เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ผู้ถือหุ้นคาดการณ์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ ติดท็อปทรีช่วงวันหยุดวันชาติ!

บทที่ 26 ผู้ถือหุ้นคาดการณ์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ ติดท็อปทรีช่วงวันหยุดวันชาติ!

บทที่ 26 ผู้ถือหุ้นคาดการณ์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ ติดท็อปทรีช่วงวันหยุดวันชาติ!


ไฟในห้องสว่างขึ้น

ทุกคนพากันยกมือขึ้นบังแสงไฟที่แยงตา

แสงที่ลอดผ่านร่องนิ้วดึงพวกเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

หัวหน้าแผนกซุนสูดน้ำมูก

เธอรู้สึกเสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจดูในช่วงสิบนาทีแรก

บางที... เธอควรจะไปขอไฟล์หนังจากรองประธานจางแล้วกลับไปดูอีกรอบที่บ้าน

เธอลุกขึ้นยืนและกำลังจะขยับตัว ทว่าสายตาก็เหลือบไปเห็นหัวหน้าแผนกทรัพยากรบุคคลที่นั่งอยู่แถวที่ห้า โน้มตัวไปแตะไหล่รองประธานจาง

"รองประธานจางคะ รบกวนส่งไฟล์หนังให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ? พอดีช่วงแรกฉันติดงานก็เลยไม่ได้ดูน่ะค่ะ"

รองประธานจางยิ้มและส่ายหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนและกล่าวกับทุกคนว่า

"เนื้อหาของหนังเรื่องนี้เป็นความลับนะครับ ห้ามนำไปเผยแพร่เด็ดขาด เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบริษัทเรา และในฐานะผู้บริหารระดับสูง พวกคุณทุกคนก็น่าจะรู้ซึ้งถึงความสำคัญของมันดี ถ้าอยากดู ไว้รอดูตอนเข้าฉายเพื่อเป็นการอุดหนุนรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศก็แล้วกันนะครับ"

หัวหน้าแผนกซุนถอนหายใจออกมาเบาๆ ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้าใส่

การที่ต้องรอไปอีกพักใหญ่กว่าจะได้ดูอีกรอบ มันช่างทรมานจิตใจเสียเหลือเกิน

เธอชอบตัวละครพระเอกนางเอกมากๆ ทั้งคู่เป็นคนที่มีชีวิตชีวา สดใส และเข้มแข็ง

จู่ๆ เธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมวัยรุ่นบางคนถึงชอบจิ้นให้พระเอกนางเอกในซีรีส์รักกันนอกจอ

ตอนนี้เธอหวังให้พระเอกนางเอกได้ลงเอยกันจริงๆ เฮ้อ... ในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไป เธอก็เห็นหัวหน้าแผนกฝ่ายขายที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดลุกขึ้นยืนเช่นกัน

หัวหน้าแผนกซุนนึกถึงต่างหูเพชรคู่สวยขึ้นมาได้ จึงรีบเดินเข้าไปหาหัวหน้าแผนกฝ่ายขาย

"พี่โจวคะ พี่รับผิดชอบเรื่องขายเครื่องประดับเพชรคอลเลกชันที่มาจากหนังใช่ไหมคะ? พี่จำต่างหูสีเหลืองที่โรสใส่ตอนที่กำลังเรียนถ่มน้ำลายกับแจ็คได้ไหมคะ? เราจะทำคอลเลกชันนี้ออกมาขายด้วยหรือเปล่าคะ?"

ต่างหูคู่นั้นสวยงามมากจริงๆ มันทำให้คนใส่ดูทั้งสง่างามและชาญฉลาด

และที่สำคัญที่สุดคือ มันเป็นสไตล์ของโรส!

หัวหน้าโจวยิ้มและตอบว่า "ใช่ครับ เราจะทำออกมาขายด้วย มันคือต่างหูคอลเลกชัน 'Heart of Wisdom' ครับ"

ดวงตาของหัวหน้าแผนกซุนเป็นประกายขึ้นมาทันที

Heart of Wisdom ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะอะไรเช่นนี้

เธอยิ้มและถามต่อว่า "แล้วจะเริ่มวางขายเมื่อไหร่คะ? ฉันขอซื้อก่อนสักคู่ได้ไหม?"

หัวหน้าโจวยิ้มเจื่อนๆ "ต้องขอโทษด้วยครับหัวหน้าซุน คอลเลกชันนี้ไม่ได้อยู่ในสิทธิพิเศษสำหรับการสั่งจองล่วงหน้าของพนักงานครับ แต่ผมจะรีบแจ้งให้คุณทราบทันทีที่เริ่มวางขายเลย ดีไหมครับ?"

หัวหน้าแผนกซุนรู้สึกผิดหวังยิ่งกว่าเดิม แต่ก็จำใจตอบกลับไปว่า "ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"

เธอหันหลังกลับและเพิ่งจะก้าวไปได้แค่สองก้าว เพื่อนร่วมงานหญิงอีกหลายคนก็พากันเข้าไปรุมล้อมเขา

"พี่โจวคะ ต่างหูที่โรสใส่ตอนลงจากรถ ฉันขอซื้อก่อนสักคู่ได้ไหมคะ?"

"มีสร้อยคอหัวใจมหาสมุทรแบบจำลองที่ราคาต่ำกว่า 50,000 หยวนไหมคะ?"

...แม้แต่พี่หลิวที่ปกติไม่ค่อยใส่เครื่องประดับเท่าไหร่ ก็ยังเข้ามาร่วมวงด้วย "เสี่ยวโจว สร้อยคอเพชรสีม่วงของแม่โรสจะเริ่มวางขายเมื่อไหร่จ๊ะ?"

มุมปากของหัวหน้าแผนกซุนกระตุกเบาๆ

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงไม่มีสิทธิพิเศษให้พนักงาน

ถ้าขืนปล่อยให้พนักงานสั่งจองล่วงหน้าได้ ทุกคนก็คงจะเหมากันไปคนละหลายชิ้น ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการสปอยล์เรื่องการแต่งหน้าทำผมของตัวละครไปโดยปริยาย

ที่แถวหน้าสุด ประธานบริษัทกำลังยืนคุยกับรองประธานจาง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่ฟังดูเหมือนพวกแฟนคลับดังมาจากข้างหลัง

ที่นี่มีไว้สำหรับผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นไม่ใช่เหรอ? แล้วมีคนนอกเข้ามาได้ยังไงกัน?

ประธานบริษัทรีบหันขวับไปมอง

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เขาถึงกับเลิกคิ้ว

เหล่าผู้บริหารหญิงที่ปกติมักจะวางมาดสง่างามและดูเข้าถึงยาก ตอนนี้กำลังรุมล้อมหัวหน้าแผนกฝ่ายขายด้วยแววตาเป็นประกาย

ซี๊ด—

ดูเหมือนว่า 'โฆษณา' ชิ้นนี้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามเลยทีเดียว

ประธานบริษัทหันกลับมาหาจางเจี้ยนหัวแล้วพูดต่อ

"ถึงผมจะไม่มีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์เท่าไหร่นัก แต่จากปฏิกิริยาของทุกคนแล้ว เราน่าจะเตรียมเพชรไว้น้อยเกินไปเสียแล้วสิ เตรียมวัตถุดิบให้พร้อมนะ และถ้าจำเป็น ก็สั่งผลิตเพิ่มทันทีเลย"

"รับทราบครับ วางใจได้เลย"

"หลังจากหนังเข้าฉาย วิดีโอโปรโมตเพชรของเราก็ต้องปล่อยตามออกมาให้ทันท่วงทีด้วย"

"อืม ไม่มีปัญหาครับ"

ประธานบริษัทพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

"จะว่าไปแล้ว แค่รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศก็น่าจะคุ้มทุนแล้วล่ะมั้ง?"

"มากกว่าคุ้มอีกค่ะ"

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหน้าของพวกเขาทั้งสอง

สุภาพสตรีที่นั่งอยู่ตรงกลางแถวหน้าสุดลุกขึ้นยืนแล้วส่งยิ้มให้พวกเขา

จางเจี้ยนหัวยิ้มรับและจับมือกับเธอ

"ประธานซู คุณก็มาด้วยเหรอครับเนี่ย"

สุภาพสตรีวัยห้าสิบต้นๆ ท่านนี้คือ ซูไอ่หลิน หนึ่งในผู้ถือหุ้นของเจียเหอไดมอนด์

และเธอยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอีต๋าซีนีม่าส์ ซึ่งเป็นเครือโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย โดยลูกชายของเธอเป็นผู้บริหารระดับซีอีโอของอีต๋า

ที่วันนี้เขาบอกให้เฉินเซียวรอฟังข่าวดีคืนนี้ ก็เป็นเพราะประธานซูนี่แหละ

ถ้าเธอยินดีออกหน้าช่วยจัดการเรื่องรอบฉายของหนังที่อีต๋าให้ได้ มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีงามอย่างแน่นอน

ซูไอ่หลินยิ้มและเอ่ยว่า

"รองประธานจางคะ หนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากเลยค่ะ กำหนดวันเข้าฉายหรือยังคะ?"

"วางแผนไว้ว่าจะให้เข้าฉายช่วงวันหยุดวันชาติน่ะครับ"

"ถ้าทางกองถ่ายตกลง ฉันสามารถจัดการให้อีต๋าจัดรอบฉายหนังเรื่องนี้ในเครือโรงภาพยนตร์ของเราได้เลยนะคะ ฉันรับประกันสัดส่วนรอบฉายให้ได้มากกว่า 20% เลยค่ะ!"

จางเจี้ยนหัวแอบตกใจอยู่ลึกๆ

20% เลยเหรอ?!

นั่นหมายความว่า หากมีการฉายหนังทั้งหมด 100 รอบ จะเป็นรอบของ 'ไททานิก' ถึง 20 รอบเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าตัวเลขนี้อาจจะดูเป็นเรื่องปกติในเวลาทั่วไป แต่นี่มันคือช่วงวันหยุดวันชาตินะ!

ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด การได้รอบฉายถึง 20% จะทำให้หนังเรื่องนี้นำหน้าหนังเรื่องอื่นๆ ไปถึง 80% เลยทีเดียว!

เขาได้ยินมาว่าตอนช่วงตรุษจีนปีนี้ 'แก๊งม่วนป่วนเยาวราช 2' ยังได้รอบฉายแค่ 20% เอง ทั้งๆ ที่มีฐานแฟนคลับจากภาคแรกที่ฮิตถล่มทลายมาช่วยดันถึงได้รอบฉาย 20% มาครอง

แล้ว 'ไททานิก' ล่ะ นอกจากเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมแล้ว ก็มีแต่พวก 'แอนตี้แฟน' คอยตามด่า... แบบนี้ 20% มันจะดูเกินจริงไปหน่อยหรือเปล่า?

ประธานบริษัทเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน

"ประธานซูประเมินหนังเรื่องนี้ไว้สูงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"

ซูไอ่หลินพยักหน้า

"หนังเรื่องนี้มีโอกาสสูงมากที่จะติดอันดับท็อปทรี หรืออาจจะถึงท็อปทูของบ็อกซ์ออฟฟิศช่วงวันหยุดวันชาติเลยนะคะ"

"แล้วทำไมถึงไม่ใช่อันดับหนึ่งล่ะครับ?"

รองประธานหลี่ที่ยืนเงียบมาตลอดจู่ๆ ก็โพล่งถามขึ้นมา

ซูไอ่หลินยิ้มและตอบว่า

"อันดับหนึ่งคงต้องยกให้ 'Ex-Files 4' ไปอย่างแน่นอนค่ะ หนังเรื่องนี้มีมาแล้วถึงสามภาคและมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นมาก ฉันได้ยินมาว่าคุณภาพก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว"

จางเจี้ยนหัวพยักหน้าเห็นด้วย

เขาเคยดู 'Ex-Files 3' มาก่อน คุณภาพก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

หนังเรื่องนี้โด่งดังมาก เขาได้ยินมาว่ารายได้ของภาคสามทะลุไปเกือบ 2 พันล้านหยวน

คาดว่ารายได้ของภาคสี่ก็คงไม่น้อยไปกว่ากันแน่ๆ

ส่วนตัวเขาคิดว่า 'ไททานิก' มีคุณภาพเหนือกว่า 'Ex-Files 3' อย่างเห็นได้ชัด

แต่เรื่องของรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของเขาคนเดียว มันต้องคำนึงถึงกลไกตลาดด้วย

ถึงแม้ว่าประธานซูจะเป็นแค่ผู้ลงทุนในอีต๋า แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เธอย่อมมีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากกว่าเขาอย่างแน่นอน เชื่อประธานซูไว้ก็ไม่เสียหายหรอก

อีกอย่าง ได้อันดับสองหรืออันดับสามก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว! มันเกินความคาดหมายไปไกลลิบเลยล่ะ

ประธานบริษัทเอ่ยถามขึ้นมา

"ประธานซูครับ ถ้าติดอันดับสองหรือสามในบ็อกซ์ออฟฟิศช่วงวันหยุดวันชาติ คุณคิดว่ารายได้น่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ?"

ซูไอ่หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามนึกทบทวนถึงสถานการณ์เมื่อปีที่แล้ว

อันที่จริงแล้ว แม้เธอจะมีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากกว่าผู้บริหารบริษัทเพชรทั้งสามคน แต่เธอก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องสภาวะตลาดขนาดนั้น

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอีต๋า เธอก็พอจะเข้าใจภาพรวมอยู่บ้าง

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตอบว่า

"ถ้าอิงจากข้อมูลช่วงวันหยุดวันชาติของปีที่แล้ว ฉันประเมินว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านหยวนค่ะ แต่ฉันคิดว่าปีนี้หนังเรื่องนี้อาจจะติดอันดับท็อปเท็น และมีโอกาสทำรายได้ทะลุ 1.5 พันล้านหยวนเลยนะคะ"

1.5 พันล้านหยวน?!

ประธานบริษัทถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

เขารีบคิดคำนวณตัวเลขในหัวอย่างรวดเร็ว

รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ 1.5 พันล้าน บริษัทผลิตภาพยนตร์ได้ส่วนแบ่ง 35%

ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ บริษัทของพวกเขาซึ่งได้รับสิทธิ์ในการโฆษณาไปแล้ว จะได้รับส่วนแบ่งที่น้อยกว่านิดหน่อย นั่นคือ 24% ของรายได้ที่บริษัทผลิตภาพยนตร์ได้รับ

นั่นหมายความว่า 1.5 พันล้าน * 35% * 24%

126 ล้านหยวน?!

ตอนที่เขาลงทุนครั้งแรก เขาคิดว่ารายได้บ็อกซ์ออฟฟิศคงจะคืนทุนมาได้แค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้นแหละ

ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่ามันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัวแบบนี้!

เขาเอ่ยด้วยความเสียดายเล็กน้อย

"แค่ดูจากตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศ การลงทุนของเราก็คุ้มทุนแล้วสิ เราลงทุนไปตั้ง 50 กว่าล้านเลยใช่ไหม? เราน่าจะได้กำไรสัก 70 ล้านแน่ๆ"

"อืม ใช่ครับ!"

ประธานบริษัทได้ยินเสียงตอบรับอย่างตื่นเต้นดังมาจากข้างๆ

เขาเหลือบมองไปด้านข้าง ก็เห็นรองประธานจางกำลังพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ

ถ้าจะพูดแบบวัยรุ่นสมัยนี้ก็คงต้องบอกว่า รอยยิ้มของเขามันกลั้นยากยิ่งกว่าปืนอาก้าเสียอีก!

จึ๊ๆๆ เฒ่าจางเอาเงินตัวเองมาลงทุนแล้วก็ฟันกำไรเละเทะเลยสินะ?

เฮ้อ... เสียดายชะมัด

รองประธานจางจัดปกเสื้อให้เข้าที่ ยืดตัวตรง และพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ให้ได้

เจ้าเด็กเฉินเซียวคนนั้นมันไม่ธรรมดาจริงๆ!

เขาสามารถทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศสูงถึง 1.5 พันล้านจากโฆษณาชิ้นเดียวเนี่ยนะ

อัจฉริยะ! นี่มันอัจฉริยะชัดๆ!

เขาน่าจะรีบผันตัวไปเป็นผู้กำกับหรือคนเขียนบทนะ! อย่ามาจมปลักเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนเลย มันเสียของเปล่าๆ

ประธานบริษัทเอ่ยถาม

"เฒ่าจาง คุณลงทุนไปเท่าไหร่นะ?"

จางเจี้ยนหัวพยายามหุบยิ้มที่มุมปาก และทำน้ำเสียงให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

"เอาเป็นว่าแบบนี้แล้วกันครับ ถ้าหนังทำรายได้ถึง 1.5 พันล้านจริงๆ ก็คง... เท่ากับเงินเดือนผมหกปีเต็มเลยล่ะครับ"

เชี่ย! — บรรดารองประธานและหัวหน้าแผนกที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างอุทานออกมาในใจพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

ประธานบริษัทโบกมือและพูดติดตลก

"เอาล่ะๆ ไม่ต้องทำมันแล้วงานน่ะ กลับบ้านไปเกษียณอายุได้เลย!"

รองประธานหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เพิ่งจะหลุดพ้นจากความเศร้าของหนังมาหมาดๆ เขากำห่อกระดาษทิชชูในมือแน่น หรี่ตาจ้องมองจางเจี้ยนหัว

เงินเดือนหกปี ตาเฒ่าคนนี้แค่เอาเงินมาลงทุนนิดหน่อยก็ฟาดเงินไปตั้ง 60 ล้านแล้วเหรอเนี่ย?!

อิจฉา!

อิจฉาโว้ย!

ทำไมเขาถึงไม่มีลูกน้องเก่งๆ แบบนี้บ้างนะ?

บ้าเอ๊ย...

จบบทที่ บทที่ 26 ผู้ถือหุ้นคาดการณ์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ ติดท็อปทรีช่วงวันหยุดวันชาติ!

คัดลอกลิงก์แล้ว