เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 113 พลังแห่งเบญจจักรวาล

ตอนที่ 113 พลังแห่งเบญจจักรวาล

ตอนที่ 113 พลังแห่งเบญจจักรวาล


ตอนที่ 113 พลังแห่งเบญจจักรวาล

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

"ไม่ได้คิดมาก่อนอย่างงั้นหรอ? " จางชูตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง "ช่างไร้สาระ! วิหารปีศาจพยายามที่จะทำลายสำนักฝ่ายธรรมะสินะ! "

นักดาบชุดเขียวคนนั้นได้ยิ้มให้ก่อนที่จะโต้ตอบกลับมา "ข้าไม่คิดว่าตาแก่จะทำแบบนั้นโดยที่ไม่มีเป้าหมายหรอกนะ"

"จริงๆ อย่างงั้นหรอ? " เมื่อจางชูรู้ตัวแล้วว่าสถานะที่ตัวเขากำลังนั่งอยู่ในตอนนี้มันน่าอับอายมากแค่ไหน เขาจึงรีบสะบัดเสื้อคลุมก่อนที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

"อืม..." นักดาบชุดเขียวพยักหน้า "ถ้าหากตาแก่นั่นทำให้เจ้ารู้สึกขุ่นเคือง ข้าเองก็ขออภัยแทนเขาด้วย"

คิ้วของจางชูขมวดขึ้น หลังจากนั้นเขาก็พูดออกมาอย่างหงุดหงิด "เจ้าเป็นใครกันแน่ถึงจะต้องไปขอโทษแทน? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกันแน่? "

ไม่ทันทีจางชูจะได้พูดจบ ดาบของชายชุดเขียวก็ได้ลอยออกมาจากฝักอย่างรวดเร็ว มันบินออกมาก่อนที่จะกลับเข้าไปในฝักเพียงพริบตาเดียว

จางชูที่อยู่ตรงนั้นไม่เห็นแม้แต่เงาของดาบ แต่ถึงแบบนั้นนิ้วโป้งของจางชูก็ได้ถูกตัดออกมาจากมือของเขาซะแล้ว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก มันเร็วเกินกว่าที่จางชูจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดได้ซะอีก

"ข้ามีนามว่ายู่ฉางตง" ชายชุดเขียวพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "ไม่จำเป็นจะต้องกลัวข้าไปหรอก ข้าน่ะไม่เคยฆ่าใครโดยที่ไม่มีเหตุผลหรอกนะ"

"..."

"ข้าขอโทษด้วยที่ต้องล่วงเกินท่าน แต่ข้าเห็นทีคงจะต้องขอตัวก่อน" ยู่ฉางตงได้หันกลับมาก่อนที่จะหายตัวเข้าไปในป่าเพียงแค่พริบตาเดียว

จางชูที่ได้ฟังแบบนั้นเพิ่งจะรู้สึกถึงความเจ็บปวด เลือดที่ไหลรินจากนิ้วมือของเขาตอนนี้ได้ไหลไปที่ระหว่างขาอีกครั้ง!

สี่ชั่วโมงต่อมา ที่ห้องโถงใหญ่ของศาลาปีศาจลอยฟ้า

ฝานเชียวที่มาถึงที่นี่ได้แต่คุกเข่าอย่างสั่นกลัวอยู่ที่พื้น ในขณะที่เขามองไปรอบๆ ตัว เขาก็พบว่าห้องโถงใหญ่แห่งนี้ไม่ได้ดูน่าประทับใจอะไรเลย แต่ที่แห่งนี้คือศาลาปีศาจลอยฟ้าที่แท้จริง ฝานเชียวกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจดังๆ ออกมา

ด้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินได้ยืนทำความเคารพอยู่ที่ด้านหลังของฝานเชียว

ลู่โจวจ้องมองไปที่ฝานเชียว แม้ว่าชายคนนี้จะเคยแอบอ้างเป็นเขา แต่ถึงแบบนั้นเขาก็มีพลังวรยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์และมีพลังร่างอวตารถึง 5 กลีบด้วยกัน เขาเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสจากสำหนักหยุน ถ้าหากฮั๊ววู่เด๋าทำตามที่ด้วนชิงได้คาดการณ์เอาไว้ นั่นหมายความว่าฮั๊ววู่เด๋าจะต้องมาที่นี่เพื่อคลี่คลายปมในใจของเขาแน่ ดังนั้นคนจากสำนักหยุนอย่างฝานเชียวจึงไม่ได้มีประโยชน์อะไรในตอนนี้ ลู่โจวที่คิดแบบนั้นได้จึงได้โบกมือก่อนที่จะสั่งการ "ขังเจ้านั่นซะ"

"รับทราบ" ด้วนมู่เฉิงรีบลากตัวของฝานเชียวออกจากห้องโถงใหญ่อย่างรวดเร็ว

"นอกจากนี้ถ้าหากพวกเจ้าพบกับฮั๊ววู่เด๋าให้เจ้านั่นมาพบข้าด้วย"

"ศิษย์เข้าใจแล้ว"

ลู่โจวเหลือบมองไปที่ผู้ฝึกยุทธจากวังจันทราที่กำลังยืนอยู่ด้านข้าง ในตอนนั้นเขาก็ได้ลูบเคราก่อนที่จะเริ่มไถ่ถามออกมา "วันนี้ยี่เทียนซินเป็นยังไงบ้าง? "

ผู้ฝึกยุทธหญิงคนนั้นได้คุกเข่าลงกับพื้น เธอคนนี้รู้สึกกลัวมากจนแทบที่จะพูดไม่ออก

เมื่อฝางซงเห็นแบบนั้น เขาก็รีบคารวะลู่โจวก่อนที่จะตอบคำถามแทน "ให้ข้าได้ตอบคำถามท่านด้วยเถอะ ท่านปรมาจารย์ตอนนี้นอกจากอาการอ่อนแอของนางที่มีอยู่ก่อนแล้ว นางยังสบายดี"

ลู่โจวพยักหน้า นอกเหนือจากอาการเจ็บป่วยของชาวมนุษย์เผือกที่มี ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้น ก่อนที่ความจริงของเรื่องหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์จะถูกเปิดเผยขึ้นมา ในตอนนี้ลู่โจวไม่ได้วางแผนเอาไว้ว่าจะทำอะไรต่อไปกับยี่เทียนซิน ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็พูดออกมาอย่างห้วนๆ "ข้าเหนื่อยแล้ว"

"พักผ่อนให้สบายเถอะค่ะท่านอาจารย์"

ลู่โจวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเข้าไปยังห้องลับ ตัวเขาไม่มีเวลาที่จะอ่านเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์เลยในเวลาสองวันที่ผ่านมานี้

ชื่อ: ลู่โจว

เผ่า: มนุษย์

วรยุทธ: ขั้นมหาราชครู

แต้มบุญ: 6,212

อวตาร: จตุกายา

อายุขัย: 5,800 วัน

ของที่มี: การ์ดการโจมตีของเพรชฆาต x1, การ์ดป้องกันสุดยอด x2, การ์ดประกันชีวิต x7, ผนึกกักขัง x4, วิซซาร์ด, บี่เอี๊ยน

อาวุธ: อาวุธนิรนาม, ห่วงแห่งรัก (เจ้าของเดิมยี่เทียนซิน ต้องการการปรับแต่งก่อนใช้) , กระบี่ตัดชีวา (เจ้าของเดิมจางฉิวชู ต้องการการปรับแต่งก่อนใช้)

เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาทั้งสามส่วนของเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์

"6,000 อย่างงั้นหรอ ยังขาดอยู่อีก 2,000 สินะ" ลู่โจวขมวดคิ้ว ในตอนนี้ตัวเขายังไม่สามารถใช้แต้มบุญที่มีซื้อพลังร่างอวตารใหม่ได้ มันแพงเกินไป 'ดูเหมือนว่าฉันจะต้องหาวิธีใหม่ๆ ที่จะได้แต้มบุญหลังจากนี้'

และเพราะตัวเขายังไม่สามารถเปิดเผยความจริงของเรื่องหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ได้สำเร็จ เพราะแบบนั้นแล้วลู่โจวจึงยังไม่ได้รางวัลใหญ่ตอบแทนมานั่นเอง

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม คุณได้รับค่าความโชคดี 1"

"คนเราคงจะไม่ซวยซ้ำสองหรอก" ลู่โจวในตอนนั้นเลือกที่จะจับฉลากนำโชคอีกครั้ง

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม กับค่าความโชคดี 8 คุณได้รับพลังร่างอวตารเบญจจักรวาล"

"..."

นี่มันเรื่องจริงๆ อย่างงั้นหรอ? การจะซื้อพลังร่างอวตารเบญจจักรวาลได้จะต้องใช้แต้มบุญมากถึง 8,000 แต้ม แต่ในตอนนี้ตัวเขากลับได้รับพลังร่างอวตารมาด้วยการใช้แต้มบุญเพียง 50 แต้มเท่านั้น

แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย มันเหมือนกับคำกล่าวที่ว่า 'หากไม่ล้ม ก็คงจะไม่มีวันได้ลุกขึ้นมาใหม่' ก่อนที่ลู่โจวจะได้ร่างอวตารนี้มาตัวเขาได้สูญเสียแต้มบุญไปกับการจับฉลากนำโชคไปอย่างมากมาย

"ใช้งาน" พลังร่างอวตารจตุกายาได้ถูกแทนที่โดยพลังร่างอวตารเบญจจักรวาลไปเป็นที่เรียบร้อย ในตอนนี้เองเส้นพลังลมปราณทั้งห้าของตัวเขาก็สามารถเชื่อมต่อกับจุดตันเถียนได้สำเร็จ และเพราะร่างกายของลู่โจวเคยเบิกเส้นพลังลมปราณได้มาก่อน เพราะแบบนั้นในตอนที่เส้นพลังลมปราณเชื่อมต่อกับจุดตันเถียน ในตอนนั้นพลังลมปราณก็ได้ไหลพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาราวกับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ลู่โจวในตอนนี้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

หลังจากนั้นลู่โจวก็ได้ใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับพลังใหม่ที่ได้มา ดูเหมือนว่าพลังวรยุทธที่ตัวเขามีเองจะเพิ่มขึ้นมาเป็นอย่างมาก ตัวเขาได้ถอนหายใจในระหว่างที่เหยียดแขนและขา "ฉันอยากที่จะได้การ์ดพลังชีวิตอีก"

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม คุณได้รับค่าความโชคดี 1"

ลู่โจวได้จับฉลากนำโชคติดต่อถึง 5 ครั้งด้วยกัน แต่ในทุกๆ ครั้งผลลัพธ์กลับออกมาเช่นเดิม

หลังจากที่ได้พลังร่างอวตารเบญจจักรวาลมาแล้ว ลู่โจวก็ไม่ได้อะไรอีกเลยหลังจากที่จับฉลากนำโชคต่อไปถึง 5 ครั้งติด สิ่งที่เขาได้มีแค่ค่าความโชคดีที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ลู่โจวอยากที่จะได้อะไรสักอย่างมากกว่า อะไรสักอย่างที่ไม่ไร้ประโยชน์สำหรับตัวเขา

ลู่โจวไม่ได้พยายามที่จะจับฉลากนำโชคอีกต่อไป ตัวเขาเลือกที่จะเปิดเมนูร้านค้าขึ้นมาแทน ตอนนี้ตัวเขาอยากที่จะดูว่ามีการ์ดพิเศษชิ้นไหนปลดล็อกมาใหม่ไหม

"นี่มันอะไรกัน? " ลู่โจวได้เหลือบเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ท้ายสุดของเมนูร้านค้า สิ่งที่ตัวเขาเห็นคือกล่องสีม่วงนั่นเอง ลู่โจวคิดว่าภายในกล่องนั้นจะต้องมีการ์ดพิเศษอยู่แน่

ชื่อของกล่องชิ้นนั้นคือ 'กล่องลึกลับ'

'กล่องลึกลับอะไรกัน? '

"ราคา: 2,000 แต้มบุญ สามารถซื้อได้ภายใน 1 วัน"

"ของจำกัดเวลาอย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวขมวดคิ้ว สิ่งนี้ทำให้ตัวเขานึกถึงเกมที่เคยเล่นมาก่อน มันเป็นกลยุทธ์สุดคลาสสิกของพ่อค้าหน้าเลือด! แต่ถึงแบบนั้นระบบนี้ก็ยังใช้ได้ผลมากอยู่ดี

ลึกๆ ในใจของลู่โจวคาดไว้ว่าจะต้องมีของล้ำค่าอยู่ข้างในกล่องลึกลับนั่น

"ซื้อ"

หลังจากทำการซื้อกล่องลึกลับ ในตอนนั้นเองก็มีแสงส่องสว่างตรงใจกลางห้อง หลังจากนั้นไม่นานกล่องใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางห้อง มันเป็นกล่องสีม่วงที่มีรูปร่างเหมือนกับรูปจำลองทุกอย่างในเมนูร้านค้า

หลังจากที่เฝ้าสังเกตมาได้สักพักลู่โจวก็ตระหนักได้ว่าตัวเขาไม่มีทางที่จะเปิดมันได้ กล่องถูกปิดสนิท!

พรึ๊บ!

ลู่โจวได้โบกมือไปมาก่อนที่จะซัดพลังเข้าใส่กล่อง ในตอนนั้นเองไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย

พรึ๊บ! พรึ๊บ! พรึ๊บ!

ลู่โจวยังคงโจมตีกล่องใบนั้นอย่างต่อเนื่อง

ภายนอกห้องลับ

หยวนเอ๋อและหมิงซี่หยินได้ยินเสียงดังอันวุ่นวายดังมาจากห้องลับ

"อย่าเข้าไปเด็ดขาด! ท่านอาจารย์น่ะคงรู้สึกไม่พอใจเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหมู่บ้านมังกรสวรรค์แน่ ตอนนี้ท่านน่ะจะต้องโกรธเกรี้ยวอยู่อย่างแน่นอน" หมิงซี่หยินรีบหยุดหยวนเอ๋อที่กำลังจะเข้าไปในห้องลับ

"ค่ะ ศิษย์พี่! "

"ศิษย์น้องหญิง เจ้าน่ะว่างไหม? "

"มีอะไรอย่างงั้นหรอ? "

"ประลองกับข้า! ดูนี่สิข้าเพิ่งจะได้เคียวแห่งพื้นพิภพมา! ท่านอาจารย์น่ะมอบให้กับข้าเอง...เอ่อศิษย์น้องหญิง ทำไมเจ้าถึงร้องไห้ออกมากันล่ะ? " หมิงซี่หยินได้โชว์อาวุธชิ้นใหม่อย่างเคียวพื้นพิภพ ในตอนนั้นเองเขาก็ค่อยๆ ควงไปควงมา

แต่ก่อนที่หมิงซี่หยินจะได้ทำอะไร เสียงของด้วนมู่เฉิงก็ได้ดังออกมาจากนอกห้องโถงซะก่อน

"ศิษย์น้องสี่ ข้าได้ยินข่าวดีมา ข้าได้ยินมาว่าท่านอาจารย์มอบอาวุธให้กับเจ้าอย่างงั้นสินะ? มากับข้าซะสิ...ข้าแทบที่จะรอต่อไปไม่ไหวแล้ว ตอนนี้เจ้าน่ะมีสุดยอดอาวุธแล้ว เพราะแบบนั้นเจ้าน่าจะเป็นคู่ซ้อมของข้าได้นานกว่าเดิมแน่! เร็วเข้า..." ด้วนมู่เฉิงที่ถือหอกราชันย์อยู่ได้รีบลากหมิงซี่หยินออกจากห้องโถงไปด้วนมือที่เหลืออยู่อีกข้าง

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก

หยวนเอ๋อที่เห็นแบบนั้นจึงได้พูดออกมาอย่างเย้ยหยัน "สมน้ำหน้าศิษย์พี่! "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 113 พลังแห่งเบญจจักรวาล

คัดลอกลิงก์แล้ว