เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 631 ของวิเศษศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะ

ตอนที่ 631 ของวิเศษศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะ

ตอนที่ 631 ของวิเศษศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะ


จิงจื่อฝูงั้นหรือ?

เสิ่นเยียนประหลาดใจอยู่ลึกๆ ก่อนหน้านี้ นางไม่เคยจับคู่ซุ่ยฉางอวิ้นกับจิงจื่อฝูไว้ด้วยกันเลย นึกไม่ถึงว่าคนที่ซุ่ยฉางอวิ้นชอบจะเป็นจิงจื่อฝู

"ข้าได้ยินมาว่านางมีคู่หมั้นแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นอี้หลิงฮวั่นผู้นั้น"

ซุ่ยฉางอวิ้นเอ่ยขึ้น

"องค์หญิง ก่อนหน้านี้กระหม่อมคิดมาตลอดว่าจะได้เป็นพระสวามีของพระองค์ ดังนั้นเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อจิงจื่อฝู กระหม่อมจึงตั้งใจรักษาระยะห่างจากนางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น อีกอย่าง นางมีสัญญาหมั้นหมายติดตัวมาตั้งแต่เด็ก กระหม่อมเลยคิดว่าระหว่างเราสองคนคงไม่มีความเป็นไปได้ใดๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ..."

เสิ่นเยียนถามตรงๆ

"นางชอบเจ้าหรือไม่?"

คำถามนี้ทำให้ซุ่ยฉางอวิ้นตกอยู่ในความเงียบงัน ใบหน้างดงามจนแยกไม่ออกว่าเป็นบุรุษหรือสตรีฉายแววหดหู่เศร้าหมองขึ้นมาเล็กน้อย เขาเม้มริมฝีปากเบาๆ

"ข้าไม่แน่ใจ"

"ฉางอวิ้น ในเรื่องของความรู้สึก ข้าคงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้"

เสิ่นเยียนกล่าวอย่างจริงจัง นางไม่สามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้

"อืม ข้าเข้าใจ"

ซุ่ยฉางอวิ้นพยักหน้า เขาเพียงแค่ต้องการคำยืนยันจากนางก็พอแล้ว คำยืนยันที่ว่านางจะไม่ให้เขามาเป็นพระสวามี

ซุ่ยฉางอวิ้นนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

"องค์หญิง ข้าได้ยินผู้อาวุโสตำหนักเฉิงอวิ๋นหลายท่านคุยกัน พวกเขากล่าวว่าประมุขเกาะเทียนคงมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นขุมกำลังเก่าของราชวงศ์เทียนโจว"

เสิ่นเยียนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว

"เช่นนั้นก็ให้พวกท่านอาเจิงไปติดต่อประมุขเกาะเทียนคงก่อน หยั่งเชิงดูสักหน่อยแล้วค่อยว่ากันอีกที"

ในฐานะขุมกำลังที่เพิ่งผงาดขึ้นมาใหม่ในแดนฉางหมิง ราชวงศ์เทียนโจวถือว่าเพิ่งเข้าร่วมงานชุมนุมฉางหมิงเป็นครั้งแรก ดังนั้นพวกเขายังพอมีโอกาสที่จะได้พบและเจรจากับประมุขเกาะเทียนคงล่วงหน้า

ซุ่ยฉางอวิ้นพยักหน้า เขามองเสิ่นเยียนแล้วกล่าว

"อีกไม่กี่วันก็จะถึงการแข่งขันของกลุ่มรุ่นเยาว์แล้ว หากข้าต้องประลองกับพวกท่าน เช่นนั้น..."

"ไม่ต้องจงใจออมมือหรอก"

เสิ่นเยียนกล่าวเสียงเรียบ

"อย่าให้คนอื่นจับพิรุธได้ก็พอ"

"ตกลง"

หลังจากคุยกันจบ เสิ่นเยียนก็แยกย้ายกับซุ่ยฉางอวิ้น นางไม่ได้กลับไปที่เรือนหมายเลขเก้าในทันที แต่เลือกที่จะเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ บริเวณใกล้เคียงเพื่อทำความคุ้นเคยกับสถานที่

ระหว่างทาง มีศิษย์จากขุมกำลังอื่นจำนวนไม่น้อยเดินเข้ามาหมายจะผูกมิตร คนเหล่านี้ล้วนถูกดึงดูดด้วยรูปโฉม กลิ่นอาย และฐานะของเสิ่นเยียน จึงอยากใช้โอกาสนี้เข้ามาทำความรู้จัก

ทว่าเสิ่นเยียนไม่ได้แสดงความสนใจต่อท่าทีเอาอกเอาใจเหล่านั้นมากนัก เพียงตอบรับความกระตือรือร้นอย่างมีมารยาทเท่านั้น

เมื่อเดินมาถึงหัวมุม นางก็บังเอิญพบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เดินสวนมา จังหวะที่เด็กหนุ่มกำลังจะพุ่งชนนางด้วยความเร็วสูง ร่างของเสิ่นเยียนก็วูบไหว เอี้ยวตัวหลบได้ในชั่วพริบตา

ใครจะคาดคิดว่าเด็กหนุ่มกลับพุ่งไปหลบด้านหลังนางอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังหนีบุคคลน่ากลัวบางคนอยู่ ในเวลาเดียวกัน เสียงตะโกนเรียกจากรอบด้านก็ดังขึ้นมาอย่างถูกจังหวะ

"นายน้อย!"

"นายน้อย ท่านรีบออกมาเถอะขอรับ!"

เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้น มองเห็นศิษย์ตระกูลตงฟางหลายคนกำลังตามหาใครบางคนไปทั่วทุกหนแห่ง ดูจากสีหน้าร้อนรนและท่าทางกระวนกระวายแล้ว เรื่องราวน่าจะเร่งด่วนมาก นางหันกลับไปมองเด็กหนุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง

"ขอร้องล่ะ ให้ข้าหลบอยู่ตรงนี้สักพักเถอะ ห้ามให้พวกเขาหาข้าเจอเด็ดขาดนะ!"

เด็กหนุ่มแนบชิดติดแผ่นหลังนางแน่น สายตาคอยจับจ้องความเคลื่อนไหวรอบด้านไม่หยุดหย่อน

เสิ่นเยียนกล่าวด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก

"เจ้าไปหาที่อื่นซ่อนตัวเถอะ ข้าไม่มีเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าหรอก"

พูดจบ นางก็เตรียมก้าวเท้าเดินออกจากหัวมุมนี้ แต่กลับถูกเด็กหนุ่มคว้าแขนเสื้อเอาไว้แน่น

"อย่าเพิ่งไปสิ! ข้าให้เงินเจ้าได้เยอะมากๆ เลยนะ ขอแค่เจ้าช่วยข้าเรื่องนี้! เจ้าต้องการหินวิญญาณหรือไม่ ข้าให้หินวิญญาณระดับสูงเจ้าได้ถึงสามแสนก้อนเลยนะ ว่าอย่างไร?!"

ฝีเท้าของเสิ่นเยียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปจ้องมองเขา เด็กหนุ่ม—หรือก็คือตงฟางซิ่น—ถูกนางจ้องจนตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

"ได้"

เสิ่นเยียนเอ่ยตอบสั้นๆ ประโยคหนึ่ง

จากนั้นนางก็ดึงแขนเสื้อตัวเองออกจากมือเขา เมื่อเห็นว่าเหล่าศิษย์ตระกูลตงฟางใกล้จะค้นหามาถึงที่นี่แล้ว นางก็รีบคว้าคอเสื้อของตงฟางซิ่น ร่างกายวูบไหว แล้วหายตัวไปจากจุดเดิมในพริบตา

"เมื่อกี้ข้าเหมือนจะเห็นนายน้อยนะ ทำไมถึงหายไปแล้วล่ะ? คนล่ะ?"

"เจ้าตาฝาดไปเองหรือเปล่า?"

"ต้องหานายน้อยให้พบก่อนฟ้ามืด! หากนายน้อยเป็นอะไรไป พวกเราแบกรับไม่ไหวหรอกนะ!"

เสิ่นเยียนพาตงฟางซิ่นมายังสถานที่เปลี่ยวร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีคนของตระกูลตงฟางอยู่เลย

ทันทีที่เสิ่นเยียนปล่อยคอเสื้อ ตงฟางซิ่นก็ล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นด้วยความตกใจจนหน้าซีดเผือด เขามองเสิ่นเยียนด้วยสายตาตื่นตระหนก

"จะ... เจ้าเป็นใครกันแน่?"

เสิ่นเยียนมองท่าทางตกใจกลัวไม่เบาของเขาพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายในใจรู้สึกไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง นางกล่าว

"ข้าจะเป็นใครนั้นไม่สำคัญ ข้าพาเจ้าหนีคนพวกนั้นมาได้แล้ว เจ้าก็ควรทำตามสัญญา มอบหินวิญญาณระดับสูงสามแสนก้อนมาให้ข้า"

ในที่สุดตงฟางซิ่นก็ดึงสติกลับมาได้ เขาสูดหายใจเข้าลึก แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามตัว แล้วกระแอมไอออกมาสองสามครั้ง

"ความแข็งแกร่งของเจ้าคงจะสูงมากใช่หรือไม่? หากเจ้ายินดีคุ้มครองข้าสักสองชั่วยาม ข้าจะให้หินวิญญาณระดับสูงเจ้าเพิ่มอีกหนึ่งล้านก้อน เป็นอย่างไร?"

เสิ่นเยียน "..."

นี่นางมาเจอเข้ากับลูกชายโง่เขลาของเศรษฐีที่ดินงั้นหรือ? ทว่านางไม่มีเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเขาหรอก เสิ่นเยียนช้อนตาขึ้นกล่าว

"เอาหินวิญญาณระดับสูงสามแสนก้อนมาให้ข้าก่อน"

เมื่อได้ยินดังนั้น ตงฟางซิ่นก็ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาโอนหินวิญญาณระดับสูงสามแสนก้อนจากในมิติเก็บของให้เสิ่นเยียนทันที เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าว

"ว่าอย่างไร? เจ้ายินดีจะคุ้มครองข้าหรือไม่?"

"ไม่ยินดี"

เสิ่นเยียนทิ้งคำพูดนี้ไว้แล้วเตรียมจะจากไป

ตงฟางซิ่นเห็นดังนั้นก็ร้อนรน รีบพุ่งเข้าไปหมายจะคว้าตัวเสิ่นเยียนเอาไว้ แต่นางหลบมือของเขาได้อย่างแยบยล ทำให้เขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า

ตงฟางซิ่นขมวดคิ้ว ถามด้วยความไม่เข้าใจ

"ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมล่ะ? หรือว่าให้หินวิญญาณน้อยไป? ข้าเพิ่มหินวิญญาณให้อีกก็ได้นะ!"

"เจ้าไปหาคนอื่นเถอะ"

เสิ่นเยียนหันไปมองเขา

พอได้ยินคำพูดนี้ ภายในใจของเด็กหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจและผิดหวัง ในชีวิตของเขาแทบไม่มีใครกล้าปฏิเสธคำขออย่างหนักแน่นเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น เขาขอร้องไปถึงสองครั้ง แต่นางกลับยังปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเลย

เขายกสองแขนขึ้นกอดอก ท่าทางดูเย่อหยิ่งและหลงตัวเองเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

"สองล้านหินวิญญาณระดับสูง"

เสิ่นเยียนก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้า

เมื่อตงฟางซิ่นเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็กัดฟันกรอด วิ่งตามไปพลางตะโกนไปพลาง

"สามล้าน!"

"สี่ล้าน!"

"ห้าล้าน!"

"ข้าอยากเข้าไปดูต้นนภาใกล้ๆ!"

พอได้ยินประโยคนี้ เสิ่นเยียนก็หยุดฝีเท้า หันไปจ้องเขาอยู่ไม่กี่วินาที

"คนนอกไม่สามารถเข้าใกล้ต้นนภาได้"

'ต้นนภา' คือต้นไม้ยักษ์ที่เติบโตอยู่ใจกลางเกาะเทียนคง มันสูงตระหง่านเสียดฟ้า กิ่งก้านสาขาใบดกหนาทึบ ราวกับเป็นช่องทางเชื่อมต่อระหว่างฟ้าดิน มันคือสัญลักษณ์ของเกาะเทียนคง และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในใจของผู้อยู่อาศัยบนเกาะ

และในฐานะของวิเศษศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะเทียนคง ต้นนภาไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปใกล้ ทุกคนจึงทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ไกลๆ เพื่อสัมผัสถึงความศักดิ์สิทธิ์ของมัน

ตงฟางซิ่นกล่าว

"นี่เจ้าไม่อยากรู้ความลับของต้นนภาเลยหรือ? ว่ากันว่าตอนแรกที่นี่มีแค่ต้นนภาเพียงต้นเดียว ไม่มีเกาะอยู่เลย แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ต้นนภาถึงได้กลายมาเป็นเกาะเทียนคง ยิ่งไปกว่านั้น ต้นนภานี้ยังมีพลังแห่งเว..."

จบบทที่ ตอนที่ 631 ของวิเศษศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะ

คัดลอกลิงก์แล้ว