เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 55 ได้โปรดใจเย็นเอาไว้

ตอนที่ 55 ได้โปรดใจเย็นเอาไว้

ตอนที่ 55 ได้โปรดใจเย็นเอาไว้


ตอนที่ 55 ได้โปรดใจเย็นเอาไว้

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

มีชายผู้ใช้ดาบคนหนึ่งกำลังบินอยู่บนอากาศด้วยดาบของตัวเองพร้อมกับสีหน้าที่ดูผ่อนคลายราวกับว่าเขาจะรอเวลานี้มานานแล้ว ในตอนนั้นเองพลังจางๆ ก็ได้หมุนรอบตัวของเขาเอาไว้ ถึงแม้ว่าพลังนี้จะเป็นพลังอันแผ่วบางแต่มันก็เต็มไปด้วยพลังอันแปลกประหลาด ในตอนนั้นเองที่ด้านหลังของชายผู้ใช้ดาบก็มีพลังสีแดงปรากฏขึ้น

แม้ว่ากลุ่มชาวยุทธชุดดำจะไม่ได้ท่องยุทธจักรมามากนัก แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังของยอดฝีมือได้ พลังของยอดฝีมือนั่นเองได้ทำให้รถม้ามังกรสีดำไม่สามารถเดินทางได้อีกต่อไป

หนึ่งในกลุ่มชาวยุทธชุดดำคนหนึ่งได้บินออกมาจากแถวก่อนที่จะเริ่มเอ่ยปากถามอย่างสุภาพขึ้นมาก่อน "ข้าขอทราบชื่อของเจ้าจะได้ไหม พอดีเจ้ากำลังขวางทางเราอยู่น่ะ?"

นักดาบคนนั้นค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ ใบหน้าที่เฉียบคมของเขากำลังยิ้มอยู่ แต่ถึงแม้ว่าใบหน้าของเขาจะยิ้มแย้มแต่ในรอยยิ้มนั้นกลับดูคลุมเครือเป็นอย่างมาก มันยากเกินกว่าที่จะอธิบายได้ ชายผู้ที่ใช้ดาบคนนั้นได้พูดขอโทษออกมาอย่างสุภาพ "ข้าต้องขอโทษด้วย"

"โอ้ นี่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างงั้นสินะ" ชาวยุทธชุดดำคนนั้นได้พูดต่อมา "งั้นลาก่อน"

แต่ถึงแม้จะพูดแบบนั้นชายผู้ใช้ดาบก็ไม่ได้หลีกทางให้ เขายังคงยิ้มแย้มอยู่เช่นเดิมก่อนที่จะจ้องมองไปยังรถม้าและกลุ่มผู้ฝึกยุทธ

"ข้าขอโทษด้วย" ในตอนนั้นชายผู้ใช้ดาบก็ได้พูดออกมาเป็นครั้งที่สอง บรรยากาศอันแปลกประหลาดก็ได้เพิ่มมากขึ้น

จากนั้นกลุ่มชาวยุทธชุดดำก็ได้เห็นดาบลอยขึ้นมาจากด้านหลังของชายผู้ใช้ดาบ ในตอนนั้นเองคลื่นพลังอันมหาศาลก็ได้ไหลออกมาจากร่างกายราวกับเป็นใบมีด เมื่อเห็นแบบนั้นเหล่าชาวยุทธทั้งหมดที่ได้เห็นก็ได้พูดตะโกนออกมา "นั่นดาบปีศาจ? รีบทิ้งรถม้าแล้วหนีเอาชีวิตรอดซะ! "

กลุ่มชาวยุทธชุดดำรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปทั่วทุกทิศทางอย่างรวดเร็ว แต่ถึงแบบนั้นดาบที่ส่องแสงสีแดงออกมาจางๆ ก็ได้ฉีกกระชากร่างกายของเขาไปเป็นชิ้นๆ ชาวยุทธคนแล้วคนเล่าได้ถูกสังหารไปอย่างรวดเร็ว

สายฝนแห่งดาบได้เจาะทะลุไปที่ร่างของชาวยุทธชุดดำไปอย่างง่ายดาย ชายผู้ใช้ดาบคนนั้นยังคงยืนยิ้มอยู่เช่นเดิมพร้อมกับเอามือกอดอกเอาไว้ หลังจากที่โจมตีเสร็จชายคนนั้นก็ได้หันหลังให้ในทันที

"ข้าต้องขอโทษจริงๆ "

ชายผู้ใช้ดาบได้เอ่ยปากพูดขอโทษเป็นครั้งที่สาม หลังจากนั้นเขาก็ได้หายไปจากที่ที่เคยยืนอยู่

ในตอนนั้นเองที่ห้องโถงใหญ่ศาลาปีศาจลอยฟ้า...

เมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์ในตอนนี้กำลังใช้ความคิดอยู่ หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้โค้งคำนับก่อนที่จะเริ่มต้นพูดขึ้น "ท่านอาจารย์ ชาวยุทธที่มาจากวิหารปีศาจได้ถอยกลับไปแล้ว พวกเราจะเอายังไงกับชาวยุทธหญิงที่มาจากวังจันทราดีครับ? "

หมิงซี่หยินไม่รู้เลยว่าอาจารย์ของเขาในตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่

ถ้าหากเป็นจีเทียนเด๋าในอดีต เขาในตอนนี้ก็คงจะสังหารกลุ่มชาวยุทธหญิงทั้งหมดไปแล้ว และยี่เทียนซินเองที่ได้ทรยศและทิ้งตัวเขาก็จะต้องตายด้วยเช่นกัน

แม้ว่าจะได้ยินคำถามมาจากหมิงซี่หยิน แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้ตอบกลับไปในทันที เขาหันกลับไปมองหยวนเอ๋อแทน

หยวนเอ๋อเป็นเด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์คนหนึ่ง และถึงแม้ว่าในบางครั้งเธอคนนี้จะเผลอคิดร้ายออกมาบ้าง ดังนั้นลู่โจวจึงอยากที่จะทดสอบเธอ "เจ้าคิดว่ายังไงหยวนเอ๋อ พวกเราจะจัดการกับเจ้าพวกนั้นยังไงดี? "

"ฮะ? " หยวนเอ๋อในตอนนั้นได้หยุดคิดไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา "ทำไมพวกเราไม่ฆ่าเจ้าพวกนั้นให้หมดล่ะ? "

"แค่ก! แค่ก! " หมิงซี่หยินไอก่อนที่จะเหลือบมองไปที่เด็กสาวตัวน้อยคนนี้อย่างรู้สึกผิด

ลู่โจวในตอนนั้นได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะใช้มือของตัวเองโขกไปที่ศีรษะของหยวนเอ๋ออย่างอ่อนโยน

"ข้ารู้หน่าท่านอาจารย์...ข้าจะปล่อยพวกนั้นให้เป็นอิสระเดี๋ยวนี้" หยวนเอ๋อพูดก่อนที่จะยิ้มให้อย่างใสซื่อ

"ข้าไปบอกตอนไหนกันว่าจะปล่อยเจ้าพวกนั้นไป? "

"อ่าว..."

ในตอนนั้นเองหมิงซี่หยินที่ได้ฟังอยู่ก็ได้ชิงพูดขึ้น "ท่านอาจารย์ เมื่อไม่นานมานี้ศิษย์พบว่ามีอะไรหลายๆ อย่างที่พวกเราจะต้องเก็บกวาด ทำไมไม่ให้คนของวังจันทราคอยทำความสะอาดศาลาปีศาจลอยฟ้าให้พวกเราซะล่ะ ให้เจ้าพวกนั้นเป็นทาสซะ? "

ลู่โจวเหลือบมองไปที่หมิงซี่หยินก่อนที่จะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ 'ชายยคนนี้คิดอะไรอยู่กัน? เจ้านี้คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงงานหน้าเลือดอย่างงั้นสินะ แต่ถึงแบบนั้น...มันก็เป็นความคิดที่ดีล่ะนะ'

"เอาล่ะ! ให้เจ้าพวกนั้นซ่อมแซมศาลาปีศาจลอยฟ้าซะ ถ้าหากเจ้าพวกนั้นซ่อมแซมเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จแล้วให้เจ้าพวกนั้นไปอยู่กับยี่เทียนซินที่ถ้ำแห่งเงาสะท้อน" ลู่โจวพูดสั่งการขึ้น

"ศิษย์จะทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์"

หมิงซี่หยินในตอนนั้นกำลังคิดอะไรบางอย่าง เขาพยายามรวบรวมความกล้าขึ้นมาก่อนที่จะถามลู่โจวไปตรงๆ "ท่านอาจารย์ ตอนนี้พวกเราก็ได้ตัดสินใจลงโทษคนจากวังจันทราทั้งหมดไปแล้ว ท่านอาจารย์ ท่านได้ทำลายวรยุทธของยี่เทียนซินจนไปหมดแล้ว ตอนนี้ศิษย์น้องก็ถูกขังอยู่ที่ถ้ำแห่งเงาสะท้อนที่มีอากาศเย็นยะเยือก ศิษย์เกรงว่าเธออาจจะตายก็เป็นได้ถ้าหากถูกขังอยู่ที่นั่น..."

ลู่โจวยกมือขึ้นก่อนที่จะขัดจังหวะเขา "เจ้าน่ะเห็นใจเธออย่างงั้นสินะ? "

"ไม่ ศิษย์ไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอก! " หมิงซี่หยินพูดออกมาอย่างตื่นกลัว "ยี่เทียนซินจะต้องถูกลงโทษสถานหนัก เจ้านั่นนะทรยศต่อข้าผู้นี้! เจ้านั่นน่ะสมควรที่จะได้รับการลงโทษแล้ว! "

"ข้าน่ะมีแผนของข้า"

"ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์"

หมิงซี่หยินไม่กล้าที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับยี่เทียนซินอีกต่อไป ในตอนนั้นเองเขาได้หันหลังให้กับห้องโถงใหญ่ก่อนที่จะเดินจากไป หลังจากที่เดินออกมาจากศาลาปีศาจลอยฟ้า หมิงซี่หยินก็ได้สูดหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง 'โชคดีที่เป็นศิษย์น้องเล็กตอบคำถามไป...ตอนนี้ความคิดของท่านอาจารย์ยากแท้ที่จะหยั่งถึง' เมื่อหมิงซี่หยินนึกย้อนกลับไปดูสภาพอันน่าสมเพชของซู่จินฉาน ตัวเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่เลือกท้าทายท่านอาจารย์ของเขาอีกต่อไป

"ท่านอาจารย์ศิษย์เองก็ขอตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บเช่นกัน" ด้วนมู่เฉิงพูดเสร็จก็เดินตามหมิงซี่หยินออกไป

"ช้าก่อน! "

ลู่โจวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินตรงมาที่ด้านหน้าของด้วนมู่เฉิง ตัวเขากำลังเหลือบมองมาที่โซ่ที่พันธนาการตัวของด้วนมู่เฉิงเอาไว้

โซ่ชิ้นนี้ทำมาจากเหล็กเย็นที่มีอายุมากกว่าหลายพันปี มันเป็นโซ่ที่ไม่สามารถใช้อาวุธธรรมดาตัดให้ขาดได้ การจะทำลายโซ่ชิ้นนี้จะต้องใช้อาวุธระดับสรวงสวรรค์เท่านั้น อย่างไรก็ตามลู่โจวก็ไม่มีอาวุธระดับสรวงสวรรค์อยู่กับตัวในตอนนี้เลย เขามีเพียงการ์ดการโจมตีของเพรชฆาตที่เหลืออยู่ 2 ใบเท่านั้น

ในตอนนี้ในใจของลู่โจวก็ได้เกิดคำถามขึ้นมา การ์ดการโจมตีของเพรชฆาตสามารถใช้กับโซ่เส้นนี้ได้ไหม? มันจะบดขยี้ด้วนมู่เฉิงไปกับโซ่ไหมนะ?

ด้วนมู่เฉิงรู้สึกดีใจมากที่ท่านอาจารย์ของเขาสังเกตเห็นโซ่เส้นนี้ "ท่านอาจารย์ ท่านช่วยใช้พลังอันยิ่งใหญ่ของท่านตัดโซ่เส้นนี้ให้ศิษย์ด้วยเถอะ! "

"..."

หยวนเอ๋อได้กระโดดขึ้นมาเพื่อที่จะจับโซ่ไว้ด้วยมือเปล่าของเธอ เธอในตอนนั้นเองตัวอักษรตัวเล็กๆ ที่อยู่บนโซ่เส้นนี้ "สำนักดาบสวรรค์..."

เมื่อได้ยินแบบนั้นโจวจี้เฟิงที่อยู่ใกล้ๆ ก็รีบคุกเข่าในทันที "ข้า...ข้า...ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย! "

ด้วนมู่เฉิงเหลือบมองไปที่โจวจี้เฟิงก่อนที่จะพูดขึ้น "ไม่ต้องเป็นห่วงไป ท่านอาจารย์น่ะจะทำลายโซ่แบบนี้เป็นสิบหรือเป็นร้อยเส้นก็ย่อมได้ การทำลายโซ่น่ะมันช่างง่ายดาย นับประสาอะไรกับโซ่เส้นเดียว"

"..."

เมื่อมองไปที่โซ่เสร็จ ลู่โจในตอนนี้ก็พยายามใช้สีหน้าที่นิ่งเฉยเพื่อซ่อนความคิดทั้งหมดที่เขามีเอาไว้ ลู่โจวได้เอามือประสานเอาไว้ที่ด้านหลังก่อนที่จะพูดออกมา "หยวนเอ๋อช่วยพาข้ากลับที่พักที"

"ค่ะ! "

"??? "

แม้ว่าลู่โจวและหยวนเอ๋อจะได้จากไปสักพักแล้ว แต่ด้วนมู่เฉิงเองก็ยังยืนอยู่ตรงที่เก่า เขากำลังคิดว่าพูดอะไรผิดไป

โจวจี้เฟิงเองลุกขึ้นก่อนที่จะพูดอย่างเขินอายออกมา "ศิษย์พี่สามโซ่...โซ่...โซ่เส้นนี้ข้าเองก็ไม่สามารถทำลายได้เช่นกัน! "

"ข้าก็ไม่สามารถทำลายมันได้เช่นกัน" ฝางซงเองก็พูดออกมา

"ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าซะ"

"..."

ชายทั้งสองรีบออกไปจากศาลาปีศาจลอยฟ้าไปในทันที

ด้วนมู่เฉิงได้แต่เกาหัวของตัวเอง เขาสงสัยว่าอาจารย์ของเขากำลังบอกใบ้อะไรอยู่รึเปล่า หลังจากที่ใช้โซ่เส้นนี้ต้านทานการโจมตีของซู่จินฉานได้ถึงหลายครั้งต่อหลายครั้ง หรือว่าการที่ถูกโซ่เส้นนี้พันธนาการเอาไว้จะมีประโยชน์ต่อการฝึกยุทธมากกว่ากัน?

ท่านอาจารย์เป็นคนที่มีความรู้มากที่สุดแล้ว บางทีข้าคงจะต้องเลิกคาดเดาความคิดของท่านอาจารย์ซะแล้วล่ะ 'ถ้าหากเป็นแบบนั้นแล้วข้าจะต้องยอมถูกโซ่เส้นนี้พันธนาการไปก่อนอย่างงั้นสินะ'

ในห้องโถงวิหารปีศาจ...

"นายท่าน ท่านรองเจ้าสำนักถูกสังหารระหว่างที่ไปเยี่ยมเยียนภูเขาทอง คนของเราพบศพทั้งหมดพร้อมกับรถม้าลายมังกรดำ รถม้าได้ถูกทิ้งเอาไว้ทางเหนือของภูเขาทองโดยห่างจากภูเขาเพียง 80 เมตรเท่านั้น รถม้าที่ถูกทิ้งเอาไว้มีศพคนของเราอยู่ด้วย 50 กว่าศพ" ชายผู้ที่ถูกเรียกว่านายท่านได้บินไปมาด้วยความโกรธหลังจากที่ได้ยินรายงานเรื่องนี้ "ท่านรองเจ้าสำนักได้ตกลงกับสำนักบริสุทธิ์ได้แล้ว ข้อตกลงที่ว่าก็คือการปราบปรามคนจากภูเขาทอง ท่านรองเจ้าสำนักเองก็ได้รับการสนับสนุนจากองค์จักรพรรดิแล้วด้วย แต่นึกไม่ถึงเลยเจ้าปรมาจารย์มหาวายร้ายคนนั้นจะ..."

"หุบปาก! " เสียงทุ้มของชายผู้ที่เป็นนายท่านได้ดังออกมาราวกับว่าเป็นเสียงของฟ้าผ่า เสียงนี้เองทำให้ชายผู้ที่มารายงานข่าวทรุดตัวลงไปกับพื้นด้วยความกลัว

"ได้โปรดใจเย็นก่อนนายท่าน! "

"บอกผู้อาวุโสทั้งหลายจากสำนักบริสุทธิ์ว่าไม่ต้องโกรธแค้นไป เรื่องนี้จะไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน ยังไงซะตอนนี้การร่วมมือกันระหว่างวิหารปีศาจกับสำนักบริสุทธิ์ยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่ว่ายังไงข้าก็อยากที่จะเห็นเจ้าพวกนั้นแสดงความจริงใจให้กับพวกเราได้เห็น"

"ชะ...ใช่แล้วนายท่าน ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องรายงาน..."

"บอกข้ามาสิ"

"สองยอดฝีมือจากสำนักบริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับสำนักดาบอสูรเมื่อวานนี้ ข้ากลัวว่า...วันนี้พวกเขาจะมาพบนายท่านไม่ได้! "

"ไสหัวออกไปซะ! "

เสียงดังลั่นสนั่นได้ทำให้ชายคนที่วิ่งเข้ามารายงานข่าววิ่งออกไปจากห้องด้วยความหวาดกลัว ในระหว่างนั้นเองชายผู้ที่พูดก็ได้ทำลายข้าวของ

"เมื่อข้าฝึกเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์สำเร็จเมื่อไหร่ ข้าจะไปจัดการกับตาแก่ปรมาจารย์มหาวายร้ายคนนั่นเอง! "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 55 ได้โปรดใจเย็นเอาไว้

คัดลอกลิงก์แล้ว