เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 112 เจ้าไม่กลัวข้าอย่างงั้นหรอ?

ตอนที่ 112 เจ้าไม่กลัวข้าอย่างงั้นหรอ?

ตอนที่ 112 เจ้าไม่กลัวข้าอย่างงั้นหรอ?


ตอนที่ 112 เจ้าไม่กลัวข้าอย่างงั้นหรอ?

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ในตอนนี้ทุกๆ คนต่างก็จับจ้องไปที่ของที่ลอยอยู่กลางอากาศ สถานการณ์ในตอนนี้ได้ตกอยู่ในความเงียบไปเป็นที่เรียบร้อย

'ท่านนักบวชผู้อาวุโสอย่างงั้นหรอ? ทำไมเขาถึงช่วยจอมวายร้ายนั่นกัน? '

ลู่โจวกำลังนั่งอยู่บนหลังของบี่เอี๊ยนกำลังลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะสังเกตการณ์การต่อสู้ที่อยู่เบื้องล่างอย่างใกล้ชิด

เหล่าสาวกจากแท่นบูชาหยกเขียวที่เฝ้ามองดูการต่อสู้เองก็ต่างตกตะลึงเมื่อได้เห็นแบบนั้นเช่นกัน

"ท่านนักบวชผู้อาวุโส? "

"เกิดอะไรขึ้นกัน? "

"หรือว่าท่านนักบวชผู้อาวุโสตั้งใจที่จะลงมือสังหารจอมวายร้ายนั่นด้วยตัวเอง แต่ว่าดันเผลอทำอาวุธหลุดมือไปซะก่อน? "

ในตอนนั้นเองเคียวพื้นพิภพและปลอกอาวุธก็ได้ร่วงหล่นผ่านตัวจางฉิวชูไป

"มันจบลงแล้ว! " จางฉิวชูได้ยกกระบี่ตัดชีวาขึ้นมา ตัวเขาตั้งใจจะสังหารหมิงซี่หยินในการโจมตีครั้งนี้

แคล๊ง!

กระบี่ของจางฉิวชูได้เข้าปะทะกับเคียวพื้นพิภพไป

เคียวพื้นพิภพได้ถูกกระบี่ระดับสรวงสวรรค์ฟาดฟันเข้าใส่อย่างเต็มแรง หมิงซี่หยินที่ถือเคียวเองถูกดันให้จมดิน

จางฉิวชูถึงกับตกใจเมื่อได้เห็นแบบนั้น 'อาวุธนี่มันอะไรกัน? ทำไมมันถึงทนการโจมตีของกระบี่ตัดชีวาได้? ' จางฉิวชูได้ขมวดคิ้วก่อนที่จะจ้องมองไปยังอาวุธ

อาวุธของจางฉิวชูได้ซัดพลังเข้าใส่อาวุธในมือของหมิงซี่หยินอย่างเคียวพื้นพิภพได้อย่างสูสี

"ติ้ง! เคียวพื้นพิภพพบเจ้าของแล้ว เปิดใช้งาน: อาวุธระดับสรวงสวรรค์ ได้รับแต้มบุญ 1,000"

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพยักหน้าอย่างพอใจ ถ้าหากหมิงซี่หยินไม่มีอาวุธอย่างเคียวพื้นพิภพเขาก็คงจะไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะจางฉิวชูที่มีกระบี่ตัดชีวาได้เลย ในตอนแรกเขาตั้งใจจะเปลี่ยนนิสัยของหมิงซี่หยินให้ได้ก่อนที่จะมอบอาวุธอย่างเคียวพื้นพิภพให้ เดิมทีหมิงซี่หยินมักจะมีนิสัยที่ชอบประมาทเลินเล่อเสมอๆ แต่ในตอนนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะมอบอาวุธให้กับเขาแล้วนั่นเอง

ช่วงเวลาที่อาวุธชิ้นนี้ได้ยอมรับผู้เป็นเจ้านายของมัน ดวงตาของหมิงซี่หยินก็ได้เบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะได้ขอบคุณผู้เป็นอาจารย์ หมิงซี่หยินก็ได้กระโดดขึ้นไปบนอากาศด้วยความเร็วที่เร็วดุจดั่งสายฟ้า หมิงซี่หยินได้ดึงเคียวออกมาจากฝักก่อนที่จะกระโจนใส่จางฉิวชูราวกับเสือที่ติดปีก

ปั๊ง! ปั๊ง! ปั๊ง!

คลื่นพลังอันยิ่งใหญ่ได้พุ่งออกจากร่างกายของหมิงซี่หยินมากขึ้นกว่าเดิม ความเร็วของเขาเองก็เพิ่มเป็นอย่างมากเช่นกัน เมื่อหมิงซี่หยินได้ถือเคียวพื้นพิภพและปลอกอาวุธ ตัวเขาก็เจิดจรัสราวกับดอกไม้ไฟที่ส่องแสงสว่างไสวอยู่บนท้องฟ้า ทั่วทั้งสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับสนามเด็กเล่นของหมิงซี่หยินไปเป็นที่เรียบร้อย

แคล๊ง! แคล๊ง! แคล๊ง!

หมิงซี่หยินได้ใช้เคียวพื้นพิภพที่มีในมือฟาดไปข้างหน้า ฟาดไปที่กระบี่ตัดชีวาของจางฉิวชู หมิงซี่หยินได้ใช้อาวุธทั้งสองชิ้นที่อยู่ในมือสลับการโจมตีไปมาใส่จางฉิวชูอย่างไม่หยุดพัก การโจมตีของเขาทั้งหมดได้เข้าปะทะใส่กระบี่ตัดชีวาของจางฉิวชูเข้าไปเต็มๆ ในตอนนั้นเสียงการปะทะกันระหว่างอาวุธทั้งสองชิ้นก็ได้ดังขึ้นกลางอากาศอย่างต่อเนื่อง "จางฉิวชู เจ้าน่ะได้ใช้สุดยอดเคล็ดวิชาถึง 4 ครั้งติดต่อกัน ถ้าหากไม่ใช่เพราะกระบี่ตัดชีวาเล่มนั้นตาแก่อย่างเจ้าก็คงจะเสร็จข้าไปนานแล้ว! "

ในตอนนั้นเองจางฉิวชูก็ได้นึกถึงอะไรบางอย่าง เขาคิดว่าผู้ที่ถูกเรียกว่านักบวชผู้อาวุโสคนนั้นจะต้องเป็นปรมาจารย์มหาวายร้ายจากศาลาปีศาจลอยฟ้าแน่ และเพราะความจริงเรื่องนี้ทำให้ตัวเขารู้สึกกดดันมากยิ่งขึ้น พลังของหมิงซี่หยินในตอนนี้มีแต่เพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นมากทุกที ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปเห็นทีหมิงซี่หยินคงจะคว้าชัยจากการต่อสู้ได้แน่

จางฉิวชูไม่ได้ตั้งใจที่จะทิ้งชีวิตที่มีไป ในช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเองเขาได้ตัดสินใจที่จะล่าถอย ตัวเขาได้ตัดสินใจที่จะล่าถอยไปยังแท่นบูชาหยกเขียว! ในตอนนั้นจางฉิวชูได้ยกกระบี่ตัดชีวาขั้นมาก่อนที่จะชิงโอกาสนั้นรีบหนีไปซะก่อน

แต่ถึงแบบนั้นหมิงซี่หยินที่คิดหนีมานานก็ได้รู้ทันดี "พลังอวตารแห่งร้อยวิถี! " พลังร่างอวตารที่สูงกว่า 20 ฟุตได้ปรากฏตัวขึ้น และเพราะแบบนั้นเองความเร็วของหมิงซี่หยินจึงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เคียวพื้นพิภพได้กระหน่ำแทงลงไปที่ร่างของจางฉิวชูอย่างรุนแรง

"บ้าเอ๊ย! " จางฉิวชูรีบล่าถอยให้เร็วมากขึ้น

แคล๊ง! แคล๊ง! แคล๊ง!

การปะทะกันระหว่างอาวุธระดับสรวงสวรรค์ทั้งสองชนิดได้ทำให้ประกายจากการปะทะกันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่แม้ว่าจะเป็นอาวุธระดับสรวงสวรรค์เหมือนกันแต่หมิงซี่หยินมั่นใจมากกว่าเคียวพื้นพิภพของเขาจะต้องแข็งแกร่งกว่ากระบี่ตัดชีวาของจางฉิวชูอยู่หลายขั้น

ในตอนนั้นเองจู่ๆ หมิงซี่หยินก็ได้เอ่ยปากพูดออกมา "ลาก่อน! "

"ฮืม? " จางฉิวชูที่ไม่ทันได้ระวังตัวได้ถูกเถาวัลย์ของหมิงซี่หยินปิดเส้นทางการหนีเอาไว้

"พลังร่างอวตารแห่งร้อยวิถี! " หมิงซี่หยินได้พูดออกมาอย่างเยือกเย็น คราวนี้พลังร่างอวตารของเขาไม่ได้มีความสูงกว่า 20 ฟุตอีกต่อไป ตอนนี้มันมีความสูงขึ้นมาเกือบ 30 ฟุต นอกจากนี้พลังร่างอวตารของเขายังมีกลีบดอกบัวทองคำผลิกลีบออกมาด้วย

"อะไรกัน...เจ้าผลิกลีบดอกบัวได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? " ดวงตาของจางฉิวชูเบิกกว้างขึ้นมาอย่างไม่เชื่อ

ชั๊วะ!

หมิงซี่หยินได้ใช้เคียวพื้นพิภพแทงไปที่หน้าอกของจางฉิวชู ตั้งแต่วินาทีที่หมิงซี่หยินได้รับอาวุธระดับสรวงสวรรค์มา ตัวเขาก็เป็นฝ่ายไล่ต้อนจางฉิวชูมาโดยตลอด หมิงซี่หยินได้กระหน่ำโจมตีอย่างไม่หยุดพัก! "ข้าผิดไปแล้ว...อย่าทำข้าเลย"

การต่อสู้ได้จบลงไปทั้งแบบนั้น

ร่างของจางฉิวชูในตอนนี้ไร้ซึ่งชีวิตอีกต่อไป มีแต่พลังลมปราณของเขาเท่านั้นที่ประคองร่างกายของเขาบนกลางอากาศ

หมิงซี่หยินได้ทำการโจมตีปิดฉากไปได้ยืนหลังตรงก่อนที่จะเช็ดคราบเลือดที่อยู่บนเคียวพื้นพิภพด้วยแขนเสื้อของเขา

พรึ๊บ!

สุดท้ายแล้วร่างอันไร้วิญญาณของจางฉิวชูก็ได้ร่วงหล่นสู่พื้น

"ติ้ง! คุณได้สังหารผู้ฝึกยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ ได้รับแต้มบุญ 1,000 แต้ม"

"ติ้ง! คุณได้รับอาวุธระดับสรวงสวรรค์กระบี่ตัดชีวา จำเป็นจะต้องปรับแต่งใหม่ก่อนที่จะใช้งานอีกครั้ง"

เมื่อลู่โจวยกมือขึ้นในตอนนั้นกระบี่ตัดชีวาก็ได้ลอยเข้าแขนเสื้อเขาไปภายในพริบตาเดียว

หมิงซี่หยินรีบที่บินไปหาบี่เอี๊ยนในทันที

และเนื่องจากเถาวัลย์ที่หมิงซี่หยินใช้ปิดกั้นเส้นทางได้หนาแน่นจนปิดบังทัศนวิสัยได้ เพราะแบบนั้นเหล่าศิษย์สาวกทั้งหลายบนแท่นบูชาหยกเขียวจึงไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งจะเกิดขึ้นไป ในตอนที่เถาวัลย์ทั้งหมดหายไป ในตอนนั้นเองเหล่าสาวกก็เห็นหมิงซี่หยินทำท่าคารวะเพื่อที่จะทำความเคารพผู้ที่อยู่บนหลังของบี่เอี๊ยนแล้ว

"ขอบคุณมากท่านอาจารย์! ศิษย์ดีใจที่ไม่ได้ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง! "

ค่าความจงรักภักดี +2%

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองอย่างใจเย็น เขาจ้องมองไปยังหมิงซี่หยินก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับให้เท่านั้น เขาไม่คาดหวังว่าหมิงซี่หยินจะพัฒนาตัวเองในการต่อสู้แบบนี้ได้มาก่อน แต่ถึงแบบนั้นในการต่อสู้ครั้งนี้สุดท้ายแล้วหมิงซี่หยินก็สามารถผลิกลีบของพลังร่างอวตารของตัวเองได้ เหตุการณ์แบบนี้เป็นเหมือนกับด้วนมู่เฉิงที่ทำการต่อสู้กับอัศวินดำทั้งสองอย่างไม่มีผิด

หมิงซี่หยินลุกขึ้นยืนก่อนที่จะพูดกับหยวนเอ๋อที่อยู่กับลู่โจวด้วย "ศิษย์น้องหญิง ข้าดูเหมือนศิษย์พี่รองแล้วรึยัง ข้าน่ะสังหารจางฉิวชูได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นนะ? "

หยวนเอ๋อกลอกตามาที่เขาก่อนที่จะตอบกลับมา "ข้าจะไปรู้ได้ยังไงกัน? "

การสนทนานี้เองได้ยืนยันตัวตนของลู่โจวเป็นอย่างดี

"หรือว่าเขาคือปรมาจารย์มหาวายร้ายกัน? "

"จีเทียนเด๋าอย่างงั้นหรอ? "

"เป็นไปไม่ได้! นักบวชผู้อาวุโสที่ด้วนชิงแนะนำให้เรารู้จักคือปรมาจารย์มหาวายร้ายของศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างงั้นหรอ? "

"หนี! "

เหล่าสาวกที่มีพลังวรยุทธอันต้อยต่ำไม่แม้แต่จะกล้าต่อสู้ ชีวิตของพวกเขาย่อมสำคัญกว่าการต่อสู้อันไร้ความหมายนี้ ในพริบตาเดียวเหล่าสาวกทั้งหมดก็ได้ทิ้งแท่นบูชาหยกเขียวเอาไว้ให้ว่างเปล่า

หยวนเอ๋อได้หันไปก่อนที่จะพูดออกมา "เอ๊ะ ท่านอาจารย์ ยังมีใครบ้างที่ไม่ได้เกรงกลัวท่านอาจารย์จนฉี่ราดไปด้วย"

ลู่โจวเองก็จ้องมองไปยังคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ คนคนนั้นก็คือจางชูนั่นเอง เขาเป็นผู้อาวุโสลำดับที่ห้า ในตอนนั้นลู่โจวก็ได้ถามออกมาอย่างใจเย็น "เจ้าน่ะไม่กล้วข้าอย่างงั้นหรอ? "

จางชูที่ถูกถามยังคงเงียบ

ลู่โจวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะพูดชมเชยจางชูออกมา "ข้าคิดว่าสำนักฝ่ายธรรมะจะมีแต่พวกขี้ขลาดตาขาวซะแล้ว"

"ท่านอาจารย์ ศิษย์ยังไม่หนำใจเลย ได้โปรดให้ศิษย์ได้จัดการชายคนนี้ด้วยเถอะ? " หมิงซี่หยินพูดออกมาอย่างตื่นเต้นต่อไป "ศิษย์สัญญาว่าจะรีบจบการต่อสู้เอง! ศิษย์จะให้เจ้านี่ตามจางฉิวชูไปยังยมโลกในทันที"

ลู่โจวส่ายหัวของเขา เขาเหลือบมองไปที่จางชูก่อนที่จะพูดขึ้น "ไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นหรอก"

การฆ่าจางชูไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเขาเลย สำหรับลู่โจวชายคนนี้ก็เป็นเหมือนกับลูกปลาตัวน้อยเท่านั้น การตายของเขาไม่ได้มีผลอะไรกับสำนักฝ่ายธรรมะเลย

ลู่โจวได้ยกแขนเสื้อขึ้นก่อนที่จะพูดออกมาอย่างยิ่งใหญ่ "ข้าน่ะชอบคนที่กล้าหาญยิ่งนัก...ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าเอง" หลังจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับศิษย์ทั้งสอง "เอาล่ะพวกเรากลับศาลาปีศาจลอยฟ้ากันเถอะ"

บี่เอี๊ยนได้บินหายไปเข้าในกลุ่มเมฆหมอก

"ขอให้เดินทางกลับอย่างสวัสดิภาพครับท่านอาจารย์ ศิษย์จะไปตามหาศิษย์พี่สามซะก่อน" หมิงซี่หยินพูดออกมา

ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรหมิงซี่หยิน เขายังขี่หลังของบี่เอี๊ยนก่อนที่จะท่องกลุ่มเมฆต่อไป

หมิงซี่หยินรีบพุ่งหายไปในป่าอย่างรวดเร็ว "ทำไมศิษย์พี่ถึงมาช้าแบบนี้ เขาแวะทำธุระนานขนาดนั้นเลยอย่างงั้นหรอ? " หลังจากนั้นไม่นานหมิงซี่หยินก็ได้หายไปจากบริเวณนั้น

….

หลังจากนั้นไม่นานจางชูก็ได้ทรุดตัวลงกับพื้น ในตอนนั้นเองของเหลวสีแปลกๆ ก็ได้ไหลออกจากหว่างขาทั้งสองข้าง

'นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว! น่ากลัวอะไรขนาดนี้! ปรมาจารย์มหาวายร้ายนั่นเคยยืนอยู่ข้างข้า! ' จางชูเกือบจะร้องไห้ออกมา

ในป่าที่เงียบสงบ

ในตอนนั้นเองชายชุดเขียวก็ได้เดินออกมาจากที่ซ่อนตัว เขาจ้องมองทิศที่บี่เอี๊ยนบินผ่านไปก่อนที่จะพูดพึมพำกับตัวเองออกมา "ท่านอาจารย์ ท่านเปลี่ยนไปจริงๆ ..."

เขาเดินไปช้าๆ จนไปถึงตัวของจางชูที่กำลังนั่งอยู่ตรงพื้น

"สวัสดี"

"สะ-สะ-สวัสดี" จางชูได้พยักหน้าตอบกลับมาด้วยความกลัว

"ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกเขาจะทำให้เจ้าตกใจกลัวได้ถึงขนาดนี้"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 112 เจ้าไม่กลัวข้าอย่างงั้นหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว