เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 83 ฝานซุยเหวิน

ตอนที่ 83 ฝานซุยเหวิน

ตอนที่ 83 ฝานซุยเหวิน


ตอนที่ 83 ฝานซุยเหวิน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

อัศวินดำทั้งหลายไม่ได้ตอบกลับอะไรมา อัศวินคนอื่นๆ เองก็ไม่ตอบเช่นกัน พวกอัศวินทั้งหมดสวมใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าเอาไว้ และเพราะแบบนั้นหมิงซี่หยินจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ หลังจากพูดคุยจบแล้วกลุ่มอัศวินดำทั้งหมดก็ได้เดินขึ้นไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้า

ในระหว่างที่เดินขึ้นบันไดไปได้ครึ่งทาง ในตอนนั้นฝานซุยเหวินก็ได้หยุดเดินขึ้นมาอย่างไม่กะทันหัน "ใครกันที่กำลังซ่อนตัวอยู่? "

เสื้อผ้าสีดำได้ผิวไหวไปมาระหว่างต้นไม้ เจ้าของเสื้อผ้าชุดนั้นได้กระโดดจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปสู่อีกต้นไม้หนึ่ง คนที่กำลังยืนอยู่บนต้นไม้คือหยวนเอ๋อนั่นเอง หยวนเอ๋อที่ถูกจับได้พูดออกมาในทันที "ช่างน่าเกลียดซะจริง" ที่หยวนเอ๋อพูดว่าน่าเกลียดเป็นเพราะว่าเสื้อผ้าที่เหล่าอัศวินดำกำลังสวมใส่อยู่นั่นเอง มันดูน่าเกลียดมากกว่าที่จะดูน่ากลัว

อัศวินดำคนหนึ่งที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดขึ้นมาอย่างมีอารมณ์ "นายท่าน เจ้าพวกศาลาปีศาจลอยฟ้าพวกนี้ไม่ได้เคารพพวกเราเลย! "

ฝานซุยเหวินได้ยกมือขึ้นมาเพื่อห้ามอัศวินลูกน้องของตน หลังจากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปบนภูเขาต่อไป แม้ว่าชายผู้ที่เป็นผู้นำของกลุ่มอัศวินดำจะสามารถยอมรับว่าหมิงซี่หยินได้จัดการลูกน้องของตนไปถึงสี่คน แต่ถึงแบบนั้นอัศวินดำคนอื่นๆ เองก็ไม่สามารถทนนิ่งดูดายได้ ยิ่งไปกว่านั้นคนจากศาลาปีศาจลอยฟ้ายังดูถูกพวกเขาอีก แต่สำหรับฝานซุยเหวินผู้ที่เคยอยู่ในรายชื่อบัญชีดำอันดับต้นๆ มาไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเลย ตัวเขาผ่านการโดนดูถูกเหยียดหยามมาแล้วมากมายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าคำสบประมาทจะรุนแรงแค่ไหนก็แล้วแต่ ฝานซุยเหวินก็จะไม่เก็บมาคิดให้เหนื่อยใจ การฝึกฝนอันยาวนานตลอดหลายปีมาได้ทำให้เขามองข้ามเรื่องไม่เป็นเรื่องไปได้อย่างง่ายดาย

หยวนเอ๋อได้จ้องมองหมิงซี่หยินด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงก่อนที่จะบินกลับขึ้นไปบนภูเขา บางทีหยวนเอ๋อคงจะเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถขึ้นลงบนภูเขาได้อย่างอิสระ ที่เป็นแบบนั้นเพราะเธอเป็นศิษย์คนโปรดของอาจารย์นั่นเอง

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "ศิษย์น้องเล็กของพวกเราก็เป็นแบบนี้มาตลอด พวกเจ้าน่ะอย่าไปถือสาอะไรนางเลย"

ฝานซุยเหวินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ตอบกลับมาอย่างเฉยเมย "ข้าไม่ถือสาหรอก"

ครู่ต่อมาพวกเขาทั้งหมดก็ได้เดินมาถึงศาลาปีศาจลอยฟ้า พวกเขาได้ค่อยๆ เดินเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ด้านในศาลา

หมิงซี่หยินได้กวาดตามองไปทั่วทั้งห้องโถง ตัวเขาพบว่าจ้าวยู่และยี่เทียนซินเองก็อยู่ที่นี่เช่นกัน พวกเธอทั้งสองคนได้แต่นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างดูไร้เรี่ยวแรง ในขณะเดียวกันด้วนมู่เฉิง, โจวจี้เฟิง, ฝานซง พวกเขาทั้งสามได้ยืนอยู่ทางด้านซ้ายมือ.

ฝานซุยเหวินได้เอามือไขว้หลังก่อนที่จะเดินตรงมา ลูกน้องทั้งสี่ของเขาเองยืนจับคู่กันอยู่ที่ด้านหลังของเขา

ในตอนนั้นห้องโถงใหญ่ยังคงเงียบสนิท สายตาของทุกคนกำลังจ้องมองไปเหล่าผู้มาเยือนทั้ง 5 คนนี้

ฝานซุยเหวินได้มองไปที่ลู่โจว ชายชราเพียงคนเดียวผู้ที่นั่งอยู่บนจุดสูงสุดของห้องโถงนี่ เมื่อฝานซุยเหวินได้สบตากับลู่โจวเขาก็ตกตะลึงในทันที มีข่าวลือมาว่าจีเทียนเด๋านั้นอ่อนแรงเต็มทีแล้ว การฝึกฝนวรยุทธมามากกว่า 1,000 ปีได้ทำให้พลังร่างกายที่ตัวเขามีถดถอยลง

ฝานซุยเหวินเป็นคนที่มีพรสวรรค์พิเศษ ตัวเขาจะสามารถอ่านออร่าพลังชีวิตของคนอื่นๆ ได้ อันที่จริงแล้วชายชราที่อยู่ตรงหน้าควรจะมีอายุอยู่ได้แค่อีก 15 ปีเท่านั้น แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่สามารถประเมินพลังยุทธของชายคนนั้นได้เลย ถ้าหากฝานซุยเหวินอยากที่จะประเมินพลังของชายชราคนนี้จริงๆ ถ้าหากทำแบบนั้นก็จะต้องยั่วยุเขาโดยตรง และถ้าหากทำแบบนั้นก็คงจะไม่มีเหตุผลไปซะหน่อย หลังจากนั้นไม่นานฝานซุยเหวินก็ได้กล่าวทักทายลู่โจวตามมารยาทไป "ฝานซุยเหวินขอคารวะท่านผู้อาวุโสจี"

ในตอนนั้นลูกน้องของฝานซุยเหวินทั้งสี่เองก็คารวะลู่โจวเช่นกัน

ลู่โจวไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของชายทั้งห้าได้ การแสดงออกของพวกเขาเองก็ดูสงบเสงี่ยม ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าการจะอ่านอารมณ์ของคนพวกนี้ได้เป็นเรื่องยาก หลังจากที่คิดอยู่พักหนึ่งลู่โจวก็พูดออกมาอีกครั้ง "นั่งลงก่อนสิ" น้ำเสียงที่ตัวเขาใช้พูดเป็นน้ำเสียงของผู้อาวุโสที่ใช้พูดกับผู้ที่มีสถานะที่ต่ำกว่า

ฝานซุยเหวินเก็บมือของตัวเองไปก่อนที่จะนั่งลงบนที่นั่งของเขา "ข้าได้ยินมาว่าท่านอยากที่จะพบข้า ท่านผู้อาวุโสจี...ข้าที่ได้ยินแบบนั้นก็เลยไม่รอช้ารีบพาเหล่าอัศวินดำเดินทางมาถึงที่นี่โดยที่ไม่หยุดพัก ข้าสงสัยว่าท่านผู้อาวุโสจีมีเรื่องอะไรที่จะคุยกับข้ากัน? "

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะเอานิ้วของเขาชี้ไปทางยี่เทียนซิน "ข้ามั่นใจว่าเจ้าจะต้องจำนางได้..."

ฝานซุยเหวินที่เห็นยี่เทียนซินได้มีสายตาที่เปลี่ยนไป ใบหน้าของเธอซีดเซียวผิดปกติ หลังจากนั้นเขาก็ส่ายหัวก่อนจะพูดตอบกลับมา "ข้าเกรงว่าข้าจะจำแม่นางคนนี้ไม่ได้" ฝานซุยเหวินได้พูดออกมาตรงๆ

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้หัวเราะคิกคักก่อนที่จะพูดออกไป "นี่คือศิษย์คนที่หกของท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ของข้ายี่เทียนซินไงล่ะ...! " หลังจากนั้นหยวนเอ๋อก็ได้กลืนน้ำลายก่อนจะพูดต่อไปอีกครั้ง "เจ้าคนทรยศไงล่ะ! "

"แม่นางคนนี้เป็นศิษย์คนที่หกของศาลาปีศาจลอยฟ้าสินะ ข้าต้องขอโทษด้วย เป็นความผิดของข้าเอง" ฝานซุยเหวินได้พูดออกมาเบาๆ

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พยักหน้าก่อนที่จะพูดออกมาอย่างใจเย็น "เจ้ารู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ไหม? "

ร่างกายของฝานซุยเหวินหยุดเคลื่อนไหวไปในทันที และก็เพราะว่าชุดเกราะที่หนักแน่นรวมไปถึงหน้ากากที่หนาทำให้ชายคนนี้สามารถซ่อนอารมณ์และความรู้สึกได้ ไม่มีใครรู้ว่าชายคนนี้กำลังคิดอะไร หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ส่ายหัวออกมาเพื่อเป็นการบอกปฏิเสธไป สำหรับเขาผู้เป็นผู้นำของเหล่าอัศวินดำ ฝานซุยเหวินไม่อาจที่จะจำหมู่บ้านเล็กๆ เพียงหมู่บ้านเดียวได้ ฝานซุยเหวินที่ได้ปฏิเสธไปได้ถามออกมาอย่างสงสัย "ทำไมท่านผู้อาวุโสถึงได้ถามถึงหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ด้วยล่ะ? "

"ยี่เทียนซิน" ลู่โจวพูดขึ้น

ยี่เทียนซินตัวสั่นเล็กน้อย เธอพยายามที่จะพยุงตัวเองขึ้นมาอย่างอ่อนแรงก่อนที่จะพูดออกมา "หมู่บ้านปลามังกรสวรรค์น่ะมีชาวบ้านทั้งหมดประมาณ 354 คนเมื่อ 150 ปีก่อน ในตอนนั้นหมู่บ้านก็ได้ถูกกวาดล้างจนไม่เหลือชิ้นดี..." ยี่เทียนซินพูดเพียงแค่นั้น

หลังจากที่ยี่เทียนซินได้ออกจากภูเขาทองไป... เธอก็ได้ใช้เวลามากมายไปกับการสืบค้นเหตุการณ์ในอดีต เธอได้พบกับเบาะแสมากมายที่ชี้ชัดว่าอาจารย์ของเธอ จีเทียนเด๋าเป็นชายเพียงคนเดียวที่มีความเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านแห่งนั้น

ฝานซุยเหวินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พยักหน้าก่อนจะพูดออกมา "อ๋อ หมู่บ้านแห่งนั้นเองสินะ ข้าเสียใจจริงๆ ที่หมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ถูกทำลายไป...แต่อย่างไรก็ตาม" ฝานซุยเหวินได้หันไปทางลู่โจวก่อนที่จะเอ่ยถามออกมา "นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านผู้อาวุโสเรียกข้ามาพบอย่างงั้นสินะ? "

"ถูกแล้ว" ลู่โจวตอบกลับอย่างไม่แยแส

"แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับข้ายังไงกัน? "

"จากบันทึกของพระราชวังและบันทึกจากหอจดหมายเหตุจากสถานที่ต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างได้บอกเอาไว้ว่าเจ้าน่ะเป็นคนทำลายหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์" แม้ว่าลู่โจวจะไม่เห็นสีหน้าการแสดงออกของฝานซุยเหวิน แต่ถึงแบบนั้นสายตาที่เฉียบคมของเขาก็มองเห็นว่าร่างกายฝานซุยเหวินขยับเล็กน้อยทันทีหลังจากที่เขาพูดจบ ท่าทางแบบนี้ได้บอกว่าฝานซุยเหวินกำลังรู้สึกกังวลใจอะไรบางอย่างอยู่

"เป็นอย่างงั้นเองหรอ? " ฝานซุยเหวินได้พูดออกมา น้ำเสียงที่เขาใช้พูดดูตกใจอะไรบางอย่าง

เมื่อลู่โจวพูดถึงผู้ร้ายที่ถูกกล่าวหา ในตอนนั้นทุกคนก็สังเกตเห็นสีหน้าของยี่เทียนซินก็เปลี่ยนไปในทันที

"อัศวินดำน่ะเป็นหน่วยกองกำลังพิเศษที่ขึ้นตรงกับราชวงศ์ พวกอัศวินดำน่ะมักจะทำงานกันในเงามืดเท่านั้น และเพราะแบบนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่หอจดหมายเหตุจากพระราชวังจะไม่ได้พูดถึงเรื่องในครั้งนี้" ลู่โจวพูดออกมาอย่างใจเย็น

ฝานซุยเหวินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้โต้ตอบกลับไป "เหล่าผู้ฝึกยุทธทุกคนต่างรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเราอัศวินดำเป็นหน่วยพิเศษที่ขึ้นตรงกับเหล่าราชวงศ์"

"แล้วพวกอัศวินดำไม่เคยไปที่แม่น้ำสวรรค์เลยอย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวได้ถามขึ้นมา

เมื่อฝานซุยเหวินได้ยินคำถาม ตัวเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรโต้ตอบกลับมา ฝานซุยเหวินเป็นชายผู้ที่ฉลาดหลักแหลม ทันทีที่เขาได้ยินเรื่องเกี่ยวกับยี่เทียนซินเขาก็รู้อยู่แล้วว่าลู่โจวจะต้องถามถึงเรื่องนี้

ฝานซุยเหวินได้หัวเราะออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง "วันนี้พวกเราคงมาที่นี่เพื่อพูดคุยกันถึงเรื่องหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์อย่างงั้นสินะ ความจริงแล้วที่ข้ามาในวันนี้ข้ามาเพื่อพูดอะไรบางอย่างกับท่าน ท่านผู้อาวุโส"

"งั้นก็พูดสิ" ลู่โจวพูดออกมาห้วนๆ

"ทางพระราชวังอยากที่จะส่งข้อความอะไรบางอย่างให้กับท่าน" หลังจากพูดจบท่าทางของฝานซุยเหวินก็เปลี่ยนไปในทันที "ทางพระราชวังจะถือซะว่าเรื่องที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าทำมาในอดีตไม่เคยเกิดขึ้น เรื่องนี้รวมไปถึงเรื่องที่หมิงซี่หยินได้สังหารอัศวินดำทั้ง 4 คนของพวกเราไป ทางพระราชวังเองก็ยินดีที่จะปล่อยให้เรื่องนี้ได้ผ่านพ้นไป แต่ว่ามีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่ง..." ฝานซุยเหวินหยุดพูดไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ "เงื่อนไขที่ว่าก็คือการไม่ให้พวกศาลาปีศาจลอยฟ้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของทางพระราชวังไปเป็นเวลาสิบปี"

ในตอนนั้นห้องโถงใหญ่ก็ได้เงียบลง

เหล่าศิษย์สาวกของลู่โจวได้แต่จ้องมองกันเอง

แม้แต่ลูกน้องทั้งสี่ที่ไว้ใจได้ของฝานซุยเหวินเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาทั้งสี่ก็รู้สึกโล่งใจกับคำขอในวันนี้ คำขอแบบนี้เป็นอะไรที่เรียบง่ายมาก ในโลกยุทธภพนั้นมีเหล่าผู้ฝึกยุทธมากมายหลายคนด้วยกัน เหล่ายอดฝีมือทั้งหลายต่างก็ระวังตัวเป็นอย่างดีเพื่อที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานของทางพระราชวัง บางคนที่ต้องการพ้นโทษจนยอมที่จะกลายเป็นทหารซะเอง บางคนเองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้มีอิทธิพลนั้นไป

หลังจากที่หยุดพูดไปได้พักหนึ่ง ฝานซุยเหวินก็ได้พูดเสริมออกมาอีกครั้ง "อัศวินดำไม่ได้ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับศาลาปีศาจลอยฟ้า พวกเราอัศวินดำคงไม่มีพลังมากพอที่จะเทียบพวกท่านได้ ข้าที่พูดไปเป็นตัวแทนของเหล่าอัศวินดำ ข้าหวังว่าท่านผู้อาวุโสจะทำให้ความปรารถนาของพวกเราเป็นจริงด้วย" ฝานซุยเหวินหยุดพูดเพียงแค่นี้ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขามาถึงที่นี่นั่นเอง

ทุกคนมองไปยังลู่โจวเพื่อที่จะรอคำตอบจากเขา

แต่ถึงแบบนั้นหมิงซี่หยินก็ชิงที่จะทำลายความสงบด้วยเสียงหัวเราะของเขาซะก่อน "คนสุดท้ายที่กล้าเดินเตร่มาถึงที่นี่ด้วยท่าทีอวดดีน่ะ...ล่าสุดชายคนนั้นได้ลอยก่อนที่จะสลายหายไปแล้ว เจ้าพยายามที่จะเดินตามรอยของเจ้านั่นอย่างงั้นสินะ? "

ฝานซุยเหวินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ผสานมือกันคารวะ "ข้าไม่กล้า"

ลู่โจวลูบเคราตัวเองก่อนที่จะพูดออกมาในที่สุด "เล้งลั่ว"

หัวใจของฝานซุยเหวินเต้นไม่เป็นจังหวะเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อชื่อนี้ ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ

ลู่โจวมองไปที่ฝานซุยเหวินด้วยสายตาที่เฉียบแหลมก่อนจะพูดขึ้น "เจ้ากำลังคิดจะขู่ข้าอยู่สินะ? "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 83 ฝานซุยเหวิน

คัดลอกลิงก์แล้ว