เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 584 ผู้ใดกำลังเรียกเขา

ตอนที่ 584 ผู้ใดกำลังเรียกเขา

ตอนที่ 584 ผู้ใดกำลังเรียกเขา


ท่ามกลางสติสัมปชัญญะอันเลือนราง ชิงอูแว่วได้ยินเสียงเรียกขานที่แสนคุ้นเคย

ใครกันกำลังเรียกเขา...

เขาพยายามลืมตาขึ้น ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับพร่าเลือนจนมองสิ่งใดไม่ชัดเจนเอาเสียเลย

"ชิงอู ชิงอู แข็งใจเอาไว้! ตั้งสติให้ดี ข้าจะถอนน้ำทมิฬให้เจ้าเดี๋ยวนี้แหละ!"

เสิ่นเยียนเอ่ยจบก็เงยหน้ามองไป๋เจ๋อที่อยู่ข้างกาย

ไป๋เจ๋อรู้ใจนางเป็นอย่างดี โดยไม่ต้องรอให้เสิ่นเยียนเอ่ยปากสั่ง เขาก็รวบรวมพลังแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าโอบอุ้มปกคลุมบริเวณหน้าอกของชิงอูไว้ทันที

เสิ่นเยียนประคองร่างของชิงอูลง ก่อนจะสะบัดมือหยิบโอสถรักษาบาดแผลออกมาจากมิติเก็บของ บีบปากของเขาให้เปิดออกแล้วป้อนโอสถเม็ดนั้นลงไป

จากนั้นนางจึงเรียกให้ท่านอาเจิงมาช่วยอุดหนุนอีกแรง โดยนางต้องการใช้กลิ่นอายจากหินแสงศักดิ์สิทธิ์ขับไล่น้ำทมิฬออกมา

ท่านอาเจิงรีบถ่ายทอดพลังวิญญาณส่งให้นางทันที

เมื่อได้พลังวิญญาณอันกล้าแกร่งของท่านอาเจิงมาเกื้อหนุน ความเร็วในการถอนน้ำทมิฬออกจากร่างของชิงอูก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เสิ่นเยียนกลับไม่ปรายตามองเสิ่นเช่อเลยแม้แต่น้อย

มีเพียงขุนนางเฒ่าและองครักษ์ไม่กี่คนเท่านั้นที่เดินเข้าไปช่วยพยุงร่างอันสะบักสะบอมของเขาไว้

ใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียวของเสิ่นเช่อดำทะมึนลงหลายส่วน เขาตวัดสายตาอันมืดมนดุดันจ้องมองไปทางชิงอู ก่อนเอ่ยถามคนข้างกายเสียงต่ำ

"เด็กหนุ่มผู้นั้นคือใคร?"

"กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ"

เมื่อเสิ่นเช่อได้ยินดังนั้น ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า... หรือเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งพระสวามีขององค์หญิง?

จู่ๆ เสิ่นเช่อก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เขาหันไปถามเหล่าขุนนางเฒ่า

"พวกท่านรู้แล้วใช่หรือไม่ว่าผู้ใดคือองค์หญิงตัวจริง?"

เหล่าขุนนางเฒ่าต่างมองหน้ากันเลิกลัก ก่อนจะพพยักหน้ารับด้วยสีหน้าซับซ้อน

"ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

เสิ่นเช่อขมวดคิ้วมุ่น "แล้วองค์หญิงตัวปลอมเล่า?"

"หลบหนีไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

เหล่าขุนนางเฒ่าเอ่ยตอบ ทันใดนั้นพวกเขากลับนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบลดเสียงลงต่ำพลางถามด้วยสีหน้าพิกล

"อาเช่อ... เจ้าคงไม่ได้เสียตัวให้องค์หญิงตัวปลอมไปแล้วหรอกกระมัง?"

คำถามนี้ทำเอาเสิ่นเช่อถึงกับสะอึก ใบหน้าพลันมืดครึ้มลงทันควัน

"ไม่มีทาง"

เหล่าขุนนางเฒ่าลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"หากไม่ได้เป็นเช่นนั้น เจ้าก็ยังมีโอกาสช่วงชิงตำแหน่งพระสวามีขององค์หญิงอยู่นะ"

อันที่จริงแล้ว พวกเขาทุกคนต่างก็พึงพอใจและถูกชะตาในตัวเสิ่นเช่ออยู่ไม่น้อย

ทว่าพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงบุรุษที่คอยติดตามอยู่ข้างกายองค์หญิงก่อนหน้านี้... ชายผู้นั้นทั้งแข็งแกร่งและหล่อเหลา ช่างเหมาะสมคู่ควรกับองค์หญิงราวกับกิ่งทองใบหยก

หากจะกล่าวถึงข้อเสียเพียงข้อเดียวของชายผู้นั้น ก็คงมีเพียงเรื่องเดียว... เขาไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งพระสวามีที่มหาราชครูคัดเลือกไว้ให้องค์หญิง

"องค์หญิงกำลังทำอะไรอยู่?"

เสิ่นเช่อทอดสายตาจดจ้องเสิ่นเยียนที่อยู่เบื้องหน้าไม่วางตา พลางเอ่ยถามขึ้น

ขุนนางเฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยตอบ

"องค์หญิงกำลังถอนน้ำทมิฬเพื่อรักษาเด็กหนุ่มผู้นั้นอยู่พ่ะย่ะค่ะ"

เสิ่นเช่อฟังแล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

นางถึงกับรู้วิธีถอนน้ำทมิฬเชียวหรือ? ซ้ำยังสามารถรักษาเยียวยามันได้ด้วยงั้นรึ?

ขุนนางเฒ่าอีกคนเอ่ยเสริม

"อาเช่อ เจ้าเองก็ถูกน้ำทมิฬกัดกร่อนเช่นกัน เจ้ารอสักครู่เถอะ ประเดี๋ยวองค์หญิงก็คงจะช่วยถอนน้ำทมิฬให้เจ้าแล้ว"

เสิ่นเช่อพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในยามนี้ ผู้เฒ่าฉิวเก็บขวดบรรจุน้ำทมิฬเรียบร้อยแล้ว เขาค่อยๆ ช้อนตาขึ้นพลางใช้สัมผัสวิญญาณแผ่ขยายตรวจสอบบริเวณโดยรอบ ทว่ากลับไม่พบกลิ่นอายของท่านจุนซ่างผู้เป็นนายเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่น

หรือว่าท่านจุนซ่างจะพบเจอปัญหาเข้าแล้ว?

สายตาของผู้เฒ่าฉิวเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ร่างของเสิ่นเยียน แววตาของเขาพลันลุ่มลึกขึ้น รูม่านตาแปรเปลี่ยนเป็นแนวตั้งรีดูอันตรายในชั่วพริบตา

บนเรือนร่างของเสิ่นเยียนมีกลิ่นอายโลหิตของท่านจุนซ่างอยู่...

เป็นท่านจุนซ่างที่เต็มใจมอบให้นางเองงั้นรึ?

ในใจของผู้เฒ่าฉิวเกิดความไม่พอใจขึ้นมาลึกๆ เขารู้สึกว่าท่านจุนซ่างช่างไม่รักและทะนุถนอมร่างกายของตนเองเอาเสียเลย ถึงกับยอมสละโลหิตบริสุทธิ์เพื่อมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง

เขาเก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ ก่อนสืบเท้าเดินตรงไปยังทิศทางที่เสิ่นเยียนอยู่

ยามนี้ เสิ่นเยียนถอนน้ำทมิฬออกจากร่างของชิงอูจนหมดสิ้นแล้ว ทว่าเนื่องจากจิตสำนึกของเขาถูกกัดกร่อนซ้ำร่างกายยังบอบช้ำสาหัส ภายในระยะเวลาอันสั้นนี้เขาจึงยังไม่ฟื้นคืนสติขึ้นมา

เสิ่นเยียนหยัดกายลุกขึ้นยืนพลางสั่งการให้องครักษ์หลายคนนำตัวชิงอูกลับไปยังจวนตระกูลเสิ่นด้วยใบหน้าอิดโรยเหนื่อยล้า พร้อมกำชับให้พวกเขาดูแลรักษาเขาอย่างดีที่สุด

ทันทีที่เห็นเสิ่นเยียนลุกขึ้น เสิ่นเช่อก็อดรนทนไม่ไหวหมายจะก้าวเข้าไปหา ทว่าผู้เฒ่าฉิวกลับไวกว่าเพียงก้าวหนึ่ง ชั่วพริบตาก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเสิ่นเยียนแล้ว

ผู้เฒ่าฉิวแย้มยิ้มพลางเอ่ยถาม

"แม่นางเสิ่น ท่านจุนซ่างของข้าเล่า?"

"ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน"

เสิ่นเยียนตอบเรียบๆ

รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้เฒ่าฉิวชะงักค้างไปเล็กน้อย กลิ่นอายความยินดีจางหายไปไม่น้อย

เขาได้แต่ลอบบ่นพึมพำในใจ... ตนเองไม่เคยพบเจอสตรีที่เย็นชาเยือกเย็นปานนี้มาก่อนเลย แม้ร่องรอยของบุรุษในดวงใจจะยังไม่แน่ชัด แต่นางกลับยังคงสีหน้าสงบนิ่งได้เป็นปกติ ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ

สุดท้ายผู้เฒ่าฉิวก็อดใจไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นประโยคหนึ่ง

"แม่นางเสิ่น หรือว่าท่านไม่ได้พึงใจในตัวท่านจุนซ่างของข้าเท่าใดนัก?"

ทว่ายังไม่ทันที่เสิ่นเยียนจะได้เอ่ยปากตอบ เสิ่นเช่อก็สืบเท้ามาหยุดอยู่ข้างกายคนทั้งสองเสียแล้ว เขาเอ่ยขัดจังหวะบทสนทนาขึ้นทันที

"องค์หญิง โปรดช่วยข้าถอนน้ำทมิฬออกให้ด้วยจะได้หรือไม่?"

ผู้เฒ่าฉิวหรี่ตาลงเล็กน้อย ค่อยๆ ตวัดสายตามองเสิ่นเช่อ

"ตาเฒ่าอย่างข้าคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าฝีมือของเจ้าเขตเสิ่นจะอ่อนด้อยถึงเพียงนี้ ขนาดปัญญาจะปกป้องตนเองก็ยังไม่มี"

น้ำเสียงของเขาแฝงแววเย้ยหยันถากถางอย่างไม่คิดจะปิดบัง

เสิ่นเช่อช้อนตาขึ้นจ้องมองผู้เฒ่าฉิวอย่างเฉยชา ใบหน้าไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ข้าย่อมสู้ผู้เฒ่าฉิวไม่ได้อยู่แล้ว ท้ายที่สุดแล้ว ช่องว่างระหว่างอายุของพวกเราก็เห็นกันอยู่ทนโท่"

ผู้เฒ่าฉิวยิ้มพรายทว่านัยน์ตากลับเย็นเยียบ

"จริงด้วย ขนาดตาเฒ่าอย่างข้าเจ้ายังสู้ไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรไปเทียบเคียงกับท่านจุนซ่างของข้าได้เล่า?"

บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายดินปืนรุนแรงยิ่งนัก

ทันใดนั้น เสิ่นเยียนก็โพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกังวานใสทว่าหนักแน่นเด็ดเดี่ยว

"ข้าชอบท่านจุนซ่างของพวกท่าน"

พอเสิ่นเช่อได้ยินคำนี้ สีหน้าพลันมืดครึ้มลงทันควัน เขาหันขวับกลับมาจ้องมองเสิ่นเยียนเขม็ง แววตาเผยความรู้สึกซับซ้อนยากจะปกปิด

เสิ่นเช่อยกมือขึ้นชี้ไปทางชิงอูที่กำลังถูกหามออกไป

"แล้วเขาเล่า?!"

ด้านผู้เฒ่าฉิวเมื่อได้ยินคำสารภาพของเสิ่นเยียน ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มปลาบปลื้มยินดี

"มีคำพูดประโยคนี้ของแม่นางเสิ่น ตาเฒ่าอย่างข้าก็วางใจแล้ว"

ทว่ายามนี้เสิ่นเช่อกลับไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของผู้เฒ่าฉิว สายตายังคงจับจ้องเสิ่นเยียนเขม็งเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบจากปากนาง

เสิ่นเยียนสบตากับเสิ่นเช่อด้วยแววตาราบเรียบ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

"เขาคือสหายของข้า"

สหายงั้นรึ?... สีหน้าของเสิ่นเช่อค่อยๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

เสิ่นเช่อเอ่ยขึ้น

"องค์หญิง ลานประลองสัตว์ถือเป็นกิจการของตระกูลเสิ่นของพวกเรา วันนี้เกิดเรื่องวุ่นวายร้ายแรงถึงเพียงนี้ ซ้ำยังมีผู้คนล้มตายไปไม่น้อย เกรงว่าเรื่องนี้คงจะจัดการได้ยากยิ่ง"

ได้ยินคำนั้น ท่านอาเจิงที่อยู่ด้านข้างก็ขมวดคิ้วพลางเอ่ยขึ้น

"เจ้าเขตแห่งเขตที่เก้ามักมีความสัมพันธ์ไม้เบื่อไม้เมากับจวนตระกูลเสิ่นของพวกเรามาตลอด เกรงว่าหนนี้เขาคงใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างมาเล่นงานพวกเราเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ"

สีหน้าของเสิ่นเยียนเคร่งขรึมลงเล็กน้อย

"พวกท่านสู้เจ้าเขตแห่งเขตที่เก้าได้หรือไม่?"

ท่านอาเจิงและคนอื่นๆ "..."

ท่านอาเจิงยิ้มขื่น

"หากสู้ได้ พวกเราก็คงไม่ปล่อยให้เขาได้นั่งตำแหน่งเจ้าเขตหรอกพ่ะย่ะค่ะ"

"เรื่องนี้ค่อยกลับไปหารือกันต่อเถอะ"

เสิ่นเยียนเม้มริมฝีปากแน่น ภายในเวลาอันสั้นนี้นางเองก็ยังคิดอ่านวิธีแก้ไขปัญหาไม่ออกเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วนางยังไม่ได้คุ้นเคยกับเขตที่เก้าและจวนตระกูลเสิ่นมากนัก

"พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง!"

คนทั้งหมดน้อมรับคำ

เสิ่นเยียนหันไปมองผู้เฒ่าฉิว

"ผู้เฒ่าฉิว ท่านมีวิธีพอจะตามหาท่านจุนซ่างของท่านได้หรือไม่?"

ผู้เฒ่าฉิวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"มีวิธีอยู่ขอรับ"

ทว่าแววตาหลังจากนั้นกลับฉายแววลังเลใจสายหนึ่ง เสิ่นเยียนจับสังเกตจุดนี้ได้อย่างฉับไว จึงเอ่ยถามทันที

"เกิดอะไรขึ้น? มีอุปสรรคอะไรอย่างนั้นรึ?"

ผู้เฒ่าฉิวถอนหายใจยาวพลางอธิบาย

"ตาเฒ่าอย่างข้าสัมผัสได้ว่าท่านจุนซ่างกักเก็บกลิ่นอายของตนเองไว้จนหมดสิ้น ดูเหมือนเขาไม่ต้องการให้ใครตามหาตัวพบได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้ ตาเฒ่าอย่างข้าจึงไม่แน่ใจว่าสมควรจะไปตามหาเขาดีหรือไม่..."

จบบทที่ ตอนที่ 584 ผู้ใดกำลังเรียกเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว