เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 108 การจับกุมและการจับฉลาก

ตอนที่ 108 การจับกุมและการจับฉลาก

ตอนที่ 108 การจับกุมและการจับฉลาก


ตอนที่ 108 การจับกุมและการจับฉลาก

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ถ้าหากโชคร้ายมากพอ แม้แต่พริกติดฟันทั้งวันก็ไม่สามารถเอาออกได้ ซู่ฮ่องกงรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเขาโชคร้ายเป็นพิเศษ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะพบอาจารย์ขอตัวเองอยู่ที่แท่นบูชาหยกเขียวแห่งนี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่ตัวเขาจะรู้สึกตกใจและหวาดกลัว

ในเวลาเดียวกันผู้ฝึกยุทธที่ไล่ตามซู่ฮ่องกงมาก็เงยหน้าขึ้นมองเช่นกัน

ในตอนนั้นกรงสี่เหลี่ยมได้ตกลงมาจากท้องฟ้าก่อนที่จะตรงไปยังที่ที่ซู่ฮ่องกงอยู่

'หวังว่ามันจะโดนนะ ขอให้ฉันโชคดีด้วยเถอะ! ' ลู่โจวพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนที่จะพึมพำกับตัวเองออกมา "ถ้าโชคดีแบบนี้ฉันน่าจะลองจับฉลากนำโชคดูซะหน่อย..."

"ท่านอาจารย์ ท่านจะจับอะไรหรอ? "

ลู่โจวไม่ได้สนใจหยวนเอ๋อ ตัวเขากำลังจดจ่ออยู่กับผลลัพธ์จากการใช้ผนึกกรงกักขัง ในตอนที่กรงเริ่มขยายขนาดขึ้นมา ในตอนนั้นอยู่ดีๆ มันก็ได้หายไปในพริบตา ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นได้แต่ขมวดคิ้ว ไม่สำเร็จอย่างงั้นหรอ!

ผู้ฝึกยุทธที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างตกตะลึง

ใบหน้าของลู่โจวเปลี่ยนสีไป การ์ดใบนี้ทำให้ตัวเขาต้องใช้แต้มบุญทั้งหมด 200 แต้มด้วยกัน และในตอนนี้มันก็สูญเปล่าไปแล้วนั่นเอง

'ฉันควรจะใช้อีกครั้งไหม? แล้วถ้าหากมันพลาดขึ้นมาอีกล่ะ? โอกาสสำเร็จในการใช้มีเพียง 30% เท่านั้น ถ้าหากพลาดแล้วพลาดอีกฉันจะต้องเสียแต้มบุญไปฟรีๆ แน่'

ในขณะที่ลู่โจวกำลังคิดถึงทางเลือกที่เหลืออยู่ ในตอนนั้นศิษย์คนที่แปดของเขาอย่างซู่ฮ่องกงกับคิดต่างออกไป 'ท่านอาจารย์คิดจะปล่อยให้ข้าหนีรอดได้สินะ! '

'จะต้องหนี หนีให้เร็วกว่านี้! ' ซู่ฮ่องกงรีบบินเข้าไปในส่วนลึกของป่าอย่างรวดเร็ว ความเร็วที่ซู่ฮ่องกงใช้เทียบเท่าได้กับผู้ฝึกยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้เลย!

ลู่โจวมีสัตว์ขี่ในตำนานอย่างบี่เอี๊ยนอยู่ ถ้าหากตัวเขาต้องการที่จะไล่ล่าซู่ฮ่องกง ลู่โจวจะต้องสามารถตามทันได้แน่ แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวจะต้องใช้การ์ดพิเศษของเขาจับกุมศิษย์ทรยศคนนี้ โอกาสในการจับกุมสำเร็จนั้นไม่ได้มีมากมายอะไร และถึงแม้ว่าจะให้หยวนเอ๋อช่วยแต่ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่ได้มีพลังมากพอที่จะเอาชนะศิษย์คนที่แปดคนนี้ได้ ลู่โจวต้องการให้หยวนเอ๋ออยู่ใกล้ๆ เพื่อที่จะปกป้องตัวเขามากกว่า และเป็นเพราะความรู้สึกผิดหวังที่ได้มาจากการจับฉลากนำโชคทำให้ลู่โจวรู้สึกแย่ในตอนนี้ 'ลืมมันไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยตามไปจับมันทีหลัง คนทรยศนั่นก็แค่โชคดีเท่านั้น! ฉันจะต้องจับมันให้ได้ก่อนที่จะลองเสี่ยงโชคอีกครั้ง! '

การจะจับซู่ฮ่องกงได้ไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับลู่โจว ตัวเขามีทั้งเวลาและโอกาสมากมายที่จะจับศิษย์ทรยศคนนี้ แต่ในตอนนี้ลู่โจวจะต้องปล่อยศิษย์คนนี้ไปก่อน ตัวเขามีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านั้นจะต้องทำ

"ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์! เร็วเข้า! เจ้าคนทรยศนั่นกำลังหนีไป! " หยวนเอ๋อรีบตะโกนออกมาอย่างเร่งรีบ

"ไม่เป็นไร ปล่อยเจ้านั่นไปก่อน" ลู่โจวโบกมือก่อนจะพูดต่อไป "ข้ามีเรื่องที่จะต้องสะสางก่อน"

"ค่ะ" หยวนเอ๋อจ้องมองซู่ฮ่องกงหายตัวไปในป่า ตัวเธอรู้สึกเสียดายมากที่จับศิษย์ทรยศคนนี้ไม่ได้

ในระหว่างที่ลู่โจวเดินไปยังแท่นบูชาหยกเขียวต่อไป ในตอนนั้นเองผู้ฝึกยุทธที่ไล่ตามซู่ฮ่องกงเมื่อครู่นี้ก็ได้เรียกตัวเขาซะก่อน "ท่านปรมาจารย์! "

ลู่โจวหันไปมองเจ้าของเสียงที่ดังขึ้น "นั่นเจ้าเองอย่างงั้นหรอ? "

ชายคนนั้นยืนอยู่ใกล้ๆ กับสนามการต่อสู้ ที่รอบตัวของชายคนนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย่อหยิ่ง ตัวเขาไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรกับความวุ่นวายที่อยู่รอบตัวเลย ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นเขาคือด้วนชิง ยอดฝีมือลำดับที่สามของวิหารปีศาจ ลู่โจวเคยพบชายคนนี้แล้วที่แท่นบูชาพิธีศักดิ์สิทธิ์ของเมืองรูหนาน แต่ในตอนนี้มันแปลกมาก ที่แห่งนี้มีคนสำคัญจากวิหารปีศาจถึงสองคนด้วยกัน พวกนี้มาทำอะไรกันแน่?

"สวัสดีท่านผู้นักบวชผู้อาวุโส ข้าน้อยด้วนชิงเอง" เมื่อด้วนชิงที่กำลังไล่ตามไปสังเกตเห็นบี่เอี๊ยนและกรงสีทองที่เรืองแสงอยู๋ที่กลางอากาศ ในตอนนั้นเขาก็นึกออกได้ทันทีว่าเจ้าของของพวกนี้เป็นใครกัน นักบวชผู้อาวุโสที่ตัวเขาเคยเจอจะต้องอยู่ที่นี่ด้วยแน่ และเพราะแบบนั้นด้วนชิงจึงตัดสินใจเลิกที่จะไล่ตามไป

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองอย่างใจเย็น "วิหารปีศาจขัดแย้งกับสำนักฝ่ายธรรมะมาอย่างเนิ่นนาน พวกเจ้าทั้งสองก็เป็นเหมือนกับน้ำกับไฟที่ไม่ถูกกัน ไหนเลยเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน? "

ด้วนชิงที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ตอบกลับไปอย่างเคารพ "เจ้าสำนักวิหารปีศาจได้สั่งให้พวกเรามาที่นี่กับเขาก็เพื่อที่จะมาหารือวิธีที่จะกำจัดปรมาจารย์มหาวายร้ายคนนั้น และเพราะเหตุนั้นข้าเลยได้มาอยู่ที่นี่" หลังจากพูดจบด้วนชิงก็ได้หันไปมองทางซ้ายและทางขวาก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าน้อยไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบกับท่านนักบวชผู้อาวุโส"

ลู่โจวโบกมือไป ในตอนนั้นเขากำลังเฝ้ามองดูการต่อสู้อยู่ ดูเหมือนว่าการต่อสู้ใกล้ที่จะจบลงเต็มที ฝ่ายตรงข้ามกำลังถูกผลักให้ถอยกลับไป

"แล้วที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน? " ลู่โจวได้ถามออกไปอย่างสงสัย

ด้วนชิงหัวเราะเบาๆ ออกมา วิหารปีศาจพยายามที่จะเก็บความลับเรื่องนี้ไม่ให้คนภายนอกได้ล่วงรู้ได้ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะระมัดระวังมากแค่ไหนสุดท้ายแล้วก็มีคนพบพวกวิหารปีศาจได้ และเพราะถูกบุกโจมตีของซู่ฮ่องกงความความลับที่รักษาเอาไว้จึงได้ถูกทำลายไปด้วย จนถึงตอนนี้ความลับทุกอย่างไม่ใช่ความลับอีกต่อไป "การเคลื่อนไหวของพวกเราชาววิหารปีศาจถูกล่วงรู้ได้ และเพราะแบบนั้นราชาปีศาจจึงพยายามยุยงให้พวกเราชาววิหารปีศาจและพวกชาวยุทธฝ่ายธรรมะจะต้องเข้าห้ำหั่นกัน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายตรงนี้เข้า ดูเหมือนว่าศึกนี้จะทำให้สูญเสียหนักทีเดียว"

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พยักหน้าพร้อมกับใช้ความคิด 'ไม่มีทางที่ซู่ฮ่องกงจะคิดแผนอะไรแบบนั้นได้ นี่จะต้องเป็นฝีมือของศิษย์คนที่เจ็ดอย่างสีวู่หยาอย่างแน่นอน เจ้านั่นจะต้องเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ครั้งนี้'

ลู่โจวมองไปที่ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่ยังต่อสู้กันอยู่ ดูเหมือนว่ารอบตัวเขาในตอนนี้จะมีผู้ฝึกยุทธฝ่ายธรรมะหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก

ด้วนชิงพูดขึ้นมาอีกครั้ง "ทำไมท่านไม่โจมตีเจ้าราชาปีศาจนั่นในทีเดียวล่ะท่านนักบวชผู้อาวุโส ถ้าหากพวกเราจับเจ้านั่นได้ ชื่อเสียงของวิหารปีศาจเองก็จะถูกชำระล้าง! "

"ถูกชำระล้าง? " ลู่โจวถามออกมาอย่างสงสัย

"วิหารปีศาจเป็นสำนักฝ่ายอธรรม แต่ในตอนนี้พวกเรากำลังร่วมมือกับสำนักฝ่ายธรรมะ พวกเรามั่นใจมากกว่าจะต้องถูกหัวเราะเยาะโดยชาวยุทธคนอื่นๆ แน่ แต่ถ้าหากพวกเราจับราชาปีศาจได้ พวกเราก็จะมีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่! และถ้าหากทำแบบนั้นได้พวกสำนักฝ่ายธรรมะเองก็จะให้ความสนใจไปกับราชาปีศาจนั่น"

ในตอนนี้ท่าทีของลู่โจวเองก็ยังคงเรียบเฉย ด้วนชิงไม่สามารถอ่านอารมณ์ของลู่โจวได้เลย ลู่โจวได้ลูบเคราก่อนที่จะตอบกลับมา "เป็นแผนที่ดีนิ สำนักฝ่ายอธรรมจับชาวยุทธฝ่ายอธรรมด้วยกันเองนี่มันโจรชัดๆ น่าสนใจจริงๆ "

ด้วนชิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำชมของลู่โจว ตัวเขาเกาหัวก่อนที่จะพูดกลับไป "ท่านนักบวชผู้อาวุโส ศาลาปีศาจลอยฟ้าได้สังหารยอดฝีมือจากสำนักของพวกเราไปถึงสองคนด้วยกัน ถ้าหากพวกเราจับราชาปีศาจนั่นได้ พวกเราจะไม่ถูกใครครหาแน่! "

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้เอ่ยปากขึ้นมา "เจ้านั่นแหละโจร! "

ถ้าหากผู้ฝึกยุทธคนอื่นๆ ที่ทำให้ด้วนชิงรู้สึกอับอายแบบนี้ เขาจะต้องโกรธขึ้นมาแล้ว แต่ถึงแบบนั้นการโกรธขึ้นมาก็คงจะใช้กับนักบวชผู้อาวุโสได้ การทำแบบนั้นคงจะไม่ได้ฉลาดอะไรเท่าไหร่นัก สิ่งเดียวที่ตัวเขาเลือกที่จะทำออกไปคือการพูดเออออออกไปนั่นเอง "ท่านพูดถูกแล้ว ท่านพูดถูก...." ด้วนชิงเป็นคนที่มีไหวพริบมาก แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ใช่คนที่หน้าซื่อใจคดเหมือนกับคนทั่วไป หลังจากนั้นไม่นานด้วนชิงก็ได้ถามออกมาอีกครั้ง "แล้วท่านนักบวชผู้อาวุโสมาทำอะไรที่นี่กัน? "

"ฮั๊ววู่เด๋าล่ะอยู่ไหนกัน? " ลู่โจวเลือกที่จะถามออกมาอย่างใจเย็น

"ฮั๊ววู่เด๋า? ผู้อาวุโสจากสำนักหยุน? เจ้านั่นอยู่ที่นี่ด้วยอย่างงั้นหรอ" ด้วนชิงพูดออกมาอย่างประหลาดใจ

"วิหารปีศาจไม่รู้เรื่องนี้อย่างงั้นหรอ? "

"ข้าน้อยแค่มากับท่านเจ้าสำนักเท่านั้น ข้าเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน" ด้วนชิงตอบกลับมา

ลู่โจวมองไปที่ด้านบนแท่นบูชาหยกเขียวก่อนที่จะพูดออกมา "คนพวกนั้นอยู่ที่นั่นสินะ? "

ด้วนชิงส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "ในตอนที่ราชาปีศาจก่อความวุ่นวายขึ้นมา เจ้าสำนักข้าก็ได้จากไปแล้ว"

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะใช้ความคิด 'เจ้าคนทรยศนั่นกำลังทำลายแผนฉัน' เขาโบกมือให้กับบี่เอี๊ยนก่อนที่จะขึ้นขี่มันตรงไปที่แท่นบูชาหยกเขียว

ในตอนนั้นเองที่มุ่มหนึ่งของป่าใกล้ๆ กับแท่นบูชาหยกเขียว

ซู่ฮ่องกง ลูกศิษย์คนที่แปดก็ได้ทรุดตัวลงกับพื้น เขาเอาแต่เช็ดหยาดเหงื่อที่ไหลออกมาจากใบหน้าเท่านั้น ตัวเขายังคงหายใจอย่างหอบหืดเพราะความกลัวยังคงเกาะกินใจเขาอยู่ สีหน้าเศร้ามองของเขาได้แสดงออกบนใบหน้าอย่างเด่นชัด แต่ในสุดท้ายซู่ฮ่องกงก็สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้ "ทำไมท่านอาจารย์มาที่นี่? ข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เอาไว้เลย! ศิษย์พี่เจ็ด รีบออกมาเถอะ! "

ศิษย์คนที่เจ็ดสีวู่หยาเดินออกมาจากป่าอย่างช้าๆ ในตอนนั้นเขาส่ายหัวก่อนที่จะพูดขึ้นมา "เหลือเชื่อจริงๆ ข้าไม่คิดว่าท่านอาจารย์จะมาถึงที่นี่ได้เช่นกัน"

"ข้าไม่สน นี่เป็นแผนของศิษย์พี่! ข้าต้องการค่าตอบแทน! " ซู่ฮ่องกงยื่นแขนออกมา ตัวเขารอของที่จะต้องได้อยู่นั่นเอง

สีวู่หยายิ้มก่อนที่จะตอบกลับมา "ก็ได้ ก็ได้...มันเป็นความผิดของข้าเอง สำนักแห่งความมืดของข้าจะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายของหุบเขาพยัคฆ์เป็นเวลาหนึ่งปีเอง"

"ต้องเป็นแบบนี้สิ" ตอนนี้ซู่ฮ่องกงรู้สึกดีขึ้น เขาเกาหัวก่อนที่จะพูดออกไปอีกครั้ง "ศิษย์พี่ ทำไมพวกเราถึงจะต้องเจอความยากลำบากถึงขนาดนี้กัน แผนนี้มันมีไว้เพื่ออะไรกันแน่? "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 108 การจับกุมและการจับฉลาก

คัดลอกลิงก์แล้ว