านในปัจจุบันด้วย ฝานเชียวน่ะได้ปลอมตัวเป็นอาจารย์ของข้าเพื่อที่จะก่อกรรมไปทั่ว เจ้านั่นน่ะดูหมิ่นอาจารย์ของข้าและพวกเราชาวศาลาปีศาจลอยฟ้า กฎก็ต้องเป็นไปตามกฎ เจ้านั่นน่ะสมควรที่จะถูกสับออกเป็นแปดชิ้นแล้วโยนให้เหล่าสัตว์อสูรที่อยู่เชิงเขากินซะ! "

"..." ใบหน้าอันชราของฮั๊ววู่เด๋าเปลี่ยนไปเป็นสีแดง ในตอนที่ตัวเขาตัดสินใจที่จะอยู่ที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า ตัวเขาก็เท่ากับว่าได้ออกจากสำนักหยุนมาแล้วอย่างเต็มตัวนั่นเอง

"ข้าเคยได้ยินเรื่องของเขามาบ้าง" เจียงอาเฉียนตอบกลับมาอย่างมืดมน

"ฝานเชียวบอกข้าถึงเรื่องความวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแม่น้ำมังกรสวรรค์ เจ้านั่นบอกกับข้าเรื่องกระดูกพิเศษมา" ลู่โจวพูดขึ้น

"เป็นอย่างงั้นเองหรอ? " เจียงอาเฉียนเกาหัวตัวเอง

"เจียงอาเฉียน...เจ้าคิดว่าจะหลอกข้าได้ง่ายๆ อย่างงั้นหรอ? " แม้ว่าดวงตาของเจียงอาเฉียนจะขุ่นมัว แต่ถึงแบบนั้นเขากลับมองเจียงอาเฉียนออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

เจียงอาเฉียนรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็โต้ตอบอะไรกลับไปไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เลือกที่จะพูดออกมา "ท่านผู้อาวุโสรู้เรื่องดีหมดทุกอย่างแล้ว ทำไมท่านถึงต้องถามออกมากันด้วย"

ลู่โจวได้พูดถามออกไปอีกครั้ง "พระราชวังได้งมหากระดูกจากแม่น้ำนั่นมานานกว่าทศวรรษแล้ว เจ้าคิดว่าพระราชวังจะหาอะไรเจอไหม? "

"ไม่"

"กระดูกพิเศษพวกนั้นคืออะไรกันแน่? " ลู่โจวได้ถามออกมาอีกครั้ง

"เอ่อ..." เจียงอาเฉียนจ้องมองไปรอบๆ ตัวเอง ดูเหมือนว่าตอนนี้ตัวเขากำลังถูกสายตาหลายคู่จับจ้องอย่างไม่ละสายตา

ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไร เขาพูดต่อไปอีกครั้ง "เจ้าควรจะเข้าใจจุดยืนของตัวเอง ในตอนนี้การจะปกปิดข้าต่อไปมันเป็นเรื่องที่ไร้ความหมายแล้ว"

เจียงอาเฉียนได้คารวะไปที่ลู่โจว ในตอนนั้นเองท่าทีที่ขี้เล่นของเขาได้หายไปอย่างสนิท "ข้าไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องโกหกท่าน ท่านผู้อาวุโส ข้าพูดตามจริงทั้งหมด ข้าคิดว่าคนจากพระราชวังพวกนั้นคงจะลืมไปแล้วซะด้วยซ้ำว่าข้าเคยออกจากพระราชวังมา ข้าน่ะได้ทิ้งพระราชวังมาหลายปีแล้ว ตัวข้าเองก็ไม่มีสหายอยู่ในพระราชวังมากมายเท่าไหร่ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพระราชวังอาจจะไม่มีองค์ชายคนที่สามอีกต่อไป" เจียงอาเฉียนได้หยุดกลืนน้ำลายก่อนที่จะพูดต่อไป "ในตอนที่ข้ากำลังสืบหาความจริงที่แม่น้ำสวรรค์ คนของข้าทั้งสองคนก็ได้ถูกสังหารไป ข้าเองไม่สามารถตำหนิใครได้เลยเพราะตัวข้าไร้ความสามารถเอง"

ห้องโถงใหญ่ได้เงียบสงบอีกครั้ง

หลังจากนั้นเจียงอาเฉียนก็ได้พูดต่อไป "พี่ชายของข้าน่ะเป็นคนโหดร้ายทารุณ เขาไม่เหมาะที่จะเป็นผู้ที่จะปกครองแผ่นดิน"

"ข้าเชื่อเจ้า" ลู่โจวพูดออกมา

"ขอบคุณมากท่านผู้อาวุโส"

"เจียงอาเฉียน เป็นไปได้ไหมว่ากระดูกพวกนั้นจะเป็นกระดูกของชาวมนุษย์เผือกกัน? " ลู่โจวได้ถามออกมาอย่างเยือกเย็น

"ชะ...ชาวมนุษย์เผือก..." เจียงอาเฉียนส่ายหัว "มีข่าวลือจากพระราชวังเคยว่าเอาไว้ กระดูกของชาวมนุษย์เผือกสามารถช่วยทำให้ผู้ใช้ยืดอายุขัยออกไปได้ ถ้าปากเป็นแบบนั้นจริง ทำไมถึงทางพระราชวังจะต้องงมหากระดูกมากว่าหลายสิบปีแบบนี้ด้วย? "

ไม่มีใครเลยที่สามารถหาสมบัติล้ำค่าพบหลังจากที่กอบกู้กระดูกของชาวมนุษย์หิมะทั้งหมดขึ้นมาจากแม่น้ำมาเป็นเวลากว่าสิบปีได้ ดูเหมือนว่าวัตถุประสงค์ในการงมแม่น้ำจะเปลี่ยนไปแล้ว

"ท่านผู้อาวุโส ข้าจะพูดสิ่งที่เคยพูดออกไปอีกครั้ง ข้าน่ะพูดความจริงมาโดยตลอด ข้าไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้เลย เพราะแบบนั้นมันคงจะดีกับข้ามากถ้าหากท่านยอมมอบดาบดีๆ ให้กับข้าสักเล่ม" เจียงอาเฉียนรวบรวมความกล้าทั้งหมดพูดขึ้น

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าบอกไปแล้วว่าข้าน่ะไม่ชอบคนที่ไม่รักษาคำพูด ข้าน่ะสัญญากับเจ้าไปแล้ว เพราะแบบนั้นข้าจะต้องทำตามสัญญานั้นแน่"

หลังจากที่ลู่โจวพูดจบ ตัวเขาก็ได้โบกมือขึ้นไปกลางอากาศอย่างช้าๆ ในตอนนั้นเองของชิ้นหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นก่อนที่จะลอยตรงไปที่เจียงอาเฉียน

ในตอนนั้นเองทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่ของสิ่งนั้น พวกเขาอดสงสัยไม่ได้เลยว่าปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าได้มอบสมบัติอะไรให้กับเจียงอาเฉียนกันแน่

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 123 ความขัดแย้งและกองกระดูก

คัดลอกลิงก์แล้ว