เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 56 ทุกอย่างน่ะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว

ตอนที่ 56 ทุกอย่างน่ะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว

ตอนที่ 56 ทุกอย่างน่ะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว


ตอนที่ 56 ทุกอย่างน่ะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวในตอนนี้ไม่ได้สนใจอะไรวิหารปีศาจอีกต่อไป

ภายในศาลาปีศาจลอยฟ้าไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สามารถต้านทานฝีมือของซู่จินฉานได้ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าหากซู่จินฉานไม่ได้อวดอ้างฝีมือกับปรมาจารย์มหาวายร้าย ตัวของเขาก็คงจะไม่ต้องจบชีวิตแบบนี้

แต่ซู่จินฉานก็ไม่ได้ไม่รอบคอบซะทีเดียว ก่อนที่ลู่โจวจะซัดฝ่ามือใส่ตัวเขา ซู่จินฉานก็ได้ใช้พลังอะไรบางอย่างเพื่อรับมืออยู่ก่อนแล้ว

ลู่โจวในตอนนี้กำลังเหลือบมองแต้มบุญที่กำลังมีอยู่ ตัวเขาในตอนนี้มีแต้มบุญกว่า 2,600 แต้มอยู่ในระบบ

ลู่โจวรู้ดีว่าตัวของเขาไม่ได้โชคดีเท่าไหร่นัก ตัวเขาที่ทุ่มแต้มบุญไปกับการจับฉลากนำโชคครั้งล่าสุดได้ของตอบแทนกลับมาเพียงการ์ดพลังชีวิตเท่านั้น ตัวของลู่โจวคาดหวังเอาไว้ว่าจะได้รางวัลที่ดีกว่านี้

สิ่งที่ลู่โจวจะต้องทำในตอนนี้ก็คือการฝึกฝนวรยุทธที่เคยมีให้กลับมาแข็งแกร่งให้ได้อีกครั้ ยังไงซะวรยุทธก็คือรากฐานของทุกสิ่งทุกอย่าง

หลังจากที่คิดได้แบบนั้นแล้วลู่โจวก็ได้ใช้แต้มบุญซื้อการ์ดการโจมตีของเพรชฆาตกลับมาอีกใบ ยังไงซะตัวเขาก็ไม่สามารถใช้แต้มบุญที่มีซื้อวรยุทธที่สูงกว่านี้ได้

"ดูเหมือนว่าการทำภารกิจให้สำเร็จจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วที่จะหาแต้มบุญได้ เหล่าลูกศิษย์ทั้งหมดจะช่วยให้ฉันหาแต้มบุญใหม่ได้..."

ลู่โจวกำลังคิดถึงลูกศิษย์คนที่หกของเขา ยี่เทียนซินเป็นคนที่เกลียดชังตัวเขามาก ถ้าหากเขายังเป็นจีเทียนเด๋าคนเดิมอยู่เขาก็คงสังหารลูกศิษย์ที่ทรยศคนนี้ไปแล้ว แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลู่โจวก็คงจะไม่เลือกที่จะทำแบบนั้นแน่

"ทำไมยี่เทียนซินถึงได้แค้นตัวฉันถึงขนาดนี้? " ลู่โจวพยายามนึกถึงความทรงจำที่เคยมี

คำตอบของเรื่องนี้อยู่ในความทรงจำที่ขาดหายไป ลู่โจวในตอนนี้ได้แต่ขมวดคิ้วเพียงสงสัยเท่านั้น ความทรงจำที่ขาดหายไปอาจจะเป็นแค่ผลข้างเคียงจากการเดินทางข้ามมิติเท่านั้น ลู่โจวคิดว่าบางทีตัวเขาอาจจะระลึกถึงความทรงจำทั้งหมดได้ในไม่ช้านี้ ถ้าหากตัวเขาสามารถควบคุมร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อไหร่ เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะต้องระลึกถึงความทรงจำทั้งหมดที่ขายหายไปได้แน่

หลังจากพยายามนึกอยู่นานในที่สุดลู่โจวก็ได้แต่ยอมแพ้ไป นอกจากที่เขาจะไม่ได้คำตอบอะไรแล้วภายในหัวของเขามีเพียงอาการเวียนหัวเท่านั้น

"ถ้าหากฉันยังคงนึกอะไรไม่ออกอยู่แบบนี้ บางที่นี่ก็อาจจะเป็นชะตากรรมของเธอคนนั้นก็เป็นได้..." ลู่โจวหยุดคิดฟุ้งซ่านก่อนที่จะเริ่มศึกษาเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์อีกครั้ง

หมิงซี่หยินได้เดินกลับมายังถ้ำแห่งเงาสะท้อนอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเดิมมาพร้อมกับส่ายหัวไปด้วย ใบหน้าของยี่เทียนซินทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยสีหน้าที่ซี้ดเซียว

"ข้าน่ะบอกกับเจ้าแล้วศิษย์น้อง คนจากวังจันทราของเจ้าน่ะยังไงก็ไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ ถ้าหากไม่ได้ท่านอาจารย์คอยช่วยเอาไว้ เหล่าสาวกของเจ้าทั้งหมดก็คงจะต้องตายไปแล้ว" หมิงซี่หยินพูดออกมาให้ยี่เทียนซินฟัง

ยี่เทียนซินเอนหลังของเธอก่อนที่จะพิงลงบนหลังของกำแพงหินอันเหน็บหนาว หลังจากนั้นตัวเธอก็พูดออกมาอย่างไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก "เจ้าหมอนั่นที่มาจากวิหารปีศาจน่ะเป็นแค่คนฉวยโอกาสกระจอกๆ เท่านั้น ถ้าหากข้ายังอยู่เจ้านั่นคงไม่มีโอกาสที่จะทำร้ายเหล่าสาวกของข้าได้แน่"

"ก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะ แล้วเจ้าคิดยังไงกับสำหนักหยุน, สำนักเทียน และสำนักหลัวล่ะ? เจ้าอาจจะคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าซู่จินฉานแต่เจ้าจะต่อต้านความโกรธแค้นของทั้งสามสำนักได้ยังไงกัน? " หมิงซี่หยินถามออกมาอีกครั้ง

ยี่เทียนซินพูดไม่ออก

สำนักทั้งสามล้วนแต่มีเหล่ายอดฝีมือสังกัดอยู่ และการมารวมตัวกันของเหล่ายอดฝีมือ เพราะแบบนั้นเองจึงทำให้ทั้งสามสำนักเป็นสำนักที่แข็งแกร่งมากกว่าสำนักไหนๆ และทั้งสามสำนักที่ว่ามาก็ยังแข็งแกร่งกว่าตัวเธอ ยี่เทียนซินอีกด้วย

"ยี่เทียนซิน...ข้าน่ะช่วยอะไรเจ้าไม่ได้มากหรอกนะ" หมิงซี่หยินพูดเสร็จก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "ในตอนแรกข้าคิดว่าท่านอาจารย์น่ะจะกลัววิหารปีศาจเลยจะมอบคนจากวังจันทราให้กับเจ้าพวกนั้นไป แต่ว่า..." หมิงซี่หยินได้หยุดพูดก่อนที่จะหัวเราะออกมาแทน "...แต่ว่าท่านอาจารย์น่ะกับจัดการกับซู่จินฉานด้วยการโจมตีเพียงเท่านั้น"

"การ...โจมตีเดียวอย่างงั้นหรอ? "

"ใช่ เจ้าน่ะได้ยินถูกแล้วล่ะ! ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีเพียงครั้งเดียวนั่นยังเป็นสุดยอดฝ่ามือไร้ปรานี"

"เขาไม่กลัววิหารปีศาจจะบุกมาอย่างงั้นหรอ? เบื้องหลังของสำนักนั่นไม่ได้มีแค่ยอดฝีมือเพียงไม่กี่คนหรอกนะ..."

"ข้าก็คิดเรื่องนั้นเหมือนกัน แต่ศิษย์น้องหญิง...เจ้าน่ะยังเด็กจนเกินไป" หมิงซี่หยินพูดออกมาอย่างไม่สนใจไยดี

"เจ้าหมายความว่าอะไรกัน? "

"ทุกสิ่งทุกอย่างน่ะอยู่ภายใต้การควบคุมขอวท่านอาจารย์แล้วไงล่ะ..." หมิงซี่หยินพูดออกมาในขณะเดียวกันเขาก็พยักหน้าไปด้วย

ยี่เทียนซินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้เงียบไปชั่วครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็เริ่มพูดออกมาอีกครั้ง "แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะจำความเมตตาของศิษย์พี่เอาไว้"

ไม่นานหลังจากที่ยี่เทียนซินพูดจบ เธอก็ได้ไอออกมาอย่างรุนแรง หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วก่อนที่จะจ้องมองไปที่ใบหน้าของศิษย์น้องคนนี้ เขาได้รวบรวมพลังเอาไว้บนนิ้วมือก่อนที่จะจิ้มไปที่ปอดของเธอ ด้วยพลังของหมิงซี่หยินจะช่วยบรรเทาอาการไอของยี่เทียนซินได้ แต่ถึงแบบนั้นสีหน้าของเธอก็กับซีดลงไปอีก

"ผมของเจ้ามัน..." หมิงซี่หยินสังเกตเห็นผมสีเงินที่อยู่ท่ามกลางผมสีดำของเธอ

"ปล่อยข้าไว้คนเดียวซะเถอะ วรยุทธทั้งหมดของข้าน่ะถูกทำลายไปทั้งหมดแล้ว ข้าไม่สามารถรวบรวมพลังเอาไว้ที่จุดตันเถียนได้อีกต่อไป ในตอนนี้ก็เหลือแต่เวลาแล้วล่ะ..." ยี่เทียนซินพูดออกมาอย่างไม่สนใจไยดี

"ฟังข้าซะ เจ้าน่ะควรไปขออภัยจากท่านอาจารย์ซะ บางทีท่านอาจารย์อาจจะช่วยชีวิตเจ้าได้ ถ้าหากพิจารณาถึงสายสัมพันธ์ที่มีมาในอดีตเขาจะต้องช่วยเจ้าแน่ ยังไงซะเจ้าก็ยังเคยเป็นลูกศิษย์ขอิงเขา" หมิงซี่หยินได้พูดเตือนสติอีกครั้ง

ยี่เทียนซินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัว เธอในตอนนี้พยายามต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่มีในร่างกายของตัวเอง หลังจากที่ทนความเจ็บปวดได้เธอก็เงยหน้ามองหมิงซี่หยินอีกครั้ง "ศิษย์พี่ ท่านน่ะเคยสงสัยไหมล่ะว่าทำไมศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองถึงจากที่นี่ไป? "

"ข้าน่ะไม่รู้หรอก และข้าเองก็ไม่อยากรู้เหตุผลด้วย" หมิงซี่หยินได้ส่ายหัวปฏิเสธไป ในตอนที่เขากำลังจะเห็นยี่เทียนซินเปิดปากพูดออกมาอีกครั้ง ในตอนนั้นหมิงซี่หยินก็ได้โบกมือของเขาก่อนที่จะชิงพูดออกมาก่อน "ข้าน่ะจะทิ้งเจ้าเอาไว้ที่นี่ เจ้าน่ะไตร่ตรองความผิดของตัวเองซะ ถ้าหากเจ้าสำนักเมื่อไหร่ข้าจะขอร้องท่านอาจารย์ให้ปล่อยตัวเจ้าเอง"

เมื่อพูดจบหมิงซี่หยินก็ได้กะพริบตาให้ก่อนที่จะออกไปจากถ้ำไป เขาไม่เปิดโอกาสให้ยี่เทียนซินพูดกลับมาได้

ภายนอกถ้ำแห่งเงาสะท้อนเอง หมิงซี่หยินในตอนนี้กำลังถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะพูดพึมพำอะไรบางอย่างออกมา "ข้าน่ะไม่เหมือนกับเจ้าหรอกนะศิษย์น้อง...ข้าน่ะยังเคารพในตัวของท่านอาจารย์มาก" หลังจากพูดจบเขาเองก็ได้ประสานมือเอาไว้ด้านหลังก่อนที่จะจากถ้ำแห่งนี้ไป

ระหว่างทางกลับไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้า สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงบ มันเหมาะที่จะฝึกฝนวรยุทธมาก

หมิงซี่หยินเห็นฝางซงและโจวจี้เฟิงกำลังฝึกซ้อมระหว่างที่เดินทางกลับ ในตอนแรกเขาคิดเอาไว้ว่าจะไปให้คำแนะนำซะหน่อย แต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเขาก็ตัดใจยกเลิกความคิดแบบนั้นไป

"กรุณารอก่อนศิษย์พี่สี่! " ฝางซงที่สังเกตเห็นหมิงซี่หยินได้เรียกเขาเอาไว้

"เจ้ามีธุระอะไรกัน? " หมิงซี่หยินถามออกมาอย่างสงสัย

ฝางซงที่เห็นหมิงซี่หยินหยุดแล้วก็ได้โค้งคำนับให้ก่อนที่จะถามอะไรบางอย่างออกมา "ศิษย์พี่สี่ ข้ามีเรื่องสงสัยอยากที่จะไถ่ถามท่านสักหน่อย? "

"ไม่" หมิงซี่หยินพูดเสร็จก็ได้จากไปในทันที

"..."

ถ้าหากเป็นเวลาอื่นฝางซงคงจะไม่มีความกล้ามากพอที่จะเรียกเพื่อหยุดหมิงซี่หยินอีกครั้งแน่ แต่ครั้งนี้ฝางซงมีเรื่องสำคัญมากที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือ ฝางซงที่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดก่อนที่จะพูดขึ้นมา "ศิษย์พี่ได้โปรดฟังข้าด้วย ข้ากลัวว่าตัวข้าอาจจะอยู่ได้เพียงสามเดือนสุดท้ายเท่านั้น ความเหน็บหนาวได้เข้าปกคลุมร่างกายของข้ามากขึ้นเรื่อยๆ ท่านอาจารย์ได้เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะให้เคล็ดวิชาหยางทั้งหกให้...ศิษย์พี่สี่ได้โปรด...ช่วยข้าด้วย..." ความกล้าที่รวบรวมมาได้หายไปเรื่อยๆ ในประโยคคำพูดนี้

"หมดเรื่องแล้วสินะ? " หมิงซี่หยินจ้องมองไปที่ฝางซง

"ใช่ครับ"

"ถ้าหากท่านอาจารย์สัญญากับเจ้าแล้ว ท่านอาจารย์จะไม่กลับคำแน่ เวลาอีกสามเดือนน่ะยังอีกยาวไกล...มีคนมากมายที่ไม่รู้เลยว่าชีวิตในวันนี้หรือในวันรุ่งขึ้นจะเป็นวันสุดท้ายกันแน่ เจ้าน่ะอย่าได้รีบร้อนไปเลย" หมิงซี่หยินที่ได้ทิ้งคำพูดเอาไว้ได้หายจากไปอย่างรวดเร็ว

"..."

ฝางซงที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่จ้องมองการจากไปอย่างสับสน ในเวลาเดียวกันนั้นตอนนั้นเองโจวจี้เฟิงก็ได้ทิ้งดาบของเขาลงก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าบอกเจ้าแล้ว แม้ว่าศิษย์พี่หมิงซี่หยินจะดูเหมือนคนใจดีก็จริง แต่ถึงแบบนั้นคำพูดของเขาก็จะมีขวากหนามซ่อนเอาไว้อยู่เสมอ ข้าว่าเจ้าน่ะไปคุยกับศิษย์พี่เก้าจะดีกว่านะ เธอคนนั้นใสซื่อ, เรียบง่าย และใจดีกว่ามาก และท่านอาจารย์เองก็ยังให้ความสำคัญกับเธอมาก ข้าคิดว่าเธอคนนั้นจะต้องช่วยเจ้าแน่ถ้าหากเจ้าพูดดีกับเธอ"

"นั่นมันสมเหตุสมผลจริงๆ " ฝางซงพยักหน้าเห็นด้วย

หลังจากที่อ่านเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ไปอีกถึง 3 ครั้งด้วยกัน ลู่โจวก็ไม่ได้พบความเปลี่ยนแปลงไปเลย ตัวอักษรที่เคยไม่เข้าใจตอนนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม การทำความเข้าใจเคล็ดวิชานี้เป็นอะไรที่น่าเบื่อเป็นอย่างมาก เมื่อคิดแบบนั้นตัวเขาจึงได้เปิดหน้าต่างเมนูที่ไม่ได้เปิดมานานแล้วขึ้นมา

"ท่านอาจารย์! " เสียงของหยวนเอ๋อได้ดังมาจากด้านนอก

"เข้ามาสิ"

เด็กหญิงตัวน้อยได้กระโดดมาเข้ามาจากด้านนอกอย่างมีความสุข "ท่านอาจารย์ข้าได้ข่าวเกี่ยวกับศิษย์พี่จ้าวยู่มา! "

"บอกข้ามาสิ"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 56 ทุกอย่างน่ะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว