- หน้าแรก
- จ้างมาทำสปอตโฆษณา แต่ผมดันกำกับไททานิกจนดังพลุแตก
- บทที่ 26 ผู้ถือหุ้นคาดการณ์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ ติดท็อปทรีช่วงวันหยุดวันชาติ!
บทที่ 26 ผู้ถือหุ้นคาดการณ์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ ติดท็อปทรีช่วงวันหยุดวันชาติ!
บทที่ 26 ผู้ถือหุ้นคาดการณ์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ ติดท็อปทรีช่วงวันหยุดวันชาติ!
ไฟในห้องสว่างขึ้น
ทุกคนพากันยกมือขึ้นบังแสงไฟที่แยงตา
แสงที่ลอดผ่านร่องนิ้วดึงพวกเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
หัวหน้าแผนกซุนสูดน้ำมูก
เธอรู้สึกเสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจดูในช่วงสิบนาทีแรก
บางที... เธอควรจะไปขอไฟล์หนังจากรองประธานจางแล้วกลับไปดูอีกรอบที่บ้าน
เธอลุกขึ้นยืนและกำลังจะขยับตัว ทว่าสายตาก็เหลือบไปเห็นหัวหน้าแผนกทรัพยากรบุคคลที่นั่งอยู่แถวที่ห้า โน้มตัวไปแตะไหล่รองประธานจาง
"รองประธานจางคะ รบกวนส่งไฟล์หนังให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ? พอดีช่วงแรกฉันติดงานก็เลยไม่ได้ดูน่ะค่ะ"
รองประธานจางยิ้มและส่ายหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนและกล่าวกับทุกคนว่า
"เนื้อหาของหนังเรื่องนี้เป็นความลับนะครับ ห้ามนำไปเผยแพร่เด็ดขาด เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบริษัทเรา และในฐานะผู้บริหารระดับสูง พวกคุณทุกคนก็น่าจะรู้ซึ้งถึงความสำคัญของมันดี ถ้าอยากดู ไว้รอดูตอนเข้าฉายเพื่อเป็นการอุดหนุนรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศก็แล้วกันนะครับ"
หัวหน้าแผนกซุนถอนหายใจออกมาเบาๆ ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้าใส่
การที่ต้องรอไปอีกพักใหญ่กว่าจะได้ดูอีกรอบ มันช่างทรมานจิตใจเสียเหลือเกิน
เธอชอบตัวละครพระเอกนางเอกมากๆ ทั้งคู่เป็นคนที่มีชีวิตชีวา สดใส และเข้มแข็ง
จู่ๆ เธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมวัยรุ่นบางคนถึงชอบจิ้นให้พระเอกนางเอกในซีรีส์รักกันนอกจอ
ตอนนี้เธอหวังให้พระเอกนางเอกได้ลงเอยกันจริงๆ เฮ้อ... ในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไป เธอก็เห็นหัวหน้าแผนกฝ่ายขายที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดลุกขึ้นยืนเช่นกัน
หัวหน้าแผนกซุนนึกถึงต่างหูเพชรคู่สวยขึ้นมาได้ จึงรีบเดินเข้าไปหาหัวหน้าแผนกฝ่ายขาย
"พี่โจวคะ พี่รับผิดชอบเรื่องขายเครื่องประดับเพชรคอลเลกชันที่มาจากหนังใช่ไหมคะ? พี่จำต่างหูสีเหลืองที่โรสใส่ตอนที่กำลังเรียนถ่มน้ำลายกับแจ็คได้ไหมคะ? เราจะทำคอลเลกชันนี้ออกมาขายด้วยหรือเปล่าคะ?"
ต่างหูคู่นั้นสวยงามมากจริงๆ มันทำให้คนใส่ดูทั้งสง่างามและชาญฉลาด
และที่สำคัญที่สุดคือ มันเป็นสไตล์ของโรส!
หัวหน้าโจวยิ้มและตอบว่า "ใช่ครับ เราจะทำออกมาขายด้วย มันคือต่างหูคอลเลกชัน 'Heart of Wisdom' ครับ"
ดวงตาของหัวหน้าแผนกซุนเป็นประกายขึ้นมาทันที
Heart of Wisdom ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะอะไรเช่นนี้
เธอยิ้มและถามต่อว่า "แล้วจะเริ่มวางขายเมื่อไหร่คะ? ฉันขอซื้อก่อนสักคู่ได้ไหม?"
หัวหน้าโจวยิ้มเจื่อนๆ "ต้องขอโทษด้วยครับหัวหน้าซุน คอลเลกชันนี้ไม่ได้อยู่ในสิทธิพิเศษสำหรับการสั่งจองล่วงหน้าของพนักงานครับ แต่ผมจะรีบแจ้งให้คุณทราบทันทีที่เริ่มวางขายเลย ดีไหมครับ?"
หัวหน้าแผนกซุนรู้สึกผิดหวังยิ่งกว่าเดิม แต่ก็จำใจตอบกลับไปว่า "ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"
เธอหันหลังกลับและเพิ่งจะก้าวไปได้แค่สองก้าว เพื่อนร่วมงานหญิงอีกหลายคนก็พากันเข้าไปรุมล้อมเขา
"พี่โจวคะ ต่างหูที่โรสใส่ตอนลงจากรถ ฉันขอซื้อก่อนสักคู่ได้ไหมคะ?"
"มีสร้อยคอหัวใจมหาสมุทรแบบจำลองที่ราคาต่ำกว่า 50,000 หยวนไหมคะ?"
...แม้แต่พี่หลิวที่ปกติไม่ค่อยใส่เครื่องประดับเท่าไหร่ ก็ยังเข้ามาร่วมวงด้วย "เสี่ยวโจว สร้อยคอเพชรสีม่วงของแม่โรสจะเริ่มวางขายเมื่อไหร่จ๊ะ?"
มุมปากของหัวหน้าแผนกซุนกระตุกเบาๆ
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงไม่มีสิทธิพิเศษให้พนักงาน
ถ้าขืนปล่อยให้พนักงานสั่งจองล่วงหน้าได้ ทุกคนก็คงจะเหมากันไปคนละหลายชิ้น ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการสปอยล์เรื่องการแต่งหน้าทำผมของตัวละครไปโดยปริยาย
ที่แถวหน้าสุด ประธานบริษัทกำลังยืนคุยกับรองประธานจาง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่ฟังดูเหมือนพวกแฟนคลับดังมาจากข้างหลัง
ที่นี่มีไว้สำหรับผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นไม่ใช่เหรอ? แล้วมีคนนอกเข้ามาได้ยังไงกัน?
ประธานบริษัทรีบหันขวับไปมอง
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เขาถึงกับเลิกคิ้ว
เหล่าผู้บริหารหญิงที่ปกติมักจะวางมาดสง่างามและดูเข้าถึงยาก ตอนนี้กำลังรุมล้อมหัวหน้าแผนกฝ่ายขายด้วยแววตาเป็นประกาย
ซี๊ด—
ดูเหมือนว่า 'โฆษณา' ชิ้นนี้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามเลยทีเดียว
ประธานบริษัทหันกลับมาหาจางเจี้ยนหัวแล้วพูดต่อ
"ถึงผมจะไม่มีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์เท่าไหร่นัก แต่จากปฏิกิริยาของทุกคนแล้ว เราน่าจะเตรียมเพชรไว้น้อยเกินไปเสียแล้วสิ เตรียมวัตถุดิบให้พร้อมนะ และถ้าจำเป็น ก็สั่งผลิตเพิ่มทันทีเลย"
"รับทราบครับ วางใจได้เลย"
"หลังจากหนังเข้าฉาย วิดีโอโปรโมตเพชรของเราก็ต้องปล่อยตามออกมาให้ทันท่วงทีด้วย"
"อืม ไม่มีปัญหาครับ"
ประธานบริษัทพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"จะว่าไปแล้ว แค่รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศก็น่าจะคุ้มทุนแล้วล่ะมั้ง?"
"มากกว่าคุ้มอีกค่ะ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหน้าของพวกเขาทั้งสอง
สุภาพสตรีที่นั่งอยู่ตรงกลางแถวหน้าสุดลุกขึ้นยืนแล้วส่งยิ้มให้พวกเขา
จางเจี้ยนหัวยิ้มรับและจับมือกับเธอ
"ประธานซู คุณก็มาด้วยเหรอครับเนี่ย"
สุภาพสตรีวัยห้าสิบต้นๆ ท่านนี้คือ ซูไอ่หลิน หนึ่งในผู้ถือหุ้นของเจียเหอไดมอนด์
และเธอยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอีต๋าซีนีม่าส์ ซึ่งเป็นเครือโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย โดยลูกชายของเธอเป็นผู้บริหารระดับซีอีโอของอีต๋า
ที่วันนี้เขาบอกให้เฉินเซียวรอฟังข่าวดีคืนนี้ ก็เป็นเพราะประธานซูนี่แหละ
ถ้าเธอยินดีออกหน้าช่วยจัดการเรื่องรอบฉายของหนังที่อีต๋าให้ได้ มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีงามอย่างแน่นอน
ซูไอ่หลินยิ้มและเอ่ยว่า
"รองประธานจางคะ หนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากเลยค่ะ กำหนดวันเข้าฉายหรือยังคะ?"
"วางแผนไว้ว่าจะให้เข้าฉายช่วงวันหยุดวันชาติน่ะครับ"
"ถ้าทางกองถ่ายตกลง ฉันสามารถจัดการให้อีต๋าจัดรอบฉายหนังเรื่องนี้ในเครือโรงภาพยนตร์ของเราได้เลยนะคะ ฉันรับประกันสัดส่วนรอบฉายให้ได้มากกว่า 20% เลยค่ะ!"
จางเจี้ยนหัวแอบตกใจอยู่ลึกๆ
20% เลยเหรอ?!
นั่นหมายความว่า หากมีการฉายหนังทั้งหมด 100 รอบ จะเป็นรอบของ 'ไททานิก' ถึง 20 รอบเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าตัวเลขนี้อาจจะดูเป็นเรื่องปกติในเวลาทั่วไป แต่นี่มันคือช่วงวันหยุดวันชาตินะ!
ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด การได้รอบฉายถึง 20% จะทำให้หนังเรื่องนี้นำหน้าหนังเรื่องอื่นๆ ไปถึง 80% เลยทีเดียว!
เขาได้ยินมาว่าตอนช่วงตรุษจีนปีนี้ 'แก๊งม่วนป่วนเยาวราช 2' ยังได้รอบฉายแค่ 20% เอง ทั้งๆ ที่มีฐานแฟนคลับจากภาคแรกที่ฮิตถล่มทลายมาช่วยดันถึงได้รอบฉาย 20% มาครอง
แล้ว 'ไททานิก' ล่ะ นอกจากเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมแล้ว ก็มีแต่พวก 'แอนตี้แฟน' คอยตามด่า... แบบนี้ 20% มันจะดูเกินจริงไปหน่อยหรือเปล่า?
ประธานบริษัทเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
"ประธานซูประเมินหนังเรื่องนี้ไว้สูงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"
ซูไอ่หลินพยักหน้า
"หนังเรื่องนี้มีโอกาสสูงมากที่จะติดอันดับท็อปทรี หรืออาจจะถึงท็อปทูของบ็อกซ์ออฟฟิศช่วงวันหยุดวันชาติเลยนะคะ"
"แล้วทำไมถึงไม่ใช่อันดับหนึ่งล่ะครับ?"
รองประธานหลี่ที่ยืนเงียบมาตลอดจู่ๆ ก็โพล่งถามขึ้นมา
ซูไอ่หลินยิ้มและตอบว่า
"อันดับหนึ่งคงต้องยกให้ 'Ex-Files 4' ไปอย่างแน่นอนค่ะ หนังเรื่องนี้มีมาแล้วถึงสามภาคและมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นมาก ฉันได้ยินมาว่าคุณภาพก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว"
จางเจี้ยนหัวพยักหน้าเห็นด้วย
เขาเคยดู 'Ex-Files 3' มาก่อน คุณภาพก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
หนังเรื่องนี้โด่งดังมาก เขาได้ยินมาว่ารายได้ของภาคสามทะลุไปเกือบ 2 พันล้านหยวน
คาดว่ารายได้ของภาคสี่ก็คงไม่น้อยไปกว่ากันแน่ๆ
ส่วนตัวเขาคิดว่า 'ไททานิก' มีคุณภาพเหนือกว่า 'Ex-Files 3' อย่างเห็นได้ชัด
แต่เรื่องของรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของเขาคนเดียว มันต้องคำนึงถึงกลไกตลาดด้วย
ถึงแม้ว่าประธานซูจะเป็นแค่ผู้ลงทุนในอีต๋า แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เธอย่อมมีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากกว่าเขาอย่างแน่นอน เชื่อประธานซูไว้ก็ไม่เสียหายหรอก
อีกอย่าง ได้อันดับสองหรืออันดับสามก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว! มันเกินความคาดหมายไปไกลลิบเลยล่ะ
ประธานบริษัทเอ่ยถามขึ้นมา
"ประธานซูครับ ถ้าติดอันดับสองหรือสามในบ็อกซ์ออฟฟิศช่วงวันหยุดวันชาติ คุณคิดว่ารายได้น่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ?"
ซูไอ่หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามนึกทบทวนถึงสถานการณ์เมื่อปีที่แล้ว
อันที่จริงแล้ว แม้เธอจะมีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากกว่าผู้บริหารบริษัทเพชรทั้งสามคน แต่เธอก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องสภาวะตลาดขนาดนั้น
อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอีต๋า เธอก็พอจะเข้าใจภาพรวมอยู่บ้าง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตอบว่า
"ถ้าอิงจากข้อมูลช่วงวันหยุดวันชาติของปีที่แล้ว ฉันประเมินว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านหยวนค่ะ แต่ฉันคิดว่าปีนี้หนังเรื่องนี้อาจจะติดอันดับท็อปเท็น และมีโอกาสทำรายได้ทะลุ 1.5 พันล้านหยวนเลยนะคะ"
1.5 พันล้านหยวน?!
ประธานบริษัทถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
เขารีบคิดคำนวณตัวเลขในหัวอย่างรวดเร็ว
รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ 1.5 พันล้าน บริษัทผลิตภาพยนตร์ได้ส่วนแบ่ง 35%
ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ บริษัทของพวกเขาซึ่งได้รับสิทธิ์ในการโฆษณาไปแล้ว จะได้รับส่วนแบ่งที่น้อยกว่านิดหน่อย นั่นคือ 24% ของรายได้ที่บริษัทผลิตภาพยนตร์ได้รับ
นั่นหมายความว่า 1.5 พันล้าน * 35% * 24%
126 ล้านหยวน?!
ตอนที่เขาลงทุนครั้งแรก เขาคิดว่ารายได้บ็อกซ์ออฟฟิศคงจะคืนทุนมาได้แค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้นแหละ
ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่ามันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัวแบบนี้!
เขาเอ่ยด้วยความเสียดายเล็กน้อย
"แค่ดูจากตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศ การลงทุนของเราก็คุ้มทุนแล้วสิ เราลงทุนไปตั้ง 50 กว่าล้านเลยใช่ไหม? เราน่าจะได้กำไรสัก 70 ล้านแน่ๆ"
"อืม ใช่ครับ!"
ประธานบริษัทได้ยินเสียงตอบรับอย่างตื่นเต้นดังมาจากข้างๆ
เขาเหลือบมองไปด้านข้าง ก็เห็นรองประธานจางกำลังพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ
ถ้าจะพูดแบบวัยรุ่นสมัยนี้ก็คงต้องบอกว่า รอยยิ้มของเขามันกลั้นยากยิ่งกว่าปืนอาก้าเสียอีก!
จึ๊ๆๆ เฒ่าจางเอาเงินตัวเองมาลงทุนแล้วก็ฟันกำไรเละเทะเลยสินะ?
เฮ้อ... เสียดายชะมัด
รองประธานจางจัดปกเสื้อให้เข้าที่ ยืดตัวตรง และพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ให้ได้
เจ้าเด็กเฉินเซียวคนนั้นมันไม่ธรรมดาจริงๆ!
เขาสามารถทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศสูงถึง 1.5 พันล้านจากโฆษณาชิ้นเดียวเนี่ยนะ
อัจฉริยะ! นี่มันอัจฉริยะชัดๆ!
เขาน่าจะรีบผันตัวไปเป็นผู้กำกับหรือคนเขียนบทนะ! อย่ามาจมปลักเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนเลย มันเสียของเปล่าๆ
ประธานบริษัทเอ่ยถาม
"เฒ่าจาง คุณลงทุนไปเท่าไหร่นะ?"
จางเจี้ยนหัวพยายามหุบยิ้มที่มุมปาก และทำน้ำเสียงให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
"เอาเป็นว่าแบบนี้แล้วกันครับ ถ้าหนังทำรายได้ถึง 1.5 พันล้านจริงๆ ก็คง... เท่ากับเงินเดือนผมหกปีเต็มเลยล่ะครับ"
เชี่ย! — บรรดารองประธานและหัวหน้าแผนกที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างอุทานออกมาในใจพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ประธานบริษัทโบกมือและพูดติดตลก
"เอาล่ะๆ ไม่ต้องทำมันแล้วงานน่ะ กลับบ้านไปเกษียณอายุได้เลย!"
รองประธานหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เพิ่งจะหลุดพ้นจากความเศร้าของหนังมาหมาดๆ เขากำห่อกระดาษทิชชูในมือแน่น หรี่ตาจ้องมองจางเจี้ยนหัว
เงินเดือนหกปี ตาเฒ่าคนนี้แค่เอาเงินมาลงทุนนิดหน่อยก็ฟาดเงินไปตั้ง 60 ล้านแล้วเหรอเนี่ย?!
อิจฉา!
อิจฉาโว้ย!
ทำไมเขาถึงไม่มีลูกน้องเก่งๆ แบบนี้บ้างนะ?
บ้าเอ๊ย...