เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 593 ในที่สุดก็ได้พบกัน

ตอนที่ 593 ในที่สุดก็ได้พบกัน

ตอนที่ 593 ในที่สุดก็ได้พบกัน


"แผนการหลอกใช้อันใดกัน?"

สีหน้าของซุ่ยฉางอวิ้นแปรเปลี่ยนไป

ทว่ายังไม่ทันที่เสิ่นเสวี่ยจะได้อ้าปากตอบ ท่านอาเทียนก็รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายดึงมือของซุ่ยฉางอวิ้นเอาไว้แน่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

"อย่า... อย่าไปเชื่อคำพูดของนาง..."

สิ้นคำกล่าว เลือดสดๆ ก็ทะลักออกจากปากของท่านอาเทียนมากขึ้น ก่อนที่เขาจะหมดสติไป

"ท่านอาเทียน! ท่านอาเทียน!"

ซุ่ยฉางอวิ้นหน้าถอดสี เขาพยายามจะปลุกชายชราให้ตื่นด้วยความร้อนรนและเป็นห่วง

อันที่จริง ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น เขาก็จำตัวตนของชายชราผู้นี้ได้ในทันที แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปกว่าแปดร้อยปี ทว่ารูปโฉมของท่านอาเทียนกลับแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย

เป็นอย่างที่คิด พวกเขาทั้งหมดล้วนอยู่ในแดนมืด!

ภายในใจของซุ่ยฉางอวิ้นปั่นป่วน เขากวาดสายตาอันคมกริบมองไปยังเสิ่นเสวี่ย

"ข้าไม่เคยลืมเลือนสิ่งใดทั้งสิ้น"

เสิ่นเสวี่ยขมวดคิ้ว

"ไม่ เจ้าลืมไปแล้ว! ตำแหน่ง 'ผู้ท้าชิงตำแหน่งพระสวามี' เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้า เจ้าไม่รู้หรือ? ในบรรดาผู้ท้าชิงตำแหน่งพระสวามีทั้งสิบสามคน มี..."

เสียงของนางขาดหายไปกะทันหัน นางเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ หยาดโลหิตไหลซึมออกจากมุมปาก

ซุ่ยฉางอวิ้นเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

เบื้องหลังของเสิ่นเสวี่ย จู่ๆ ก็มีคนสองคนปรากฏตัวขึ้น หนึ่งในนั้นคือเด็กสาวในชุดสีม่วงผู้มีใบหน้างดงามเย็นชา นางใช้กระบี่แทงทะลุหัวใจของเสิ่นเสวี่ยจนมิดด้าม

กลิ่นอายปีศาจอันทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ กดทับจนผู้คนในเหตุการณ์ต่างขยับตัวไม่ได้

เสิ่นเสวี่ยก้มลงมองกระบี่ที่แทงทะลุหน้าอกตนเอง รูม่านตาหดเกร็ง เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทำเอานางขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"เสิ่นเสวี่ย ครั้งนี้ ข้าจะลบการมีอยู่ของเจ้าให้หายไปอย่างถาวร"

สิ้นคำกล่าว ฝ่ามือข้างหนึ่งก็วางทาบลงบนกระหม่อมของเสิ่นเสวี่ย ตามมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นปราดเข้าสู่ห้วงจิตสำนึก ราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้ามาในสมองพร้อมๆ กัน

"ไม่—"

เสิ่นเสวี่ยกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัว

นางกำลังจะค้นวิญญาณของข้า!

จะให้นางรู้ไม่ได้เด็ดขาด!

ห้ามเด็ดขาด!

มิเช่นนั้นแผนการของนายท่านจะต้องถูกนางล่วงรู้แน่!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าก็ก่อตัวขึ้นในใจของเสิ่นเสวี่ย

นางเร่งเผาผลาญ 'โลหิตบริสุทธิ์' ของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ระเบิดพลังอันแข็งแกร่งออกมา หวังกระแทกเสิ่นเยียนให้กระเด็นออกไป

ทว่าในจังหวะนั้นเอง พลังปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็พุ่งเข้าจู่โจม สยบพลังของนางลงในชั่วพริบตา

"พรวด—"

เสิ่นเสวี่ยถูกพลังสะท้อนกลับจนกระอักเลือดคำโตออกมา

ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ ร่างกายโอนเอนจวนเจียนจะล้ม ทว่านางยังคงกัดฟันแน่น ไม่ยอมแพ้

เสิ่นเสวี่ยรู้ดีว่าหากไม่รีบสลัดหลุดจากการควบคุมของเสิ่นเยียนโดยเร็ว ผลที่ตามมาย่อมยากจะคาดเดา

ด้วยเหตุนี้ แววตาเด็ดเดี่ยวจึงวาบผ่านดวงตานาง นางตัดสินใจที่จะระเบิดตัวเอง!

"คิดจะระเบิดตัวเองรึ? รอก่อนสิ"

เสียงเอื่อยเฉื่อยเสียงหนึ่งดังขึ้น

แม้เสียงนี้จะไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดในหูของเสิ่นเสวี่ย

นางตกใจสุดขีด ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ครอบคลุมร่างเอาไว้

ตามมาด้วยกระดูกวิญญาณทั่วร่างที่แหลกสลายลงในพริบตา ความเจ็บปวดทำให้นางชักกระตุกไปทั้งตัว

และในเวลานี้ เสิ่นเยียนก็กำลังค้นวิญญาณของนางอยู่ ทำให้นางต้องทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแสนสาหัส

"อ๊าก..."

เสิ่นเยียนเพิ่งจะค้นพบความทรงจำเกี่ยวกับผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเสิ่นเสวี่ย ทว่าวินาทีต่อมา ก็มีพลัง 'ค่ายกลพันธนาการ' อันแข็งแกร่งพุ่งเข้าบดขยี้จิตสำนึกของนาง!

สีหน้าของเสิ่นเยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางรีบตอบโต้กลับทันที

ส่วนเฟิงสิงเหยาก็สังเกตเห็นว่าศีรษะของเสิ่นเสวี่ยกลายเป็นของเหลวสีดำกะทันหัน หัวใจของเขาหล่นวูบ รีบรวบรวมพลังปีศาจดึงมือของเสิ่นเยียนกลับมา พร้อมกับใช้พลังจิตของตนเองตัดขาดการค้นวิญญาณของเสิ่นเยียนอย่างบังคับ

วูบ!

เสิ่นเยียนก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เอนซบลงในอ้อมอกของเฟิงสิงเหยา

เมื่อเสิ่นเยียนมองเห็นสภาพของเสิ่นเสวี่ยตรงหน้า สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอย่างตื่นตระหนก... เป็นไปได้อย่างไร?

ผู้คนในเหตุการณ์ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน

ร่างของเสิ่นเสวี่ยค่อยๆ กลายเป็นของเหลวสีดำ ลักษณะคล้ายกับ 'น้ำทมิฬ'

เฟิงสิงเหยาหรี่ตาลง เอ่ยอย่างเนิบนาบ

"ในร่างของนางน่าจะเพาะเลี้ยงน้ำทมิฬปริมาณมหาศาลเอาไว้ ตอนนี้นางยอมทิ้งชีวิตของตนเอง สมัครใจให้น้ำทมิฬกลืนกิน ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่อาจค้นวิญญาณของนางได้อีกแล้ว เกรงว่าผู้บงการเบื้องหลังคงจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะมีวันนี้ จึงให้นางหล่อเลี้ยงน้ำทมิฬด้วยร่างกายของตัวเอง"

เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินเช่นนั้นก็มีท่าทีครุ่นคิด

นางจ้องมองไปที่น้ำทมิฬ

"นางยังไม่ตาย"

เฟิงสิงเหยาหันไปมองนาง พลางหัวเราะเบาๆ

"เช่นนั้นก็ทำให้นางตายสนิทไปเลยสิ ใช้ไฟของเจ้าเผามันซะ"

เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง

จากนั้นนางก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว รวบรวมไฟวิเศษขึ้นมา แล้วซัดเข้าใส่กลุ่มน้ำทมิฬนั้น

น้ำทมิฬดูเหมือนจะตกใจและพยายามจะหลบหนี!

ทว่าเสิ่นเยียนได้เปลี่ยนไฟวิเศษให้กลายเป็นตาข่ายผืนใหญ่ ครอบคลุมน้ำทมิฬเอาไว้ ทำให้มันไร้หนทางหนี

น้ำทมิฬดิ้นรนอย่างรุนแรง

แต่ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไร ก็ไม่อาจหนีพ้นการแผดเผาของไฟวิเศษไปได้

ค่อยๆ... น้ำทมิฬก็เริ่มระเหย และเลือนหายไปในที่สุด

เสิ่นเยียนมองดูภาพนั้น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าเย็นชา

"วิญญาณของนางยังอยู่หรือไม่?"

"ไม่อยู่แล้ว"

แววตาของเฟิงสิงเหยาวาบผ่านอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา เขาเพียงแค่ถูกผนึกไปช่วงเวลาหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าหลังจากออกมาแล้ว ความถี่ที่น้ำทมิฬปรากฏตัวตามดินแดนต่างๆ จะเพิ่มสูงขึ้นถึงเพียงนี้

เรื่องนี้จะต้องมีคนจากแดนเบื้องบนคอยชักใยอยู่อย่างแน่นอน

เมื่อคนของจวนจูเฟิ่งเห็นเช่นนั้นก็มีสีหน้าหวาดกลัวและต้องการจะถอยหนี

"ผู้เฒ่าฉิว สังหารพวกมันซะ"

"ขอรับ ท่านจุนซ่าง!"

ผู้เฒ่าฉิวปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าและรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

เฟิงสิงเหยาเอ่ยขึ้น

"เดี๋ยวก่อน เหลือรอดไว้สักสองคน เอาไว้สอบสวน"

"รับบัญชาขอรับ"

ความแข็งแกร่งของผู้เฒ่าฉิวนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เขาไม่ต้องเผยร่างจริงก็สามารถสังหารคนได้อย่างไร้ร่องรอย

ส่วนเสิ่นเยียนก็มองเห็นซุ่ยฉางอวิ้นที่มีสีหน้าตกตะลึง และท่านอาเทียนที่หมดสติไปแล้วเช่นกัน

เสิ่นเยียนรีบเดินเข้าไปใกล้ นางพยักหน้าให้กับซุ่ยฉางอวิ้นที่ยังดึงสติกลับมาไม่ได้ จากนั้นก็ป้อนโอสถรักษาชีวิตให้แก่ท่านอาเทียน และรีบจัดการบาดแผลห้ามเลือดให้เขาอย่างรวดเร็ว

ซุ่ยฉางอวิ้นจ้องมองเสิ่นเยียนด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขาสามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่แผ่ซ่านมาจาก 'รอยประทับชาด' บริเวณไหปลาร้า

เขาสามารถยืนยันได้แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคนตรงหน้านี้ก็คือ—

องค์หญิงใหญ่เสิ่นเคอ!

เสิ่นเยียนเรียกองครักษ์ของจวนตระกูลเสิ่นมา สั่งให้พวกเขาคุ้มกันท่านอาเทียนไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด เพื่อเชิญแพทย์มารักษาอาการบาดเจ็บให้เขาอย่างดี

เหล่าองครักษ์รับคำสั่งอย่างนอบน้อม

ซุ่ยฉางอวิ้นมองมาที่นาง

"เจ้าคือ..."

คำพูดของเขายังไม่ทันจบ เสิ่นเยียนก็บังเอิญเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง นางเผยสีหน้าดีใจ รีบเดินผ่านเขาไป และอ้าแขนสวมกอดผู้มาเยือน

"เยียนเยียน! ในที่สุดพวกเราก็หาเจ้าพบแล้ว!"

เด็กสาวที่ถักเปียคู่สวมกอดเสิ่นเยียนเอาไว้

เด็กหนุ่มผมแดงก็อ้าแขนออกด้วยความตื่นเต้น และสวมกอดพวกนางทั้งสองคน

ผลปรากฏว่าวินาทีต่อมา เขาก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นกระแทกออกไป จนต้องก้าวถอยหลังไปหลายก้าวอย่างทุลักทุเล

"ใคร? ใครลอบกัดนายน้อยอยู่ข้างหลัง?!"

"เยียน!"

ฉือเยว่ก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเซียนของเขาวาบผ่านร่องรอยของความน้อยใจ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองนางเขม็ง

อวี่ฉางอิงถอนหายใจอย่างโล่งอก

"น้องเยียนเยียน เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว"

เวินอวี้ชูเลิกคิ้วขึ้น พลางหัวเราะเบาๆ

"หัวหน้าทีมจะมีอันตรายได้อย่างไร?"

เซียวเจ๋อชวนกล่าวเสริม

"แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วใช่หรือไม่?"

เผยซู่หัวเราะเบาๆ แววตาอ่อนโยน

"ปลอดภัยก็ดีแล้ว"

"พวกเจ้ามาตามหาข้าที่แดนมืดรึ?"

เสิ่นเยียนมองดูพวกเขา ความอบอุ่นสายหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวใจ

"แน่นอนสิ!"

จบบทที่ ตอนที่ 593 ในที่สุดก็ได้พบกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว