- หน้าแรก
- ราชันหอกเก้าดารา
- บทที่ 910 - ถึงดาวตกอัคคี ภัยล้างเผ่าพันธุ์!
บทที่ 910 - ถึงดาวตกอัคคี ภัยล้างเผ่าพันธุ์!
บทที่ 910 - ถึงดาวตกอัคคี ภัยล้างเผ่าพันธุ์!
บทที่ 910 - ถึงดาวตกอัคคี ภัยล้างเผ่าพันธุ์!
ดวงตาของเย่ฟาน ทอประกายวาบขึ้นมาในทันที
เป็นเวลานานมากแล้ว ที่ระบบมักจะแสดงเพียงแค่จุดเช็คอินที่ซ่อนอยู่ และค่อยๆ สะสมแต้มตระหนักรู้ให้อย่างเงียบๆ
แต่ทว่าในครั้งนี้
การแจ้งเตือนจากระบบ กลับชัดเจนและตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
【พบสถานที่เช็คอินแห่งใหม่——ดาวตกอัคคี·ภูเขาเทพเพลิง! หากเช็คอินสำเร็จ จะได้รับรางวัลเป็นแต้มตระหนักรู้ * 10 แต้ม.】
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ สีหน้าของเย่ฟานก็แปรเปลี่ยนไปในทันที
ในห้วงความคิดของเขา มีภาพๆ หนึ่งผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
มันคือคำขอร้อง ที่ซานจิ่วเคยฝากฝังเอาไว้ในอดีต: "ข้าหวังว่า.....
หวังว่าสักวันหนึ่ง หากว่าเจ้าหอกเงินมีความแข็งแกร่งมากพอแล้ว
ช่วยนำร่างของข้า กลับไปยัง 'ดาวตกอัคคี' บ้านเกิดของเทพเพลิงรุ่งอรุณ ซึ่งก็คือบ้านเกิดของข้าเช่นกัน และฝังร่างของข้าเอาไว้บนภูเขาเทพเพลิงด้วยเถิด"
ในช่วงเริ่มต้นบนเส้นทางวรยุทธ์ ซานจิ่วได้ให้ความช่วยเหลือแก่เขาไว้มากมายเหลือเกิน
และยิ่งไปกว่านั้น ในท้ายที่สุด
ในยามที่เขาต้องเผชิญกับวิกฤต ซานจิ่วก็ยังยอมสละชีวิตของตนเอง เพื่อช่วยเหลือและเติมเต็มเป้าหมายให้กับเขา
บุญคุณอันใหญ่หลวงนี้ เย่ฟานไม่อาจละเลยและไม่ตอบแทนได้
และในครั้งนี้ การที่ระบบแจ้งเตือนสถานที่เช็คอินแห่งใหม่ขึ้นมา
ไม่น่าเชื่อเลยว่า จะเป็นการค้นพบดาวตกอัคคี?
"เสี่ยวจื้อ รีบสแกนค้นหาดาวเคราะห์ในบริเวณใกล้เคียงนี้ที ลองดูซิว่ามีดาวเคราะห์แห่งชีวิตที่ชื่อ 'ดาวตกอัคคี' อยู่บ้างหรือเปล่า"
เย่ฟานออกคำสั่งกับปัญญาประดิษฐ์โดยตรง
"รับทราบครับ กรุณารอสักครู่"
ระบบปัญญาประดิษฐ์ภายในยานอวกาศ รีบทำการค้นหาข้อมูลจากแผนที่ดวงดาวอย่างรวดเร็ว
"ค้นพบดาวตกอัคคีแล้วครับ อยู่ห่างจากตำแหน่งปัจจุบันหนึ่งหมื่นกิโลเมตร จะเดินทางไปถึงในอีกหกนาที!
ยืนยันการเดินทางไปยังจุดหมายดังกล่าวหรือไม่ครับ?"
ปัญญาประดิษฐ์ของยานอวกาศ เอ่ยถาม
"มุ่งหน้าไปยังดาวตกอัคคีเลย"
เย่ฟานสั่งการ
"รับทราบครับ กำหนดเส้นทางใหม่เรียบร้อยแล้ว"
ฟุ่บ
ยานอวกาศกลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง พุ่งทะยานแหวกฝ่าพายุแห่งดวงดาว
มุ่งตรงไปยังดาวตกอัคคี ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งหมื่นกิโลเมตรอย่างรวดเร็ว
......
ดาวตกอัคคี · บริเวณตีนเขาเทพเพลิง
ในขณะนี้ ที่แห่งนี้ได้เนืองแน่นไปด้วยเหล่านักรบจำนวนมหาศาล
ซึ่งนักรบส่วนใหญ่ ล้วนแต่มีระดับพลังที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ทั้งสิ้น
เป้าหมายของพวกเขา มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น
นั่นก็คือ 'เก้าสมุนไพรลี้ลับ' ที่ปรากฏตัวขึ้นบนภูเขาเทพเพลิง
สมุนไพรลี้ลับชนิดนี้ ได้เติบโตจนถึงระดับห้าขั้นสูงสุดแล้ว
มีข่าวลือหนาหูว่า
แม้แต่ยอดนักรบระดับครึ่งเทพ หากได้กลืนกินเก้าสมุนไพรลี้ลับนี้เข้าไป ก็จะสามารถเลื่อนระดับพลังขึ้นไปได้ถึงสามขั้นเลยทีเดียว
แน่นอนว่า
ข่าวลือทั้งหมดนี้ ย่อมมีที่มาจากปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นบนภูเขาเทพเพลิงเมื่อไม่กี่วันก่อน
ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าว ก็คือสัญญาณที่บ่งบอกว่า เก้าสมุนไพรลี้ลับระดับห้าขั้นสูงสุดนั้น ได้ดูดซับแก่นแท้ของแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ จนเจริญเติบโตเต็มที่แล้วนั่นเอง
แม้ว่่า จะถูกขนานนามว่า 'ภูเขาเทพเพลิง' ก็ตาม
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภูเขาลูกนี้กลับมีรูปร่างคล้ายกับดาบแหลมคม ที่พุ่งเสียดทะลุหมู่เมฆขึ้นไป
อบอวลไปด้วยพลังวิญญาณอันหนาแน่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา
มันไม่ใช่ภูเขาที่เต็มไปด้วยลาวาเดือดพล่าน ร้อนระอุ และรายล้อมไปด้วยภาพแห่งการทำลายล้าง อย่างที่หลายคนจินตนาการเอาไว้อย่างแน่นอน
"นี่ นายว่าไหม
ตอนนี้ บริเวณตีนเขาเทพเพลิง มีนักรบหลั่งไหลมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ
แถม ยอดฝีมือระดับสูง ก็ยิ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วย
พวกระดับท็อปน่ะคงได้กินเนื้อชิ้นโตแน่ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่า พวกเราจะพอมีสิทธิ์ได้ซดน้ำซุปบ้างหรือเปล่า"
ในกลุ่มคนเหล่านั้น ชายร่างเตี้ยหน้าตาท่าทางเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง เลียริมฝีปากพลางเอ่ยขึ้น
"หึ ตำนานของภูเขาเทพเพลิงน่ะ มันจบสิ้นไปตั้งนานแล้ว
คิมูระคุงไม่ต้องกังวลไปหรอก การบุกขึ้นภูเขาเทพเพลิงในครั้งนี้ พวกเรายึดมั่นในอุดมการณ์ 'ฆ่าให้เหี้ยน เผาให้เรียบ ปล้นให้หมด' อย่างแน่นอน"
นักรบอีกคนหนึ่งที่มีรูปร่างเตี้ยไม่ต่างกัน แต่กลับแผ่รังสีอำมหิต ราวกับสุนัขบ้าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เฮะๆ ดูนั่นสิ พวกนาย
อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเผ่าพันธุ์วอของเรา ยอดนักรบระดับครึ่งเทพ... ท่านยามาโมโตะ ปรากฏตัวแล้ว
มีข่าวลือว่า เขาเคยเผชิญหน้าและเอาชนะผู้แข็งแกร่งระดับเทพมาแล้ว เขาคืออัจฉริยะที่เก่งกาจที่สุดในยุคปัจจุบัน ของเผ่าพันธุ์วอของเราเลยนะ!"
ฟุ่บ
เมื่อพวกเขายกมือขึ้นชี้ไปยังบนท้องฟ้า
ร่างๆ หนึ่งก็พุ่งแหวกความว่างเปล่าปรากฏตัวขึ้น
เขายืนหยัดอยู่กลางอากาศ ทอดสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความละโมบ มองตรงไปยังภูเขาเทพเพลิง
การมาเยือนของเขา ทำให้บรรยากาศบริเวณตีนเขาเทพเพลิง กลับมาคึกคักและเดือดพล่านขึ้นอีกครั้ง
ชนเผ่าวอที่มีรูปร่างเตี้ยม่อต้อ สวมรองเท้าเกี๊ยะไม้ แต่กลับแผ่รังสีอำมหิตและดูดุดันเป็นอย่างมาก
ต่างก็ส่งเสียงร้องตะโกนโหวกเหวก เพื่อต้อนรับยอดนักรบอันดับหนึ่งในหมู่คนรุ่นใหม่ของเผ่าพันธุ์วอ... ยามาโมโตะ โทบิยะ!
"ยามาโมโตะ แกมาแล้วสินะ
งานในครั้งนี้ ดูท่าทางจะท้าทายไม่เบาเลยนะ"
อีกด้านหนึ่ง
นักรบชายผิวคล้ำ ที่มีรอยสักสีสันฉูดฉาดประดับอยู่ทั่วร่าง แสยะยิ้มกว้าง
เผยให้เห็นฟันที่ขาวสะอาดอย่างน่าประหลาด
ดูราวกับเขี้ยวของสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
เขากอดอก พลางหัวเราะเยาะยามาโมโตะ โทบิยะ
"หึหึ ตำนานที่เคยยิ่งใหญ่ของภูเขาเทพเพลิง มันได้จบสิ้นลงไปตั้งนานแล้ว
ถึงเวลาแล้วล่ะ ที่มันจะกลายมาเป็น ปุ๋ยบำรุงเส้นทางวรยุทธ์ของพวกเราเสียที"
ยามาโมโตะ โทบิยะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความชอบธรรมอย่างเต็มเปี่ยม แววตาแห่งความละโมบที่ฉายชัดออกมานั้น ไม่อาจจะปกปิดเอาไว้ได้เลย
"หึหึ ท่านยามาโมโตะพูดได้ถูกต้องแล้ว
ก็แค่ตำนานเก่าแก่ที่ผุพังไปตามกาลเวลาเท่านั้นเอง ย่อมต้องตกเป็นเครื่องมือปูทาง ให้กับเส้นทางวรยุทธ์ของพวกเราอยู่แล้ว
ถึงเวลาที่เราขึ้นไปบนเขาเมื่อไหร่
พวกเราจะกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต บนภูเขาเทพเพลิงให้เหี้ยน
ส่วนเรื่องเก้าสมุนไพรลี้ลับ ระดับห้าขั้นสูงสุดนั่น พวกเราก็มาแข่งกันแย่งชิงด้วยความสามารถของตัวเองก็แล้วกัน"
ผู้ที่พูดประโยคนี้ขึ้นมา คือหญิงสาวนางหนึ่ง
ดวงตาของนางเรียวยาว ดูราวกับดวงตาของอสรพิษร้าย
ริมฝีปากของนางก็บางเฉียบ ราวกับใบมีดอันแหลมคมสองเล่ม
แม้ว่านางจะเป็นสตรี
แต่ทว่า คำพูดที่เอ่ยออกมานั้น กลับเหี้ยมโหดและอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง!
"หึหึ ข้าเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
สิ่งมีชีวิตผิวคล้ำที่มีรอยสักประดับบนใบหน้า เอ่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
พวกเขาเหล่านี้ คือชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมของดาวตกอัคคี
แต่ทว่า
ในอดีตกาล ได้มีอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานจากต่างแดนผู้หนึ่ง เดินทางมาถึงที่นี่ เขาได้บรรลุวิถีแห่งวรยุทธ์ด้วยพลังแห่งอัคคี และก้าวขึ้นสู่ขอบเขตแห่งเทพเจ้าได้สำเร็จ
และเนื่องจาก ในวันนั้นเขาได้ก้าวเดินมาพร้อมกับแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ เพื่อบรรลุเป็นเทพแห่งอัคคี
ผู้คนจึงพากันขนานนามเขาว่า 'เทพเพลิงรุ่งอรุณ'!
หลังจากนั้นเป็นต้นมา
ผู้คนบนดาวตกอัคคี ก็ต่างพากันเคารพบูชาเขาเป็นดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่ชนเผ่าพื้นเมืองอย่างพวกเขา กลับถูกสิ่งมีชีวิตจากต่างแดนสารพัดเผ่าพันธุ์ กดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด
มาในวันนี้
เมื่อสบโอกาสที่ภูเขาเทพเพลิง มีของวิเศษล้ำค่าปรากฏขึ้นมา
เขาจึงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ ว่าจะต้องเหยียบย่ำภูเขาเทพเพลิงให้ราบเป็นหน้ากลอง และแย่งชิงเก้าสมุนไพรลี้ลับมาให้จงได้ เพื่อกอบกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีของชนเผ่าพื้นเมืองแห่งดาวตกอัคคีให้กลับคืนมาอีกครั้ง!
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เป็นที่แน่ชัดว่า ผู้ที่เดินทางมาที่นี่ ไม่ได้มีเพียงแค่อัจฉริยะจากชนเผ่าต่างๆ บนดาวตกอัคคีเท่านั้น
แต่ยังมีกองกำลังโจรป่าวรยุทธ์ที่ร้ายกาจอีกมากมาย เข้าร่วมด้วย
สายตาของพวกเขาทุกคู่ ล้วนจับจ้องไปยังภูเขาเทพเพลิง ด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความละโมบโลภมาก
ดาวตกอัคคี · ภูเขาเทพเพลิง
"ท่านผู้อาวุโส ด้านนอกมีนักรบจำนวนมากมารวมตัวกันเต็มไปหมดเลยครับ
พวกมัน ล้วนหมายปองแก่นแท้ในร่างกายของท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าเรา
ครั้งนี้ เผ่าเก้าสมุนไพรลี้ลับของเรา เกรงว่าคงจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์สิ้นเผ่าพันธุ์เสียแล้ว"
ชายหนุ่มหน้าตาซื่อๆ คนหนึ่ง รีบเข้ามารายงานต่อชายชราผมขาวโพลน ที่มีรูปร่างค่อมงุ้ม
"เฮ้อ การทะลวงระดับของหยาเอ๋อร์ มันสร้างความสั่นสะเทือนรุนแรงเกินไป
ตำนานความน่าเกรงขามของเทพเพลิงรุ่งอรุณ ก็คงไม่อาจข่มความละโมบ และความอหังการของพวกคนพาลเหล่านี้ไว้ได้อีกต่อไปแล้ว
เผ่าของเรา เฝ้าพิทักษ์ภูเขาเทพเพลิงแห่งนี้มาอย่างยาวนาน หรือว่า วันนี้เราจะต้องมาพบกับจุดจบจริงๆ อย่างนั้นหรือ?"
ชายชราร่างค่อม ถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและจนปัญญา
"ท่านผู้อาวุโส ปล่อยข้าออกไป สู้ตายกับพวกมันเถอะค่ะ"
ในตอนนั้นเอง หญิงสาวในชุดสีเขียวก็เดินออกมา
รูปร่างของนางอรชรอ้อนแอ้น ผิวพรรณขาวผ่อง ใบหน้างดงามสะสวย
ยิ่งไปกว่านั้น ตามรูขุมขนทั่วทั้งร่างของนาง ยังแผ่ซ่านพลังวิญญาณอันเข้มข้นออกมา
เพียงแค่ได้เข้าใกล้ ก็รู้สึกสดชื่นและสบายตัวเป็นอย่างยิ่ง
นางก็คือ หญิงศักดิ์สิทธิ์คนปัจจุบันแห่งเผ่าเก้าสมุนไพรลี้ลับ ผู้เพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตครึ่งเทพจุดสูงสุดเมื่อไม่นานมานี้... ซานหยาเอ๋อร์ นั่นเอง
"หึหึ ยัยเด็กโง่เอ๊ย
ที่เจ้าพวกข้างนอกนั่น มันอยากจะได้ร่างกายของเจ้า มันก็เป็นเรื่องจริง
แต่เป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่าของพวกมัน ก็คือการเหยียบย่ำภูเขาเทพเพลิงให้ราบเป็นหน้ากลอง และทำลายล้างเกียรติภูมิที่เคยเป็นของเทพเพลิงรุ่งอรุณ ให้พังพินาศไปจนหมดสิ้นต่างหากล่ะ
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่จะสามารถยกเอาขุนเขาอันหนักอึ้ง ที่กดทับอยู่บนหัวของชนเผ่าต่างๆ ของพวกมันออกไปได้"
ในดวงตาที่ขุ่นมัวของชายชราร่างค่อม ดูเหมือนจะแฝงไปด้วยความเฉลียวฉลาด และสติปัญญาที่สามารถมองทะลุถึงแก่นแท้ของปัญหาได้อย่างปรุโปร่ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ชาวเผ่าเก้าสมุนไพรลี้ลับบนภูเขาเทพเพลิงอีกมากมาย ต่างก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ
ในวันนี้
ได้มาถึงจุดชี้เป็นชี้ตาย ของเผ่าเก้าสมุนไพรลี้ลับของพวกเขาแล้ว......
"ข้างหน้ากำลังจะเดินทางถึง ดาวตกอัคคีแล้วครับ"
ภายในยานอวกาศ เย่ฟานได้ยินเสียงประกาศจากระบบนำทาง.....
(จบแล้ว)