เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 - สุสานของหวังจื่อเฟิง!

บทที่ 38 - สุสานของหวังจื่อเฟิง!

บทที่ 38 - สุสานของหวังจื่อเฟิง!


บทที่ 38 - สุสานของหวังจื่อเฟิง!

[ชื่อ] : ฉู่สวิน

[เผ่าพันธุ์] : มนุษย์

[เลเวล] : ช่วงมือใหม่ เลเวล 6 (380/30000)

[พละกำลัง] : 152

[ความคล่องตัว] : 120

[พลังจิต] : 130

[พรสวรรค์] : นักเก็บกู้ของดูต่างหน้า [ระดับ UR] มิติพันธสัญญา [ระดับ S] ปัญญาประดิษฐ์ผู้รู้ใจ [ระดับ S] ม้วนภาพร่างแยก [ระดับ A] ฟื้นฟูฉับพลัน [ระดับ A] หยั่งรู้หายนะ [ระดับ B] เนตรสัจธรรม [ระดับ B] หลอมสกัดอาวุธ [ระดับ B] โสตประสาทเหนือมนุษย์ [ระดับ C] —— [+ขยายเพื่อดูเพิ่มเติม+]

[สิ่งที่เรียนรู้] : เคลือบพิษ [ขั้น 4] ลอยตัว [ขั้น 4] หนังวัว [ขั้น 4] ใบมีดน้ำแข็ง [ขั้น 3] พรางตัว [ขั้น 3] ท่องวายุ [ขั้น 3] เหมันต์ [ขั้น 3]

[พลังรบ] : 62 ดาว

พลังรบ 62 ดาว!

ฉู่สวินพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนล็อตแรกนี้เป็นอย่างมาก

และในขณะเดียวกันก็มีดาบถูกแลกเปลี่ยนในพื้นที่จัดเก็บชั่วคราวออกไปอีกสองเล่ม

ฉู่สวินมองเห็นอนาคตเลยว่า ธุรกิจจับเสือมือเปล่าด้วยการหลอมสกัดอาวุธนี้ จะต้องทำกำไรให้เขาเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน!

ในเวลานี้ เขารู้สึกขอบคุณไอ้คนลอบกัดนั่นจากใจจริง

ขอบคุณที่อุตส่าห์เอาพรสวรรค์ดีๆ แบบนี้มาประเคนให้ถึงที่!

ฉู่สวินอารมณ์ดีสุดๆ เขาเดินไปหาลำธารสายเล็กในป่าที่เคยตักน้ำมาใช้ แล้วจัดการต้มชาอีกหนึ่งกา

ตอนนี้กระเป๋าเป้ของเขามีพื้นที่เหลือเฟือแล้ว เขาก็เลยเจียดพื้นที่ช่องหนึ่งเอาไว้สำหรับเก็บน้ำโดยเฉพาะ

เขานั่งจิบชาพลางเปิดดูตลาดซื้อขาย คอยคัดกรองผลไม้ป่าหลากหลายชนิดที่คนเอามาเสนอแลกกับดาบยาวชั้นดี

ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า พอขึ้นวันใหม่ พรสวรรค์หลายๆ อย่างที่จำกัดการใช้งานแบบ "รายวัน" ตอนนี้คูลดาวน์น่าจะรีเซ็ตแล้ว

อัญเชิญน้องหมาแสนรู้!

น้องหมาขนฟูสีขาวปลอดโผล่ออกมา ใบหน้าสุดคิวท์ของมันประดับด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา!

ดูร่าเริงมีความสุขสุดๆ

เฮ้ย!

หนึ่งในสามตูบลากเลื่อนจอมเด๋อ พันธุ์ซามอยด์นี่นา!

คราวก่อนสุ่มได้เจ้าเด๋อรอง คราวนี้ดันสุ่มได้เจ้าน้องสามซะงั้น

เอาไว้คลายเหงาก็ไม่เลว!

ฉู่สวินไม่ได้หวังจะใช้งานอะไรเจ้าตูบพวกนี้อยู่แล้ว...

แค่มีไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาก็พอ!

เจ้าอ้วนดูสนใจซามอยด์ที่โผล่มาใหม่เอามากๆ มันกระโดดเกาะหัวน้องหมาแล้วเอียงคอทำหน้าสงสัย

ส่วนเจ้าซามอยด์ก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร เอาแต่ฉีกยิ้มกว้างแลบลิ้นแฮ่ๆ หน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนเดิม

ฉู่สวินเห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

เขาแอบคิดขำๆ ว่า ถ้าเจ้าเด๋อรองฮัสกี้อยู่ตรงนี้ด้วย...

แล้วเจ้าอ้วนกระโดดขึ้นไปเกาะบนหัวมัน มันคงได้รู้ซึ้งถึงคำว่า หมาป่าหลุดสายจูง และพามันวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปทั่วทิศแน่นอน

ชายังไม่ทันหมดกา หูอันทรงประสิทธิภาพของฉู่สวินก็ได้ยินเสียงคนกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้

แถมดูท่าทางจะมากันหลายคนซะด้วย

ฉู่สวินรีบเก็บข้าวของแล้วตวัดขาขึ้นหลังม้าทันที เขาเรียกเจ้าอ้วนกับเจ้าซามอยด์ให้ตามมาแล้วเริ่มออกเดินทางต่อ

แถวนี้เป็นพื้นที่ของมอนสเตอร์เลเวล 3 คนก็เลยเริ่มพลุกพล่านแล้ว...

ฉู่สวินไม่อยากทำตัวโดดเด่นสะดุดตา เขาคิดว่าไปแบบฉายเดี่ยวเงียบๆ น่าจะดีกว่า

ระหว่างทาง

ฉู่สวินควบม้าน้อย โดยมีเจ้าอ้วนเกาะหนึบอยู่บนหัวซามอยด์ที่วิ่งตามมาติดๆ เขาอาศัยการฟังเสียงเพื่อบอกตำแหน่งของคนอื่น แล้วควบม้าลัดเลาะหลบหลีกกลุ่มคนที่กำลังฟาร์มมอนสเตอร์อยู่ด้านหน้าไปเรื่อยๆ

จนในที่สุด...

ก็โดนเจอตัวจนได้!

คนในโซนมอนสเตอร์เลเวลหนึ่งกับเลเวลสอง มันเยอะซะยิ่งกว่ามอนสเตอร์เสียอีก!

ส่วนใหญ่ก็มักจะไปปักหลักรออยู่ตรงจุดที่มอนสเตอร์เกิด

ตอนที่พวกเขาเห็นฉู่สวินควบม้าพาน้องหมามาเดินเล่น แถมยังใส่เกราะเต็มยศ...

แต่ละคนถึงกับอ้าปากค้างตกตะลึงไปตามๆ กัน

"นั่นมันหมาใช่ไหมน่ะ"

"เหมือนจะเป็นพันธุ์ซามอยด์นะ!"

"บนหัวหมาซามอยด์มีกิ้งก่าตัวเล็กๆ เกาะอยู่ด้วย..."

"กิ้งก่าอะไรกัน นั่นมันตุ๊กแกต่างหาก แถมยังเป็นตุ๊กแกหางลูกบิดด้วย แพงหูฉี่เลยนะโว้ย!"

"แต่เดี๋ยวก่อนสิ ของจากโลกก่อนมันเอาเข้ามาในโลกนี้ไม่ได้ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตานั่นถึงมีสัตว์เลี้ยงได้ล่ะ"

"แล้วที่เขาขี่อยู่นั่นมันม้าใช่ไหม"

"ทำไมมันเตี้ยจังวะ"

"แล้วทำไมม้าถึงมีเขาได้เนี่ย"

"พวกแกมัวแต่ดูม้า ดูอาวุธที่พาดอยู่บนเขามันโน่น! ยาวขนาดนั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ธรรมดาๆ แน่!"

"ดูชุดเกราะนั่นสิ ข้างหนึ่งสีขาวอมเขียว ข้างหนึ่งสีแดงเพลิง แถมยังมีหัวหมาป่าหน้าตาดุดันอีกต่างหาก! เอฟเฟกต์จัดเต็มขนาดนี้ ต้องเป็นของแรร์แน่นอน!"

"พวกแกไม่ได้สังเกตม้า... เอ้ย ไม่ใช่สิ ใต้เท้าเขามีออร่าแสงกระจายออกมาด้วยนะ! เอฟเฟกต์ไอเย็นแผ่ซ่านขนาดนั้น ต้องเป็นทักษะขั้นสูงแน่ๆ!"

"อิจฉาโว้ย นี่มันระดับยอดฝีมือที่เดินออกมาจากส่วนลึกของป่าทึบชัดๆ!"

"เอ๊ะ ทำไมฉันรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้จังเลย..."

"จะว่าไป ฉันก็ว่าคุ้นๆ เหมือนกัน!"

"อ๊าก! ลูกพี่ฉู่! นี่มันลูกพี่ฉู่นี่นา!"

"จริงด้วย! หน้าเหมือนรูปโปรไฟล์ร้านค้าของเทพฉู่ในตลาดซื้อขายเปี๊ยบเลย!"

"อ๋อ เทพฉู่นี่เอง ถ้าเป็นเขาก็ไม่แปลกหรอก!"

"ลูกพี่ฉู่ ฉันรักคุณ! ฉันอยากมีลูกกับคุณ!"

"เทพฉู่..."

ฉู่สวินรีบกระทุ้งสีข้างม้าน้อยให้วิ่งหนีสุดชีวิต

คนพวกนี้จะกระตือรือร้นกันเกินไปแล้ว!

คิดไม่ถึงเลยว่าขนาดม้าน้อยวิ่งเร็วขนาดนี้ เขาก็ยังอุตส่าห์โดนจำหน้าได้อีก...

เฮ้อ เป็นคนดังนี่มันลำบากจริงๆ!

นี่แหละคือข้อเสียของการแย่งชิงอันดับหนึ่ง

ช่วยไม่ได้นี่นา!

เอาไว้พอข้ามไปต่างโลกเมื่อไหร่ ฉันจะทำตัวให้เงียบกริบที่สุดเลยคอยดู!

ต้องซุ่มเงียบเท่านั้นถึงจะอยู่รอดเป็นคนสุดท้าย!

ความรอบคอบคือวิถีแห่งราชัน!

ไม่นานนัก ฉู่สวินก็เดินทางมาถึงหน้าหมู่บ้าน

ไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันหรือคิดถึงสถานที่เก่าๆ แต่อย่างใด...

ก็เพิ่งจะเดินออกจากหมู่บ้านไปเมื่อวานนี้เองนี่นา

เขาเร่งให้ม้าน้อยควบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

เพราะเริ่มมีคนเห็นเขามากขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็พากันฮือฮาและชี้ชวนกันดู ก่อนจะจำได้ว่าเขาคือใคร

บนถนนสายตรงหน้าหมู่บ้านที่มุ่งหน้าสู่ยอดเขาโดดเดี่ยว

ฉู่สวินควบม้าห้อตะบึงไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งกลุ่มคนไว้เบื้องหลัง

ข้อดีที่สุดของการควบม้าบนถนนดินก็คือฝุ่นที่ฟุ้งกระจายตลบอบอวลนี่แหละ

มันช่วยสกัดกั้นบรรดา "แฟนคลับตัวยง" ที่วิ่งตามฉู่สวินมาให้ชะงักอยู่ตรงทางแยกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัชพืชริมถนนดินสูงท่วมหัวคน

ฉู่สวินที่นั่งอยู่บนหลังม้า ต้องอาศัยการมองลอดผ่านยอดหญ้า ถึงจะพอมองเห็นทิวทัศน์สองข้างทางได้

ฝั่งซ้ายของถนนเป็นป่าโปร่ง

ส่วนฝั่งขวาเป็นเศษหินระเกะระกะ

ดูเหมือนกับลักษณะเฉพาะของโซนฟาร์มมอนสเตอร์ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของหมู่บ้านไม่มีผิด

เมื่อพ้นเขตวัชพืช ถนนดินก็แปรสภาพเป็นถนนหินภูเขา แต่ก็ยังคงเป็นทางตรงยาวเหมือนเดิม

สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เตี้ยแคระแกร็นและแห้งเหี่ยว

พูดให้ถูกก็คือ ถนนเส้นนี้ตัดผ่านป่าต้นไม้เตี้ยแคระแกร็นที่ตายซากต่างหาก

ลำต้นของต้นไม้ที่นี่ดำเป็นตอตะโก

แม้จะไม่มีใบไม้เลยสักใบ แต่ท้องฟ้าเหนือผืนป่ากลับถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำมืดมิด

ทำให้ป่าทั้งผืนดูมืดมัวและไม่มีแสงแดดส่องถึงเลยแม้แต่น้อย

บรรยากาศดูอึมครึมและชวนให้อึดอัดใจ

บางครั้งก็มีประกายไฟสว่างวาบขึ้นมากลางป่า

ฉู่สวินมองเห็นประกายไฟที่สว่างวาบขึ้นมาแวบหนึ่งนั้นอย่างชัดเจน มันคือมอนสเตอร์เลเวล 1 ของแผนที่ตรงกลาง

มิงค์ปีกเพลิง

ฉู่สวินเล็งไปที่ประกายไฟนั้น แล้วสะบัดใบมีดน้ำแข็งออกไป

แสงไฟดับวูบลง มิงค์ปีกเพลิงร่วงหล่นจากกิ่งไม้ ร่างแตกกระจายเป็นชิ้นๆ อยู่บนพื้น

มอนสเตอร์เลเวล 1 มันช่างอ่อนหัดซะจริงๆ

สำหรับพลังรบของฉู่สวินในตอนนี้ การใช้ใบมีดน้ำแข็งฆ่ามัน ก็ไม่ต่างอะไรกับการขี่ช้างจับตั๊กแตน...

มิงค์ปีกเพลิงเป็นมอนสเตอร์ธาตุไฟ

แต่มันกลับไม่มีทักษะธาตุไฟเลยสักอย่าง

ปีกไฟสองข้างที่งอกออกมาจากสีข้าง ก็มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น

พลังรบของมันก็พอๆ กับมอนสเตอร์เลเวล 1 ตัวอื่นๆ คือ 2 ดาว

ส่วนพลังรบของฉู่สวินในตอนนี้คือ 62 ดาว พลังรบของมิงค์ปีกเพลิงตัวนี้...

มันก็แค่เศษเสี้ยวของเขาเท่านั้นแหละ

[เก็บกู้สำเร็จ! ได้รับค่าความคล่องตัว 2 แต้ม!]

ถึงแม้ความแข็งแกร่งของมันจะอ่อนปวกเปียก แต่ผลตอบแทนที่ได้จากการลูบศพถือว่าคุ้มค่ามาก

เพียงแต่ว่า...

เขาคงไม่สามารถไล่ฆ่าพวกมันอย่างเมามันได้แล้วล่ะ!

เพราะฉู่สวินเพิ่งจะได้ยินและสังเกตเห็นว่า มีคนมาฟาร์มเลเวลแถวนี้เยอะมาก!

จำนวนคนแทบจะไม่ต่างจากพวกที่ไปดักรอตีพวกกิ้งก่าศรน้ำแข็งในป่าทึบเลย!

ที่เขาบังเอิญฆ่ามิงค์ปีกเพลิงตัวนี้ได้ ก็คงเป็นเพราะมันวิ่งเตลิดมาจากจุดเกิดจุดไหนสักแห่งแน่ๆ...

ก็เลยเสร็จเขาที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดี!

คนเยอะเกินไปแล้ว รีบเผ่นดีกว่า!

ฉู่สวินควบม้าหนีอย่างไว

แต่ก็ยังไม่วายทำให้พวกที่มารอดักตีมอนสเตอร์พากันแตกตื่นตกใจอยู่ดี

หมดสิทธิ์ฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 1 แล้วสิเนี่ย!

โซนมอนสเตอร์เลเวล 2 ก็มีคนอยู่เยอะเหมือนกัน คงหมดสิทธิ์ฆ่าด้วยแน่ๆ!

ฉู่สวินที่กำลังควบม้ามุ่งหน้าลึกเข้าไปเรื่อยๆ เริ่มคิดแผนใหม่...

งั้นใช้วิธีรับแลกในตลาดซื้อขายเอาก็ได้

ดาบ 1 เล่มแลกกับศพเลเวลสอง 5 ร่าง ศพเลเวลหนึ่ง 4 ร่าง...

น่าจะเป็นของขวัญโปรโมชั่นที่คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยล่ะ!

"หยุด!"

ทันใดนั้นฉู่สวินก็เหลือบไปเห็นเนินดินเล็กๆ กองหนึ่ง!

"ฮี้! —"

ม้าน้อยวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ทำให้เบรกกะทันหันไม่ได้ ฉู่สวินจึงใช้ทักษะท่องวายุดีดตัวลอยขึ้นจากหลังม้า แล้วร่อนลงพื้นอย่างสวยงาม

สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่เนินดินเล็กๆ ริมถนนซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

สายตาอันเฉียบแหลมของเขาทำให้มองเห็นตัวอักษรที่สลักไว้บนป้ายไม้หน้าเนินดินนั้นได้อย่างชัดเจน

สุสานของหวังจื่อเฟิง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 38 - สุสานของหวังจื่อเฟิง!

คัดลอกลิงก์แล้ว