เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 84 อย่าได้คิดแม้แต่จะกลับ

ตอนที่ 84 อย่าได้คิดแม้แต่จะกลับ

ตอนที่ 84 อย่าได้คิดแม้แต่จะกลับ


ตอนที่ 84 อย่าได้คิดแม้แต่จะกลับ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ไม่ว่าน้ำเสียงของฝานซุยเหวินจะดูเจียมตัวมากสักแค่ไหนหรือกิริยาท่าทางของเขาจะเป็นยังไง แต่เมื่อได้ยินความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของชายคนนี้แล้ว ลู่โจวก็สัมผัสได้ถึงคำขู่

ศาลาปีศาจลอยฟ้าอาจจะทำให้ผู้คนทั้งหลายต้องหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็นเพราะลู่โจวหรือศิษย์สาวกของเขาทั้งเก้าก็แล้วแต่ แม้ว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าจะสูญเสียยู่ฉางไห่และยู่ฉางตงไป แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีฝ่ายไหนที่กล้าโจมตีศาลาปีศาจลอยฟ้าอยู่ดี อะไรที่ทำให้ฝานซุยเหวินมั่นใจถึงได้พูดแบบนั้นออกมา? ฝานซุยเหวินมั่นใจว่าจะสามารถพูดให้ตัวเขาหยุดยุ่งเรื่องของพระราชวังได้เลยอย่างงั้นหรอ? นี่มันหมายความว่าอะไรกัน?

ฝานซุยเหวินลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกับผสานมือคารวะใหม่ "ท่านผู้อาวุโส ท่านจะพูดถึงตัวตนในอดีตให้ข้าผู้นี้ต้องลำบากทำไมกัน? เล้งลั่วน่ะได้หายตัวไปแล้วเมื่อ 300 ปีก่อน เขาน่ะได้จากไปพร้อมกับความดีและความบาดหมางที่มีในอดีต ท่านผู้อาวุโส ถ้าหากจะให้ข้าพูดตามตรงการมีชื่ออยู่ในบัญชีดำนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ตัวข้าภาคภูมิใจเลย การมีชื่ออยู่ในบัญชีดำไม่ต่างอะไรกับรอยด่างพร้อยในชีวิตข้าที่ไม่สามารถขจัดไปได้" ฝานซุยเหวินได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของชายคนนี้ต่างก็รู้สึกไม่พอใจในทันที

ชายคนนี้เคยอยู่บนรายชื่อบัญชีดำอันดับต้นๆ มาก่อน เขาคนนี้เคยทำชั่วจนเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ เขาคนนี้กำลังละอายใจกับอดีตที่ผ่านมาอย่างงั้นหรอ เขารู้สึกผิดจนต้องหันหลังเพื่อเดินทางวิธีอันชอบธรรมสินะ? นี่มันช่างน่าขันซะจริง

ฝานซุยเหวินยังพูดต่อไป "สำหรับคำพูดขู่ท่านผู้อาวุโส พวกเราอัศวินดำไม่กล้าที่จะทำแบบนั้น พวกเราแค่ถ่ายทอดข้อความที่มีมาจากทางพระราชวังให้เท่านั้น ข้าไม่สามารถบิดเบือนคำถ่ายทอดนี้จากทางพระราชวัง"

ความเงียบได้เข้าปกคลุมห้องโถงใหญ่อีกครั้ง

หมิงซี่หยินเป็นคนที่ส่งเสียงออกมาเพื่อทำลายความสงบอีกครั้ง "ถ้าหากเจ้ารู้อยู่แล้วว่าคำขอของเจ้าจะต้องถูกปฏิเสธ เจ้าก็คงจะไม่คิดทิ้งชีวิตพูดออกมาแบบนี้หรอกนะ? "

ด้วนมู่เฉิงพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน "เจ้ากำลังขอให้พวกเราศาลาปีศาจลอยฟ้าไม่ให้เข้าไปยุ่งเรื่องของทางพระราชวังอย่างงั้นสินะ...และถ้าหากพวกเราเห็นด้วยกับคำขอของพวกเจ้า พวกเราก็ต้องทนทุกอย่างแม้ว่าพระราชวังจะต้องการบุกมาที่นี่อย่างงั้นสินะ? "

"..."

"วรยุทธของจ้าวยู่ ศิษย์น้องของพวกเราถูกใครบางคนจากพระราชวังผนึกเอาไว้ก่อนที่จะส่งตัวเธอไปยังพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อพิธีแต่งงาน เจ้าจะตอบเรื่องนี้ยังไงล่ะ? แถมในตอนนี้ยังมีเรื่องหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ที่ถูกทำลายไปอีก เจ้าน่ะจะแก้ตัวว่ายังไงกัน? " ด้วนมู่เฉิงเอ่ยถามขึ้น

ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกใจในความคมคายที่ด้วนมู่เฉิงมี คำพูดของเขาเพียงไม่กี่คำสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ไปได้

ลู่โจวที่กำลังลูบเคราของตัวเองอยู่ได้พูดออกมาเช่นกัน "เล้งลั่ว เจ้าคงได้ยินแล้วสินะ? " ลู่โจวรู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดของด้วนมู่เฉิง

เมื่อได้ยินลู่โจวพูดแบบนั้น เหล่าศิษย์สาวกทั้งหลายต่างก็รู้สึกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ท้ายที่สุดแล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่เหมือนกับสถานการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ถ้าหากพวกเขาพูดอะไรผิดไป บางทีพวกเขาอาจจะต้องเจอกับหายนะแทนก็เป็นได้

ฝานซุยเหวินได้ยกมือของเขาขึ้นคารวะก่อนที่จะพูดตอบกลับ "ข้าไม่สามารถที่จะขัดคำสั่งของทางพระราชวังได้ ท่านผู้อาวุโส ท่านไม่จำเป็นจะต้องลดตัวอยู่ภายใต้คำสั่งของทางพระราชวังหรอกนะ"

"ไม่ เจ้าน่ะไม่เข้าใจหรอก" ลู่โจวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเริ่มเดินลงมาจากที่นั่ง

การเคลื่อนไหวของลู่โจวได้ทำให้ฝานซุยเหวินระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น

ในตอนนั้นเองลูกน้องทั้งสี่ของฝานซุยเหวินเองก็เริ่มกังวลเล็กน้อยเช่นกัน

จีเทียนเด๋าเป็นมหาวายร้าย ชายคนนี้มีนิสัยขึ้นชื่อถึงเรื่องอารมณ์ร้อนเป็นอย่างดี พวกเขาทั้งห้าจะไม่แปลกใจเลยถ้าหากพูดไม่เข้าหูจีเทียนเด๋าจนทำให้ตัวเขาโกรธขึ้นมาได้

ลู่โจวถามออกมาอีกครั้ง "อัศวินดำมีหน้าที่ทำลายหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์อย่างงั้นสินะ? " ดวงตาของเขาได้จับจ้องไปที่ฝานซุยเหวิน ในตอนนี้ลู่โจวได้ถือการ์ดการโจมตีของเพรชฆาตก่อนที่จะรอฟังคำตอบอย่างเงียบๆ

คำถามของลู่โจวได้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง

เมื่อยี่เทียนซินที่ร่างกายอ่อนแอได้ยินคำถามนี้ เธอก็เบิกตากว้างขึ้นมาทันที ยี่เทียนซินได้แต่จ้องไปที่อาจารย์ของเธออย่างไม่ละสายตาก่อนที่จะจ้องไปที่ฝานซุยเหวินที่กำลังยืนอยู่ตรงข้ามกับอาจารย์ของเธอ ในตอนนั้นเองเธอก็ได้แต่ใช้ความคิดอยู่ในใจ 'หรือว่าจะมีเบื้องหลังอื่นของหมู่บ้านมังกรสวรรค์จริงๆ? '

บรรยากาศในตอนนี้ตึงเครียดและหนักหน่วงกว่าเดิม

ฝานซุยเหวินไม่ได้ตอบคำถามของลู่โจวตรงๆ "ชนเผ่าอื่นๆ น่ะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในดินแดนแห่งนี้หรอกนะ ที่แม่น้ำสวรรค์น่ะมีพวกนอกคอกมากเกินไป" ขณะที่พูดเขาก็เหลือบมองไปที่ยี่เทียนซิน การพูดแบบนี้เท่ากับว่าการยอมรับออกมาตรงๆ

ฝานซุยเหวินเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลม เขารู้ดีว่าการโต้เถียงกลับไปหรือการปฏิเสธความจริงนั้นไม่มีความหมายอะไรกับสถานการณ์แบบนี้ ศาลาปีศาจลอยฟ้าจะไม่เรียกตัวเขามาแน่ถ้าหากพวกเขาไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ

เมื่อได้ยินคำพูดของฝานซุยเหวิน ทุกคนก็ต่างจับต้องไปที่เขา

"เจ้าได้เข้าไปในหอบันทึกของพระราชวังและหอจดหมายเหตุในที่ต่างๆ ถูกต้องไหมล่ะ? "

"ข้าทำเอง" ฝานซุยเหวินไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา "มีคนไม่มากนักหรอกที่เข้าไปในหอบันทึกของทางพระราชวังได้..."

ลู่โจวได้พูดต่อไปโดยที่ไม่สนใจคำพูดของฝานซุยเหวิน "เพราะงั้นเจ้าเลยใส่ร้ายข้าอย่างงั้นสินะ? "

จีเทียนเด๋าได้เคยทำชั่วช้ามาแล้วมากมายต่อหลายครั้งด้วยกัน บางครั้งศิษย์ทั้งเก้าที่ทำชั่วเองก็ทำให้ตัวเขายิ่งดูชั่วร้ายมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อเสียงของปรมาจารย์มหาวายร้ายที่เพิ่มมากขึ้นก็ได้ทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะโยนความผิดให้กับจีเทียนเด๋าไป ที่จริงแล้วจีเทียนเด๋าได้ทำชั่วมาแล้วมากมายแต่ถึงแบบนั้นจะมีอะไรอีกล่ะ? ดูเหมือนว่าท้ายที่สุดแล้วลู่โจวจะต้องใช้เวลาอีกมากกว่าที่จะกอบกู้ชื่อเสียงที่ดีของตัวเองกลับมาอีกครั้ง

จนถึงตอนนี้ลู่โจวไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เรื่องในครั้งนี้มันหนักหนาเกินกว่าที่จะรับได้

ฝานซุยเหวินรีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว "อัศวินดำอย่างพวกเรามีหน้าที่ที่จะทำตามคำสั่งเท่านั้น! พวกเราไม่ใช่ผู้ที่บงการเบื้องหลัง....ยิ่งไปกว่านั้นจากที่ข้ารู้มาศิษย์คนที่หกจากศาลาปีศาจลอยฟ้ายังไงซะก็เป็นผู้ทรยศอยู่แล้ว แล้วทำไมท่านผู้อาวุโสถึงต้องสู้กับทางพระราชวังเพียงเพื่อคนทรยศแบบนี้ด้วย? "

เมื่อได้ยินแบบนั้นยี่เทียนซินก็พยายามฝืนตัวเองให้ลุกขึ้น เธอพยายามฝืนร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงชักดาบของหนึ่งในผู้ฝึกยุทธหญิงจากวังจันทราออกมา

พรึ๊บ!

ยี่เทียนซินได้ชักดาบออกมาด้วยใบหน้าที่เย็นชาก่อนที่จะแทงตรงไปยังฝานซุยเหวินอย่างไร้ปรานี

แคล๊ง!

ฝานซุยเหวินไม่ได้ขยับไปไหน มือทั้งสองข้างของเขาก็ยังผสานไว้ที่ด้านหลังแบบเดิม ตัวเขาในตอนนี้ยืนนิ่งราวกับว่าเป็นรูปปั้นหิน ดาบของยี่เทียนซินที่โจมตีเข้าไปแหลกเป็นเสี่ยงๆ

ทุกคนที่เห็นแบบนั้นต่างตกตะลึง

ดวงตาของยี่เทียนซินเปลี่ยนเป็นสีแดง ในตอนนั้นเธอพูดออกมาอย่างโกรธแค้น "ใครกัน ใครกันที่เป็นผู้บงการ ข้าถามว่าใคร! "

พรึ๊บบบบ!

ฝานซุยเหวินได้ปล่อยคลื่นพลังออกมาเพื่อผลักยี่เทียนซินให้กระเด็นกลับไป "ท่านผู้อาวุโสจี อัศวินดำอย่างพวกเราไม่ได้ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับศาลาปีศาจลอยฟ้าของท่าน ข้าน่ะตอบทุกคำถามของท่านแล้ว ส่วนเรื่องผู้บงการเห็นทีข้าจะตอบท่านผู้อาวุโสไม่ได้ ข้ามาที่นี่เพื่อที่จะส่งสารแทนพระราชวังเท่านั้น ได้โปรดท่านผู้อาวุโสโปรดเห็นใจ..." ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็หันหลังให้ก่อนที่จะเดินออกไปจากประตู

เมื่อเห็นแบบนัั้นเหล่าอัศวินดำทั้งสี่ที่เดินตามมาเองก็ยืนขึ้นก่อนที่จะเดินตามผู้เป็นหัวหน้าไปเช่นกัน

ฝานซุยเหวินได้เดินไปข้างหน้าสองก้าวก่อนที่จะหยุดเดิน "ท่านผู้อาวุโส ข้าในฐานะที่เป็นเหมือนกับรุ่นน้องของท่านอยากที่จะเตือนท่านด้วยความหวังดีสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกท่านไม่ควรที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับทางพระราชวัง เวลาแค่ 10 ปีเพียงพริบตาเดียวก็ผ่านพ้นไปแล้ว ส่วนเรื่องที่สองแม้ว่าอัศวินดำอย่างพวกเราจะไม่สามารถเทียบเคียงกับศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างพวกท่านได้ แต่พวกเราก็ไม่ได้มีความเหลืออดเหลือทนอย่างไร้ขีดจำกัด ข้าขอตัวก่อน"

ก่อนที่แขกทั้งห้าจะเดินออกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าไป ลู่โจวที่ลูบเคราอยู่ก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นซะก่อน "ใครอนุญาตให้พวกเจ้าออกไปกัน? "

"หืม? " ฝานซุยเหวินหยุดเดิน หัวใจของเขาเองก็เต้นไม่เป็นจังหวะ

"ข้าเรียกพวกเจ้ามาที่นี่ก็เพราะความตั้งใจของข้า แต่ข้าไม่ได้มีความตั้งใจที่จะปล่อยพวกเจ้าออกไปซะหน่อย" ลู่โจวพูดขึ้น

ด้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินที่ได้ยินแบบนั้นก็คันไม้คันมือในทันที ในตอนแรกพวกเขาทั้งสองคนคิดว่าท่านอาจารย์ของเขาจะเลือกหลีกเลี่ยงเรื่องวุ่นวายซะมากกว่า แต่หลังจากที่เหล่าอัศวินดำถูกทางพระราชวังส่งตัวมา ด้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินผู้ที่ได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกลังเลขึ้น แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าอาจารย์ของเขาจะรู้สึกไม่ยอมใครขึ้นมา!

พรึ๊บบบบ! พรึ๊บบบบ!

หมิงซี่หยินและด้วนมู่เฉิงได้ขวางทางเหล่าอัศวินเอาไว้

ฝานซุยเหวินที่เห็นแบบนั้นก็ได้หันกลับมาถามอย่างช้าๆ "ท่านต้องการทำแบบนี้เพื่อคนทรยศนั่นอย่างงั้นสินะ? "

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นตอบกลับมาอย่างเฉยเมย "ข้าได้ลงโทษเจ้าคนทรยศนั่นแล้ว ไม่ใช่เรื่องของเจ้าที่จะต้องมาสั่งสอนข้า บอกมาใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนั้น ถ้าหากยอมบอกบางทีข้าอาจจะปรานีกับเจ้าก็ได้"

เมื่อได้ยินแบบนั้นฝานซุยเหวินก็ได้เดินกลับไปที่นั่งของตัวเองก่อนที่จะเอ่ยปากออกมา "สี่อัศวินดำ..."

"ครับนายท่าน" สี่อัศวินรีบขานตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน

"ดูเหมือนศาลาปีศาจลอยฟ้าต้องการที่จะเห็นพลังที่แท้จริงของพวกเราอัศวินดำ ดังนั้นพวกเราจะต้องทำความปรารถนาให้กับเจ้าพวกนี้"

หึ่ง หึ่ง หึ่ง หึ่ง!

เสียงหึ่งๆ ได้ดังขึ้นก่อนที่จะมีพลังร่างอวตารปรากฏตัวขึ้นตาม ในตอนนั้นมีพลังอวตารดอกบัวทั้งสองสองร่างและดอกบัวทั้งสามอีกสองร่างได้ปรากฏขึ้น พลังร่างอวตารนั้นสูง 30 และ 40 ฟุตด้วยกัน พลังร่างอวตารสีทองได้ตั้งตระหง่านอยู่เหนือหัวคนอื่นๆ พลังนั่นถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายพลังแห่งความน่ากลัว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 84 อย่าได้คิดแม้แต่จะกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว