เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 110 ศัตรูเก่าแก่

ตอนที่ 110 ศัตรูเก่าแก่

ตอนที่ 110 ศัตรูเก่าแก่


ตอนที่ 110 ศัตรูเก่าแก่

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

หยวนเอ๋อถึงกับหัวเราะไม่ออก บางทีหยวนเอ๋ออาจจะมีชินกับสถานการณ์แบบนี้ไปแล้วก็ได้ เธอได้เดินไปหาลู่โจวก่อนที่จะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาไป "ท่านอาจารย์...คนพวกนี้ล้วนแต่เกรงกลัวต่อท่านมาก"

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะมองไปยังทิศทางที่แม่น้ำสวรรค์ตั้งอยู่ จากการคำนวณของเขาหมิงซี่หยินและด้วนมู่เฉิงจะต้องมาถึงในตอนนี้ และฮั๊ววู่เด๋าเองไม่ช้าก็เร็วเขาก็คงจะต้องได้เจอแน่ ถ้าหากฮั๊ววู่เด๋าเป็นคนที่รู้ความจริงที่ว่าใครกันแน่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์กวาดล้างหมู่บ้านมังกรสวรรค์ได้เรื่องก็คงจะง่ายกว่านี้มาก ในตอนนี้คนที่พอจะรู้อะไรมากที่สุดก็คือฮั๊ววู่เด๋านั่นเอง

ผู้ใช้เวทมนตร์จากพระราชวังเป็นผู้ที่เจ้าเล่ห์มาก คนคนนั้นสามารถใช้สุดยอดเวทมนตร์คาถาลงบนผิวของแม่น้ำสวรรค์ได้ คนคนนั้นยังสามารถสังเกตการณ์โดยใช้รถม้าสีแดงลอยได้อีกด้วย เห็นได้ชัดว่าคนคนนั้นเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์คาถาจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถสั่งเฉินซู่ได้อีกด้วย เฉินซู่เป็นหนึ่งในสามเทพมือธนู เขาจะต้องมีสถานะและพลังอำนาจที่สูงส่งเป็นอย่างมากแน่นอน

หลังจากที่ต่อสู้กันตรงแม่น้ำสวรรค์ คนจากพระราชวังคนนี้จะต้องระมัดระวังตัวและรอบคอบขึ้นมากแน่ จางอาเฉียนเองก็มีความสัมพันธ์กับทางพระราชวัง แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่สามารถที่จะเข้าใกล้คนคนนั้นได้ ถ้าหากเป็นแบบนี้แล้วการจะสืบหาผู้ใช้เวทมนตร์คาถาคนนั้นสำหรับลู่โจวที่เป็นคนนอกได้แทบที่จะไม่มีหวังเลย

"ฮั๊ววู่เด๋า..." ลู่โจวพึมพำกับตัวเอง

"เจ้าสำนักของพวกเราคงกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือที่ว่า...ได้โปรดท่านนักบวชผู้อาวุโสโปรดรอด้วยเถอะ! " จางชูผู้อาวุโสลำดับที่ห้าพูดก่อนที่จะโค้งคำนับให้

ลู่โจวมองเขาไปอย่างไร้อารมณ์ก่อนที่จะเพิกเฉยไป 'จางชูเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ถึงแบบนั้นเขากลับเป็นถึงผู้อาวุโสของสำนักได้ ดูเหมือนว่าสำนักฝ่ายธรรมะจะไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับแต่ก่อนแล้วสินะ...'

ด้วนชิงที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้เดินออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ทุกๆ ท่านในตอนนี้การต่อสู้ที่ด้านล่างได้จบลงแล้ว ทำไมพวกเราไม่เริ่มพูดคุยต่อไปเลยซะล่ะ? "

"เป็นข้อเสนอแนะที่ดี! " จางชูได้พยักหน้าเห็นด้วย

"ถ้าอย่างงั้นเห็นทีข้าจะเดินทางไปก่อนเอง! " ด้วนชิงไม่ได้สนใจเหล่าสาวกคนอื่นๆ ที่อยู่บนแท่นบูชาหยกเขียว ในตอนนี้ตัวเขาได้พูดกับจางชูเท่านั้น

ลู่โจวจ้องมองไปที่ชายคนนี้อีกครั้ง 'แปลกจริงๆ '

ด้วนชิงที่กำลังจะจากไปได้หันมาหาลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมาด้วยความเคารพ "ท่านนักบวชผู้อาวุโส ข้าต้องมีธุระที่จะต้องไปทำ เห็นทีข้าน้อยจะต้องขอตัวก่อน"

"ช้าก่อน" ลู่โจวพูดออกมาอย่างใจเย็น

"ท่านผู้อาวุโสมีคำแนะนำที่จะบอกกับข้าน้อยอย่างงั้นหรอ? " ด้วนชิงไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตากับลู่โจว

"ข้ามีอะไรบางอย่างที่อยากจะแนะนำเร็นบู้ผิง"

"ข้าน้อยจะเป็นผู้ส่งข้อความนั่นเองท่านนักบวชผู้อาวุโสเอง" ด้วนชิงพร้อมรับฟังด้วยความเคารพ

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่พยักหน้าพร้อมกับเริ่มเอ่ยปากพูด "ปกป้องวิหารปีศาจและคำนึงถึงแต่เรื่องของตัวเองซะ ถ้าหากไม่ทำแบบนั้นเจ้านั่นแหละที่จะเดินไปสู่ความตายด้วยตัวเอง"

ด้วนชิงที่ได้ยินคำพูดนี้รู้สึกตกใจมาก เขาไม่เข้าใจว่าลู่โจวกำลังจะหมายความว่าอะไร แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะถามหาความหมายของมัน ด้วนชิงได้โค้งคำนับก่อนที่จะพูดออกไป "ข้าขอขอบคุณมากท่านนักบวชผู้อาวุโส! ข้าขอตัวก่อน" ด้วนชิงได้คารวะลู่โจวก่อนที่จะเดินทำหน้าเหล่าสาวกจากวิหารปีศาจออกจากแท่นบูชาหยกเขียวไป

ลู่โจวมองดูเวลาอีกครั้ง เวลานี้ตัวเขาจะต้องไปแล้วเช่นกัน ด้วยความเร็วของหมิงซี่หยินและด้วนมู่เฉิง ถ้าหากพวกเขาไม่ต้องแบกคนอื่นมาด้วยป่านนี้ก็คงจะถึงแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์ทั้งสองคนเพิ่งจะฝึกฝนตัวเองถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ เพราะแบบนั้นแล้วความเร็วของศิษย์ทั้งสองจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแน่

เมื่อลู่โจวกำลังจะจากไป ในตอนนั้นเองก็มีเสียงของเหล่าสาวกดังขึ้นมาจากที่ด้านหลังของเขาซะก่อน "แล้วเหตุใดกันที่ท่านนักบวชผู้อาวุโสถึงได้ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนถึงแท่นบูชาหยกเขียวด้วยล่ะ? "

เหล่าสาวกได้หลีกทางให้กับชายผู้ที่เป็นเจ้าของเสียง

"จางฉิวชู? " จางชูพบเจ้าของเสียงปริศนาเมื่อครู่แล้ว เขาคนนั้นก็คือจางฉิวชู เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของสำนักฝ่ายธรรมะ

ลู่โจวจำคนคนนี้ได้อย่างคลุมเครือ ชายคนนี้สามารถเอาชนะหมิงซี่หยินได้เมื่อหลายปีก่อน ในตอนนั้นหมิงซี่หยินได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา หมิงซี่หยินเองก็เคยรู้สึกหดหู่เพราะเรื่องนี้ ในตอนนั้นหมิงซี่หยินจึงเก็บตัวเพื่อฝึกฝนตัวเองอย่างพากเพียร ในตอนนี้เวลาได้ผ่านพ้นไปกว่าหลายปีแล้วพลังวรยุทธของจางฉิวชูเองจะต้องเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

จางฉิวชูได้เดินต่อไปอย่างสุภาพก่อนที่จะเดินไปใกล้ๆ กับลู่โจว ตัวเขาได้จ้องมองลู่โจวก่อนที่จะได้พูดออกมา "สวัสดีท่านนักบวชผู้อาวุโส"

ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรเขา เขาจ้องไปที่หยวนเอ๋อก่อนที่จะพูดออกมา "พวกเราไปกันได้แล้ว"

"อืม"

"ท่านนักบวชผู้อาวุโส? " จางฉิวชูได้เรียกลู่โจวออกมาอย่างงงงวย ดูเหมือนว่าลู่โจวจะเลือกเย็นชากับตัวเขา

ทันใดนั้นเองเหล่าสาวกที่อยู่บนแท่นบูชาหยกเขียวก็ได้อุทานออกมา

"มีใครกำลังมา! "

ทุกๆ คนต่างก็เงยหน้ามองทิศทางที่จางฉิวชูชี้

"หืม? "

ในตอนนี้จางฉิวชูจำลู่โจวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย รูปลักษณ์ของลู่โจวเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากเป็นลูกศิษย์ของเขาทั้งสองคนจางฉิวชูจะต้องจำได้อย่างแน่นอน ศิษย์ทั้งสองคนของเขาอย่างหมิงซี่หยินและด้วนมู่เฉิง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งทำให้การฝึกฝนของจางฉิวชูก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่เป็นแบบนั้นเพราะตัวเขาสามารถเอาชนะศิษย์คนที่สี่อย่างหมิงซี่หยินได้นั่นเอง ตัวเขารู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อหมิงซี่หยินบินตรงมาหาตัวเขาแบบนี้

"หมิงซี่หยิน? เจ้านั่นกำลังมาที่แท่นบูชาหยกเขียว?! "

"นั่นมันหมิงซี่หยิน? "

"ศิษย์คนที่สี่ของศาลาปีศาจลอยฟ้า หมิงซี่หยิน! "

สาวกที่อยู่บนแท่นบูชาหยกเขียวต่างก็รู้สึกตกใจเมื่อได้เห็นแบบนี้ เนื่องจากพลังวรยุทธที่พวเขามีล้วนแต่ต่ำต้อยด้วยกันทั้งหมด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะส่งเสียงดูหมิ่นหมิงซี่หยินไป ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าสำนักรวมไปถึงผู้อาวุโสอีกหลายคนไม่ได้อยู่ที่นี่อีกด้วย แต่โชคดีที่พวกเขายังมีจางฉิวชู ผู้ที่เคยต่อกรกับหมิงซี่หยินและเอาชนะเขามาได้แล้ว นี่ถือเป็นโอกาสทองที่พวกสำนักฝ่ายธรรมะได้รับมันมาจากสรวงสวรรค์

ใบหน้าของลู่โจวเองก็ยังดูเฉยเมยเมื่อได้เห็นหมิงซี่หยิน แต่ถึงแบบนั้นในตอนนี้ภายในใจของเขากำลังคิดสงสัยอยู่ 'ด้วนมู่เฉิงล่ะ เขาควรจะมาด้วยนิ? แล้วเจ้านั่นอยู่ที่ไหนกัน? '

ในตอนนั้นเองจางฉิวชูก็ได้บินขึ้นไปบนกลางอากาศ เขาหัวเราะออกมาก่อนที่จะพูดกับหมิงซี่หยิน "สวรรค์อยู่ข้างข้าแล้ว วันนี้ข้าจะจับจอมวายร้ายแบบเจ้าให้ได้ นับตั้งแต่จากนี้จะไม่มีใครกล้ามาดูถูกพวกเราสำนักฝ่ายธรรมะอีกต่อไป! "

"ท่านผู้อาวุโสจางอยู่ที่นี่แล้ว พวกเราจะต้องจับจอมวายร้ายนั่นได้แน่"

"ท่านผู้อาวุโสชนะแน่! "

จางฉิวชูพยักหน้า ในตอนนั้นเองเขาก็ได้หันไปพูดกับลู่โจวที่อยู่ข้างๆ "ท่านนักบวชผู้อาวุโส ข้าขอฝากที่นี่ให้กับท่านช่วยดูแลด้วย"

ลู่โจวโบกมือขึ้นมาแต่ไม่ได้ตอบกลับ

เหล่าสาวกจากแท่นบูชาหยกต่างก็บินขึ้นไปกลางอากาศ มีเพียงผู้มีวรยุทธต่ำต้อยเท่านั้นที่จะอยู่ดูสถานการณ์ที่แท่นบูชาหยกเขียวต่อไป

ดวงตาของจางฉิวชูเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นหมิงซี่หยิน

ลู่โจวรีบกระโดดขึ้นไปบนหลังของบี่เอี๊ยน เขาลูบเคราตัวเองอย่างใจเย็น "ทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์แล้ว"

หยวนเอ๋อกระโดดขึ้นไปบนหลังของบี่เอี๊ยนเช่นกัน "อะไรคือสิ่งที่คาดการณ์เอาไว้คะ? "

"จางหยวนฉานและชะตาของฮั๊ววู่เด๋าไงล่ะ และแน่นอนว่าชะตาของศิษย์พี่สี่ของเจ้าด้วย"

บี่เอี๊ยนคำรามก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปบนอากาศ ในเวลาเดียวกันนั้นเองหมิงซี่หยินก็ได้บินเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น

ในตอนนี้หมิงซี่หยินมองเห็นแท่นบูชาหยกเขียวอยู่ในสายตาแล้ว ตัวเขาได้หันไปมองรอบตัว ที่แห่งนี้เป็นดินแดนของสำนักฝ่ายธรรมะ

"ท่านอาจารย์อยู่ที่ไหนกัน? " หมิงซี่หยินเกาหัวในขณะที่หันไปมองรอบๆ ตัวเขาชะลอความเร็วเพื่อที่จะเตรียมลงสู่พื้น เขาได้จ้องมองไปข้างๆ ก่อนที่จะพึมพำกับตัวเองออกมา "ศิษย์พี่สามน่าจะมาถึงแล้วนิ! ถ้าหากเขาไม่ได้เอาหอกราชันมาด้วย ตอนนี้เขาก็คงมาถึงเร็วกว่าข้าไปแล้ว" หมิงซี่หยินที่รู้สึกว่าตัวเองได้ชัยชนะได้หัวเราะออกมาอย่างยินดี

หมิงซี่หยินยังคงรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ในตอนนั้นเสียงร้องอันโหยหวนก็ได้ดังมาจากแท่นบูชาหยกเขียว

"หมิงซี่หยิน! "

หมิงซี่หยินมองไปข้างหลัง ในตอนนั้นเขาก็ได้แต่ขมวดคิ้ว หมิงซี่หยินจำชายคนนั้นได้ดี "จางฉิวชูอย่างงั้นหรอ? "

"มีเส้นทางมากมายที่จะทำให้เจ้าต้องอยู่สุขสบาย แต่ถึงแบบนั้นเจ้ากลับเลือกเส้นทางนี้ ประตูนรกได้เปิดรอเจ้าแล้ว! " จางฉิวชูลอยขึ้นไปบนอากาศ เขาได้ใช้ปลายนิ้วชี้มายังหมิงซี่หยิน ในดวงตาของเขาเองเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความตื่นเต้น

หมิงซี่หยินโบกมือก่อนที่จะพูดตอบกลับมา "วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์จะมาสู้กับเจ้า...เจ้าน่ะเห็นท่านอาจารย์ของข้าแล้วรึยัง? "

จางฉิวชูตกใจไปชั่วขณะ หลังจากนั้นเขาก็ได้เอ่ยปากถามออกมาอย่างหนักแน่น "เจ้าคิดว่าจะใช้ชื่อของอาจารย์เจ้าข่มขู่ให้ข้าคนนี้กลัวได้อย่างงั้นหรอ? วันนี้ข้าจะกำจัดเจ้าในตัวแทนของความยุติธรรมเอง! "

"ช้าก่อน" หมิงซี่หยินโบกมือขึ้นมา "ข้าขอถามเจ้าอย่างจริงจังอีกครั้ง เจ้าน่ะเห็นอาจารย์ของข้าไหม? "

จางฉิวชูรู้สึกโดนหมิงซี่หยินยั่วยุ ในตอนนั้นเขาก็ได้ตอบกลับมาอย่างใช้อารมณ์ "ถ้าหากข้าเห็นเจ้านั่น ข้าก็คงจะจัดการไปแล้ว! "

ซู่วววว!

ในตอนนั้นเองพลังลมปราณรอบตัวก็ได้ถูกดูดไป

จางฉิวชูได้พนมมือขึ้นมาหลังจากนั้นคลื่นพลังเต๋ามุทราก็ได้ล้อมรอบตัวเขาเอาไว้

พลังลมปราณยังคงพุ่งสูงขึ้น

นี่มันพลังยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์!

ในตอนนั้นเองที่แท่นบูชาหยกเขียวในที่สุดหมิงซี่หยินก็ได้ร่อนลงบนพื้น

หมิงซี่หยินมองไปรอบๆ ตัวๆ ตัวเขาไม่พบผู้เป็นอาจารย์อย่างลู่โจวอยู่เลย 'นี่ข้าโดนท่านอาจารย์หลอกอีกแล้วหรอ! '

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 110 ศัตรูเก่าแก่

คัดลอกลิงก์แล้ว