เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 120 ผู้ที่ทำตามเสียงของหัวใจได้ไม่ใช่คนธรรมดาหรอก!

ตอนที่ 120 ผู้ที่ทำตามเสียงของหัวใจได้ไม่ใช่คนธรรมดาหรอก!

ตอนที่ 120 ผู้ที่ทำตามเสียงของหัวใจได้ไม่ใช่คนธรรมดาหรอก!


ตอนที่ 120 ผู้ที่ทำตามเสียงของหัวใจได้ไม่ใช่คนธรรมดาหรอก!

เมื่อพูดถึงดาบดีๆ หยวนเอ๋อก็เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมา ในตอนนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา "ท่านอาจารย์จะต้องมอบอาวุธดีๆ ให้กับเจ้านั้นเพียงเพราะว่าข้อมูลอันไร้ค่าเพียงแค่สองครั้งสินะ แต่ศิษย์เป็นศิษย์ของท่านมานาน กลับไม่ได้อะไรเลย"

"สามหาว! " ลู่โจวจงใจพูดขึ้นเสียงออกมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลู่โจวทำแบบนี้

"ศิษย์ผิดไปแล้วค่ะ" หยวนเอ๋อพูดออกมาก่อนที่จะก้มหน้าสำนึกผิด

"อาวุธนั่นเป็นของเหล่าราชวงศ์อยู่แล้ว มันไม่มีประโยชน์สำหรับข้าหรอกที่จะเก็บอาวุธพวกพวกนั้นเอาไว้" ลู่โจวพูดขึ้น

"ค่ะ" หยวนเอ๋อได้แต่พยักหน้ายอมรับ

ลู่โจวลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเดินตรงไปยังห้องลับ

"พักผ่อนให้สบายนะคะท่านอาจารย์"

หลังจากที่ลู่โจวหายไป หมิงซี่หยินก็ได้พูดออกมา "ศิษย์น้องหญิง ทำไมเจ้าถึงต้องไปกังวลเรื่องนี้กันล่ะ? ข้าเองก็เพิ่งจะได้เคียวพื้นพิภพมา ข้ามั่นใจว่าท่านอาจารย์น่ะจะต้องให้อาวุธที่ดีกับเจ้าด้วยแน่นอน"

"ศิษย์น้องสี่พูดถูก ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากเจ้าฝึกฝนตัวเองไปถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ เมื่อถึงเวลานั้นท่านอาจารย์จะต้องมอบอาวุธล้ำค่าให้กับเจ้าแน่ อาวุธที่จะต้องดีกว่าหอกราชันย์ของข้า! "

"ฮึ่ม! งั้นข้าขอตัวก่อน! " หยวนเอ๋อพูดออกมาก่อนที่จะหันหลังและจากไป

หมิงซี่หยินและด้วนมู่เฉิงต่างก็สบตากัน

ฝางซงเองก็กำหมัดก่อนที่จะคารวะออกมา "ข้าคิดว่าศิษย์พี่เก้าจะต้องรู้สึกโกรธแน่เมื่อเห็นท่านได้เคียวพื้นพิภพไป และยิ่งกว่านั้นศิษย์พี่สามเองก็ยังมีหอกราชันย์อีกด้วย ข้าคงจะต้องข้อตัวเพื่อที่จะไปฝึกฝนเคล็ดวิชาหยางทั้งหก ข้าน้อยขอตัวก่อน" หลังจากฝางซงพูดจบเขาก็รีบออกจากห้องโถงไปอย่างรีบร้อน

โจวจี้เฟิงที่พาฮั๊ววู่เด๋ามาที่บ้านพักเองได้เอาตัวรอดจากห้องโถงไปเป็นที่เรียบร้อย

"ศิษย์น้องสี่พวกเราไปฝึกกันต่อเถอะ"

"..."

ลู่โจวเข้าไปในห้องก่อนที่จะมองกล่องลึกลับที่เพิ่งจะได้มา หลังจากนั้นเขาก็ได้แต่ส่ายหัว 'สิ่งนี้สามารถต้านทานพลังโจมตีจาอาวุธนิรนามได้ อาวุธระดับสรวงสวรรค์ก็คงจะใช้ไม่ได้ผลกับมัน กล่องใบนี้คงจะมีแต่กุญแจวิเศษเท่านั้นที่จะสามารถเปิดมันออกได้' ลู่โจวพยักหน้าอย่างใจเย็น 'ถ้าหากปล่อยสิ่งนี้เอาไว้กับเขา บางทีหมิงซี่หยินอาจจะคิดอะไรออกก็ได้ '

เนื่องจากลู่โจวได้ซื้อกล่องจากร้านค้ามาเพราะแบบนั้นเขาจึงไม่ได้กังวลเลยว่าคนอื่นจะเปิดมันได้ หลังจากนั้นไม่นานลู่โจวก็ได้สนใจแต้มบุญที่เหลือของเขา

แต้มบุญ 4,762 แต้ม

ลู่โจวได้รับพลังอวตารเบญญจจักรวาลมาหลังจากที่ได้จับฉลากนำโชคไป ถ้าหากตัวเขาต้องการพลังร่างอวตารปัญจแห่งการเกิดใหม่ซึ่งเป็นพลังขั้นต่อไปลู่โจวจะต้องใช้แต้มบุญทั้งหมดกว่า 12,000 แต้มด้วยกัน แน่นอนว่าในตอนนี้ตัวเขาไม่มีแต้มบุญมากมายถึงขนาดนั้น ถ้าหากจะหาแต้มบุญด้วยวิธีเดิมๆ ต่อไปลู่โจวไม่คิดว่าตัวเขาจะมีปัญญาซื้อมันได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

ความคิดหลายอย่างได้เกิดขึ้นในใจของลู่โจวพร้อมกัน หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้เปิดเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ขึ้นมาเพื่อที่จะเริ่มทำความเข้าใจอีกครั้ง

6 ชั่วโมงต่อมา

ในที่สุดลู่โจวก็เลิกที่จะหยุดศึกษาเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ในตอนนี้ลู่โจวรู้สึกว่าตัวเขากำลังเข้าสู่สภาวะแห่งความว่างเปล่า ตอนนี้ลู่โจวไม่ได้เจอกับตัวหนังสือที่ไร้ความหมายอีกต่อไป ทุกตัวหนังสือที่เจอล้วนถูกเรียบเรียงมาจนทำให้ตัวเขาสามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายดาย

'ไม่เป็นไร ตราบใดที่ฉันทำความเข้าใจมันต่อไป ตัวฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่'

ในตอนนั้นเองเสียงของหยวนเอ๋อก้ได้ดังออกมาจากด้านนอกของห้องลับ "ท่านอาจารย์ เจียงอาเฉียนตอบกลับมาแล้วค่ะ"

"เจ้านั่นตอบว่าอะไร? "

"เจ้านั่นบอกว่าจะไม่มาค่ะ เจ้านั่นบอกว่าที่แห่งนี้อันตรายเกินไปที่จะมา และจะดีกว่ามากถ้าหากท่านอาจารย์สามารถส่งดาบดีๆ ให้กับตัวเขาได้" หยวนเอ๋อได้ตอบกลับมา

ลู่โจวพยักหน้าอย่างใจเย็น ตัวเขาเองก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น

หยวนเอ๋อที่พูดเสร็จก็ได้บ่นออกมา "เจ้านั่นควรจะดีใจมากแล้ว แต่เจ้านั่นกลับเลือกที่จะทำแบบนี้ พวกเราควรที่จะไปเมืองรูหนานไหมคะท่านอาจารย์? "

"ไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นหรอก" ลู่โจวได้เดินออกมาจากห้องลับโดยที่เอามือไขว้หลัง "เจ้านั่นน่ะเป็นพวกรักชีวิตตัวเองมากกว่าสิ่งใด เป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่มาเยือนถึงที่นี่"

"เจ้านั่นคงคิดว่าตัวเองสูงส่งมากสินะ" หยวนเอ๋อได้พูดเย้ยหยันออกมา

"เจียงอาเฉียนน่ะไม่ใช่คนธรรมดาๆ "

เมื่อหยวนเอ๋อได้ยินแบบนั้น สีหน้าแห่งความสงสัยก็ได้เกิดขึ้นในทันที เธอรีบถามผู้เป็นอาจารย์ออกมา "ทำไมเขาถึงไม่ใช่คนธรรมดาหรอคะ? "

"เจ้านั่นสามารถลอบเข้าไปในหอจดหมายเหตุของทางพระราชวังได้ เจ้านั่นน่ะไม่ใช่คนธรรมดาหรอกนะ" ลู่โจวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

"แล้วเจ้านั่นเป็นใครกันแน่? "

"ผู้ที่ทำตามสิ่งที่หัวใจตัวเองเรียกหาได้น่ะไม่ใช่คนธรรมดาหรอก" ลู่โจวพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มจางๆ หลังจากนั้นเขาก็เดินต่อไป ลู่โจวได้เดินไปยังศาลาทางเหนือที่ซึ่งคุมขังเหล่านักโทษเอาไว้

หยวนเอ๋อที่เห็นแบบนั้นก้ได้เดินตามผู้เป็นอาจารย์ไป

ลู่โจวได้ใช้เวลาเดินไม่นานมากนักก็มาถึงที่ที่คุมขังฝานซุยเหวินเอาไว้

ที่แห่งนี้มีผู้ฝึกยุทธหญิงทั้งสองคนคอยทำหน้าที่คุ้มกันอยู่ แม้ว่าพลังวรยุทธของพวกเธอจะไม่ได้สูงส่งอะไร แต่ถึงแบบนั้นพวกเธอทั้งสองคนก็ดูน่ากลัวสำหรับคนธรรมดา

"ท่านปรมาจารย์" ผู้ฝึกยุทธหญิงทั้งสองโค้งคำนับให้

"เปิดประตูซะ"

"รับทราบ"

เมื่อประตูถูกเปิดขึ้นมา ลู่โจวก้ได้เดินเข้าไปภายในห้องแห่งหนึ่ง ที่ห้องแห่งนั้นมีของจิปาถะถูกวางเอาไว้อย่างเกลื่อนกลาด ห้องแห่งนี้เคยเป็นห้องเก็บของของศาลาปีศาจลอยฟ้ามาก่อน แต่ถึงแบบนั้นมันก้ได้ถูกดัดแปลงอย่างเร่งรีบจนกลายเป็นห้องสำหรับการคุมขังเหมือนกับทุกวันนี้

ฝานซุยเหวินถูกมัดเอาไว้ที่ใจกลางห้อง ผมของเขากระเซิงจนดูไม่เป็นผู้เป็นคน ฝานซุยเหวินในตอนนี้ดูไม่เหมือนกับผู้นำของเหล่าอัศวินดำอีกต่อไป เมื่อประตูถูกเปิด แสงสว่างจางๆ ก็ได้ส่องกระทบกับใบหน้าของเขา ในตอนนั้นเองเขาจึงเห็นเงาของลู่โจว ฝานซุยเหวินที่เห็นแบบนั้นก็ได้หัวเราะออกมาเบาๆ "นี่...นี่คือทั้งหมดที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าจะทำได้แล้วสินะ? ข้ากลัวว่ามันคงจะไม่พอ...ที่จะทำให้ข้ายอมเปิดปากได้"

ลู่โจวที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พยักหน้าก่อนที่จะตอบกลับ "ข้ารู้ความจริงแล้ว"

ฝานซุยเหวินตกใจ ความกระสับส่ายที่ตัวเขามีเมื่อกี๊ได้จางหายไปอย่างสมบูรณ์ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นก่อนที่จะอุทานออกมา "เป็นไปไม่ได้! "

"นายพลฉางหนิง" ลู่โจวพูดออกมา เขายังไม่ได้เลือกที่จะพูดถึงองค์ชายคนที่สอง

ฝานซุยเหวินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ตัวสั่นไปทั้งตัว คำพูดที่ได้พูดออกมาได้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าชายคนนี้พูดความจริง ในตอนนั้นเองฝานซุยเหวินก็ได้พูดออกมาหลังจากที่สงบสติอารมณ์ลงได้ "ช่างน่าประทับใจจริงๆ "

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นได้ส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง "เหวยซู่หยาน เจ้านั่นน่ะคงจะทำให้เจ้ายอมทำตามหน้าที่ไม่ได้หรอก หรือแม้แต่องค์ชายคนที่สองเองก็คงจะไม่ได้รับความภักดีของเจ้าเช่นกัน จะต้องมีใครคนอื่นที่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้ผู้นำของอัศวินดำยอมรับใช้ได้! "

"เจ้า..." ฝานซุยเหวินเริ่มตัวสั่นขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเขารวมไปถึงหูในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นสีแดง หลังจากนั้นเขาก็ได้เอ่ยปากถามออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา "ท่านจะจัดการเรื่องนี้ยังไงกัน? แม้ว่าข้าจะเป็นผู้นำของเหล่าอัศวินดำ แต่ข้าเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากจะต้องละทิ้งความภาคภูมิใจของตัวเองไป"

"ข้าจะต้องบอกนักโทษอย่างเจ้าด้วยหรอกว่าจะต้องทำยังไง? "

"..."

ลู่โจวได้เอามือไขว้หลังก่อนที่จะเหลือบมองไปที่ฝานซุยเหวิน "ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้ากำลังทำตามคำสั่งใครกันแน่"

"ข้าไม่รู้"

"เจ้าคิดว่าจะปฏิเสธความจริงได้อย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวลูบเคราอย่างใจเย็นก่อนที่จะพูดต่อ "ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ดูเหมือนว่าเจ้านั่นคงจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากองค์ชายองค์ที่สองแน่"

ดวงตาของฝานซุยเหวินเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง

ลู่โจวได้พูดต่ออย่างช้าๆ "เป็นผู้หญิงอย่างงั้นสินะ? "

"..."

"ผู้หญิงคนนั้นคงจะเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์คาถา" ลู่โจวพูดเสริม

"พอที! " จิตใจของฝานซุยเหวินได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ การแสดงออกอันโกรธเกรี้ยวของเขาได้ปรากฏบนใบหน้าของฝานซุยเหวินชั่วขณะ หลังจากนั้นเขาก็ได้พูดขอร้องอ้อนวอนออกมา "ได้โปรดไว้ชีวิตนางด้วย ถือว่าข้าขอร้องท่าน..."

ลู่โจวมองฝานซุยเหวิน ใบหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อน ใครจะไปคิดว่าอดีตวายร้ายที่มีชื่ออยู่บนลำดับสูงสุดของบัญชีดำจะกลายเป็นคนที่รับใช้เหล่าราชวงศ์ไป ใครกันที่แม้แต่ความตายยังไม่อาจทำให้ชายคนนี้เกรงกลัวได้? เรื่องทั้งหมดทำเพราะผู้หญิงคนเดียวอย่างงั้นหรอ?

ลู่โจวส่ายหัว หลังจากนั้นเขาก็พูดออกมา "ฝานซุยเหวิน...บอกข้ามา นางเป็นใครกัน? "

ฝานซุยเหวินได้แต่ส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง หลังจากนั้นสีหน้าของเขาก็กลับมาดุดันและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้ง "ข้าบอกท่านไม่ได้ ข้าจะไม่บอกท่านเด็ดขาด...ข้าจะไม่ยอมพูดเรื่องนี้ต่อให้ต้องตายก็ตาม"

ลู่โจวพบว่าเรื่องนี้แปลกมาก ในตอนนี้ความจริงแล้วตัวตนของเป้าหมายที่เขาต้องการมันชัดเจนมากแล้ว แม้ว่าฝานซุยเหวินจะไม่ได้บอกชื่อนางออกมาแต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี เพราะอะไรกันฝานซุยเหวินถึงยอมปกป้องนางคนนี้โดยยอมแลกด้วยชีวิตของตัวเอง? ดวงตาของฝานซุยเหวินไม่อาจที่จะหลบหลีกลู่โจวได้ เขาสังเกตว่าดวงตาของฝานซุยเหวินส่องแสงสีฟ้าจางๆ ออกมาชั่วขณะก่อนที่จะกลับกลายเป็นแบบเดิมไป

ในตอนนั้นเองเสียงของผู้ฝึกยุทธหญิงก็ได้ดังออกมาจากภายนอก

"ท่านปรมาจารย์ มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับศิษย์พี่ห้า! "

จบบทที่ ตอนที่ 120 ผู้ที่ทำตามเสียงของหัวใจได้ไม่ใช่คนธรรมดาหรอก!

คัดลอกลิงก์แล้ว