เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 581 พวกเขามาแล้ว

ตอนที่ 581 พวกเขามาแล้ว

ตอนที่ 581 พวกเขามาแล้ว


"พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง!"

ท่านอาเจิงรับคำอย่างนอบน้อม ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

"องค์หญิง ให้กระหม่อมคุ้มกันท่านกลับจวนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"

เสิ่นเยียนสั่งการอย่างเยือกเย็น

"พวกเจ้าส่งคนเจ็บกลับจวนไปก่อน นำหินแสงศักดิ์สิทธิ์วางไว้ข้างกายพวกเขา ให้แสงศักดิ์สิทธิ์สะกดการกัดกร่อนจากน้ำทมิฬไว้ ข้ายังต้องรอคน"

"รอท่านจุนซ่างผู้นั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

ท่านอาเจิงชะงักไปเล็กน้อย

เสิ่นเยียนส่งเสียง 'อืม' แผ่วเบา

"เช่นนั้นพวกกระหม่อมจะอยู่เป็นเพื่อนองค์หญิง รอที่นี่พ่ะย่ะค่ะ"

ท่านอาเจิงค้อมศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพอย่างถึงที่สุด

เสิ่นเยียนมองไปยังพวกเขา

นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าขุนนางเฒ่าทั้งสิบหกคน บัดนี้กลับเหลืออยู่เพียงสิบสองคนเท่านั้น

ในจำนวนนั้น มีขุนนางเฒ่าสองคนที่ถูกน้ำทมิฬกัดกร่อนจนบาดเจ็บสาหัส แม้สติสัมปชัญญะยังคงแจ่มใส ทว่าใบหน้ากลับซีดเผือดและมีเหงื่อกาฬไหลโซม

สีหน้าของเสิ่นเยียนเคร่งขรึมลงเล็กน้อย นางพาไป๋เจ๋อเดินตรงไปเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสอง ก่อนจะหยิบหินแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือจากการใช้ในแดนต้องห้ามจิ้นซวีออกมา

"องค์หญิง?"

ขุนนางเฒ่าทั้งสองอุทานด้วยความตกใจระคนปีติ

เสิ่นเยียนเอ่ยเสียงเรียบ

"ข้าจะช่วยจัดการบาดแผลที่ถูกน้ำทมิฬกัดกร่อนให้พวกท่านก่อน ขั้นตอนการถอนน้ำทมิฬออกมานั้นเจ็บปวดอย่างยิ่ง เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี"

ขุนนางเฒ่าทั้งสองได้ยินดังนั้นก็รีบขานรับ

ภายในใจของพวกเขารู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก อย่างน้อยสิ่งที่ทุ่มเทไปก็ใช่ว่าจะไร้ผลตอบแทน

เสิ่นเยียนอาศัยพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ของไป๋เจ๋อผสานเข้ากับอินเวท จากนั้นจึงใช้กลิ่นอายจากหินแสงศักดิ์สิทธิ์ขับไล่น้ำทมิฬที่ตกค้างอยู่บริเวณปากแผลของพวกเขาออกมา!

ผู้คนที่เห็นภาพนี้ต่างมีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปหลากหลาย

ส่วนเหล่าองครักษ์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากน้ำทมิฬต่างขบกรามแน่น สายตาจดจ้องภาพที่เสิ่นเยียนขับไล่น้ำทมิฬให้กับขุนนางเฒ่าทั้งสอง ในใจพลันบังเกิดความหวังสายหนึ่งขึ้นมา

มันสามารถรักษาให้หายได้จริงๆ หรือ?

ท่านอาเจิงเห็นเช่นนั้น แววตาพลันซับซ้อนขึ้นมา เขาสบตากับขุนนางเฒ่าคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกาย ก่อนจะเฝ้ามองภาพนั้นเงียบๆ

เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ

เสิ่นเยียนจึงรั้งมือกลับ

ขุนนางเฒ่าทั้งสองพลันรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวขึ้นมาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ อีกทั้งสติสัมปชัญญะยังแจ่มใสขึ้นกว่าเก่า

พวกเขารีบคุกเข่าโขกศีรษะให้แก่เสิ่นเยียนทันที น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ

"ขอบพระทัยองค์หญิงสำหรับพระคุณที่ช่วยชุบชีวิตพ่ะย่ะค่ะ!"

เสิ่นเยียนพยักหน้าแผ่วเบา

"ลุกขึ้นเถิด"

นางหันไปมองท่านอาเจิงและคนอื่นๆ

"พวกเจ้าเข้าใจวิธีรักษานี้หรือไม่?"

ท่านอาเจิงและคนอื่นๆ รีบก้าวมาเบื้องหน้า ประสานมือคารวะ

"องค์หญิง กระหม่อมพอจะเข้าใจอยู่บ้างพ่ะย่ะค่ะ"

"พากพวกเขากลับจวนไปก่อน วิธีรักษานี้ไม่ได้ยากเย็นอันใด ทว่าจำเป็นต้องใช้หินแสงศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก"

เสิ่นเยียนเอ่ย ข้างกายนางมีกลิ่นอายแสงศักดิ์สิทธิ์ของไป๋เจ๋อ ซึ่งสามารถใช้ทดแทนพลังของหินแสงศักดิ์สิทธิ์ได้ในระดับหนึ่ง

ท่านอาเจิงและพรรคพวกพยักหน้ารับคำ พวกเขาไม่ได้รู้จักน้ำทมิฬอย่างลึกซึ้ง ทว่าดูเหมือนองค์หญิงจะเคยรับมือกับน้ำทมิฬมาก่อนหน้านี้แล้ว ถึงได้จัดการทุกอย่างได้อย่างเยือกเย็นยิ่งนัก

ไม่นานนัก ท่านอาเจิงก็ไปจัดการเรื่องที่องค์หญิงสั่งการเอาไว้

ในบรรดาผู้บาดเจ็บมากมายปานนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สิ้นไร้ความปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ ส่วนคนที่เหลือต่างก็อยากรอดชีวิตทั้งสิ้น

ท่านอาเจิงส่งคนให้ลำเลียงพวกเขาขึ้นไปบนเรือวิญญาณ

แล้วให้ขุนนางเฒ่าอีกสองคนนำตัวผู้บาดเจ็บส่งกลับไปยังจวนตระกูลเสิ่น

ส่วนท่านอาเจิงยังคงรั้งอยู่ต่อ เพื่อคอยอารักขาอยู่ข้างกายเสิ่นเยียน

ลานประลองสัตว์พังทลายลงมาจนกลายเป็นซากปรักหักพัง ควันไฟคละคลุ้งลอยม้วนตัวไปทั่วทุกหนแห่ง

ในที่สุดเสิ่นเยียนก็ก็นึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมาได้ นางจ้องมองไปยังทิศทางซากปรักหักพังของลานประลองสัตว์

"เสิ่นเช่อเล่า? เขาไม่ได้ออกมาจากลานประลองสัตว์หรอกหรือ?"

ท่านอาเจิงตอบอย่างนอบน้อม

"องค์หญิง กระหม่อมส่งคนไปตรวจสอบแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้นก็หลุบตาลงเล็กน้อย

แล้วผู้เฒ่าฉิวเล่า?

เขายังอยู่ในลานประลองสัตว์หรือไม่?

เสิ่นเยียนคิดจะไปดูที่ลานประลองสัตว์เสียหน่อย ทว่ากลับถูกท่านอาเจิงเอ่ยห้ามไว้

"องค์หญิง สถานการณ์ที่นั่นยังไม่แน่ชัด เพื่อความปลอดภัยของท่าน ท่านไม่อาจไปที่นั่นได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมส่งคนไปตรวจสอบสถานการณ์แล้ว ขอองค์หญิงโปรดรออีกสักประเดี๋ยวเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นเยียนจึงพยักหน้า

นางมองดูมือของตนเอง ก็พบว่าไม่มีร่องรอยบาดแผลเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งตรงบริเวณหน้าอกก็ไม่มีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่เลยสักนิดเดียว

หลังจากกลืนเลือดของเฟิงสิงเหยาลงไป อาการบาดเจ็บของนางก็ฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ

แววตาของเสิ่นเยียนลุ่มลึกขึ้นเล็กน้อย นางรู้แล้วว่าเหตุใดจึงมีคนมากมายอยากไล่ล่าสังหารเฟิงสิงเหยาถึงเพียงนี้ เป็นเพราะโลหิตในกายของเขามีค่าเทียบเท่ากับยันต์คุ้มกันภัยชั้นเลิศนั่นเอง

ยากจะจินตนาการได้เลยว่า สถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญนั้นจะยากลำบากและอันตรายสักเพียงใด

เมื่อหวนคิดมาถึงตรงนี้ หน้าอกของนางก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับมีความเจ็บปวดที่พองโตขึ้นมา

เวลาผ่านไปไม่นาน องครักษ์ที่ถูกส่งไปตรวจสอบก็กลับมา

"เรียนองค์หญิง ภายในซากปรักหักพังของลานประลองสัตว์ถูกม่านพลังปิดผนึกเอาไว้พ่ะย่ะค่ะ ผู้น้อยมิอาจทำลายม่านพลังเข้าไปได้ จึงไม่สามารถตรวจสอบสถานการณ์ด้านในได้พ่ะย่ะค่ะ"

เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น ภาพของผู้เฒ่าฉิวก็แวบเข้ามาในหัว

หรือว่าเขาจะเป็นคนกางม่านพลังนั้นเอาไว้?

"ข้าจะไปดูด้วยตัวเอง"

เสิ่นเยียนเอ่ย

ท่านอาเจิงและพรรคพวกมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่าเมื่อเห็นท่าทีเย็นชาของเสิ่นเยียน ในใจของพวกเขาก็บังเกิดความยำเกรงขึ้นมา ไม่กล้าปฏิเสธการตัดสินใจขององค์หญิงอีก

พวกเขาจึงตัดสินใจติดตามเสิ่นเยียนไปด้วย

ในระหว่างทางที่เร่งรุดไปยังซากปรักหักพังของลานประลองสัตว์ เสิ่นเยียนก็เอ่ยถามพวกเขา

"คนที่ปลอมตัวเป็นข้า มีสถานที่ที่นางมักจะไปเป็นประจำหรือไม่? รวมไปถึงนางมีสหายรู้ใจบ้างหรือเปล่า?"

"สถานที่ที่นางไปเป็นประจำหรือพ่ะย่ะค่ะ..."

ท่านอาเจิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"น่าจะเป็นเขตที่หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ! นางสนิทสนมกับเจ้าจวนแห่งจวนจูเฟิ่งในเขตที่หนึ่งมากพ่ะย่ะค่ะ"

เมื่อท่านอาเจิงพูดมาถึงตรงนี้ ก็พลันตระหนักถึงสิ่งใดขึ้นมาได้

"องค์หญิง ท่านคิดว่านางอาจจะหลบหนีไปยังจวนจูเฟิ่งแห่งเขตที่หนึ่งหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

"อืม"

เสิ่นเยียนตอบรับ แววตาของนางมืดมนจนยากจะคาดเดา ตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่าสตรีผู้นั้นคือเสิ่นเสวี่ยอย่างแน่นอน ทว่าสิ่งที่ไม่แน่ใจก็คือ เสิ่นเสวี่ยใช่ร่างแยกของนางหรือไม่

นางรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่า คนอย่างเสิ่นเสวี่ยเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น

เบื้องหลังของเสิ่นเสวี่ยน่าจะยังมีมือมืดคอยชักใยสร้างความปั่นป่วนให้กับสถานการณ์อยู้อีก

และเจ้าของมือมืดมือใหญ่นั้น ก็อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของสายเลือดสายตรงแห่งตระกูลเสิ่นของพวกเขาก็เป็นได้

สรุปแล้วเป็นใครกันแน่?

จู่ๆ ลมหายใจของเสิ่นเยียนก็สะดุดกึก ราวกับนางสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังตำแหน่งบนท้องฟ้า ทว่าในชั่วพริบตานั้นดวงตากลับรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบขึ้นมา

"องค์หญิง!"

"นายท่าน!"

เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นหลายสาย เพียงเห็นดวงตาของเสิ่นเยียนมีเลือดสดซึมไหลออกมา หยดลงมาตามหางตาจนถึงพวงแก้ม

เสิ่นเยียนยังคงเงยหน้าจ้องมองท้องฟ้าเบื้องบน แววตาเย็นเยียบดุดัน

ผู้คนต่างก็มองตามสายตาของนางไป ทว่ากลับไม่เห็นสิ่งผิดปกติอันใดเลยแม้แต่น้อย สรุปแล้วนายท่าน ค้นพบสิ่งใดกันแน่?

"นายท่าน ดวงตาของท่าน..."

ยังไม่ทันที่ไป๋เจ๋อจะกล่าวจบ เสิ่นเยียนก็ละสายตากลับมาแล้ว นางยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่ไหลลงมาจากดวงตา ภายในอกแผ่ซ่านไปด้วยจิตสังหารอันเดือดพล่าน

นางนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

เรื่องราวความลับที่เกี่ยวกับสายเลือดสายตรงแห่งตระกูลเสิ่น

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ เขตที่หนึ่ง

มีคนกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้ามาในเขตที่หนึ่ง และได้ไปหยุดอยู่ที่หน้าจวนเจ้าเขต

หนึ่งในนั้นมีเด็กหนุ่มที่สวมหน้ากากสีเงินครึ่งซีก รูปร่างของเขาสูงโปร่ง บุคลิกสง่างาม ทุกท่วงท่าการขยับเขยื้อนล้วนแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายอันลึกลับ เส้นผมยาวสยายพริ้วไหวไปตามสายลม บดบังใบหน้าไปซีกหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงดวงตาสุกใสที่ลึกล้ำคู่หนึ่งเท่านั้น

เด็กหนุ่มค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้า ล้วงเอาป้ายคำสั่งสลักลวดลายสีทองออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้กับองครักษ์เฝ้าประตู องครักษ์รับป้ายคำสั่งไปพินิจพิจารณาดูอย่างละเอียด บนใบหน้าพลันปรากฏแววตาตื่นตะลึง

"นี่...นี่มัน..."

องครักษ์พูดติดอ่างจนพูดไม่ออก

เด็กหนุ่มยิ้มบางๆ เอ่ยเสียงเบา

"ข้าอยากจะขอพบเจ้าเขตสักครั้ง"

น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและทุ้มต่ำ ราวกับแฝงไปด้วยมนตร์ขลังบางอย่างที่ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะหลงใหล

องครักษ์ดึงสติกลับมาได้ ก็รีบพยักหน้าตอบรับ

"โปรดรอสักประเดี๋ยว ข้าจะรีบไปรายงานเจ้าเขตทันทีขอรับ"

พูดจบ เขาก็หุนหันหันหลังเดินจากไปทันที

ผ่านไปเพียงไม่นาน ก็มีชายชราผมขาวร่างสูงใหญ่พุ่งพรวดออกมาอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ เขาโผเข้ากอดเด็กหนุ่มเอาไว้แน่น ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ ภายในดวงตามีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ

"อาชู!"

จบบทที่ ตอนที่ 581 พวกเขามาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว